Silver Dust : Merlin

ตอนที่ 164 ทำความสะอาดใหญ่

ตอนที่ 164 ทำความสะอาดใหญ่

*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****


แบ~~ แบ~~ แบ~~

มาวิชส่งเสียงรับคำ ก่อนที่ร่างของเจ้าแกะน้อยจะเผยรูปร่างที่แท้จริงออกมาอีกครั้ง

ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!

ร่างมหึมานับสิบเมตรของสัตว์ประหลาดสิบสองตา สิบสองแขน และสิบสองปีกปรากฏออกมา

การปรากฏตัวของมันสร้างเสียงโห่ร้องให้กับรูปสลักบนผนังห้องอีกครั้ง

เสียงโหยหวนเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เมอร์ลินรู้สึกหวาดกลัว แต่เขากลับรำคาญพวกมันมากกว่า

จนกระทั่งเขาไม่สามารถทนกับพวกมันได้

“เงียบ!”

เด็กน้อยส่งเสียงคำรามออกไปครั้งหนึ่ง

ไม่น่าเชื่อว่าดวงวิญญาณที่สิงอยู่ในภาพแกะสลักบนผนังเหล่านั้นกลับทำตามที่เขาพูด

พวกมันเงียบลง!

ไม่กล้าส่งเสียง!

ร่างมหึมาของมาวิชไม่ได้รู้สึกขัดใจกับการกระทำของร่างเล็ก ตรงกันข้ามดวงตาสีแดงทั้งหกคู่กลับเผยความภูมิใจออกมามากกว่า

เหตุการณ์นี้ทำให้เมอร์ลินรู้สึกประหลาดใจกับตัวเองเช่นกัน เขาไม่คิดว่าตนเองจะมีอำนาจสั่งการพวกมันได้ขนาดนี้

‘หรือว่าพวกมันจะถือว่าฉันเป็นนายเหนือของพวกมันแล้ว’ เมอร์ลินคิดอย่างไม่แน่ใจ

บางทีเขาอาจจะได้รับการยอมรับบางอย่างจากห้องทดลองนี้ ทำให้วิญญาณที่สิงสู่ในค่ายกลวิญญาณนี่รวมถึงมาวิชถึงได้เชื่อฟังเขา

อย่างไรก็ตามนี่คือเรื่องที่เขาคาดการณ์ออกมาเท่านั้น เมอร์ลินจะยังไม่เชื่อหากยังไม่ได้รับการพิสูจน์ เขายังคงยึดมั่นใจหลักการของเวทยาศาสตร์ นั่นคือทุกสิ่งจะต้องพิสูจน์ออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องของพลังลี้ลับก็ตาม

หลังจากที่มาวิชได้รับคำสั่งมันก็เริ่มลงมือในทันที

มือทั้งสิบสองข้างของมันเรียกวงเวทออกมา แต่ละวงเวทเปล่งแสงสะท้าน ก่อนที่จะปลดปล่อยคลื่นน้ำขนาดยักษ์ออกมา

โครม! โครม! โครม!

เวลานั้นเองคลื่นน้ำได้สาดออกไปทั่วทุกทิศ

ภายในห้องลับส่งเสียงดังกึกก้อง ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่น่าแปลกที่บ้านของเมอร์ลินที่อยู่ข้างบนกลับไม่ได้รับผลกระทบนี้เลยแม้แต่น้อย กระทั่งเสียงดังก็ยังไม่เล็ดลอดออกไป

ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้กับค่ายกลที่มีประสิทธิภาพ

การเคลื่อนไหวนี้ใหญ่โตนัก เมอร์ลินที่อยู่ข้างๆ พลันได้ปรับผลกระทบไปด้วย

แต่ในขณะที่สายน้ำอันบ้าคลั่งถาโถมเข้ามา ร่างของเขาก็ถูกพลังเวทที่แข็งแกร่งห่อหุ้มเอาไว้ทำให้คลื่นน้ำไม่อาจต้องกาย

เมอร์ลินถูกยกขึ้นมาแล้ววางเหนือศีรษะของมาวิช

เจ้าสัตว์ประหลาดร่างมหึมาไม่ได้ถือตัวเลยแม้แต่น้อย มันยินยอมให้เมอร์ลินขี่

ท่ามกลางกระแสน้ำที่กวาดผ่านไปทั้งห้องโถงใหญ่รวมทั้งห้องเล็กอีกสามห้อง สิ่งต่างๆ ถูกสายน้ำชะล้างในคราเดียว

เมอร์ลินไม่คิดเลยว่าเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้นอกจากจะมีพลังรบที่แข็งแกร่งแล้วยังมีความฉลาดที่ไม่น่าดูถูกอีกด้วย

“โฮมุนคูสฉลาดแบบนี้ทุกตัวเลยหรอ?” เมอร์ลินกล่าวพึมพำออกมา

ไม่นานห้องทั้งห้องก็ถูกทำความสะอาด มือทั้งสิบสองข้างที่โผล่ออกมาจากลำตัวของมาวิชได้เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

วงเวทที่ปล่อยกระแสน้ำถูกยกเลิก จากนั้นมาวิชก็อ้าปากโชว์ฟันที่แหลมคมเรียงราย

วูม!

น้ำทั้งหมดถูกดูดเข้าไปในปากของสัตว์ประหลาดยักษ์ เพียงเวลาไม่นานน้ำทั้งหมดก็หายไป หลงเหลือไว้เพียงห้องที่ดูสะอาดมากกว่าเดิม

โชคดีที่เมอร์ลินได้เก็บของที่คิดว่ามีค่าไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูกที่สลักอักขระวิญญาณ หรือลิ่มเงินที่เป็นวัตถุวิญญาณ ภายในห้องแห่งนี้จึงไม่มีสิ่งมีค่าอีกต่อไปและมันก็ถูกมาวิชเก็บกวาดไปจนสิ้น

แม้ว่ามันจะไม่ได้สะอาดหมดจดทุกซอกมุม แต่เมอร์ลินก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

“ดีมาก!” เมอร์ลินก้มลงเอามือลูบหัวเจ้าตัวใหญ่ และดูเหมือนว่ามันจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก

ทว่าตอนนั้นเองเมอร์ลินก็พึ่งจะสังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง

“ไม่นะ! ฉันลืมเก็บวัตถุเวทโคมไฟ เงินหลายหมื่นของฉัน” เด็กน้อยอดไม่ได้ที่จะโอดครวญขึ้นมา ตอนนี้เขาเหลือเงินเพียงไม่กี่แสน และไม่รู้ว่าจะต้องเสียเงินไปอีกเท่าไหร่ในอนาคต

ตอนนี้ต่อให้เป็นเงินไม่กี่หมื่นก็ยังมีค่าสำหรับเขา

ทว่าตอนนั้นเอง

เอ่อ ~~~

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

เจ้ามาวิชเหมือนรู้ใจเมอร์ลิน มันขย้อนวัตถุเวทโคมไฟนับสิบออกมา

เมอร์ลินที่ได้เห็นภาพนี้ก็ฉีกยิ้มและอดที่จะชื่นชมมันไม่ได้

“เก่งมากมาวิช นายเป็นผู้ช่วยของฉันที่ฉลาดมาก”

เด็กน้อยใช้มือลูบศีรษะใหญ่อย่างรักใคร่

ตอนนั้นเองร่างของเขาก็ถูกทำให้ลอยขึ้นกลางอากาศแล้วค่อยๆ ร่อนลงมา

เจ้ามาวิชกลับมาเป็นร่างแกะน้อยดังเดิมอีกครั้ง

ก่อนที่มันจะบินไปรอบๆ ตัวของเมอร์ลินอย่างร่าเริง

ด้านเมอร์ลินก็รู้สึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“นายสามารถใช้พลังเวทยกฉันให้ลอยตัวขึ้นมาได้ อีกทั้งนายเองก็ลอยได้ เป็นไปได้ว่านายจะต้องมีพลังรบไม่ต่างไปจากจอมเวทอย่างแน่นอน” เมอร์ลินมองเจ้าตัวเล็กแล้วกล่าวอย่างจริงจัง

ต้องรู้ไว้ว่ามีเพียงตัวตนระดับจอมเวทหรือนักเวทห้าวงเวทขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถลอยตัวกลางอากาศได้ แม้ว่าพวกเขาจะใช้พลังเวทจำนวนมากก็ตาม นั่นจึงทำให้พวกจอมเวทลอยตัวได้ไม่นานนัก แต่เมื่อพวกเขามีการบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้นการจะลอยตัวกลางอากาศจนบินไปไหนมาไหนก็ไม่ใช่เรื่องยาก บางคนสามารถบินข้ามประเทศไปมา หรือบินไปทั่วมหาทวีปก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเกินจริงนัก

อย่างไรก็ตามเรื่องพวกนั้นต้องคำนึกถึงพลังเวทที่พวกเขาบ่มเพาะขุมพลังด้วย ยิ่งมีพลังเวทมากเท่าไหร่ก็ยิ่งบินได้นานและเร่งความเร็วได้มากขึ้นเท่านั้น

เมอร์ลินไม่อยากจะคิดเลยว่าการบ่มเพาะของเจ้ามาวิชในตอนนี้อยู่ในระดับใด

“ช่างเถอะ … ตอนนี้มาดูผลงานของนายดีกว่า”

เมอร์ลินไม่คิดว่าเจ้ามาวิชจะทำงานได้ดีขนาดนี้ เขาเดินไปตรวจรอบๆ ห้องพร้อมกับติดตั้งวัตถุเวทโคมไฟเข้าไปใหม่ ทำให้แสงสว่างกลับมาสว่างทั่วทั้งห้องอีกครั้ง

สายน้ำของมาวิชกวาดผ่านไปทั่วทุกที่ทำให้ในตอนนี้ห้องลับถูกทำความสะอาดอย่างหมดจด แม้แต่คราบเลือดที่ติดมานานยังไม่สามารถต้านทานสายน้ำของมาวิชได้

สายน้ำของจอมเวทไม่ใช่อะไรที่ธรรมดา หากคนธรรมดาต้องมารับการโจมตีของสายน้ำเหล่านี้ คาดว่าร่างของพวกเขาคงจะแหลกละเอียดและหายไปกับสายน้ำ

เมอร์ลินพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อได้เห็นผลงานนี้

“มันดูสะอาดมาก แม้คราบน้ำจะยังไม่แห้ง แต่มันก็ไม่หลงเหลือคราบเลือดและกลิ่นสาปอีกต่อไป ดูเหมือนว่าฉันจะสามารถเปิดตัวที่นี่ให้มาร์เทลรู้ได้แล้ว”

แต่ทว่าในตอนที่เมอร์ลินเงยหน้าขึ้นไป แล้วกวาดสายตาไปรอบๆ เขาก็ยังพบกับภาพที่ทำให้อาคันตุกะที่เข้ามาไม่สบายใจได้

“ลวดลายพวกนี้น่าจะไม่เหมาะกับพวกคนที่มาจากภายนอกเท่าไหร่ พวกเขาอาจคาดเดาไปเรื่อยว่าฉันอาจมีรสนิยมชื่นชอบในศาสตร์วิญญาณ” เมอร์ลินเอ่ยพึมพำ ก่อนที่จะหันไปทางมาวิช

“มาวิช นายสามารถแก้เรื่องกลุ้มใจของฉันได้หรือไม่”

เจ้าแกะน้อยที่ได้ยินก็กระพริบตาปริบๆ ก่อนที่จะพยักหน้าอย่างรัวแรง