เฟลเลเนียฝากม้าให้กับทหารก่อนที่จะขึ้นมานั่งรถม้าด้วยกันกับพวกไลท์
ส่วนทางด้านเรวาร์ดก็รีบย้ายตัวเองไปนั่งข้างคนขับรถม้าทันที
เฟลเลเนียมองดูพวกไลท์ก่อนที่จะหยุดอยู่ที่เฮลเฟลช
“ ทำไมเผ่ามังกรถึงมาอยู่กับมนุษย์ได้ล่ะเนี้ย ” เฟลเลเนียถามด้วยความสงสัย
“ แล้วทำไมล่ะทีเอลฟ์ยังอยู่กับเผ่าอื่นได้เลย แล้วทำไมเผ่ามังกรถึงอยู่กับมนุษย์ไม่ได้ล่ะ ” ไลท์หัวเราะ
“ เหอะ ” เฟลเลเนียแค่นเสียงไม่พอใจ
“ นายจะทำไมล่ะ? ” เฮลเฟลชพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับมองไปที่เฟลเลเนียแววตาหาเรื่อง
“ ฉันไม่ได้อะไรหรอกก็แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ ” เฟลเลเนียส่ายหน้า
ไลท์และคนอื่นๆพากันหัวเราะออกมา
“ ว่าแต่ทำไมพวกนายถึงปล่อยให้เด็กนี้หนีออกมาได้? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ นายควรเรียกเธอว่าองค์หญิง ” เฟลเลเนียพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ไม่ล่ะสำหรับฉันเธอคือเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ” ไลท์ส่ายหน้า สำหรับเขาเขาไม่ชอบทำตามกฏและเขาไม่ชอบอะไรที่มันเป็นพิธีรีตอง
“ ไม่ได้!! ” เฟลเลเนียพูดขึ้น
“ แล้วเธอสำคัญขนาดนั้นเลยหรอ? ” ไลท์ถามด้วยรอยยิ้ม
“ สำคัญสิ เธอคือคนที่สำคัญที่สุดในราชวงศ์เฟลรอสเลยทีเดียว ” เฟลเลเนียตอบ
“ ถ้าหากเธอเป็นคนสำคัญแล้วทำไมถึงปล่อยให้เธอหนีออกมาได้หลายครั้ง? ” ไลท์ถาม
เฟลเลเนียที่ได้ยินคำถามก็ถอนหายใจออกมา
“ ใครจะอยากให้องค์หญิงหนีออกมากันล่ะแต่ทว่าเวทย์มนต์ขององค์หญิงนั้นสามารถสร้างร่างปลอมของตัวเองหรือสิ่งอื่นๆได้ องค์หญิงส่งร่างปลอมของเธอเข้ามาในรถม้าส่วนตัวจริงขององค์หญิงได้แอบซ่อนตัวอยู่ด้านนอก แน่นอนว่าร่างปลอมของเธอเหมือนกับตัวจริงๆมากสามารถพูดคุยหรือตอบโต้ได้เหมือนกับตัวจริง กว่าเวทย์ขององค์หญิงจะหมดก็ใช้เวลากว่าสามชั่วโมง ” เฟลเลเนียตอบ
ไลท์และคนอื่นที่ได้ยินก็พากันมองไปที่โมลิเซียด้วยความประหลาดใจ
“ โมลิเซียทำไมตอนที่ฉันไปเจอเธอ เธอถึงนอนอยู่? ” ไลท์ถาม
“ ก็ตอนนั้นหนูใช้พลังเวทย์ไปเยอะมากจึงทำให้หนูง่วงนอน แล้วก็อีกอย่างหนูพบว่าตรงนั้นมันน่านอนเลยแอบนอนตรงนั้นก่อนที่พี่ไลท์และพี่เบเรียลจะมาเจอหนู ” โมลิเซียตอบ
“ โชคดีนะเนี้ยที่คนมาเจอเธอเป็นพวกเราถ้าหากเจอคนอื่นล่ะก็ไม่อยากคิดเลย ” เบเรียลส่ายหน้า
“ แล้วทำไมพวกนายถึงไม่ใช้คริสตัลผนึกเวทย์กับเธอล่ะ แค่นี้ก็ไม่สามารถใช้เวทย์ได้ ” ไลท์ถามขึ้น
“ ก็หนูไม่ชอบหนูเลยโยนมันเก็บไว้ในแหวนมิติตลอดเวลา ” โมลิเซียตอบแทน
ไลท์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ
หลังจากนั้นพวกไลท์ก็มาถึงพระราชวังชั้นนอก
พระราชวังชั้นนอกเป็นพระราชวังขนาดใหญ่ เดิมที่คือที่อยู่ของราชารุ่นก่อนๆแต่อดีตราชาองค์ก่อนไม่ชอบจึงย้ายจากพระราชวังชั้นนอกเข้าไปด้านในแทนและจากนั้นอดีตราชาก็เปิดพระราชวังชั้นนอกเป็นที่ท่องเที่ยวแทน
พระราชวังชั้นนอกเดิมมีชื่อเรียกว่าพระราชวังโบร์วาส ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าพระราชวังชั้นนอกก็เพราะตอนนี้พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ชั้นนอก จึงทำให้เรียกว่าพระราชวังชั้นนอก ส่วนพระราชวังของจริงตอนนี้ย้ายไปอยู่ด้านหลังอีกหน่อย
พื้นของพระราชวังสร้างขึ้นมาจากแท่นไม้ขนาดใหญ่กว่าหมื่นต้น ซึ่งแท่นไม้มีไล่ระดับความสูงต่ำไม่เท่ากัน ซึ่งด้านหน้าทางเข้าเป็นบันไดสูงกว่าหนึ่งร้อยขั้น
กำแพงไม้สูงใหญ่ล้อมรอบพระราชวังชั้นนอกเอาไว้
พระราชวังสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวสวยงามผสมกับทองคำแท้ทำให้มันดูลงตัวอย่างมาก
“ สวยจริงๆ ” เดซี่พูดขึ้นหลังจากที่เห็นพระราชวังชั้นนอก
“ ก็ต้องสวยอยู่แล้วล่ะ ในเมื่อพระราชวังชั้นนอกเคยเป็นที่อยู่ของราชารุ่นก่อนๆของราชวงศ์เฟลรอส ” เฟลเลเนียพูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ
ไลท์และคนอื่นๆเดินเที่ยวชมพระราชวังชั้นนอกเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง
ที่ด้านนอกของพระราชวังชั้นนอก
โมลิเซียยืนกอดพวกเบเรียลด้วยความอาลัยอาวร
“ พี่เดซี่แล้วก็ทุกคนฉันคงต้องกลับไปที่วังก่อนแล้ว ” โมลิเซียพูดขึ้นด้วยความเศร้าใจ
“ ไม่เป็นไรหรอกยังไงฉันก็ต้องไปที่วังของเธออยู่ดี ” ไลท์พูดขึ้น
“ นายจะไปทำไม? ” เฟลเลเนียถามด้วยความสงสัยพร้อมกับหรี่ตามองไลท์ด้วยความจริงจัง
“ ก็พอดีฉันได้รับคำขอร้องจากคุณเวอร์จิลมาบอกกับราชาเดลเฟียส ” ไลท์พูดขึ้น
“ ท่านเวอร์จิลงั้นหรอ ” เฟลเลเนียตกใจ
“ แล้วนายมีตราสัญลักษณ์ของท่านเวอร์จิลไหม? ” เฟลเลเนียถามขึ้น
ไลท์หยิบตราสัญลักษณ์ของเวอร์จิลออกมาให้เฟลเลเนียดู
เฟลเลเนียตรวจสอบดูก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นตราสัญลักษณ์ของจริง
“ นายสามารถเข้าวังกับฉันได้ ส่วนคนอื่นๆจะต้องรออยู่นอกวัง ” เฟลเลเนียพูดขึ้น
“ ได้สิ งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น
ด้านเรวาร์ดที่เห็นว่าพวกไลท์กำลังจะไปพระราชวังเขาก็ขอตัวทันทีเพราะเขาไม่ต้องการที่จะไปที่พระราชวัง
รถม้าของพวกไลท์ก็มุ่งหน้าไปที่พระวัง
ผ่านไปสิบห้านาทีพวกไลท์ก็มาถึงพระราชวัง
เป็นพระราชวังที่สวยและหรูหรากว่าพระราชวังชั้นนอกมากแถมยังใหญ่โตกว่าอีกด้วย
นอกจากนี้รอบๆพระราชวังก็มีทหารเอลฟ์ถือหอกและสะพายธนูเดินไปรอบๆเพื่อตรวจตราความปลอดภัย
เมื่อทหารเห็นเฟลเลเนียก็พากันทำความเคารพ
เฟลเลเนียพาพวกไลท์ไปที่สวนดอกไม้แห่งหนึ่ง
“ พวกเธอรออยู่ที่นี้แล้วกัน ส่วนไลท์และองค์หญิงให้ตามฉันมา ” เฟลเลเนียพูดขึ้น
ไลท์และโมลิเซียเดินตามเฟลเลเนียไป
“ จากนี้ไปนายต้องทำความเคารพองค์ราชาด้วยเข้าใจไหม? ” เฟลเลเนียพูดเตือน
“ เข้าใจแล้วน่า ถึงอย่างไรฉันก็รู้จักมารยาทนะ ” ไลท์หัวเราะออกมา
เฟลเลเนียมองไปที่ไลท์ด้วยความไม่เชื่อแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ ทำไมไม่เชื่องั้นหรอ แค่มองสายตานายฉันก็เดาได้แล้วว่านายคิดอะไร ” ไลท์หัวเราะออกมา
“ เออฉันรู้แล้วว่านายเข้าใจแล้ว ” เฟลเลเนียบอกปัดด้วยความรำคาญ
ไลท์หัวเราะออกมา
ไม่นานก็มาถึงประตูทางเข้าห้องโถงหลักของพระราชวัง
“ พวกเอลฟ์นี้ก็ร่ำรวยเอาเรื่องนะเนี้ย ” ไลท์มองดูพระราชวังด้วยแววตาครุ่นคิด เพราะพระราชวังใช้ทั้งหินอ่อนผสมกับทองคำแท้สร้างพระราชวังหลังใหญ่แบบนี้
“ แน่นอนอยู่แล้วพวกเราเผ่าเอลฟ์เคยมีเหมืองทองเป็นของตัวเองและพวกเราก็ค้าขายกับเผ่าอื่นๆจนร่ำรวย ” เฟลเลเนียอธิบาย
ไลท์พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
ที่ด้านหน้าประตูมีทหารยืนอยู่สิบคน ซึ่งเป็นทหารที่คุ้มกันห้องโถงแห่งนี้ ซึ่งทหารเหล่านี้ต่างก็เป็นตัวตนระดับAทั้งหมด
“ ทำความเคารพองค์หญิง ท่านเฟลเลเนีย ” ทหารเอลฟ์พากันยืนทำความเคารพทั้งสองคน
“ องค์ราชากำลังทำอะไรอยู่? ” เฟลเลเนียถามทหารคนหนึ่ง
“ ตอนนี้องค์ราชากำลังคุยงานกับที่ปรึกษาอยู่ครับ ” ทหารเอลฟ์พูดขึ้นด้วยความเคารพ
“ งั้นหรอ นายไปแจ้งองค์ราชาว่าฉันพาองค์หญิงกลับมาแล้วล่ะก็มีข้อความจากท่านเวอร์จิลที่ฝากถึงองค์ราชาด้วย ” เฟลเลเนียพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับท่านเฟลเลเนีย ” ทหารเอลฟ์พูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปด้านในห้องโถง
ผ่านไปกว่าสิบนาทีทหารเอลฟ์คนเดิมก็เดินออกมาพร้อมกับบอกให้เฟลเลเนียพาไลท์และองค์หญิงเข้าไปด้านในได้
กว่าจะเดินถึงห้องโถงก็ต้องผ่านประตูอีกชั้นหนึ่ง
“ ท่านพ่อ ” โมลิเซียตะโกนขึ้นพร้อมกับวิ่งไปหาเอลฟ์หนุ่มที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างขึ้นมาจากไม้
ไลท์มองดูราชาเอลฟ์ที่ดูเหมือนกับเอลฟ์หนุ่ม สวมชุดคลุมสีขาวทองหรูหรา บนหัวสวมมงกุฏสีทอง ใบหน้าหล่อเหลา นอกจากนี้ออร่ารอบๆตัวของราชาเอลฟ์ยังหนาแน่นอีกด้วย
‘ นี้สินะราชาเอลฟ์เดลเฟียส เฟลรอส ตัวตนระดับSS ’ ไลท์คิด
ส่วนเอลฟ์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าของราชาเดลเฟียสเป็นเอลฟ์ชายวัยกลางคน สวมชุดคลุมยาวสีขาว ในมือกุมไม้เท้ายาวเอาไว้ ไว้หนวดเคราสีทองดูคล้ายกับเอลฟ์ที่มีความรู้ ออร่าของคนๆนี้อยู่ในระดับSอีกด้วย
เอลฟ์คนนี้น่าจะเป็นที่ปรึกษาที่ทหารด้านนอกบอก
“ ยัยตัวแสบครั้งนี้ยังจะหนีไปอีกนะ ” ราชาเดลเฟียสพูดขึ้นพร้อมกับแสร้งทำเป็นโกรธ
“ โถ่ท่านพ่อยังไงก็แค่แปปเดียวเองนิ ยังไงท่านพ่อก็ต้องส่งคนมารับลูกกลับอยู่ดี ” โมลิเซียออดอ้อน
“ เอาล่ะๆ ลูกกลับไปก่อนเดี๋ยวพ่อจะคุยงานสักแปปเดี๋ยวจะตามไปลงโทษลูก ” ราชาเดลเฟียสพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา
“ เข้าใจแล้วท่านพ่อ ” โมลิเซียทำหน้าเศร้าแล้วก็วิ่งออกทางประตูหลังไป
จากนั้นเดลเฟียสก็มองมาที่ไลท์ด้วยแววตาจริงจัง
“ เธอสินะที่มีตราสัญลักษณ์ของท่านอาจารย์ ” ราชาเดลเฟียสพูดขึ้นพร้อมกับนั่งลงบัลลังก์
“ ใช่แล้ว ” ไลท์พูดพร้อมกับหยิบตราสัญลักษณ์ให้กับเดลเฟียสดู
“ อื้มเป็นตราสัญลักษณ์ของท่านอาจารย์จริงๆ แล้วท่านอาจารย์มีคำพูดอะไรที่ฝากมางั้นหรอ ” ราชาเดลเฟียสถามขึ้น
“ คุณเวอร์จิลฝากมาบอกว่า ตอนนี้ใบชาแสงจันทร์ใกล้จะหมดแล้วให้องค์ราชานำไปให้เพิ่มด้วย ” ไลท์พูดขึ้น
“ ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง ” ราชาเดลเฟียสยิ้มออกมาเบาๆ เขารู้ดีว่าท่านอาจารย์ของเขาเป็นคนที่ติดชาแสงจันทร์มากและเมื่อไหร่ที่ชาแสงจันทร์จะหมดท่านอาจารย์ก็มักจะให้คนมาแจ้งเขา
“ ฉันเข้าใจแล้ว แล้วมีเรื่องอะไรอีกไหม ” ราชาเดลเฟียสถามขึ้น
“ มีสิ ฉันอยากจะขอให้องค์ราชามาประลองฝีมือกันสักเล็กน้อย ” ไลท์พูดขึ้น
“ บังอาจ!! เจ้าเป็นแค่มนุษย์กลับคิดที่จะท้าทายราชาของพวกเรางั้นหรอ? ” ที่ปรึกษาตะโกนออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด
“ ไลท์นายกล้าพูดแบบนั้นได้ยังไง ” เฟลเลเนียเองก็ตกใจและรีบเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ ก็ฉันเป็นพวกที่ชอบสู้กับคนเก่งๆ อีกอย่างความแข็งแกร่งของฉันก็ไม่แพ้กับองค์ราชาแน่นอน ” ไลท์ยิ้มขึ้นและมองไปที่เดลเฟียสด้วยแววตาท้าทาย
“ ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจจริงๆ ” ราชาเดลเฟียสหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนที่จะหยุดลง จากั้นแววตาของเขาก็เปลื่ยนไปเป็นเย็นชาและพูดขึ้นว่า “ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกันถึงได้กล้าท้าทายฉันคนนี้กัน? ”
“ ฉันก็แค่นักผจญภัยคนหนึ่งที่ชอบออกเดินทางไปทั่วและชอบสู้กับคนเก่งๆน่ะ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ งั้นหรอ เจ้าชอบสู้กับคนเก่งๆฉันเองก็ชอบสู้กับคนเก่งๆเหมือนกัน ” ราชาเดลเฟียสพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา
ทันใดนั้นก็มีเถาวัลย์ที่หนากว่าสิบเซนติเมตรโผล่ขึ้นมาจากพื้นในห้องโถงแล้วก็รัดตัวไลท์เอาไว้จนทำให้ไลท์เหลือเพียงแค่หัวอย่างเดียว
“ แค่นี้แกยังหลบไม่ได้เลยแล้วคิดที่จะมาสู้กับฉันเนี้ยนะ ” ราชาเดลเฟียสหัวเราะเยาะออกมา
“ นั้นสินะ ถ้าหากว่าพลังเวทย์ขององค์ราชามีแค่นี้ก็ไม่เหมาะที่จะสู้กับฉันจริงๆนั้นแหละ” ไลท์หัวเราะออกมา ก่อนที่เถาวัลย์จะระเบิดออกจนกลายเป็นเศษซากลอยไปทั่วห้องโถง
“ โฮ่ น่าสนใจจริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่ามนุษย์อย่างเจ้าจะสามารถทำลายเวทย์ของข้าได้ แต่อย่าดีใจไปเพราะฉันยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ ” ราชาเดลเฟียสพูดขึ้น
ไลท์และเดลเฟียสมองหน้ากันพร้อมกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอึดอัด นอกจากนี้ยังมีคลื่นพลังบางอย่างที่เฟลเลเนียและที่ปรึกษาไม่สามารถสัมผัสได้กำลังต่อสู้กันอยู่ลับๆ
จากนั้นทั้งสองคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ ไม่เลวนิมนุษย์ เจ้าเป็นคนแรกเลยนะที่พูดจาแบบนี้กับฉัน นอกจากนี้เจ้าน่าจะเป็นตัวตนระดับSS คนล่าสุดของเผ่ามนุษย์สินะ ” ราชาเดลเฟียสพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา
เมื่อได้ยินที่ราชาเดลเฟียสพูด เฟลเลเนียและที่ปรึกษาก็ตกใจและมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ เพราะดูจากรูปลักษณ์ของไลท์แล้วน่าจะเพิ่งอายุได้ไม่เยอะเลยด้วยซ้ำ แต่กลับมาถึงระดับSSได้แล้ว
ถ้าหากราชาเดลเฟียสไม่บอกว่าไลท์คือตัวตนระดับSSล่ะก็ พวกเขาก็คิดว่าไลท์เป็นพวกบ้าดีเดือดที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
“ พลังเวทย์ขององค์ราชาเองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ” ไลท์ชื่นชม
“ ฉันขอแนะนำตัวเองก่อนแล้วกัน ฉันราชาเดลเฟียส เฟลรอส ราชาลำดับที่สิบสี่แห่งราชวงศ์เฟลรอส ” ราชาเดลเฟียสพูดขึ้น
“ ฉันชื่อไลท์ เป็นนักผจญภัยของเผ่ามนุษย์ และยังเป็นหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้อีกด้วย ” ไลท์แนะนำตัวแบบสั้นๆ
“ ฉันถูกใจนิสัยของนายนะไลท์ จริงสิเดี๋ยวฉันจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับนายแล้วกัน ” ราชาเดลเฟียสพูดขึ้น
“ ไม่ต้องก็ได้ อีกอย่างฉันแค่อย่างสู้กับองค์ราชาแล้วก็จะเดินทางไปที่อื่นต่อแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
“ งั้นหรอ น่าเสียดายจริงๆ งั้นเดี๋ยวไว้พรุ่งนี้ตอนเย็นๆแล้วกันพวกเราค่อยมาประลองฝีมือกัน ” ราชาเดลเฟียสพูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้า
หลังจากที่ไลท์ออกมาแล้ว
“ นายคือตัวตนระดับSSจริงใช่ไหม? ” เฟลเลเนียถามด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ นายไม่เชื่องั้นหรอ? ” ไลท์หัวเราะออกมา
“ ก็นะ ฉันดูไม่ออกจริงๆเลยว่านายคือตัวตนระดับSS ถ้าหากองค์ราชาไม่บอกล่ะก็ฉันก็คิดว่านายเป็นเพียงคนธรรมดาเสียด้วยซ้ำ ” เฟลเลเนียถอนหายใจ
“ ต้องขอโทษด้วยนะที่ทำให้นายต้องผิดหวัง ” ไลท์หัวเราะออกมา
“ งั้นเดี๋ยวฉันจะพาพวกเธอไปกินอาหารที่ร้านอาหารอันดับหนึ่งของเมืองหลวงแล้วกัน ” เฟลเลเนียพูดขึ้น
“ เอาสิ ฉันเองก็อยากรู้ว่าอาหารของเมืองหลวงเฟลรอสจะอร่อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับอาหารของพวกเรา ” ไลท์พูดขึ้น
ไม่นานทั้งสองก็เดินมาที่สวนดอกไม้ แต่ทว่าทั้งสองก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นทหารจำนวนมากกำลังยืนล้อมพวกเบเรียลอยู่