“ซินหยุน”
ไป๋หยุนเฟยประหลาดใจอยู่บ้างยามได้ยินชื่ออีกฝ่ายมันเอ่ยซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันก็ย้อนรำลึกถึงถ้อยคำ‘หัวใจโบยบินเคียงเมฆา’ ถ้อยคำนี้หมายความถึงชื่อมัน หรือเพราะเรื่องนี้จึงทำให้นางขวยเขิน?
“ไม่ไม่ใช่ หยุนที่มาจากดอกหยุนเซียง...”ดูราวกับใบหน้าแดงซ่านของนางจะเข้มขึ้นกว่าเดิมยามเอ่ยปากอธิบาย
“โอเข้าใจแล้ว” ไป๋หยุนเฟยสั่นศีรษะอย่างกระดากแม้จะรู้สึกว่าอีกฝ่ายปิดบังบางอย่างไว้ แต่ก็ไม่คิดจะก่อกวนนางด้วยคำถามใดอีกหลังจากเหลียวมองรอบกายก็กล่าวว่า “แม่นางถังมาที่นี่เพื่อล้างหน้ากระมัง?ถ้าเช่นนั้นข้าไม่รบกวนแล้ว เทียนหมิงไปกันเถอะ”
“หา?โอ! มาแล้ว ข้ามาแล้ว”เทียนหมิงสะดุ้งรู้สึกตัวและรีบตามไป๋หยุนเฟยไป
หลังจากใช้สายตาหวาดระแวงส่งไป๋หยุนเฟยจากไปในที่สุดป้าจ้าวก็รั้งสายตากลับมาจากนั้นนำอ่างน้ำออกมาจากแหวนช่องมิติเพื่อให้ถังซินหยุนใช้ล้างหน้า
“คุณหนูหรือท่านยังคิดว่ามันไม่ใช่คนสารเลวนั้นอยู่?ดูท่าทีที่มันเอ่ยถึงชื่อคุณหนูเมื่อครู่ เฮอะ!มันต้องจงใจแน่!” ป้าจ้าวเอ่ยปากถากถางลับหลังไป๋หยุนเฟย
“ป้าจ้าวอย่าได้ระแวงเกินไป ข้าเห็นว่าการพบกันครั้งนี้เป็นเพียงความบังเอิญ...เขาเองก็ไม่ทราบชื่อข้ามาก่อน” ถังซินหยุนล้างหน้าเสร็จจึงเช็ดหน้าด้วยผ้าสะอาด
“เป็นไปได้อย่างไร...ยามที่นายหญิงตั้งชื่อให้แก่ท่านนางหวังว่าท่านจะไม่ถูกย้อมด้วยความโหดเหี้ยมของตระกูล หวังว่าหัวใจท่านจะเป็นอิสระไม่ถูกผูกมัดดังเช่นก้อนเมฆล่องลอยโดยเสรี จึงตั้งชื่อท่านว่า“ซินหยุน” จากถ้อยคำ‘หัวใจโบยบินเคียงเมฆา’ นายหญิงตั้งชื่อท่านด้วยอักษรคำว่า‘หยุน’อีกตัวเพราะว่าเหมาะกับชื่อสตรีมากกว่า มันบอกว่าชื่อไป๋หยุนเฟยแสดงว่าจงใจลอกเลียนชื่อท่าน!”
ถังซินหยุนหน้าแดงระเรื่อมองดูบ่าวของตนด้วยสีหน้าอับจนปัญญา ก่อนจะตอบว่า “ป้าจ้าวหรือท่านคิดว่าเขาจะทราบแม้กระทั่งความหมายที่ซ่อนไว้ในชื่อของข้า?”
“โอเรื่องนั้น...”สีหน้าของป้าจ้าวนิ่งค้างยามตระหนักได้ว่าความคิดนี้ของตนห่างไกลความจริงอยู่บ้าง
“เอาเถอะป้าจ้าวท่านอย่าได้มีท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อเขานัก ไม่ว่าเขาจะเป็นคนในคืนนั้นหรือไม่ยามนี้ดูเหมือนเขาจะไม่มีเจตนาร้ายอันใดไม่ใช่หรือ?นับเป็นเรื่องดีที่ได้คบหาผู้คนระหว่างที่พวกเราเดินทาง”
“เช่นนั้น...ก็ได้ ตราบใดที่มันไม่เสียมารยาทต่อคุณหนู ข้าก็จะไม่สร้างความลำบากแก่มันอีก...”
……
“พี่ไป๋ไฉนท่านป้านั้นจึงเรียกท่านเป็น‘คนวิปริต’ได้ ท่านทำอะไร? หรือว่า --- อย่าบอกนะว่าท่าน...” อีกด้านหนึ่งเทียนหมิงและไป๋หยุนเฟยกำลังเดินกลับไปที่ค่ายพัก หลังจากเหลียวมองไปยังถังซินหยุนดวงตาเทียนหมิงก็เป็นประกายพร้อมกับส่งยิ้มซุกซนไปยังไป๋หยุนเฟย
“เจ้าเด็กโสโครกอย่าได้กล่าวหาในเรื่องที่ข้าไม่ได้ทำ!”ไป๋หยุนเฟยจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย ก่อนจะยื่นมือตบใส่ศีรษะโดยที่เทียนหมิงไม่รู้ตัว“ข้าเป็นสุภาพบุรุษ มีหรือจะทำเรื่องต่ำช้าเช่นนั้นได้?”
“ถ้าท่านไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำข้ายังไม่ทันได้เอ่ยปากเลย...” เทียนหมิงนวดศีรษะที่เจ็บปวดด้วยท่าทีคับข้องใจแต่เมื่อเห็น‘โทสะ’ในดวงตาไป๋หยุนเฟยก็ตระหนักได้ว่าควรเปลี่ยนหัวข้อ“แต่พี่ไป๋ ท่านช่างน่าอัศจรรย์นัก!ก้อนหินที่ท่านป้านั้นเตะใส่นับว่าไม่เล็ก ไฉนท่านรับมือได้ง่ายปานนั้น?ข้าดูออกว่าท่านป้านั้นอย่างน้อยต้องบรรลุด่านภูตวิญญาณ แล้วท่านบรรลุถึงระดับใด?”
“ก็เช่นเดียวกับนางข้าบรรลุด่านภูตวิญญาณระดับกลาง” ไป๋หยุนเฟยตอบ
“หวา!!ระดับกลางของด่านภูตวิญญาณ!เช่นนั้นพลังฝีมือท่านก็ทัดเทียมกับพี่ชายข้า แต่เขาอายุสามสิบแล้ว! ดูแล้วท่านอายุไม่เกินยี่สิบ แต่กลับมีฝีมือสูงส่งปานนี้!” เทียนหมิงร่ำร้องด้วยน้ำเสียงเทิดทูน
ไป๋หยุนเฟยไม่ทราบจะทำตัวอย่างไรดีจึงหันไปมองยังที่ไกลออกไปซึ่งเถ้าแก่หวงและพวกอยู่
แม้ป้าจ้าวจะจู่โจมอย่างธรรมดาแต่แฝงพลังวิญญาณเอาไว้อย่างเปี่ยมล้นหากเป็นคนทั่วไปนี่นับเป็นการจู่โจมที่น่าแตกตื่นสะท้านขวัญขณะที่ไป๋หยุนเฟยขยี้ก้อนหินเป็นผุยผงนั้นต้องอาศัยฝีมืออันเหลือเชื่อจึงจะกระทำได้ มิหนำซ้ำมันยังกระทำโดยง่ายดาย!
“เสี่ยวไม่... ขออภัย นายท่านไป๋ ไม่คิดว่าท่านจะ... จะเป็นผู้ฝึกปรือวิญญาณ... ที่ผ่านมาข้าไม่รู้ความได้โปรดให้อภัยที่ข้าเสียมารยาทต่อท่าน”
“เถ้าแก่หวงใยท่านกล่าวเช่นนี้? ข้าเป็นฝ่ายรับน้ำใจจากท่าน ไฉนท่านจึงต้องขออภัยข้า?ข้าปิดบังตัวตนก็เพราะมีเหตุผล ท่านเพียงปฏิบัติต่อข้าเช่นเดียวกับเมื่อวานไม่จำเป็นต้องนอบน้อมปานนี้” ไป๋หยุนเฟยสั่นศีรษะยิ้มแย้ม
“แต่ว่า...”หวงว่านเป็นเพียงคนธรรมดา แต่ก็เป็นคนหลักแหลมเมื่อเห็นแววตาจริงใจของไป๋หยุนเฟยความลังเลของมันก็สาบสูญไปทันทีมันหัวเราะพลางตอบรับ “เช่นนั้นก็ประเสริฐ... ข้าจะเรียกเจ้าเสี่ยวไป๋เช่นเดิมผู้ใดจะคาดคิดว่าเจ้าเป็นผ็ฝึกปรือวิญญาณอันร้ายกาจ? มิหนำซ้ำยังสุภาพอ่อนน้อมยิ่ง! ยากจะเชื่อจริงๆถ้าเช่นนั้นได้โปรดช่วยดูแลพวกเราระหว่างการเดินทางที่เหลือด้วยเถอะเสี่ยวไป๋”
หวงว่านหัวเราะพร้อมกับท่าทีกลับเป็นเช่นปกติแต่กระนั้นในสายตามันยังปรากฏแววเทิดทูนด้วยความหลักแหลมที่มันมีย่อมไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้สนิทสนมกับผู้ฝึกปรือวิญญาณเช่นนี้หลุดลอยไปในฐานะที่เป็นพ่อค้าโอกาสที่จะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้นับว่ามีน้อยยิ่งกว่าน้อย
“ย่อมแน่นอนหากว่าข้าพอจะช่วยได้ ท่านก็อย่าลังเลที่จะบอก ข้าจะช่วยเหลือสุดความสามารถ”ไป๋หยุนเฟยพยักหน้า
“ฮ่าฮ่า เช่นนั้นต้องขอบคุณเจ้ามากแล้วเสี่ยวไป๋ พวกเราเตรียมอาหารเช้าพร้อมแล้วมารับประทานเถอะ!” หวงว่านหัวเราะจนตาเป็นเส้นหวงว่านส่งสัญญาณบอกผู้คนที่อยู่ข้างกาย กลุ่มคนเหล่านั้นก็รีบตักข้าวต้มเต็มชามมายื่นให้แก่ไป๋หยุนเฟยทันที
ไป๋หยุนเฟยได้แต่ลอบสั่นศีรษะต่อความนอบน้อมของคนเหล่านี้มันรับชามข้าวต้มมาและเริ่มรับประทานพลางเอ่ยปากสนทนากับเถ้าแก่หวง แต่กระนั้นบางครามันก็อดส่งสายตาไปยังถังซินหยุนและผู้ติดตามไม่ได้
เห็นทั้งคู่เดินเข้ามาอย่างแช่มช้าไป๋หยุนเฟยก็โบกมือให้ “แม่นางถัง มารับประทานกับทุกคนเถอะจะได้ออกเดินทางแต่เช้า!”
ขณะที่ขมวดคิ้วเข้าหากันป้าจ้าวก็ร้องบอกอย่างขุ่นข้องรำคาญ “ให้คนเอามาส่งที่กระโจมพวกเรา พวกเราจะ...”
“ไม่ต้องหรอกป้าจ้าวพวกเราสมควรรับประทานที่นี่และจะได้ออกเดินทางแต่เช้า พวกเราไม่อาจถ่วงเวลาเถ้าแก่หวงต่อไปอีก”ถังซินหยุนตัดบท ขณะพยักหน้าแก่ไป๋หยุนเฟย นางก็เดินมาถึงข้างกายมันเพียงสะบัดมือก็นำม้านั่งตัวเล็กออกมาจากแหวนช่องมิติและนั่งลง
เมื่อไม่อาจทำอะไรได้ป้าจ้าวจึงได้แต่ติดตามมาด้านหลัง หลังจากนำชามใบเล็กสองใบออกมาตักข้าวต้มก็ส่งชามหนึ่งให้แก่ถังซินหยุนจากนั้นจึงเริ่มรับประทาน
“จริงสิแม่นางถังท่านคิดจะเดินทางไปที่ใด?” หลังจากรับประทานเสร็จไป๋หยุนเฟยจึงเอ่ยปากถามถังซินหยุนระหว่างที่มองดูทุกคนกำลังเก็บข้าวของ
“ไฉนเจ้าจึงสนใจว่าพวกเราจะไปไหน?หรือคิดจะติดตามพวกเราไปตลอดชีวิต?” ก่อนที่ถังซินหยุนจะทันได้เอ่ยปากป้าจ้าวก็โพล่งตอบคำ
“เอ่อ...”ไป๋หยุนเฟยถลึงตาใส่ป้าจ้าวชั่วครู่ ก่อนจะยักไหล่ “ถ้าเช่นนั้นเพื่อไม่ให้ท่านป้าเข้าใจผิดอีก ข้าจะบอกก่อนว่าจะไปที่ใดข้าคิดจะเดินทางผ่านเมืองกู่ยี่เพื่อไปเมืองเกายี่ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังมณฑลผิงชวน แล้วพวกท่านจะเดินทางไปที่ใด?”
“เจ้า! เจ้า...” ป้าจ้าวเบิกตากว้างราวกับเตรียมจะระเบิดโทสะออกมา
“ดูจากปฏิกิริยาของท่านป้าข้าก็เดาได้ว่าพวกเราจะใช้เส้นทางเดียวกัน? ช่างบังเอิญนักไฉนพวกเราไม่เดินทางร่วมกันจนถึงเมืองเกายี่? เมื่อร่วมทางกันก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากัน”
“เฮอะ! อย่าได้หวังเลย! พวกเราจะจ้างรถม้าที่เมืองกู่ยี่แล้วรีบออกเดินทาง! เราไม่คิดจะรบกวนให้ท่าน‘กังวล’เรื่องของพวกเรา!” ป้าจ้าวยืนกรานปฏิเสธ
“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้...”
ไป๋หยุนเฟยหัวเราะมันเพียงลองถามดูเท่านั้น หากว่าอีกฝ่ายปฏิเสธความหวังดี มันก็ไม่มีอะไรจะกล่าวอีก