อี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ)

184 สนุกพอแล้วหรือไม่

กระบี่ของนางฟาดฟันรัวเร็วและแรง อาวุธในมือของเงือกไม่อาจต้านคมกระบี่สุญญตา จึงแตกสลายไปตั้งแต่ครั้งแรกที่ปะทะ แม้เงือกปีศาจจะเรียกกระบี่ปราณขึ้นมาก็ไม่อาจต้านทานปราณทำลายล้างกระบี่เทพเล่มนี้ได้  

 

จะให้มันใช้ปราณในร่างเข้าสู้ เพื่อนของมันตัวเมื่อครู่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าหมื่นธาตุพิษของมู่เชียนร้ายกาจเพียงใด สำหรับเงือกอสูรตนนี้… ศึกนี้ไร้ซึ่งหนทางเอาชนะได้
 

ทว่าซากศพย่อมไม่กลัวความตาย ดังนั้นแม้หางและแขนจะถูกนางฟันจนขาดสะบั้น มันก็ยังคงพุ่งร่างเข้าหามู่เชียนอีกครั้งอย่างไม่ลดละ

 

“อึ้ก…!! ​ฟิ้วว..”  เสียงกระแทกจากคู่ต่อสู้ที่ด้านหลังดังแว่วมา ตามด้วยสายลมสีขาวเส้นหนึ่งวิ่งผ่านหน้า ไม่รู้ว่าเป็นหู่อีหรือฟู่หลิงที่เพิ่งถูกทำร้ายจนจื่อฮั่วต้องมาพาหนีไปเช่นนั้น
 

เวทย์อักษรที่นางทิ้งไว้ไม่อาจต้านทานการโจมตีของมหาราชันย์ได้นานนัก..  เวลานั้นเองมู่เชียนก็สามารถตัดศีรษะของเงือกอสูรตนนั้นลงได้ ก่อนจะระเบิดปราณเข้าใส่ร่างที่เหลือจนแหลกเป็นชิ้นๆ


หันไปพบฟู่หลิงกำลังสู้ศึกกับเงือกอสูรตนหนึ่งอยู่เพียงลำพัง เงือกอีกตัวคงถูกหู่อีใช้วิธีบ้าระห่ำสังหารไปแล้ว  แม้เขาจะบาดเจ็บไปด้วยแต่ก็สามารถสังหารศัตรูที่อยู่ในรับผิดชอบของตนเองลงได้ ทำให้หญิงสาวนึกชื่นชมหัวหน้าองครักษ์ผู้นี้อยู่ในใจ ขณะหญิงสาวพุ่งร่างเข้าไปหาฟู่หลิงที่ดูอ่อนแรงเต็มที  

 

ไม่กี่อึดใจต่อมาเงือกอสูรตนนั้นก็ถูกนางสังหารและระเบิดร่างทิ้งไปเช่นกัน หญิงสาวแนะนำให้ฟู่หลิงเข้าไปพักในมิติ ด้วยจื่อฮั่วนั้นไม่อาจปลีกตัวมาได้  ผีซิวตัวน้อยกำลังวุ่นวายกับการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากกองกำลังเจ็ดธาตุ

 

สนามรบด้านล่างโกลาหลอย่างมาก  ทหารหลายคนเริ่มได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของสัตว์อสูรจำนวนมาก พวกมันยังคงกรูกันขึ้นมาจากทะเลลึกราวไม่มีวันหมดสิ้น

 

“แม่นางมู่  พวกเราควรหลบไปสักพักหรือไม่…?”   ฟู่หลิงเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ  ยามนี้พวกองครักษ์หู่ทั้งห้ายังอยู่บนเรือ ทั้งไม่อยู่ในสภาพที่สามารถต่อสู้ได้ เขาไม่กล้าทิ้งสตรีอันเปรียบดังดวงใจขององค์ราชาไว้เพียงลำพัง ทว่ามู่เชียนกลับส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยว
 

“หลบไปในมิติแล้วอย่างไรเล่า อยู่ในมิติใช่ว่าจะสามารถเคลื่อนที่หนีไปได้   ยามออกมาอีกครั้งไม่แน่อาจจะพบว่าพวกเราอาจจะถูกล้อมอยู่ใต้ทะเลโลหิตมารแทน.. และหากกลับไปที่เรือก็คงยิ่งเป็นการล่อพวกมันไปโจมตีเรือลำนั้นเสียอีก” หญิงสาวอธิบายพลางเหลือบตาไปที่เรือสีทองลำนั้นอีกครั้ง ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้นางตะลึงด้วยความหวาดหวั่น

 

โลหิตมารเข้าใกล้เรือลำนั้นเกินไปแล้ว งูโลหิตสีดำตัวหนึ่งชูคอขึ้นเหนือน้ำ  ด้วยขนาดของมันขาดอีกเพียงไม่กี่จ้างก็จะเข้าสู่ระยะโจมตี !!

 

มู่เชียนไม่มีเวลาให้คิดซ้ำ หญิงสาวกวาดมือลงไปด้านล่าง เก็บกองทัพเจ็ดธาตุทั้งหมดเข้ามิติไปรวมถึงฟู่หลิงด้วยเช่นกัน … การหายวับไปของมนุษย์นับหมื่นเหล่าสัตว์อสูรก็ชะงักงัน ก่อนจะมองหาเป้าหมายไปรอบๆ  ก่อนจะพบเข้ากับร่างบางเพียงหนึ่งเดียวที่ลอยอยู่บนฟ้า ใกล้กับชายทะเลสีดำอย่างยิ่ง 

 

ราชันย์อสูรหลายสิบร่างพุ่งร่างเข้าหานาง ขณะที่เหล่าสัตว์อสูรชั้นต่ำด้านล่างแหงนคอคำรามใส่ด้วยความดุร้าย  ทว่ามู่เชียนไม่สนใจ  หญิงสาวสร้างอักษรเวทย์ป้องกันล้อมร่างของตนเอาไว้ ก่อนจะหลับตาลง  ก่อนจะสำรวจลึกลงไปในร่างของตน
 

ด้วยพันธะสัญญาของปราณธาตุที่สามที่ครอบครองไว้ ทำให้นางมีปราณของเหล่าเทพอสูรเก็บไว้ตามส่วนต่างๆของร่างกาย ปราณธาตุไม้เก็บไว้ในสมอง ปราณธาตุไฟเก็บไว้ในหัวใจ และปราณธาตุน้ำเก็บไว้กระแสเลือด  และยามนี้นางก็คิดจะนำมันมาออกมาใช้ในคราวเดียว 
 

เส้นสายสีเขียว ฟ้า และแดงปริมาณมหาศาลไหลพุ่งออกมาจากร่างของนาง ก่อนจะหมุนคว้างขึ้นสู่ท้องฟ้า  แสงทั้งสามเจิดจ้าโดดเด่นอย่างมากโดยเฉพาะยามที่อยู่รวมกันในจุดๆเดียว
 

ปราณของเทพอสูรคือยอดปรารถนาของโลหิตมาร มู่เชียนทราบถึงความจริงข้อนี้ และเพื่อเรียกให้งูโลหิตเหล่านั้นละความสนใจจากเรือและหันมา… หญิงสาวจึงตัดสินระเบิดเส้นสายปราณเหล่านั้นออกอย่างรุนแรง
 

ไอปราณของเทพอสูรฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณเกาะแห่งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางเจตนาให้มันลุกลามไปถึงพื้นทะเลโลหิตสีดำใกล้ๆชายฝั่งอีกด้วย  งูโลหิตที่กำลังเคลื่อนกายไปด้านหน้า จู่ๆรู้สึกถึงปราณสามสายอันเลิศรสก็หยุดการเคลื่อนไหวและหันมาหานางทันที 
 

อาจเพราะปราณของพวกเสี่ยวจิ้งหายไปจากบริเวณนี้นานแล้ว จึงทำให้ทะเลโลหิตค่อนข้างหงุดหงิดงุ่นง่านมาพักใหญ่  เมื่อเห็นปราณเทพอสูรปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ทั้งยังอยู่ใกล้เขตแดนของมันจะไม่ให้พวกมันลิงโลดจนลืมสิ้นทุกอย่างได้อย่างไร  

 

ราวกับกลัวว่าเหยื่อล่อจะไม่โดดเด่นน่าพอใจ หญิงสาวจึงจงใจขยับร่างเข้าไปลอยเหนือบริเวณทะเลสีดำแห่งนั้นราวกับท้าทาย…

 

มู่เชียนพบว่าแผนนี้ของนางเห็นผลเกินคาด… !! ทันใดนั้นงูโลหิตรวมถึงทะเลสีดำละความสนใจจากทุกสิ่งที่นอกชายฝั่ง  พวกมันหดตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วรวมกันเป็นคลื่นยักษ์สูงเสียดฟ้า  คลื่นสีดำขนาดมหึมาเพียงพอจะถล่มแคว้นๆหนึ่งให้ราบ…ถาโถมเข้าหาร่างของนางอย่างบ้าคลั่ง
 

มู่เชียนสามารถหลบเข้าไปอยู่ในมิติได้ ทว่านางก็ต้องทำใจยอมรับเรื่องที่ทั้งนางและมิติอาจจะถูกผนึกไว้คู่กับร่างของเทพอสูรธาตุดินในเกาะแห่งนี้ ไหนจะคลื่นยักษ์ลูกนี้ …หากนางหายไปแล้วมันเปลี่ยนใจพุ่งไปทางเรือลำนั้นแทนเล่า ?! 

 

ดวงตาสีน้ำตาลเปล่งประกายสีทองสว่าง นางตัดสินตั้งรับอย่างเต็มที่ร่างธิดาเทพปล่อยปราณสีทองออกมาห่อหุ้มร่างกายเอาไว้จนแน่นสนิท เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับคลื่นโลหิตมารขนาดยักษ์

 

กลัวอันใดกัน บึงโลหิตนางก็เคยว่ายมาแล้วก่อนหน้า  ..คราวนี้ก็แค่เปลี่ยนเป็นว่ายในทะเลโลหิตเท่านั้น !!

 

เจ้าของดวงตาสีเทาส่ง​เสียงถอนหายใจเบาบาง เชียนเชียนของเขาช่างห่วงใยผู้อื่นจนละเลยตัวเองอยู่เสมอ ความกล้าหาญที่จะเสียสละตัวเองเพื่อผู้อื่นนั่นจึงทำให้เขาไม่อาจวางใจปล่อยนางไว้ตามลำพังได้ 

 

แต่เพราะนางเป็นเช่นนี้ จึงทำให้เขาประทับใจ… รู้สึกหวั่นไหวกับนางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้ใด..
 

หญิงสาวลอยตัวเผชิญหน้ากับคลื่นยักษ์อย่างกล้าหาญ  จู่ๆในคลื่นยักษ์นั้นพลันปรากฏเงาร่างของแมงกระพรุนขนาดยักษ์ เจ้าตัวนั้นคงเป็นราชาฝูงแมงกระพรุนเป็นแน่  

 

ไม่ทันตั้งตัวหนวดขนาดยักษ์หลายร้อยเส้นพุ่งออกมาหมายจะพันร่างของหญิงสาวเอาไว้ น่าเสียดายปราณสีทองของนางขับไล่ได้เพียงโลหิตมาร แต่ไม่อาจต้านทานการโจมตีทางกายภาพได้  หญิงสาวกัดฟันคิดจะใช้ปราณอีกสี่ธาตุที่เหลือบังคับกระบี่สุญญตาอีกครั้ง 

 

ส่วนเรื่องที่ว่าปราณเพียงสี่ธาตุจะขับเคลื่อนกระบี่เอาแต่ใจเล่มนี้ได้หรือไม่ นางคงจะได้รู้วันนี้แล้ว  …

 

ฉับพลันรอบกายของมู่เชียนก็หยุดนิ่ง ทุกสรรพสิ่งไม่อาจเคลื่อนไหว รอบข้างไร้สำเนียงใดๆ มีเพียงความอบอุ่นของวงแขนที่รัดร่างของนางไว้เท่านั้นที่ทำให้มู่เชียนรู้ว่าตนเองมิได้อยู่ลำพัง

 

ร่างสองร่างลอยนิ่งอยู่ในเกราะสีดำสนิทอันแข็งแกร่งอย่างมาก  ด้านในนี้เป็นดั่งอีกมิติหนึ่งไม่ปาน สรรพสำเนียงล้วนถูกกั้นไว้ภายนอกจนสิ้น 

 

“สนุกพอแล้วใช่หรือไม่ ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามจากด้านหลังทำเอานางนิ่งอึ้งไป คนด้านหลังนางเห็นการต่อสู้ดุเดือดเช่นนี้เป็นการละเล่นงั้นหรือ 
 

เยว่เทียนหงไม่รอฟังคำตอบของนางมือแกร่งงดงามข้างหนึ่ง ยื่นค้างอยู่เบื้องหน้า  ปราณกดดันขนาดยักษ์ถูกส่งออกไปขวางคลื่นโลหิตยักษ์ลูกนั้นนั้น

 

วูมมมมม….  คลื่นยักษ์ถูกปราณของเยว่เทียนหงตรึงไว้จนไม่อาจขยับเคลื่อนมาด้านหน้า ตรงกลางนั้นบุ๋มเข้าไปเป็นวงกลมแปลกประหลาด  
 

โลหิตมารราวกับกำลังพยายามฝืนดันตัวมาด้านหน้า ทว่าการต้านทานปราณของผู้สำเร็จถึ่งเทพยุทธ์นั้น … โลกนี้จะมีสิ่งใดหรือผู้ใดทำได้…  เว้นเพียงจะสำเร็จระดับเทพยุทธ์เท่านั้น !
 

ผู้โชคร้ายในยามนี้คงเป็นเจ้าแมงกระพรุนยักษ์ใต้คลื่นตัวนั้น ร่างของมันมันถูกบีบอยู่ระหว่างปราณมหาศาล  ทว่ามู่เชียนกลับมองมันโดยไร้ซึ่งความเห็นใจแม้เพียงนิด  ราชาแมงกระพรุนขนาดยักษ์ตัวนั้นบางส่วนบวม บางส่วนถูดรีดจนบิดเบี้ยวผิดรูปร่างอย่างน่าประหลาด  

 

น่าเสียดายความทรมานของมันจบลงในชั่วพริบตา เมื่อเยว่เทียนหงกระแทกปราณออกไปเบาๆอีกครั้ง ทั้งคลื่นยักษ์และแมงกระพรุนก็ระเบิดออกจนราบคาบ   ทิ้งไว้เพียงฝนโลหิตที่แตกกระจายไปทั่วท้องฟ้า  กินบริเวณหลายร้อยลี้

 

สิ่งแรกที่มู่เชียนคิดยามเห็นภาพเช่นนี้ ย่อมเป็นความปลอดภัยของเรือผลักอสูร… มันต้านโลหิตมารไม่ได้

 

ทว่าเมื่อมองไปไปท้องทะเลรอบกายกลับว่างเปล่า เรือลำนั้นหายไป ! 

 

“อยู่ในมิติ” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยสั้นๆ ตั้งแต่เยว่เทียนพุ่งร่างเข้ามาช่วยนางเขาก็เก็บเรือลำนั้นเข้ามิติไปแล้ว ทว่าคำตอบของเขากลับไม่ทำให้นางวางใจได้ เมื่อรับรู้ถึงปราณอันปั่นป่วนในร่างกายบุรุษด้านหลัง ..  

 

“ท่านไม่ควรอยู่ที่นี่ !!”  คลื่นดำสนิทที่แตกกระจายไปนั้นกลับมารวมตัวอันรอบเกาะอีกครั้งอย่างช้าๆ  ทว่าไอปราณดำสนิทรอบๆตัวนั้นกำลังส่งผลต่อปราณอันดำมืดในร่างของเขาเช่นกัน
 

“เทียนหงกลับเข้ามิติไปซะ” หญิงสาวออกคำสั่ง ทันใดนั้นอสรพิษนับร้อยก็ดาหน้าเข้ามาหาพวกเขา
 

มู่เชียนรู้ดีว่างูโลหิตมารเหล่านี้เป็นเพียงการโจมตีระลอกแรกเท่านั้น ยิ่งนานจะยิ่งเยอะขึ้นไปอีก หญิงสาวกุมมือของชายหนุ่มเอาไว้แน่น ส่งปราณอี้เจ๋อของตนเข้าไปเพื่อกดข่มมันไว้ ทว่าเยว่เทียนหงกลับสะบัดมือนางออกไป เพียงยึดร่างของนางเอาไว้เฉยๆเท่านั้น

 

เขาไม่อาจให้นางสยบปราณของเขาลงในยามนี้ได้ เพราะเขาจำเป็นต้องใช้มัน มู่เชียนตกใจกับความคิดบ้าระห่ำของเขาอย่างมาก หญิงสาวจ้องมองดวงสีเทาเข้มที่ค่อยเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทด้วยความกังวล  

 

‘สะกดเขาไว้ในมิติก็แล้วกัน’  หญิงสาวคิดพลางหลับตาลง คิดจะบังคับส่งร่างสูงเข้าไปในกำไลมิตินั้น ทว่าเยว่เทียนหงไม่ใช่เทพอสูรอ่อนแอของนาง ปราณของเขาแข็งแกร่งกว่ามู่เชียนๆนับร้อยเท่า และเขาก็รู้ดีว่าหญิงสาวกำลังคิดจะทำอะไร

 

หึ..  ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาสีดำเปล่งประกายชั่วร้าย  เขาเจตนาปล่อยปราณเสี้ยวหนึ่งเข้าใส่มู่เชียน   เท่านั้นร่างบางก็แน่นิ่งไป นางถูกเขาควบคุมตัวไว้ไม่อาจขยับร่างได้ 

 

“อย่านะ..” หญิงสาวฝืนเอ่ยห้ามออกมาอย่างยากลำบาก นางไม่อาจยอมให้เขาใช้ปราณในสถานที่เช่นนี้ได้ หาไม่นางจะต้องฝืนล่อโลหิตมารพวกนั้นเข้ามาทำไม ทว่าเยว่เทียนหงกลับมองแววตาร้อนรนของนางด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มชั่วร้าย 

 

“หากไม่อาจปกป้องเจ้าได้…ยังจะมีข้าไปเพื่ออะไร ?”  เยว่เทียนหงเอ่ยเสียงเย็นเยียบ  เห็นปากเล็กเผยอออกก็ไม่คิดจะรอฟังคำพูดใด ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงจุมพิตหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว

 

‘นี่มันใช่เวลาหรือไม่ ?!‘ ยามอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานมู่เชียนย่อมไม่ยินดีกับการกระทำเช่นนี้ ทว่าอาจเพราะความแปรปรวนของธาตุมืดในร่าง จุมพิตของเยว่เทียนหงจึงทั้งรุนแรงและเร่งเร้า ราวต้องการทำจะโทษนางที่เมื่อครู่บังอาจคิดจะกักขังเขาไว้…  
 

มู่เชียนไม่อาจต้านทานทั้งสัมผัสและปราณจากเขาได้   ที่สุดร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยความหวั่นไหว สมองที่เคยฉับไวราวกับละลายเป็นน้ำ โชคดีที่จูบนี้เริ่มต้นและจบลงด้วยความรวดเร็วอย่างมาก  และเมื่อนางลืมตาขึ้นก็พบดวงตาสีดำที่เปล่งประกายสีแดงวูบวาบอย่างน่ากลัว

‘ครืนนนนนน….’   บนท้องฟ้านั้น สายฟ้าสีดำแล่นวูบวาบ ปราณกึ่งเทพยุทธ์ของเยว่เทียนหงกำลังเข้าควบคุมปราณธาตุมืดทั้งหมดในบริเวณนี้  บังคับให้พวกมันมารวมตัวกัน มู่เชียนมองสายฟ้าสีดำขนาดยักษ์ แล่นวูบวาบผ่านไปมาอยู่เบื้องหน้า 

 

เดิมทีปราณธาตุมืดไร้นายเหล่านั้น ถูกปราณรัตติกาลล่อลวงให้มากระจุกตัวอยู่บริเวณนี้อย่างไรจุดหมาย  ทว่าปราณจากต่างมิติอย่างไรก็ไม่ใช่ปราณชนิดเดียวกัน โลหิตมารจึงไม่อาจบงการปราณธาตุมืดในโลกใบนี้ได้ 

 

ทว่ายามนี้เมื่อพวกมันได้พบกับเยว่เทียนหง ก็ราวกับได้พบราชันย์แห่งธาตุมืดตัวจริง ปราณทมิฬอันไร้เจ้าของทั้งหลายพร้อมทำตามคำสั่งของเขาแต่โดยดี  

 

คล้ายวันสิ้นโลกมาเยือน เมื่อธาตุมืดท้องฟ้าแปลงเป็นสายฟ้าสีดำเส้นยักษ์ ฟาดลงมาบนผืนน้ำนับหมื่นสาย ธาตุมืดใต้ทะเลก็ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ม้วนสูงไล่กันหลายต่อหลายลูก   ธาตุมืดในอากาศก็หมุนวนสร้างเป็นพายุลูกใหญ่นับพันเส้น หมุนเอาทั้งน้ำและลมวนขึ้นไปได้ถึงท้องฟ้า ปราณมืดจากทั้งพิภพเชื่อมโยงกันในทันใด  ภายใต้การบงการของเขา….บุรุษที่ทรงพลังที่สุดในใต้หล้า…

 

ไม่เพียงแต่ปราณในอากาศ แม้แต่ปราณในร่างสัตว์อสูรทั้งหลายก็ตอบสนองต่อคำสั่งของเขาเช่นกัน กึ่งเทพยุทธ์นั้นสามารถควบคุมปราณในสิ่งแวดล้อมได้… แน่นอนว่าสำหรับเยว่เทียนหงแล้วหมายถึงธาตุมืดเท่านั้น

 

ทุกชีวิตก่อกำเนิดจากเจ็ดธาตุ ขอเพียงยังมีร่างก็ไม่มีสิ่งใดที่เขาไม่อาจควบคุมได้

 

‘เปรี้ยงงงง…!!’  สายฟ้ายังคงผ่าลงมาทำลายเหล่างูยักษ์ในทะเลโลหิตต่อไปโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องสั่ง  เพราะสิ่งที่เขาสนใจอย่างแท้จริงนั้น คือเหล่าอสูรรัตติกาลที่เป็นต้นเหตุของโลหิตเหล่านี้ต่างหาก 

 

ดวงตากึ่งเทพผู้ทรงอำนาจมองตรงไปยังท้องทะเลกว้างเบื้องหน้า … ร่างสูงยกมือขึ้นอย่างช้าๆ  ทันใดนั้นสัตว์อสูรรัตติกาลในรัศมีพันลี้ทั้งหมดถูกเขาบังคับให้ลอยขึ้นสู่ท้องทะเลเช่นกัน 
 

อึดใจเดียวเท่านั้น ร่างอสุรกายน้อยใหญ่นับล้านร่างลอยเกลื่อนอยู่บนท้องฟ้าอย่างไม่อาจขัดขืนด้วยปราณจากร่างกึ่งเทพกึ่งปีศาจ… แม้แต่ขยับพวกมันก็ยังไม่สามารถทำได้  

 

หญิงสาวมองจำนวนของพวกมันด้วยความตกตะลึงอย่างมาก  นางหลงคิดว่าลงมือสังหารพวกมันมาทั้งวัน ถึงมีเหลืออยู่บ้างก็คงอีกไม่เท่าไหร่ เดิมทียังคิดจะฝืนยืดหยัดสู้ต่อได้…  ไม่น่าเชื่อเลยว่าในท้องทะเลที่ไกลออกไปถึงกับยังมีอีกอสูรรัตติกาลซ่อนอยู่อีกกว่าครึ่งค่อนเช่นนี้
 

หากไม่ได้เขาแสดงให้นางเห็น.. ต่อให้นางสู้ไปอีกสามวันก็ยังกำจัดพวกมันไม่หมดสิ้น !!
 

“โลหิตของตัวหนึ่งจะให้กำเนิดอีกนับร้อยร่าง…คิดจะหยุดพวกมันต้องทำลายให้ราบ ไม่เหลือแม้แต่ไอวิญญาณ” เสียงทุ้มเย็นเยียบเอ่ยแนะนำ จากนั้นดวงสีดำก็เปล่งประกายเจิดจ้า 

 

‘เปรี้ยงงงงงง !!’   สายฟ้าสีดำนับหมื่นสายฟาดลงทำลายร่างที่ลอยอยู่ของพวกมันจนแหลกสลาย
 

‘บรึ้มมมมมมมมมม !!’  เพลิงกาฬสีดำแล่นวูบออกจากร่างสูงก่อนจะกระจายไปเป็นวงกว้าง  เผาผลาญไอปราณสีดำที่หลงเหลือจากร่างของพวกมันจนเหลือเพียงไอวิญญาณ

 

จากนั้น ตราประทับหกพันชิ้นจากร่างสูงก็สร้างเวทย์อักษรขนาดใหญ่บนท้องฟ้าเพื่อล้างวิญญาณ หนึ่งพันชิ้นหนึ่งตัวอักษรเท่านั้น ….. เพียงตราประทับชิ้นหนึ่งของผู้สำเร็จกึ่งเทพยุทธ์นั้นทรงพลังอย่างมาก อย่าว่าแต่เวทย์นั่นเกิดจากตราประทับนับพันเลย

 

อักษร ‘ชะล้าง’ หกตัวลอยคว้างก่อนจะพุ่งกระจายออกไปรอบด้าน เส้นแสงสีดำที่เกิดจากปราณของเขาบริสุทธิ์สะอาดต่างจากปราณรัตติกาลของมารเหล่านั้น  อักษรเวทย์ของชายหนุ่มชะล้างไอวิญญาณที่อยู่ในรัศมีโคจรจนปลาศนาการ  ท่ามกลางควันสีดำลอยกรุ่นนั้นเกิดความว่างหกสายปรากฏขึ้น รุกไล่ปราณสกปรกเหล่านั้นไปจนสุดสายตา
 

นี่คล้ายกับว่าเขากำลังสอนนางด้วยการกระทำ… ทว่าผลที่ได้คงยังไม่พอใจเขาผู้นั้น   คิ้วคมขมวดฉับ ตราประทับสีดำพลันหมุนเร็วรี่ขึ้น สร้างเป็นเวทย์อักษรเดิมซ้ำๆ  อักษร ‘ชะล้าง’ หลายร้อยชิ้นผุดขึ้นต่อเนื่องกันด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ  จนผู้มีพรสวรรค์เช่นมู่เชียนอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง 

 

‘ตูมมมมมม..​!!’  เสียงระเบิดครั้งสุดท้ายดังก้องสั่นสะเทือนไปทั่วท้องทะเล เกรงว่าแม้แต่คนบนฝั่งไกลออกไปก็คงได้ยินเสียงนี้ด้วยซ้ำ
 

และแล้ว…. สัตว์อสูรรัตติกาลนับล้าน ก็ถูกเขา ‘ราชันย์แห่งใต้หล้า’ กำจัดจนราบคาบ ไม่เหลือไว้แม้เพียงเศษซากของวิญญาณ…. !!

 


# ‘สนุกพอแล้วหรือไม่ ?’ พี่เทียนฝากถาม

# ง้าาากกกก….. พี่เทียนออกโรงแต่แรกไรท์กับเชียนเชียนก็ไม่ต้องเหนื่อยละ T^T  น่าเสียดายที่พี่ท่านต้องรับกรรมจากการกระทำเล็กน้อย รออ่านตอนหน้ากันนะคะ

หลายตอนนี้…หวังว่าจะถูกใจสายบู๊ทั้งหลายนะคะ ตอนหน้าไรท์จะขอไปพักใจกับพี่สี่ และไปลั้นลาต่อที่แคว้นเฟยหยางกัน 
 


 

คล้ายกับเรื่องอี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ) ที่คุณอ่าน

มังกรพลิกสวรรค์

มังกรพลิกสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
161K 121
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
13.30M 1357
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

นิยาย แฟนตาซี
106K 139
สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.08M 2015
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984