"เดี๋ยวลุงขอตรวจกระเป๋าหน่อยนะ"
"คะ? ทำไมต้องตรวจกระเป๋าด้วยคะ ไหนเมื่อกี้ลุงบอกว่าจะแค่สอบปากคำเพิ่มไม่ใช่เหรอคะ"
.................
ตำรวจคนนั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่ลงมือจับกระเป๋าของแนนไปค้นแล้วเทกระจัดกระจายเต็มโต๊ะ
"ที่พูดเมื่อกี้ไม่ใช่ประโยคขอร้องแต่แค่แจ้งให้ทราบเฉยๆ"
แกร๊งๆๆ!
เสียงสิ่งของต่างๆ ถูกเทออกจากกระเป๋าเป้ของแนนรวมถึงพวกกุญแจที่เพิ่งได้คืนมาหมาดๆด้วย
"นี่คืออะไรครับ!"
"เอ่อ...กะก็พวงกุญแจรถไงคะ"
"เหรอ ของใครล่ะ"
.................
"ของหนูรึเปล่า"
พวงกุญแจที่มีตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลถูกหยิบขึ้นมาจากโต๊ะแล้วยื่นมาตรงหน้า ตอนนี้แนนไม่กล้าเอ่ยปากตอบอะไรออกไปมากนักเพราะกลัวว่าจะเผลอพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไป
"ถ้าหนูไม่ตอบ งั้นลุงขออนุญาตนะ..."
แควก!
ตุ๊กตาหมีถูกฉีกขาดจนใส้ข้างในหล่นกระจาย ตำรวจใช้มือเขี่ยๆเพียงแป๊ปเดียวในที่สุดก็เจอสิ่งของตัวปัญหาที่ถามถึงเป็ในๆก่อนหน้านี้
"เจอแล้ว!งั้นลุงถามอีกครั้งนะ ยาบ้านี่ใช่ของหนูไหม"
"....มะไม่ใช่ค่ะ!"
"หืม จะไม่ใช่ได้ไงก็ลุงเห็นอยู่ว่าหนูแย่งพวกกุญแจนี่มาจากมือเพื่อน"
"นะหนูแย่งมาเพราะก่อนหน้านี้เพื่อนมันขโมยไป แต่หนูไม่รู้จริงๆว่ายามันมาอยู่ในนั้นได้ยังไง!"
"โอเคครับ! สรุปคือหนูจะให้การปฎิเสธใช่ไหม"
..............
"ถ้าหนูไม่ตอบงั้นลุงจะเข้าใจว่ามันเป็แบบนั้นละกัน ... งั้นถ้าลุงพาตัวพยานที่เคยซื้อยากับหนูมาชี้ตัวแล้วมันบอกว่ายานี่คือของหนูลุงจะถือว่าหนูให้ความเท็จนะ"
เชี้ยเอ้ย! ไอ้เวรตัวไหนเล่นยาล่อตาตำรวจวะเนี้ย ถ้าให้ความเท็จข้อหามันจะหนักกว่าเดิมไม่ใช่เหรอ
"ไม่ค่ะ!"
"อะไรนะครับ"
"ไม่เอาตัวพยานค่ะ! ยานั้นเป็ของหนูจริงๆ ...ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกคือมันเป็ของแม่หนู"
ฮึก ฮึก!
"อ่ะ!ใจเย็นๆก่อนอย่าเพิ่งร้อง นี่มันแค่เพิ่งเริ่มสอบปากคำเบื้องต้นเอง"
"ฮือออ หนูไม่อยากติดคุกที่หนูทำเพราะหนูไม่มีทางเลือกจริงๆ"
"งั้นอยากพบครูที่ปรึษาหน่อยไหม"
"ค่ะ อยากพบค่ะ!"
เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มร้องไห้จนพูดไม่รู้เื่ ตำรวจจึงได้เรียกครูสมรเข้ามาพบและพูดคุยแทน แต่ทุกการกระทำหรือทุกคำพูดจะถูกเฝ้ามองจากด้านนอกผ่านกระจกตลอดเวลา
"แนนจ๊ะ!"
"ฮึก! ครูคะ หนูไม่อยากติดคุก"
แนนปล่อยโฮหนักกว่าเดิมเมื่อได้เห็นใบหน้าของสมรที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของเขาที่เดินเข้าห้องสอบปากคำมา ตอนนี้ในหัวของแนนทั้งสับสน ทั้งกลัว ทำไมกันทั้งๆที่ก่อนหน้าตั้งใจแค่ว่าจะมาไถ่รถคืนแล้วกลับบ้านไปแต่เื่กลับเริ่มบานปลายหนักขึ้นกว่าเดิม
"ขะของนั่นไม่ใช่ของหนูจริงๆ นะคะ!"
"จ่ะ! ครูเข้าใจว่าเธอก็แค่ไม่มีทางเลือก"
"'งั้นครูช่วยไปบอกตำรวจพวกนั้นให้หนูหน่อยสิคะว่ายาบ้าพวกนั้นมันไม่ใช่ของหนูแต่เป็ของแม่"
....................
"แนนจ๊ะ!"
น้ำเสียงที่เ็าแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนทำให้แนนที่กำลังก้มหน้าก้มตาร้องไห้อยู่นั้นถึงกับต้องเงยขึ้นมาดู และไม่ใช่แค่น้ำเสียงที่เ็า แม้แต่หน้าตาที่เปื้อนยิ้มอย่างทุกๆ ครั้งของสรมก็เปลี่ยนไปเหลือไว้เพียงใบหน้าที่เรียบนิ่งอย่างที่เขาและกิ๊บไม่เห็นเห็นมาก่อน
"ถึงเธอจะบอกไปว่ายาทั้งหมดที่เจอนั่นเป็ของแม่เธอ แต่เธอคิดเหรอว่าตำรวจพวกนั้นเขาจะไม่เอาผิดเธอจริงๆ อย่าลืมสิว่าทั้งหมดที่เธอทำลงไปเธอไม่ได้ถูกบังคับแต่เธอเต็มใจที่จะทำมันเองเพราะเธอ้าเงิน"
"นี่ครูพูดบ้าอะไรเนี้ย ครูเองก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าเพราะอะไรหนูถึงต้องจำใจทำ ก็เพราะหนูต้องหาเงินมาคืนครูไง"
"แล้วครูเคยบอกเธอเหรอ ว่าครู้าเงินของครูคืน!"
"อีบ้าเอ้ย! ถึงแกจะไม่เคยพูดว่า้าเงินนั่นคืน แต่มันก็คือสิ่งที่คนเราควรจะทำไม่ใช่รึไงวะและอีกอย่างทุกครั้งที่ฉันเอาเงินมาคืนแกก็รับไว้ตลอดไม่ใช่รึไง"
จากเสียงร้องไห้สะอื้นเพราะความกลัวแปลเปลี่ยนเป็เสียงะโโวยวายเพราะความหัวเสียจากคำตอบที่ออกมาจากผู้ที่เขาคิดว่าอาจจะช่วยเขาได้โดยไม่ต้องบากหน้าไปอ้อนวอนผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าแม่
"ไม่ช่วยก็บอกดีๆ ทำไมต้องพูดแรงขนาดนั้นด้วยวะ "
..................
สมรทำเพียงแค่นั่งไขว้ห้างกดโทรศัพท์เล่นโดยไม่ได้สนใจจะมองดูแนนที่กำลังยืนะโด่าเขาปาวๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะสำหรับเขาคำด่าจากเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเพียงคนเดียว ก็ไม่ต่างอะไรจากหมาชิวาว่าตัวเล็กๆ ที่กำลังเห่า
แว๊ดๆ ให้รำคาญหูเล่นๆ
คลืดดด!
โทรศัพท์เครื่องหรูราคาแพงถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับภาพวิดีโอบางอย่างกำลังเล่น
[เห๊อ ฉันก็ไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าลูกของฉันกลายเป็คนแบบนี้ไปได้ยังไง เพราะตัวฉันเองก็หาเช้ากินค่ำไม่ค่อยได้สนใจอะไรเขามาก! อ่อ!แต่มีอย่างนึงค่ะที่ฉันสังเกตเห็น]
[อะไรเหรอครับ]
[ก็ั้แ่ที่ลูกฉันเริ่มคบเพื่อนที่ชื่อกิ๊บเขาก็เริ่มกลายเป็เด็กเกเรและก็ชอบมีเื่ตบตีทะเลาะวิวาทย์ไปเรื่อย! ฉันล่ะหนักใจจริงๆ กลัวว่าถ้าตักเตือนหรือพูดอะไรไปแล้วเขาไม่ชอบใจก็จะตีฉันเข้าน่ะค่ะ]
[น้องเคยตบตีคุณแม่ด้วยเหรอครับ]
[เอ่อ ค่ะ! แต่ไม่บ่อยหรอก บางครั้งเราก็มีปากเสียงกันบ้าง]
[งั้นคุณแม่ยืนยันใช่ไหมครับว่าของกลางทั้งหมดที่พบในห้องนอนเป็ของลูกคุณแม่ และคุณแม่เองก็ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือสนับสนุนลูกสาวด้วย]
[ค่ะ! แม่ยืนยันค่ะว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเื่ทั้งหมด]
[งั้นถ้าผมจับลูกคุณแม่ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ]
[ค่ะ!]
...................
"แล้วเธอคิดว่าแม่จะช่วยเธอไหมล่ะ"
"นานรึยัง"
"หือ!?"
"ทั้งครู ทั้งตำรวจ รู้เื่พวกนี้นานแล้วรึยัง!"
"สามวันที่แล้วน่ะ!...วันนั้นตำรวจเขามาตามหาเธอที่โรงเรียนแต่ก็ไม่เจอเพราะวันนั้นดันเป็วันที่เธอโดดเรียนไปมีเื่ทะเลาะวิวาทย์กับกิ๊บพอดี ครูเลยขอให้เขากลับไปก่อนแล้วบอกไปว่าเมื่อเธอพร้อมที่จะรู้เื่นี้ครูจะพาเธอมาพบตำรวจเอง!"
"เพราะงั้นครูก็เลยยอมมากับพวกหนูสินะคะ ตั้งใจพาตัวปัญหาอย่างหนูมามอบตัว"
"แต่ถ้าเธอไม่พกของกลางแบบนั้นติดตัวมาด้วยตำรวจก็จับคาหนักคาเขาแบบนี้ไม่ได้หรอก"
"อีแคท! มันต้องสังเกตเห็นตอนขโมยพวงกุญแจรถไปแน่ๆ เพราะก่อนหน้านี้หนูก็เคยขายให้แฟนมันเหมือนกัน วันนี้หนูแทงแขนเพื่อนมันไปมันคงจะอยากแก้แค้นเลยเอาเื่นี้มาแจ้งตำรวจจับหนู!"
...................
"เื่นี้มันใหญ่เกินไปที่ครูช่วยหนูได้ใช่ไหมคะ.."
เห๊ออออออ
"ก็ไม่เชิงว่าช่วยไม่ได้หรอกค่ะ"
หือ...
"คะ?"
"ครูมีข้อเสนอมาให้เธอ"
"ขะข้อเสนออะไรเหรอคะ...ถ้ามันจะช่วยไม่ให้หนูติดคุกได้อะไรหนูก็ยอมทำค่ะ!"
จากใบหน้าที่กำลังเศร้าซึมจากปัญหาที่ถาโถมเข้ามา ตอนนี้แนนเริ่มกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้งเมื่อได้ยินว่ามีข้อเสนอ
ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกยืนมาตรงหน้า ข้างในเป็สัญญาข้อตกลงบางอย่างที่มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษซึ่งแนนก็ไม่ค่อยเข้าใจกับเนื้อหาแปลกๆ นี่เท่าไหร่
"คะคืออะไรเหรอคะ"
"ข้อเสนอว่าเธอจะเข้าร่วมโครงการฝึกพิเศษเพื่อคัดเลือกไปลงเรดที่ต่างประเทศ หากเธอชนะเธอจะได้เป็ฮันเตอร์และได้เบี้ยเลี้ยงห้าหมื่นดอลล่าต่อเดือน"
"หะห้าหมื่น!"
"ใช่ค่ะ! ห้าหมื่นดอลล่า!"
แนนถึงกับตาโตเมื่อได้ยินจำนวนเงินในข้อเสนอแถมยังไม่ใช่เงินบาทแต่เป็ดอลล่า ซึ่งถ้าคิดเป็เงินไทยก็คือทำเดือนเดียวก็ซื้อบ้านซื้อ
รถได้แล้วในวัยเพียงแค่ 15ปี
"แค่เซ็นต์สัญญาก็ไม่ต้องติดคุกแถมยังจะได้เงินอีก นี่มันไม่ใช่สัญญาช่อโกงอะไรใช่ไหมคะ"
"ที่นี่มันโรงพักนะ! ใครจะมากล้าทำเื่แบบนั้นล่ะ"
"เอ้า! ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะตำรวจสมัยนี้"
"ก่อนเซ็นต์ครูขอเตือนไว้อย่างนะ ว่าถ้าหากเธอเซ็นต์ไปแล้วเธอจะไม่สามารถถอนตัวได้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม!"
โอกาสแบบนี้กับอายุเพียงแค่นี้ ถ้าปล่อยไปก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆคือโดนไล่ออกจากโรงเรียนแล้วหนึ่ง! หลังจากนั้นก็อาจจะได้เข้าสถานพินิจที่ไหนสักแห่งหรือถ้าหนักมากก็อาจจะถูกส่งเข้าคุกไปเลยก็ได้
"หนูจะเซ็น!"
"แน่ใจนะ"
"ค่ะ! ถ้าการที่เข้าฝึกร่วมโครงการนี้มันจะช่วยให้หนูไม่ต้องโดนกักขังหนูก็จะเซ็นต์ แถมเซ็นต์ไปแล้วหนูก็ยังจะได้เงินอีกตั้งห้าหมื่นดอลด้วย
ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าฮ่า!"
"แม้จะต้องตายระหว่างการฝึกน่ะเหรอ"
"ตายเหรอ! ฮ่าฮ่า แค่นี้ก็เหมือนตายทั้งเป็แล้วไม่ใช่เหรอคะ"
ใช่แล้วล่ะ! การที่ต้องโดนครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่หักหลังแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากตายทั้งเป็! ไม่รู้ว่าหัวใจดวงน้อยๆ นั่นต้องแตกสลายมากแค่ไหน
ก๊อกก๊อกก๊อก!
"สัญญาเสร็จสิ้นดีใช่ไหมครับ"
"ค่ะ! ขอบคุณมากที่ให้ความร่วมมือนะคะ ยังไงเื่ที่ตกลงกันไว้ฉันจะบอกท่านให้นะคะ"
"ครับ! ขอบคุณมากครับ ยังไงถ้ามีเื่อะไรให้ช่วยอีกก็สั่งมาได้เลยนะครับ!"
"เอ๊ะ! นี่ครูรู้จักกับลุงตำรวจคนนั้นด้วยเหรอคะ"
"ฮ่าฮ่า กลับบ้านได้แล้วละหนูน้อย เพื่อนเรานั่งหลับรออยู่ข้างนอกโน้นแน่ะบอกให้กลับไปก่อนก็ไม่ฟัง!"
"ห๊ะ! เพื่อนเหรอ"
"ใช่! เพื่อนนักเรียนที่มากับหนูไง ตอนนี้นั่งสับปะหงกรออยู่ข้างนอกน่ะ"
ผ่านไปหลายชั่วโมงในห้องสอบปากคำนั่นจนแนนเองก็ลืมกิ๊บไปแล้ว แต่พอได้ยินตำรวจบอกว่ายังรออยู่ในใจก็ร้อนรนรีบวิ่งออกมาหาเพื่อนทันที
ตึก ตึก ตึก!
"อีกิ๊บ!!!"
"หะหือ? ...อีแนนนน!!!"
"นี่อย่าบอกนะว่ามึงนั่งรอกูสอบปากคำจนถึงตี3น่ะอีกิ๊บ!"
"ก็เออน่ะสิ! ทำไมนานจังวะเขาถาม
ไรมึงเยอะแยะเนี่ย"
ในตอนที่คิดว่าในชีวิตนี้ไม่เหลือใครที่พร้อมจะอยู่ข้างๆ แล้วในใจมันก็เหมือนพังทะลายลง ซึ่งอีกิ๊บทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าอย่างน้อยๆ ก็ยังมีมันที่พร้อมจะซัพพอร์ตเพื่อนเลวๆ คนนี้อยู่นะ
"ฮืออออออ อีกิ๊บ! อีเพื่อนเวรกูนึกว่าจะไม่ได้ออกมาเจอหน้ามึงแล้ว"
"โอ๋ๆ ร้องไห้เป็ลูกควายแรกเกิดเลยนะมึง!"
อ้อมกอดที่แน่นจนหายใจแทบไม่ออกกับมือเล็กๆที่ลูบหลังเบาๆเป็การปลอบ แม้จะไม่ใช่สายเืเดียวกันแต่ทำไมถึงรู้สึกว่ามันอบอุ่นกว่ากอดของแม่แท้ๆซะอีกนะเนี้ย
...................