“ที่นี่สวยมาก คุ้มแล้วที่เราปีนขึ้นมา” ยูบินสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วอ้าแขนกว้าง ราวกับต้องการสัมผัสสายลมให้มากกว่านี้
เนี่ยฝานยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย การปีนเขาถือว่าเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่ทำให้ร่างกายได้เหงื่อ ในสมัยที่เป็นนักวาดรูปมือทองเขาไม่มีโอกาสแม้แต่ออกกำลังวิ่งตอนเช้า ชีวิตมีแค่ตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วนั่งกินหน้าคอมพิวเตอร์ระหว่างวาดรูปไปด้วย
แต่ตอนนี้เกิดใหม่เป็นคนใหม่ การใช้ชีวิตที่ต่างไปจากเดิมนั้นถือเป็นเรื่องดีจริงๆ อย่างน้อยนี่ยังเรียกว่าชีวิต แม้ว่าสุดท้ายจะกลายเป็นเรื่องราวในนิยายก็ตาม
“จริงสิวัดนั้นทำไมมาตั้งที่นี่ได้ จากที่ฉันสังเกตดูแม้ว่าจะมีทางขึ้นเล็กๆ แต่มันไม่น่าจะสามารถขนย้ายอุปกรณ์ หรือเครื่องมือสร้างบ้านได้ แล้วเขาสร้างมันได้ยังไง” ยูบินชี้ให้ดูวัดสีแดงชาตที่ตั้งเด่นอยู่ไม่ไกล
“ไม่มีใครรู้ว่าใครสร้างไว้ นี่คือวัดเส้าฮว่า หนึ่งในห้าวัดของภูเขาห้านิ้ว” เนี่ยฝาเริ่มเล่าประวัติความเป็นมา “วัดแต่ละแห่งบนยอดเขาจะมีความแตกต่างกันออกไป สังเกตได้จากวัดเส้าฮว่า ซึ่งเป็นสีแดงคือตัวแทนของธาตุไฟ”
“ธาตุไฟเหรอ...ยังไงนะอธิบายเพิ่มหน่อยสิ”
“คืองี้...วัดเส้าฮว่ามีคนที่ปีนขึ้นมาเพื่อสักการะบูชาจำนวนมาก ฟังว่าหากประพฤติตัวดีขอพรจะได้รับพลังเป็นไฟ หนึ่งในพลังธรรมชาติที่แข็งแกร่ง เช่นเดียวกับอีกสี่นิ้วที่เหลือบนยอดเขา ประกอบไปด้วยวัดเส้าเล่ย(สายฟ้า)วัดเส้าตี้เฉียว(ดิน)วัดเส้าฉุย(น้ำ)วัดเส้าเหอ(เฟิง)”
“ประมานว่า หากเราขอพรก็อาจจะได้รับพลังหนึ่งในนั้นงั้นเหรอ มันง่ายไปหรือเปล่า”
ในความเห็นของยูบินสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ มันราวกับเทพนิยาย หากเราขึ้นมาขอพรแล้วรับพลังดังกล่าว ทำไมที่นี่ถึงเงียบสงบ ความจริงน่าจะมีคนขึ้นมามากกว่านี้เพราะอยากได้พลังสิ
“มันเป็นเรื่องเล่าน่ะ ดังนั้นเมื่อการขอพรไม่ได้ดังหวังหลายคนจึงเลือกที่จะเลิกขึ้นมา แต่ไม่ได้หมายความว่าภูเขาห้านิ้วไร้นักท่องเที่ยว อย่างน้อยยังมีคนอย่างเราที่ชอบปีนภูเขา แล้วเข้าไปสักการะวัดพร้อมกับอาหารจำนวนหนึ่ง” เนี่ยฝานยักไหล่ แล้วหันไปมองภูเขาอีกสี่ลูกที่เหลือด้วยความสนใจ
พลังของธาตุธรรมชาติถือเป็นระบบพลังพิเศษที่แข็งแกร่ง ในนิยายโลกแห่งปาฏิหาริย์เย่ซวนมีสายฟ้า แม้จะเป็นแค่หนึ่งธาตุก็ยังแข็งแกร่งมากๆ แต่ถึงอย่างนั้นกลับมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเย่ซวนหลายสิบเท่า นั่นคืออี้หยาง ตัวเอกที่มีนิ้วทองยิ่งมีลูกเยอะเขาก็จะได้รับสิ่งดีๆ มากมาย ในนิยายต้นฉบับเขียนไว้ว่าอี้หยางมีพลังพิเศษห้าธาตุด้วยกัน ยังไม่รวมถึงพลังอื่นๆ นอกจากนั้นแม้ว่าตอนจบจะมาถึง ก็ไม่มีใครสามารถทำให้อี้หยางต้องเอาจริง เรียกได้ว่าเป็นตัวเอกที่ไม่ควรเป็นศัตรูด้วย เพราะคุณไม่มีทางชนะคนที่มีนิ้วทอง 200 ปี
ยูบินเข้าไปสักการะบูชาพระในวัดเก่าโบราณ หลังจากนั้นเธอจึงออกมาแล้วเดินไปรอบๆ ยอดเขา ก่อนจะชี้มือออกไปข้างหน้า
“โซ่เส้นนี้เหมือนว่าจะเชื่อมต่อกับภูเขาอีกลูก”
“ใช่ภูเขาห้านิ้วมีโซ่เชื่อมต่อถึงกัน ทำให้เราสามารถเดินไปมาหาสู่กันได้ แต่ทุกเส้นจะอยู่บนยอดเขา ดังนั้นหากอยากจะไปดูให้ทั่วก็ต้องเดินขึ้นมาถึงยอดก่อน หรือไม่ก็ปีนขึ้นมาเพราะอยากท้าทาย”
“อย่างนี้นี่เอง ตอนนี้ฉันยังมีแรงอยู่ เราเดินไปดูบนเขาอีกลูกกันเถอะ”
เนี่ยฝาไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้ เขาเดินไปยังเขาอีกลูก ในระหว่างเดินบนโซ่เส้นใหญ่ยังไมลืมที่จะระมัดระวัง กลัวว่ายูบินจะตกลงไปข้างล่าง เนื่องด้วยโซ่นี้ไม่มีความปลอดภัย คุณจะต้องค่อยๆ จับโซ่แล้วขยับเท้าไปข้างหน้า ไหนจะต้องสู้กับแรงลมบนยอดเขา ทำให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตหลายคนในเขตภูเขาห้าลูก
เมื่อมาถึงวัดเส้าเล่ย ยูบินก็รีบเดินไปรอบๆ ราวกับไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย จนเนี่ยฝานต้องบอกให้เธอหยุดก่อน เพราะกลัวว่าหญิงสาวจะเล่นมากเกินไปแล้วเป็นอันตรายต่อเด็กในท้อง
ยูบินตัดสินใจฟังเนี่ยฝาน จากนั้นด้วยความร่วมมือของรัมและวอดก้าเต็นท์ขนาดใหญ่เริ่มถูกสร้างขึ้น
ดวงอาทิตย์กำลังจะตก อากาศเริ่มเย็น ยูบินรับหน้าที่ทำอาหาร เสบียงเช่นอาหารสดถูกขนขึ้นมาด้วยกำลังของวอดก้าและรัม เป็นสเต็กง่ายๆ กับขนมปังและไวน์แดง
หลังจากกินอิ่มยูบินนั่งอยู่บนเก้าอี้ มองดูทะเลดวงดาวบนท้องฟ้า มันยากมากที่จะเห็นฉากสวยๆ แบบนี้ในเมืองใหญ่ ทว่าในตอนนั้นเองเสียงต่อสู้ภายในวัดได้ดังขึ้น ยูบินตื่นตัวและรีบคว้าแขนของเนี่ยฝานมาไว้ใกล้ตัว
วอดก้าและรัมเข้าประจำตำแหน่งป้องกัน มือสัมผัสปืนพกที่ข้างเอวแล้วหันไปมองสถานการณ์รอบๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น มีกลุ่มชายชุดดำวิ่งผ่านเงามืดเข้าไปในวัด พวกเขาพกดาบแล้วเริ่มฆ่าฟันอย่างไร้ยางอาย
เนี่ยฝานที่เห็นฉากนี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพียงแค่เห็นชุดและดาบเขาก็รู้ทันทีว่าคนกลุ่มนี้มาจากที่ไหน หรือต้องการอะไรในภูเขาห้านิ้ว
“เนี่ยฝานเราจะทำยังไงกันดี ตอนนี้ฉันไม่ได้นำปืนติดตัวมาด้วย” ยูบินเคยผ่านการต่อสู้กับซอมบี้ หลังจากนั้นเมื่อมีวันว่างๆ เธอจึงมักจะไปที่สนามซ้อมยิงปืน โดยคิดว่าต้องมีโอกาสได้ใช้ในภายภาคหน้า
“ไม่ต้องกังวล อยู่กับผมที่นี่จะปลอดภัย นอกจากนั้นอย่าลืมว่ายังมีรัมและวอดก้าอีก” เนี่ยฝานเริ่มปลอบโยนภรรยาชาวเกาหลี
“พวกเขาเหรอ”
ยูบินไม่เคยเห็นทั้งคู่ลงมือ จึงไม่รู้ว่านอกจากขับรถและแบกของหนักแล้วจะทำอะไรต่อได้
..............
กลุ่มนินจาที่เข้าไปขโมยของในวัดเหมือนว่าจะได้ของเรียบร้อยแล้ว แบกกล่องไม้ใบใหญ่สะพายหลัง เริ่มการกำจัดผู้รู้เห็นเรื่องคืนนี้ ทำให้หนึ่งในนั้นมุ่งหน้ามาที่เนี่ยฝานเพราะต้องการฆ่าปิดปาก
รัมหยิบปืนพกออกมาแล้วเริ่มเหนี่ยวไก แต่นินจาใจชุดดำกลับว่องไวกว่า ใช้ดาบฟันกระสุนปืนออกเป็นสองส่วนแล้วพุ่งประชิดตัว คมดาบตวัดจากล่างขึ้นบน หมายมั่นจะฆ่าในลมหายใจเดียว แต่รัมกลับไม่ตื่นตระหนกนิ้วของเขางอขึ้นเล็กน้อยแล้วขยับราวกับกำลังเล่นเปียโน ทันใดนั้นเส้นด้ายสีขาวจำนวนหนึ่งได้ปิดกั้นคมดาบ ในขณะที่นินจาต้องการถอยหลังไปก็ไม่ทันแล้ว วอดก้าถอดถุงมือแล้วใช้พิษสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย ทำให้นินจาคนนั้นร้องเหมือนถูกไฟเผา แล้วสิ้นใจตายทันที
ยูบินไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นคนตาย แต่พลังพิเศษนอกจากของเนี่ยฝานแล้วก็เพิ่งจะเห็นนี่แหละ
“อาชางตายแล้ว ศัตรูเองก็มีพลังพิเศษ ไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายของลามะโง่ที่จ้างมาหรือเปล่าแต่เราไม่สามารถปล่อยมันไปได้ แบ่งกำลังออกไปสองส่วน เหมือนว่าพวกเขาสองคนกำลังปกป้องชายหญิงคู่นั้นซึ่งอยู่ข้างหลัง นั่นแสดงให้เห็นว่าหากเราจับพวกเขาได้ การต่อรองก็ไม่ใช่เรื่องยาก” ชินวูซึ่งสะพายกล่องใบใหญ่ที่ได้จากวัดเริ่มสั่งการ
กลุ่มนินจาสังหารเร่งฝีเท้า ทำงานเป็นปึกแผ่นราวกับเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับวันนี้ที่จะทำเหมือนทุกวัน
รัมสะบัดปลายนิ้วเพื่อสร้างเส้นด้ายจำนวนมาก พยายามทำให้นินจาในความมืดสะดุดสิ่งกีดขวางแล้วใช้ปืนเพื่อฆ่า
เส้นด้ายมีขนาดเล็กมากจึงยากที่จะมองเห็น นินจาบางคนหลงเข้าไปในกับดักแล้วจึงถูกด้ายเชือดเฉือนร่างกายฉีกขาด
อีกส่วนหนี่งเมื่อเห็นเพื่อนตายไปง่ายๆ จึงไม่กล้าประมาท ระเบิดควันถูกเปิดใช้งานทำให้วิสัยทัศน์การมองเห็นยากยิ่งขึ้น
“ปกป้องนายน้อย!” วอดก้าและรัมไม่กล้าประมาท ต่อให้ต้องตายวันนี้นายน้อยเนี่ยจะต้องรอดชีวิต
คมดาบหลายเล่มเชือดเฉือน วอดก้าตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทันที เนื่องจากนินจาเร็วมากเขาจึงไม่สามารถใช้พิษสัมผัสร่างกายได้ ยกเว้นว่าจะเปลี่ยนพิษจากมือเป็นควันพิษได้ ผิดกับรัมที่อยู่ในสภาพที่ดีกว่า เส้นด้ายของเขารั้งศัตรูไว้ได้หลายคน แต่ถึงอย่างนั้นบางส่วนยังเล็ดลอดเข้าไปหาเนี่ยฝาน
“จับตัวได้แล้ว!” หนึ่งในนินจาตะโกนเสียงดังราวกับได้รับชัยชนะแต่ทว่าเมื่อผ่านไปการมองเห็นของเขาเริ่มจะเอนเอียง ศีรษะถูกตัดผ่าครึ่งด้วยไพ่หนึ่งใบ โดยที่คนโจมตีถอยหลังแล้วอุ้มยูบินยืนอยู่บนท้องฟ้า
เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ปลอดภัยวอดก้าและรัมต่างถอนหายใจโล่งอก แต่ถึงกระนั้นยังคงตำหนิในความอ่อนแอของตน
“เนี่ยฝาน...นี่มัน!” ยูบินกอดคอเขาแน่น เธอไม่รู้ว่าสามีตัวเล็กมีพลังในการบิน ที่รู้ๆ คือเขาสามารถเดินทางผ่านโลกต่างๆ และใช้ไพ่ในการฆ่า ดังนั้นจึงตกใจเมื่อเห็นเท้าของตัวเองลอยอยู่เหนือพื้น
เนี่ยฝานบีบจมูกโด่งๆ ของเธอแล้วเริ่มปลอบโยน “ไม่ต้องกลัว อยู่กับผมที่นี่ไม่มีใครสามารถทำอะไรยูบินได้อยู่แล้ว”
หัวใจของหญิงสาวอ่อนระทวย นึกถึงตอนนั้นที่พบกับเขาครั้งแรกก็ให้ความรู้สึกนี้ มันทำให้เธอคิดว่าเลือกคนไม่ผิดจริงๆ ที่มาเป็นพ่อของลูก
“บินได้เหรอ ความสามารถนี้ค่อนข้างแย่ แม้ว่าไม่อยากจะยอมรับแต่จำเป็นต้องถอยก่อน” ชินวูไม่ได้มองโลกในแง่ดีหากเลือกต่อสู้ต่อไป เนื่องจากสัญญาณการต่อสู้ได้ดังขึ้นไม่นานลามะแก่จากภูเขาทั้งสี่ก็คงมาถึง ตอนนั้นหากจะถอยคงเป็นเรื่องยากแล้ว
เมื่อเห็นกลุ่มนินจาชุดดำเร่งฝ่าความมืดออกไปตรงขอบภูเขา เนี่ยฝานจึงรีบตามไปโดยอุ้มยูบินไว้ข้างๆ