ตอนที่32 เส้นตายคือรุ่งเช้า
เทียและเฟดดี้กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่หน้าร้านอาหารที่เปิดโล่งอย่างสบายตาพร้อมด้วยบรรยากาศอันหนาวเย็นจนถึงจุดเยือกแข็ง
"อ่า ไม่ไหวตอนนี้ข้าเมาค้างสุดๆ ไปเลย " เฟดดี้เอ่ยอย่างพะอืดพะอมจนเขาต้องรีบซดเหล้าเข้าไปอีกครั้งเพื่อทำให้อาการปวดหัวนั้นเริ่มบรรเทาลง
เช่นเดียวกับเทียที่ยังคงนั่งเหม่อลอยและคอยยกแก้วเหล้าอย่างไม่ขาดสาย จนเฟดดี้เริ่มหยุดมองพร้อมส่งรอยยิ้มให้แก่ชายผมขาวด้วยแววตาอันลุกโชน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ธรรมดาเลยเจ้าหนุ่มเถ้าแก่ขอเหล้ามาเพิ่มอีก วันนี้ข้าจะประลองกับเจ้าสักหน่อย ฮ่า ฮ่า " เสียงหัวเราะร่านั้นได้ทำให้เทียหันกลับมาสนใจก่อนจะพบกับเหยือกเหล้าขนาดใหญ่ที่เฟดดี้ต้องการใช้มันเพื่อวัดกำลังของอีกฝ่าย
แล้วทั้งสองก็เริ่มเปิดศึกประลองโดยการชนแก้วไปจนกว่าจะมีคนล้ม และผลตัดสินนั้นย่อมมีชัยเหนือการฆ่าฟัน
"ฮ้าาา อีกเดี๋ยวแผนก็จะเริ่มแล้วสินะ ต้องวอร์มร่างกายรอไว้ก่อน " เฟดดี้เอ่ยด้วยท่าทางมึนเมาก่อนเขาจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับยืดเส้นยืดสายเพื่อทำให้ตนเองมีสติอย่างแนบเนียน
แต่มีหรือที่ชายผมขาวจะไม่รู้ถึงแผนการร้ายเพราะเขายังสามารถยกเหยือกเหล้าเพื่อท้าชนจนเฟดดี้เริ่มเหงื่อตก
และก่อนจะมีคนสลบทั้งสองก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรพักการประลองนี้ไปอีกสักพัก เทียจึงสามารถเอนหลังเพื่อสูดอาการที่เยือกเย็นด้วยใบหน้าอันแดงก่ำ
"ข้าจะให้เวลาถึงรุ่งเช้า ถ้ายังไปไม่ถึงอาคมมิติข้าจะทำลายเมืองนี้ซะ " แล้วทันใดนั้นชายผมขาวก็กล่าวออกมาด้วยแววตาที่แข็งกร้าวจนเฟดดี้รู้สึกถึงอันตราย
"พูดซะน่ากลัวเลยนะ นี่เถ้าแก่ได้ยินเจ้านี่พูดไหม เขาจะทำลายเมืองนี้เชียวนะ ฮ่า ฮ่า " แต่เฟดดี้ก็ยังทำให้มันกลายเป็นเรื่องน่าขบขันก่อนเขาจะหันไปเชิญชวนคนอื่นๆ มาร่วมหัวเราะอย่างสนุกปาก
"ขำมากนักรึ พวกเจ้าทุกคนคิดว่าข้าทำไม่ได้หรืออย่างไร ข้าคือยมทูตสีขาวแห่งพระเพลิงทมิฬ และข้าจะสังหารพวกเจ้าทุกคน "
แล้วเทียก็เริ่มอาละวาดโดยมีเฟดดี้เป็นคนคอยเสริมจนเหล่าชาวบ้านต้องรีบนำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่พวกทหารที่เดินตรวจตราอยู่ตามถนน
แต่มันก็ยังช้าเกินไปเมื่อเฟดดี้เริ่มรื้อถอนเสาไม้และหลังคาพร้อมเสียงหัวเราะร่าราวกับคนบ้าไร้สติ
"หยุดเดี๋ยวนี้เลย วางต้นเสาในมือของเจ้าลงซะ "
แล้วสองสหายผู้เมามายก็ถูกทหารล้อมตัวเอาไว้ด้วยหอกแหลมที่ชี้ตรงมายังพวกตนอย่างมาดร้าย
ก่อนการระเบิดสุดอันตรายจะเริ่มต้นขึ้นจนทุกคนต้องล้มลงสู่พื้นดินด้วยแรงสั่นสะเทือนอันน่าหวาดหวั่น
……………………………………………
มิแลนด้าและเผาเคราดกทั้งสามได้หลุดรอดจากการจับกุมของกลุ่มทหารที่กำลังมุ่งหน้าตามหากันอย่างขะมักเขม้น
แต่พวกมันก็มิอาจมองเห็นเหล่าคนตัวเล็กซึ่งหลบซ่อนจากฝูงชนในมุมตึกอันขาวโพลนด้วยหิมะที่เริ่มโปรยปราย
"ข้าไปสืบมาแล้วขอรับ ตอนนี้ฝ่าบาทและคนอื่นๆ ถูกจับตัวอยู่ใต้ปราสาทน้ำแข็งขอรับ " คนตัวเล็กผู้มีใบหน้าเด็กสุดได้เอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยหอบ ก่อนเขาจะรีบหมอบลงเพราะตนกำลังถูกตามล่าจากเหล่าทหารแห่งอาณาจักรน้ำแข็ง
"แล้วเราจะลักลอบเข้าไปอย่างไรดีเจ้าคะ "
"ข้าพอรู้จักกับผู้คุมที่นั่นบ้าง ข้าจะลองเจรจาให้พวกมันพาเราเข้าไป" แล้วคนตัวเล็กผู้มีอายุมากกว่าใครก็เสนอหนทางซึ่งอาจจะช่วยเหลือคนที่ถูกจับกุมได้
"จะไว้ใจได้หรือเจ้าคะ "
แล้วคำกล่าวของมิแลนด้าก็เริ่มให้ทุกคนหันมามองหน้ากันเพื่อตริตรองถึงแผนนี้อีกครั้ง แต่มันก็เป็นหนทางเดียวที่ควรทำในตอนนี้
"ข้าพอมีแผนสำรองขอรับ "