รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 19

    ณ สถานที่ไหนสักแห่งในประเทศไทย“ไม่คิดเลยจริงๆว่าอาวุธเคมีนั้นจะส่งอนุภาพอย่างนี้ .. หวังว่ามันจะคุ้มค่านะที่ข้าจะต้องยอมอยู่ให้ตัวตนของข้าเป็นที่ต้องการของนานาประเทศ และสูญเสียสินค้าหลายร้อยล้านไป” เสธใหญ่เอ่ยออกมา พร้อมกับจิบไวน์ภายในบ้านหลังหนึ่ง“แน่นอนครับนาย ผมคิดว่ามันคุ้มค่าอย่างแน่นอน เราได้อุปกรณ์แฮกระบบนิวเคลียร์มาไว้ในกำมือแล้ว หลังจากที่นายเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้แล้ว เราก็น่าจะปลอดภัยระดับหนึ่งครับ” อาทิตย์ลูกน้องคนสนิทกล่าวออกมา“ก็ดี... แล้วปฏิบัติการทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม” เสธใหญ่เอ่ยถามออกมา ปฏิบัติการนี้มันผลาญเงินของเขาไปไม่น้อยเลย และกว่าจะวางแผนได้มันก็ใช้เวลาเป็นปีๆเลยทีเดียว ตามแผนการแล้ว ตัวของเขาไม่ได้มีปัญหาในการหนีสักเท่าไร ดีที่มีองค์กรลึกลับนั้นเข้ามาช่วย ไม่อย่างนั้นพวกเขาไม่อาจจะทำมันได้สำเร็จอย่างแน่นอน“เรียบร้อยดีครับ เพราะความช่วยเหลือจากองค์กรนั้นทำให้เราหนีรอดมาได้ และดูเหมือนว่าพวกเขาจะอยู่พวกเดียวกับเกาหลีเหนือครับนาย ถึงสั่งให้เราเก็บคนที่ขับรถบรรทุกที่พ่วงระเบิดเคมีของเกาหลีที่เราติดตั้งไว้ก่อนกลางทางอย่างนั้น” อาทิตย์กล่าวรายงาน และเอ่ยความเห็น“นั่นมันไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ก็ดีเหมือนกัน ได้เห็นประสิทธิภาพของอาวุธเคมีนั้น ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าบริษัทเอ็นไลท์อินเตอร์จะมีบุคลากรที่ยอดเยี่ยมอย่างนี้อยู่ด้วย…ว่าแต่พวกนั้นได้เก็บงานแล้วหรือยัง ข้าไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด” เสธใหญ่กล่าวออกมา“ทางนั้นแจ้งกับเราว่าอาวุธเคมีนี้ยังเป็นตัวทดลองที่ไม่ได้มีตัวยาที่รักษาได้ และพวกเขาจำเป็นต้องเก็บตัวของนักเคมีคนนั้นที่คิดค้นสารตัวนี้ขึ้นมาไว้ก่อน เพื่อทดลองอาการ และผลของแต่ละช่วงครับนาย แต่ทางนั้นก็ยืนยันมาแล้วว่าชายคนนั้นมีเวลาไม่ถึงเดือนอย่างแน่นอนครับ” อาทิตย์ตอบคำถามของนายตัวเอง“อย่างนั้นเหรอ .. ช่างมันเถอะ ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของเรา ถึงบริษัทนั้นจะถูกจับ และโยงมาถึงตัวของข้าได้ แต่มันก็สายไปแล้ว พวกสหประชาชาติคงหาตัวของข้าไม่พบ... จะว่าไป นายพลมินติดต่อมาหรือยัง ข้าจะต้องรีบออกจากพื้นที่นี้ก่อนตะวันจะขึ้น” เสธใหญ่เอ่ยกล่าวออกมา ก่อนจะถามถึงนายพลมินของประเทศเพื่อนบ้าน พวกเขาเป็นคู่ค้ากันมานาน และตอนนี้เขาจะต้องพึงพานายพลคนนั้นในการหลบหนีออกจากประเทศไทยแห่งนี้“นายพลมินแจ้งเข้ามารอบหนึ่งแล้วครับ ตอนนี้พวกเขากำลังเคลียร์พื้นที่จากฝั่งนั้นมาถึงฝั่งนี้อยู่ครับ คาดว่าใช้เวลาอีกไม่นานครับนาย” อาทิตย์เอ่ยกล่าวออกมารายงาน“ดี...หวังว่านายพลมินจะรักษาคำพูดของตัวเอง ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ดี ก็ให้เครือข่ายของเราส่งอาวุธให้กับพวกนั้นเป็นของขวัญเล็กน้อยๆก็แล้วกัน” เสธเอ่ยออกมาก่อนจะหลับตาพักผ่อนเล็กน้อย เพราะหลังจากนี้เขาอาจจะต้องใช้แรงเยอะจากการเดินเท้าข้ามฝั่งประเทศ“ได้ครับนาย” อาทิตย์กล่าวรับก่อนจะออกจากตัวบ้านเพื่อดูความเรียบร้อย ในตอนนี้ความรู้สึกของเขานั้นหลากหลายมาก ถึงเขาจะทราบดีว่านายของตัวเองถูกหักหลังมาจากรัฐบาลไทย แต่มันถึงกับต้องแก้แค้นหนักขนาดนี้เลยหรือยังไงกัน และเขาก็รู้ชะตาของตัวเองแล้วว่ามันคงจะยากที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ“เห้อ... อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อย่างน้อยเราก็ได้ตอบแทนนายที่ช่วยเหลือเราในวันนั้นได้แล้ว” อาทิตย์ถอนหายใจก่อนที่จะไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เวลาหกโมงเช้า มันเป็นเวลาที่ใครหลายๆคนกำลังวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ทางเกาหลีใต้ก็เริ่มขนย้ายผู้ป่วยออกจากเมืองแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเย็นวันนี้ พวกเขาจะต้องใช้ยาสลบจำนวนมาก เพื่อให้ผู้ป่วยนับหมื่นคนหลับไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะได้ยารักษา ทางหมอของสหประชาชาติเองก็เร่งค้นหายารักษาผู้ป่วยโดยที่หมอแต่ละคนยังไม่ได้พบผ่อนเลยสักคนเดียว แต่ก็ยังไม่มีข่าวดีเกิดขึ้นเลย ประธานาธิบดีที่ไม่สามารถปิดข่าวได้แล้ว เขาก็ออกมาแถลงการณ์ต่อประชาชนเกาหลีใต้อย่างตรงไปตรงมาถึงอาการที่ผู้ป่วยกำลังเป็นอยู่ ส่วนต้นตอของโรคนี้เขาก็ได้ตอบไปอย่างนักเมืองอย่างคำว่าเรากำลังหาข้อเท็จจริงอยู่ เพื่อถ่วงเวลาให้กับสหประชาชาติ  ตอนนี้ข่าวหลายสำนักให้ความสนใจกับประเด็นนี้ และออกมาช่วยกันสืบเรื่องราวต่างๆที่อาจจะเกี่ยวข้อง ข่าวออกประกาศถึงผู้ที่เสียชีวิตเป็นหลักร้อย บาดเจ็บอีกหลายพันคน มันทำให้ประชาชนเกาหลีเศร้าใจไปตามๆกัน คนที่สูญเสียครอบครัวเอง ก็ได้แต่ร้องไห้หลังจากที่ได้ยินการยืนยันบุคคลที่จากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง อาร์ทที่เดินลงมาจากเครื่องบินด้วยอาการสีหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะหลังจากนี้เขาต้องกลับบ้านอาบน้ำ และออกไปทำงานต่อแล้ว มันทำให้อาร์ท และคนในหน่วยเซ็งกันเป็นอย่างมาก จะทำเรื่องลางานกับพ่อมันก็ไม่มีเหตุผลที่ดีพอจะกล่าว และที่สำคัญมันคงจะไม่ดีที่ทำงานเพียงแค่วันที่สองก็ลางานเสียแล้ว มันเป็นเวลาเดียวกับแอมที่ตื่นขึ้นมาด้วยรอยน้ำตา เมื่อคืนเธอไม่สามารถบอกกับแม่ของเธอได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ เธอทำใจไม่ได้ที่จะเห็นแม่ทุกข์ใจ เธอเลยยังไม่ได้เอ่ยกล่าวออกไป และตอนนี้เธอจะต้องเริ่มอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงานในเช้าวันนี้ โดยที่เธอหลงลืมเรื่องการนัดหมายของอาร์ทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในเวลานี้หมอคนหนึ่งที่นั่งใช้ความคิดของตัวเอง เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยเคสพิเศษ พร้อมกับความกระวนกระวายใจไปด้วยถึงการเดตของแฟนสาวที่กำลังจะเกิดขึ้นเย็นวันนี้ หลายคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า ในเช้าวันใหม่ที่มีทั้งทุกข์และสุขใจ หรือมันอาจจะเป็นวันที่แสนวุ่นวายของใครบางคนอีกด้วย และแน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นอาร์ทที่ตอนนี้เขาได้มานั่งรอคนที่นัดเขาไว้ ตั้งแต่เจ็ดโมงแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าแอมนั้นจะมาเลย ตอนนี้ก็แปดโมงเข้าไปแล้ว และเขาจะรอนานกว่านี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพ่อจอมโหดได้ด่าเขาตายกันพอดี “ก็เข้าใจอยู่หรอกเรื่องอาการป่วยพ่อ.. แต่ถ้าจะไม่มาอย่างน้อยก็น่าจะโทรมาบอกกันก่อนซิ” ปาร์คที่ได้ยินเจ้านายของตัวเองบ่นออกมาเขาก็ทำหน้านิ่งๆก่อนจะคิดในใจ‘แล้วผู้จัดการแอมเขามีเบอร์ท่านรองที่ไหนกันเล่า..เห้อ’ ปาร์คได้แต่ถอนหายใจ ก่อนโทรศัพท์ของอาร์ทจะดังขึ้นในจังหวะที่ปาร์คบ่นในใจทันที แต่มันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า แล้วพวกเขาไปได้เบอร์กันมาตอนไหน แต่เขาก็ต้องโล่งใจ เพราะคนที่โทรมานั้นไม่ใช่ผู้จัดการแอม ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งหน่วยจะนอนน้อยทำให้เกิดประสาทรวนแล้วในตอนนี้อาร์ทมองไปยังเบอร์ที่เขาได้เมมเอาไว้ ก็แปลกใจ ไม่คิดว่าบุคคลคนนี้จะโทรมาหาเขา ถ้าเป็นพ่อที่เป็นประธานโทรมาด่าจะไม่แปลกใจเลย อาร์ทกดรับสายในทันที“ว่าไงยัยตัวแสบ... ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรหาฉัน มีเรื่องอะไรกันล่ะ” อาร์ทกล่าวออกไปกับปลายสาย“ยัยตัวแสบอะไรกัน เลิกเรียกฉันอย่างนั้นได้แล้วน่า... ตอนนี้ฉันมีศักดิ์เป็นถึงว่าที่ภรรยานายเชียวนะจะบอกให้ ฮ่าๆๆ” แน่นอนว่ามันเป็นริสา เพื่อนสมัยเด็กของอาร์ท และตอนนี้พวกเขาทั้งสองอยู่ในสถานะที่เรียกได้ว่าอาจจะต้องแต่งงานกัน“โอ้.. ไม่คิดเลยว่าที่พ่อพูดถึงจะเป็นเธอนะยัยแสบ... ที่เธอโทรมา ต้องการอะไรล่ะ” อาร์ทไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าริสาจะต้องมีความคิดอะไรบางอย่าง ถึงเขาจะเคยได้รับการสารภาพจากเธอ แต่นั่นมันก็เรื่องสมัยเด็กแล้ว อีกอย่างพวกเขาก็เคลียร์เรื่องนี้จบไปได้ด้วยดีแล้วด้วย“เหมือนว่าเราจะมีความคิดเหมือนกันนะน้องชายตัวเล็ก... แค่จะเจรจานะ” ริสาเอ่ยกล่าวตอบกลับ