บนกิ่งไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปไม่ไกล กู้วั่งและกู้ซ่ง นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาเฉยเมยราวกับกำลังดูละครฉากหนึ่ง
“งูเห่าจากแดนใต้เสียด้วย หายากนะนี่” กู้วั่งปรายตามองร่างมู่อันหรานที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ภาพการดิ้นรนหนีตายของสตรีในจวนอ๋องเช่นนี้ เขาเห็นมานับครั้งไม่ถ้วนจนชินชาเสียแล้ว
“หากไม่ได้รับยาถอนพิษภายในหนึ่งเค่อ (15 นาที) นางคงได้เป็อาหารงูพวกนั้นแน่”
“เ้าจะช่วยนางไหม?” กู้ซ่งถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่แพ้กัน สายตายังคงจับจ้องไปที่ประตูเรือนที่เปิดอ้าทิ้งไว้
“ช่วยงั้นหรือ?” กู้วั่งเหยียดยิ้มเ็า
“ประตูเรือนก็ไม่ลงดาลให้ดี มีคนแบกงูทั้งกระสอบเข้ามาโยนใส่ถึงปลายเท้าขนาดนั้นยังไม่รู้สึกตัว หากไม่รู้จักระวังตัวเช่นนี้ ต่อให้นางมีสิบชีวิตก็คงไม่พอทิ้ง สตรีที่อ่อนแอและสะเพร่าเช่นนาง..ไม่มีค่าพอสำหรับยาถอนพิษของข้า”
กู้ซ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปรยขึ้นด้วยเสียงที่เข้มขึ้น
“แต่เ้าลืมไปแล้วหรือ กู้เวินเพิ่งไปสืบเื่ของนางมา ท่านอ๋องก็ดูจะให้ความสำคัญกับคดีที่สกุลมู่เข้าไปเกี่ยวข้องเป็พิเศษ และสตรีผู้นี้ก็คือหมากตัวเดียวที่ยังเหลืออยู่... หากนางตายไปโดยที่พวกเรายืนดูอยู่เฉยๆ ข้าเกรงว่าหัวของพวกเรานี่แหละที่จะหลุดจากบ่าก่อนนาง”
คำพูดนั้นทำให้กู้วั่งชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ
“บัดซบจริง... เช่นนั้นก็นับว่านางยังมีวาสนาที่เกิดมาในตระกูลที่ท่านอ๋องสนใจ”
สิ้นคำ กู้วั่งก็ถีบตัวทะยานลงจากกิ่งไม้ พุ่งตรงไปยังร่างของมู่อันหราน เขาคว้าคอเสื้อนางขึ้นมาแล้วบีบกรามที่แข็งค้างของนางให้เปิดออก ก่อนจะยัดเม็ดยาถอนพิษรสขมจัดเข้าไปในลำคอของนาง มู่อันหรานสำลักเพียงเล็กน้อยก่อนที่ภาพทุกอย่างจะมืดดับไปพร้อมกับสติที่หลุดลอย
……….
เปลือกตาที่หนักอึ้งของเด็กสาวค่อยๆ ขยับเปิดออกอย่างยากลำบาก มู่อันหรานรู้สึกเหมือนศีรษะถูกค้อนหนักๆ ทุบซ้ำๆ จนมึนงง แสงแดดที่ลอดผ่านร่องหน้าต่างไม้เข้ามาทำให้ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วครู่
ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่โสตประสาทคือความเจ็บระบม... นางก้มลงมองข้อมือและน่องขาขวาของตนเอง พบว่าบัดนี้รอยเขี้ยวคู่เล็กๆ นั้นดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ิัโดยรอบบวมเป่ง สีของมันเข้มจัดจนเกือบดำ ราวกับมีน้ำหมึกพิษฝังรากลึกอยู่ใต้ชั้นิั
นางพยายามรวบรวมพละกำลังที่เหลืออยู่ยันกายลุกขึ้นจากเตียงไม้ไผ่ที่แข็งกระด้าง แวบหนึ่งในหัวของนางฉายภาพเลือนรางก่อนที่จะสิ้นสติ
นางจำได้แม่นยำว่าท่ามกลางความมืดมิดและพิษร้ายที่กำลังกัดกินิญญา มีบุรุษผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้น เขาคือกู้วั่ง หนึ่งในสี่องครักษ์ประจำตัวของเหวินอ๋องที่นางเคยเห็นอยู่ห่างๆ
กู้วั่งเป็คนช่วยนางไว้... แต่ที่นี่ไม่ใช่เรือนพักของนาง
หญิงสาวข่มกลั้นความเ็ปที่ขาขวาเดินไปเปิดประตูออกไปภายนอก และพบว่าที่นี่ไม่ใช่จวนเหวินอ๋องอันวิจิตรตระการตา แต่เป็เรือนไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของทุ่งนาและูเาสูง
ที่ลานดินหน้าเรือน มีหญิงชาวบ้านวัยกลางคนสองคนในชุดผ้าป่านหยาบกำลังช่วยกันตากพืชบางชนิดอยู่ เมื่อคนหนึ่งเงยหน้ามาเห็นนางเข้า ก็รีบวางมือแล้วเดินเข้ามาทักทายนาง
“ตื่นแล้วหรือ? ยังปวดแผลอยู่มากไหม” สตรีผู้นั้นถามพลางมองรอยคล้ำที่ข้อมือและขานางด้วยสายตาประเมิน
“หากยังไหวไม่ไหวก็อย่าเพิ่งฝืนลุกขึ้นมาเลย นอนพักต่อเสียเถิด พวกข้าสองคนจะอยู่เป็เพื่อนที่นี่ มีอะไรก็เรียกหาได้ทุกเมื่อ”
“ที่นี่... ที่ไหนหรือเ้าคะ?” มู่อันหรานถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง
“อย่าอยากรู้อยากเห็นให้มากความนักจะดีที่สุด เ้ารู้เพียงว่าอยู่ที่นี่เ้าจะปลอดภัยกว่าในจวนท่านอ๋องก็พอ อีกไม่นานท่านกู้ซานคงจะมาถึง มีอะไรสงสัยก็เก็บไว้ถามเขาเถิด”
ชื่อของกู้ซานทำให้หญิงสาวเข้าใจแล้วว่าตนเองยังอยู่ในการดูแลของคนจากจวนอ๋อง แต่เหตุใดกู้ซานถึงต้องพานางออกมาซ่อนตัวอยู่ในที่กันดารเช่นนี้?
นางเดินกลับเข้ามาในเรือน ทรุดกายลงนั่งที่ขอบเตียงไม้ไผ่อย่างช้าๆ คำพูดของสตรีเมื่อครู่ที่ว่า "อยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่าในจวนท่านอ๋อง" ยังคงดังก้องอยู่ในหัว
เมื่อนึกถึงความไร้ทางสู้ของตนเองในคืนนั้น หากไม่มีกู้วั่ง... ป่านนี้นางคงเป็เพียงศพไร้ญาติที่ถูกโยนทิ้งลงหลุมลึกไปแล้ว
ทว่ายิ่งคิด หัวใจของนางก็ยิ่งหนักอึ้งด้วยคำถามที่หาคำตอบไม่ได้
ใครกันที่้าให้นางตาย? นางมั่นใจว่ามันไม่ใช่เื่บังเอิญ มีคนจงใจส่งงูเ่าั้มาปลิดชีพนางถึงในเรือนพัก! ทั้งที่ั้แ่ก้าวเท้าเข้าสู่เรือนหน้า นางระมัดระวังตัวยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่เคยล่วงเกินผู้ใด และแทบจะไม่เคยเอ่ยปากสนทนากับใครเกินความจำเป็ด้วยซ้ำ
ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า คือการปรากฏตัวของกู้วั่ง
ในบรรดาองครักษ์ทั้งสี่ของเหวินอ๋อง กู้วั่งคือบุคคลที่ลึกลับที่สุด น้อยครั้งนักที่จะมีใครได้เห็นใบหน้าหรือรับรู้ถึงตัวตนของเขา แต่เหตุใดบุรุษที่อยู่เหนือชั้นกว่าสาวใช้เช่นนางอย่างเทียบไม่ติด ถึงได้มาปรากฏตัวในเวลาที่พอดีเพียงนั้นเพื่อยื้อชีวิตนางไว้?
ความสงสัยเ่าั้วนเวียนอยู่ในหัวนางตลอดเวลา จนกระทั่งไม่กี่ชั่วยามต่อมากู้ซานก็ปรากฏตัวในชุดทะมัดทะแมงสีเข้ม ใบหน้าของเขาไม่ได้ฉายแววห่วงใยแม้แต่น้อย เขามองดูนางด้วยสายตาเ็าเช่นเดิม
มู่อันหรานพยายามจะลุกขึ้นคำนับ แต่เขายกมือห้ามไว้
“ไม่ต้องมากพิธีให้วุ่นวาย ที่นี่ไม่มีใครให้เ้าต้องรักษาหน้าตา”
กู้ซานมองสำรวจรอยแผลที่บวมเป่งของมู่อันหรานด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเลื่อนขึ้นมองใบหน้าซูบตอบและร่างกายที่ผอมแห้งจนแทบเห็นกระดูกของเด็กสาว
“ดูสภาพของเ้ายามนี้เสียก่อนสิ จะไปทำอะไรได้!”
มู่อันหรานก้มมองสภาพของตนเองอย่างขมขื่น ร่างกายที่เคยได้รับการทะนุถนอมยามเป็คุณหนูในห้องหับ บัดนี้กลับบอบช้ำจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ทว่าในความโชคร้ายนั้นก็ยังมีความโชคดีอยู่เช่นกัน
อาจเป็เพราะสภาพที่ดูไม่เป็ผู้เป็คนเช่นนี้ของนาง โจวเหยียนจึงไม่ได้เรียกนางเข้าไปปรนนิบัติอย่างหญิงสาวคนอื่นในตำหนักใหญ่
“ร่างกายเ้าอ่อนแอเกินกว่าจะใช้งานได้ ข้าจะให้เวลาเ้าพักฟื้นที่นี่สามเดือน”
เขาหันไปพยักหน้าให้หญิงชาวบ้านที่ยืนคุมอยู่ด้านหลัง “ป้าเฉียน ป้าหลัน พวกเ้าดูแลนางให้ดี บำรุงร่างกายให้นางกลับมาแข็งแรงโดยเร็วที่สุด”
เมื่อสตรีทั้งสองรับคำและเลี่ยงออกไป กู้ซานจึงหันกลับมาสบตากับมู่อันหรานอีกครั้ง แววตาของเขาดูเคร่งขรึมขึ้นกว่าเดิม
“หลังจากผ่านพ้นสามเดือนนี้ไป ข้ากับกู้วั่งจะมาที่นี่เป็ประจำ กู้วั่งจะสอนเ้าเื่สมุนไพรและวิธีการใช้พิษ ส่วนข้าจะสอนทักษะการต่อสู้และการเอาตัวรอดให้เ้า”
คิ้วเรียวของมู่อันหรานขมวดเข้าหากันทันที ความสงสัยผุดขึ้นมาแทนที่จนไม่อาจเก็บงำ
“เหตุใดข้าต้องเรียนรู้เื่พวกนี้ด้วยเ้าคะ? ข้าเป็เพียงสาวใช้”
“ในจวนเหวินอ๋อง มีบ่าวอยู่สองประเภท” กู้ซานเอ่ยพลางกอดอก
“ประเภทแรกคือพวกที่เกิดมาเพื่อเป็ข้ารับใช้ คนเ่าั้จะร่ายรำหรือดีดพิณจนนิ้วพองก็สุดแท้แต่ เพราะหน้าที่ของพวกเขามีเพียงการเป็ฉากหน้าอันงดงามที่ให้ความสำราญแก่เ้านายและแเื่”
มู่อันหรานไม่ได้แปลกใจกับคำพูดนั้น แม้นางจะเป็เพียงสตรี แต่นางก็รับรู้ได้ว่าในสังคมของคนชั้นสูง ความงามและความสามารถในการปรนนิบัติไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงเพศใดเพศหนึ่ง สหายของเหวินอ๋องหลายคนก็มีรสนิยมที่หลากหลาย เหล่านางรำหรือนักสังคีตจึงมีทั้งบุรุษและสตรีที่สลับหน้ากันมามอบความบันเทิงไม่ขาดสาย
กู้ซานนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวลงมาหาเล็กน้อย แรงกดดันมหาศาลจากร่างใหญ่ทำให้นางต้องกลั้นลมหายใจ
“ส่วนประเภทที่สอง คือคนที่มีความสามารถ ท่านอ๋องมอบโอกาสให้คนเ่าั้ได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่ ไม่มีการแบ่งแยกบุรุษหรือสตรี หากเ้าเลือกจะเป็เพียงสาวใช้ที่คอยเติมน้ำชา เ้าก็จะเป็เช่นนั้นไปจนวันตาย แต่หากเ้ายอมรับโอกาสนี้ไว้ เ้าก็จะกลายเป็เขี้ยวเล็บในจวนอ๋องที่ได้รับการดูแลเป็พิเศษ”