เช้าวันต่อมา...
ภายในห้องนอน
เยว่ซินที่ลืมตาตื่นขึ้นนางก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความสับสน เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวของนางในตอนนี้ดูเหมือนในซีรีย์จีนโบราณไม่มีผิด ตอนแรกคิดว่าตัวเองกำลังฝันเลยหยิกแขนดู ทว่าเมื่อความเ็ปปรากฏขึ้นก็ทำให้นางรับรู้ว่านี่มิใช่ความฝัน
‘เฮ้อ... ที่นี่มันที่ไหนกัน แล้วทำไมข้าถึงได้แต่งตัวแบบนี้’
เยว่ซินถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าใจพร้อมคำถามมากมายในหัว
แต่ยังไม่ทันให้นางได้ออกไปหาข้อมูลเพื่อคลายความสงสัย ความทรงจำมากมายก็ได้หลั่งไหลเข้ามาภายในห้วงความคิดเหมือนพายุที่โหมกระหน่ำ ทำให้เยว่ซินรู้สึกมึนหัวอยู่ไม่น้อย นางต้องใช้เวลาครู่หนึ่งจึงหายดี
แต่แม้ร่างกายจะหายมึน จิตใจกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
‘ซวยจริง ๆ ใครจะไปคิดว่าตัวเองทะลุมิติเข้ามาในนิยาย แล้วนิยายที่อ่านมีตั้งหลายร้อยเื่ แต่ทำไมถึงต้องเข้ามาในนิยายเื่นี้ด้วย แถมยังเป็แค่ตัวประกอบอีก ให้ตายเถอะ น่ารำคาญจริง ๆ’
เยว่ซินที่รู้ว่าตัวเองทะลุมิติมาเข้าร่างตัวประกอบที่มีบทแค่่แรกเพราะเป็ภรรยาของพระเอกก็ได้แต่บ่นในใจ พระเอกในนิยายไม่อยากแต่งงานกับตัวประกอบผู้นี้เลย แต่เพราะบิดาบังคับทำให้เขาจำยอม แน่นอนว่าตัวประกอบได้ไปมีเื่กับนางเอกทำให้นางถูกทางการจับตัวไปลงโทษ
เมื่อเห็นว่าอนาคตของตนมีแต่ความมืดมนเยว่ซินก็ไม่คิดเสียเวลา ไปหย่ากับพระเอกสิรออะไร การที่สตรีจะหย่ากับสามีมิใช่เื่ง่ายก็จริง แต่ประเด็นคือ พระเอกเหม็นขี้หน้าภรรยาของตนเองอยู่แล้ว แค่นางขอให้เขาลงนามในใบหย่า เขาคงไม่ถามอะไรแถมยังลงนามให้ในทันทีอีกด้วย
เยว่ซินที่วางแผนเสร็จก็เดินไปส่องกระจกทองเหลืองพร้อมยกยิ้มกว้าง ‘สวยมาก เป็แค่ตัวประกอบแต่โคตรสวย ฮึ!! ต่อให้หย่าก็คงมีบุรุษเข้าหา แต่หากไม่มีก็แค่ใช้เงินหาความสุข โชคดีที่ร่างนี้รวย หรือว่า... ข้าจะไปเปิดหอนายโลมดี ฮิ ๆ ๆ’
แค่คิดเล่น ๆ ก็ทำให้เยว่ซินรู้สึกชุ่มฉ่ำที่หว่างขาแล้ว เพราะชาติก่อนทำงานหนัก ทำให้นางไปผ่อนคลายด้วยการนวดน้ำมันแบบพิเศษบ่อย ๆ จนสุดท้ายติดใจมาก แต่ความเศร้าคือ นางเป็มนุษย์เงินเดือนที่ค่าแรงแสนถูก ทำให้ไปบ่อยไม่ได้ เฮ้อ...
ในขณะที่กำลังคิดถึงเื่ราวเก่า ๆ เยว่ซินก็ถูกปลุกให้ได้สติด้วยเสียงของสาวรับใช้
“ฮูหยินเ้าคะ ท่านแม่ทัพเรียกให้ไปหาเ้าค่ะ” สาวรับใช้ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องเคาะประตูก่อนกล่าวขึ้น
‘แม่ทัพงั้นรึ อ๋อ... พระเอกในนิยายเป็แม่ทัพ หากเป็แม่ทัพร่างกายก็คงดีมิน้อย ถึงจะไม่ได้ัั แต่การไปเห็นด้วยตาว่าพระเอกหน้าตาเป็อย่างไรก็ถือว่าเป็อาหารตาที่ดี’
“เช่นนั้นเ้าก็มาช่วยข้าแต่งตัวเร็ว” เยว่ซินที่แต่งตัวด้วยอาภรณ์โบราณไม่เป็ นางก็ได้แต่ให้สาวรับใช้ช่วย
หลังจากนั้นสาวรับใช้ก็เข้ามาช่วยเปลี่ยนอาภรณ์ เยว่ซินที่มองอาภรณ์ในมือสาวรับใช้ก็ขมวดคิ้ว
‘ดูหม่นหมองจริง ๆ ทำไมถึงได้มีแต่สีที่ดูเหมือนชุดไว้ทุกข์ทั้งนั้น ใครตายหรือไง’
เยว่ซินปัดอาภรณ์ที่สาวรับใช้เลือกให้ออก แล้วชี้ไปยังอาภรณ์สีแดงที่มีเพียงตัวเดียว สาวรับใช้ที่เห็นเช่นนั้นนางรู้สึกประหลาดใจ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่กล้าถามและรีบช่วยผู้เป็นายแต่งตัว
เยว่ซินที่แต่งตัวเสร็จก็มองตัวเองในกระจกทองเหลืองด้วยความพึงพอใจ แล้วคิดว่านางเอกคงสวยมาก เพราะขนาดตัวประกอบยังสวยจนนางรู้สึกว่า... หากตนเองเป็บุรุษคงอดใจมิไหวเป็แน่ และการที่พระเอกในนิยายมิเคยแตะต้องฮูหยินคงเพราะนางเอกสวยยิ่งกว่านี้สินะ
แต่ก็ช่างเถอะ นางเอกก็คู่กับพระเอกไป บุรุษผู้เดียวจะไปหนำใจอะไร เยว่ซินแหวกอาภรณ์ให้เผยร่องอกสีขาวเนียน ก่อนจะเดินตามสาวรับใช้ไปหาว่าที่อดีตสามี
...
หน้าห้องทำงานของเซี่ยเหยียน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ท่านแม่ทัพเ้าคะ ฮูหยินมาแล้วเ้าค่ะ”
“เข้ามา” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากในห้อง
สาวรับใช้เปิดประตูออก ทำให้เยว่ซินเห็นว่าพระเอกในนิยายหน้าตาเป็อย่างไร
‘หล่อมาก’ เยว่ซินกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขา
เพราะความหล่อเหลาทำให้นางมิได้สังเกตเลยว่า สีหน้าของเขาในตอนนี้โมโหมากเหมือนอยากจะฆ่านาง หรือต่อให้รู้เยว่ซินก็คงมิสนใจอยู่ดี เพราะนางรู้ดีกว่าพระเอกในนิยายจะมิมีวันทำเช่นนั้น ต่อให้เกิดเื่เขาก็ต้องทำตามกฎหมาย
เซี่ยเหยียนที่เห็นการแต่งตัวของเยว่ซินเขาก็ชะงักไป เพราะท่าทางของนางในตอนนี้เหมือนในความฝันมิมีผิด หว่างขาที่เคยสงบก็ค่อย ๆ ชูชัน ทำให้เขาต้องรีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไป แล้วรีบทำสีหน้าจริงจังตามเดิม
“เ้าทำร้ายไป๋หลานอีกแล้วรึ” เซี่ยเหยียนกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ ไป๋หลานเป็เพียงสตรีร่างบอบบาง นางทั้งจิตใจอ่อนโยนและอ่อนแอ เขามิเข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดเยว่ซินถึงได้ชอบรังแกนางนัก ทั้งที่เขากับไป๋หลานมีความคิดบริสุทธิ์ มิได้ลักลอบคบชู้เหมือนที่เยว่ซินชอบคิดไปเอง