สายลมหนาวเหน็บแห่งเหมันตฤดูพัดโชยลอดช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ ที่ผุพังเข้ามา เสียงลมหวีดหวิวคล้ายเสียงร่ำไห้ของภูตผีปีศาจ มันบาดลึกเข้าไปถึงกระดูกดำของร่างที่นอนซูบผอมอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ ไร้ซึ่งฟูกนวมอุ่นๆ รองรับ ร่างกายของไป๋ลี่เซียนในยามนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงของดรุณีผู้เคยงดงามและเพียบพร้อมไปด้วยกิริยามารยาทแห่งตระกูลใหญ่ในอดีต ิัซีดเซียวแนบติดกระดูก ใบหน้าตอบลึกจนดวงตาโหลโบ๋ ลมหายใจรวยรินติดขัดราวกับใกล้จะขาดใจตายเสียทุกเมื่อ
ภายในห้องหอเก่าคร่ำครึที่ถูกลดฐานะให้กลายเป็เรือนพักคนรับใช้ปลายจวนตระกูลเฟิง บัดนี้กลับไร้เงาของบ่าวไพร่สักคน แม้แต่ถ้วยยาต้มแก้ไอหรือน้ำอุ่นสักหยดก็ไม่มีหลงเหลือ ทั่วทั้งห้องคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอัปชื้น กลิ่นอายของความตาย และกลิ่นเหม็นหืนของยาขื่นๆ ที่นางต้องกลืนกินประทังชีวิตมาตลอดหลายเดือน
"ฮูหยิน... ท่านอดทนหน่อยเถอะนะเ้าคะ"
เสียงสะอื้นไห้ปะปนกับเสียงสูดน้ำมูกดังขึ้นข้างเตียง ชุนเถา สาวใช้คนสนิทเพียงคนเดียวที่ยังคงซื่อสัตย์และอยู่เคียงข้างนางจนถึงลมหายใจสุดท้าย กำลังใช้ผ้าผืนเก่าชุบน้ำอุ่นจัดเช็ดใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อและรอยฟกช้ำให้ผู้เป็นาย มือของชุนเถาสั่นเทา ร่างกายของเด็กสาวผอมโซไม่แพ้กันเพราะความอดอยากและถูกกลั่นแกล้งจากคนในจวนตระกูลเฟิงมาโดยตลอด
ลี่เซียนพยายามปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตที่เคยสุกสกาวดั่งดวงดารา บัดนี้ขุ่นมัวและไร้ประกาย นางส่งเสียงครางแ่เบาในลำคอ คล้าย้าจะบอกสาวใช้ว่า 'เ้าไม่ต้องลำบากแล้ว... ปล่อยข้าไปเถอะ' แต่ลำคอของนางแห้งผากราวกับถูกไฟแผดเผา จนไม่อาจเปล่งเสียงออกมาเป็คำพูดได้
นึกย้อนไปเมื่อห้าปีก่อน วันที่นางยอมก้าวเท้าเข้าสู่ประตูตระกูลเฟิงด้วยความเต็มใจ นางคือคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ผู้เพียบพร้อม นำพา สินเดิมมูลค่ามหาศาล ทั้งร้านค้า ที่ดิน และเงินสดนับหมื่นตำลึงทองเข้ามาเป็ทุนรอนให้ตระกูลเฟิง เพื่อหวังจะร่วมสร้างอนาคตอันรุ่งโรจน์กับเฟิงจวิ้นอวี้ สามีผู้ซึ่งในตอนนั้นปากหวานคอยพะเน้าพะนอและให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและดูแลนางไปจนแก่เฒ่า
แต่ความจริงกลับเป็ดั่งฝันร้ายที่กรีดแทะหัวใจ
เพียงไม่ถึงปีหลังจากตระกูลเฟิงใช้เงินทองและเส้นสายของนางจนไต่เต้าขึ้นมามีหน้ามีตาในสังคมขุนนาง ท่าทีของเฟิงจวิ้นอวี้ก็แปรเปลี่ยนไปราวคนละคน เขาเริ่มพาอนุภรรยาเข้าจวนทีละคนสองคน ปฏิบัติต่อ1นางราวกับอากาศธาตุ และปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าเฟิง—แม่ผัวผู้จิตใจคับแคบ คอยกลั่นแกล้งโขกสับนางสารพัด ทั้งสั่งให้ทำงานหนัก บังคับให้คุกเข่าสำนึกผิดท่ากลางสายฝน และสุดท้ายเมื่อนางหมดประโยชน์ ทรัพย์สินสินเดิมถูกยักยอกไปจนเกลี้ยงจวน พวกเขากลับโยนความผิดว่านางเป็สตรีไร้บุตรและเป็กาลกิณี ขับไล่นางมาให้อยู่ในเรือนร้างแห่งนี้ ปล่อยให้เผชิญความเจ็บป่วยจากพิษไข้และความอดอยากอย่างไร้ความปรานี
ช่างน่าขัน... ข้าโง่เขลาเพียงนี้ได้อย่างไร
หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลรินจากหางตาของลี่เซียน อาบลงบนหมอนเก่าๆ ที่มีแต่กลิ่นอับ นางทุ่มเทความรัก ทุ่มเททั้งชีวิตและทรัพย์สินเพื่อตระกูลเฟิง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความตายอันโดดเดี่ยวและความเหยียดหยาม
ไม่เพียงแต่ตระกูลสามีที่โหดร้าย...
ลี่เซียนยังจำจดหมายฉบับล่าสุดที่ถูกส่งมาจากตระกูลเดิม—ตระกูลไป๋ จดหมายที่บิดาบังเกิดเกล้าและมารดาเลี้ยงร่วมกันลงนาม ตัดพ้อต่อว่านางว่าทำให้ตระกูลขายหน้าที่มีสามีทอดทิ้ง และในประโยคสุดท้ายของจดหมายฉบับนั้นระบุไว้อย่างชัดเจนว่า:
"นับแต่วันนี้เป็ต้นไป ไป๋ลี่เซียน เ้ามิใช่คนของตระกูลไป๋อีกต่อไป จะเป็จะตายอยู่ที่ใดก็จงจัดการตัวเอง อย่าได้ส่งจดหมายหรือนำความอับอายมาสู่สกุลไป๋เป็อันขาด!"
แม้กระทั่งครอบครัวผู้ให้กำเนิด ยังเหยียบย่ำซ้ำเติมในวันที่นางตกต่ำถึงขีดสุด พวกเขาไม่แม้แต่จะส่งเงินมาช่วยเหลือ หรือแม้แต่จะส่งบ่าวมาดูใจ ร่างกายและจิตใจของลี่เซียนจึงแตกสลายลงอย่างสมบูรณ์ ความแค้น ความชิงชัง และความเ็ปผสมปนเปกันอยู่ในอกลึกๆ แผดเผาร่างกายที่ใกล้ตายให้ร้อนรุ่มราวกับตกอยู่ในขุมนรกโลกันตร์
หาก์มีจริง...หากวัฏสงสารนี้มีความยุติธรรมอยู่บ้าง...ข้า 'ไป๋ลี่เซียน' ขอสาบานต่อหน้าฟ้าดิน ไม่ว่าชาติภพนี้หรือภพไหนๆ หากข้ามีโอกาสได้หวนคืนกลับมา ข้าจะไม่ยอมเป็สตรีโง่เขลาที่ก้มหัวให้ผู้ใดอีก! หนี้แค้นทั้งหมดที่พวกมันหยิบยื่นให้ ข้าจะตามทวงคืนเป็ร้อยเท่าพันทวี! ตระกูลเฟิง ตระกูลไป๋... พวกมันจะต้องชดใช้ด้วยความพินาศย่อยยับไม่ต่างจากข้าในวันนี้!
เสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่ประกายแสงสุดท้ายในดวงตาจะดับวูบลงอย่างถาวร
มือเรียวบางที่เคยกำแน่นด้วยความคับแค้นค่อยๆคลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายผอมโซนิ่งสนิทลงบนเตียงไม้เย็นะเื ลมหายใจของนางขาดห้วงไปแล้ว ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของชุนเถาที่ดังระงมไปทั่วเรือนร้างอันมืดมิด
"คุณหนู! คุณหนูเ้าคะ! อย่าทิ้งบ่าวไปเด็ดขาด ฮือๆๆ..."
เสียงร่ำไห้ของสาวใช้ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิดอันไร้ขอบเขต พร้อมกับิญญาของไป๋ลี่เซียนที่ถูกกลืนหายไปในห้วงแห่งกาลเวลา... รอคอยเวลาที่จะหวนคืนกลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่นางควรจะได้อีกครั้งอย่างสาสม