ไอร้อนแผ่และเผาแผ่นหลังเปลือยของชายที่นอนแน่นิ่งใบหน้าจมอยู่กับผืนทรายจนดำเกรียม ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาขวักไขว่ แต่ทว่า...หามีผู้ใดให้ความสนใจไม่ ไม่ว่าชายหรือหญิง หนุ่มหรือสาว เด็กหรือผู้สูงวัย ต่างมีแววตาที่แห้งแล้งเ็า
ที่นี่มีสภาพเป็เมืองขนาดใหญ่เมืองหนึ่ง ด้วยความที่มีสภาพเป็ทะเลทรายกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา จึงดูเหมือนไม่มีเมืองอื่นอยู่ในระยะใกล้เคียงเลย แสงแดดของที่นี่เรียกว่าสามารถเผาไหม้วัสดุบางอย่างได้ภายในพริบตา แต่ผู้คนยังใช้ชีวิตปกติ ราวกับคุ้นเคยกับสภาพบรรยากาศอันเลวร้ายเหมือนอยู่ในขุมนรกเป็อย่างดี
และ...ผู้คนมีสีผิวแตกต่างกันไป ทั้งดำ ขาว เหลือง
อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่มีลักษณะเป็กระโจมทรงปิรามิด สีแดงกลมกลืนกับสีของผืนทราย มีบ้างที่เป็ตึกแบบกล่องไม้ขีด แต่ก็นับหลังได้
เวลานี้ แดดร่มลมตก เห็นได้จากมีผู้คนทยอยมาจับจ่ายใช้สอย มีการซื้อขายสินค้า จากพื้นที่โล่งๆ เริ่มมียวดยานพาหนะประเภทต่างๆ ขับมาจอด ผู้คนทั้งหมด ไม่มีใครไม่พกอาวุธ ราวกับที่นี่คือดินแดนป่าเถื่อน ประเภทต้องตัดสินกันด้วยกำลัง แต่เมื่อพิจารณาจากแววตาของแต่ละคนที่ดูเ็า อำมหิต หากจะเรียกว่าที่นี่เป็ดินแดนเถื่อนก็ไม่น่าจะผิดนัก
ท่ามกลางความอึกทึก ร่างของชายผู้นั้นยังนอนแน่นิ่ง สภาพคล้ายกับแนบใบหน้าอยู่กับผืนทราย มีคนเดินเฉียด มีคนใช้ตีนเขี่ย แต่ไม่มีใครให้ความสนใจมากกว่านั้น
กระบะคันใหญ่คล้ายๆรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นฝุ่นตลบมาจอดดูเหมือนว่าจะเป็คนสำคัญไม่น้อย เพราะทันทีที่มาถึง คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างถอยออกห่างโดยอัตโนมัติ
ผู้ชายวัย 20 เศษ ร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อใสๆ แต่ดูหยิ่งยโสและแววตาดุดัน ก้าวลงจากรถ ผู้ชายอีก 3 คน ร่างสูงใหญ่เช่นกัน หน้าตาพะยี่ห้อโจรเห็นๆ ะโลงจากกระบะด้านหลัง
พลัน ไอ้หนุ่มหล่อกระตุกปืนออกมา
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงปืนคำรามลั่น ก่อนการประกาศลั่น
“ทุกคนฟัง... นับจากนี้เป็ต้นไป กูจะมาจัดระเบียบ‘อเวจีมหานคร’ใหม่ ใครอยากอยู่เมืองนี้อย่างสงบสุข ก็ให้มาลงชื่อที่เลขาของกู รายละเอียดเราจะได้พูดคุยกันเมื่อทุกอย่างพร้อม”
“ไอ้หนุ่ม เอ็งเป็ใครกัน”
ชายชราคนหนึ่งถามขึ้น
“กูชื่ออาร์ม อาชญา”
“อาร์ม อาชญา คือ...”
ชายชรายังสงสัยต่อ แต่ความสงสัยนั้นพลันสะดุดลง เมื่อไอ้หนุ่มหล่อหน้าใสแต่หยิ่งบรรลัยหันปืนในมือไปหาแล้วกดไกแบบไม่ต้องเล็ง
เปรี้ยง!
“อุ๊บสส์!”
ร่างของผู้เฒ่าเคราะห์ร้ายสะดุ้งเฮือกแล้วหงายหลังทั้งยืน
บรรยากาศอึกทึกพลันเงียบสงบลง มันคือความสงัดมากกว่า เพราะอานุภาพของความกลัวที่อุบัติขึ้นเองจากเหตุการณ์ตรงหน้า
“ยังมีใครสงสัยอีกมั้ยว่าอาร์ม อาชญาคือใคร”
ย่อมไม่มีใครกล้าแม้แต่ขยับตัว หนุ่มหล่อผู้ยโสจึงเอ่ยต่อ
“กูคงไม่จำเป็ต้องอธิบายว่า กูคือใคร แต่จะบอกให้เอาบุญสั้น ๆย่อ ๆแต่ได้ใจความว่า กูคือ ผู้ที่จะปกครองเมืองอเวจีมหานครคนต่อไป”
เงียบกริบ ผืนทรายที่คลุ้งขึ้นเมื่อมีสายลมรำเพย ก็คล้ายกับสงบนิ่งยอมจำนนกับคำประกาศกล่าวอ้างดังกล่าว
ที่นี่ คือ อเวจีมหานคร
เมืองที่ทุกคนต่างพกพาอาวุธ ที่ไหนว่าเถื่อน ที่นี่เถื่อนกว่า ที่ไหนว่าโหดร้าย ยังเทียบเคียงความโหดร้ายของเมืองนี้ไม่ได้
ไม่มีความเป็มิตร ไม่มีแม้กระทั่งรอยยิ้มระหว่างผู้คน
หญิงหรือชาย ผู้เข้มแข็งเท่านั้นจึงสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ผู้อ่อนแออาจต้องตายวันละหลายๆครั้งอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส
การฆ่ากันเป็เื่ปกติ ความเลวร้ายประเภทอื่นก็ไม่ใช่เื่แปลก
ผู้หญิงของเมืองนี้ อาจถูกข่มขืนวันละหลายสิบครั้ง ถ้าหากผู้หญิงคนนั้นอ่อนแอเกินไป หลังจากนั้นจึงจะมีสิทธิ์ตาย
เมืองนี้ไม่เคยมีคำว่า ความดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 100 ปีภายหลังการสิ้นไปของ ‘พญายม’ ผู้ปกครองอเวจีมหานครคนล่าสุด ที่เลวร้ายอยู่แล้ว ก็เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เพราะมีคนพยายามจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ‘พญายม’ หลายคน
คนเก่ง โหด ดิบเถื่อน หลายสิบคนเข้ามาในเมืองนี้ไม่เว้นแต่ละวัน และมีเป้าหมายที่สำคัญที่สุดก็คือ บัลลังก์แห่งพญายม นั่นเอง
จึงไม่แปลก ที่ไอ้หนุ่มหน้าใสผู้เพิ่งปรากฏตัวเป็ครั้งแรกในอเวจีมหานครจะประกาศตัวเพื่อ่ชิงตำแหน่งดังกล่าว ถ้าใครคิดว่าตัวเองแน่ ย่อมต้องปรารถนาตำแหน่งสำคัญ ซึ่งผู้คนให้ความหวั่นเกรงหรือหวาดกลัวกันทั้งเมือง
ถ้าเป็พญายม ย่อมได้ทุกอย่างที่ปรารถนา
“นายครับ ผมว่าเราไปต่อกันเถอะ ยังต้องไปประกาศอีกหลายที่”
สมุนหนึ่งในสามเอ่ยกับอาร์ม อาชญา แต่ไม่ทันที่ไอ้หนุ่มโหดหน้าใสจะทันได้ตอบว่าอย่างไร กลับมีเสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งแทรกเข้ามาในบรรยากาศ
“ไอ้น้องชาย ตำแหน่งพญายมไม่เหมาะกับคนอย่างมึงเลยจริงๆว่ะ”
อาร์ม อาชญาหันขวับไปทางหญิงสาวเ้าของร่างสูงเพรียว ในชุดที่ไม่ได้หวาดกลัวความร้อนแผดเผาแม้แต่น้อย กางเกงยีนขาสั้นโชว์เรียวขา เสื้อยืดของหล่อนเล็กคับจนเห็นทรวดทรงความเป็หญิงชัดเจน ผิวของหล่อนขาวจนเรืองแสง และเส้นผมของหล่อนยาวสลวย ไม่เกรงใจธุลีทราย
“พะเนียง” มีคนหลุดปากอุทาน
‘พะเนียง’สาวงามที่สุด เท่าที่อเวจีมหานครเคยมีมา หล่อนคือหญิงงามที่ใครต่อใครหมายปอง แต่ผู้ที่จะสามารถมีสิทธิ์เข้าถึงตัวหล่อนได้นั้นแทบไม่มี ทั้งๆที่ผู้หญิงแห่งอเวจีมหานครนั้น พร้อมจะถูกข่มขืนกระทำชำเราได้ทุกวินาที
ดังนั้น พะเนียง จึงไม่ธรรมดา
หล่อนไม่ได้มีแค่ความสวยเท่านั้น หากยังมีความเก่งกาจ และพิษสงรอบตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเล่ห์มารยา คืออาวุธที่หล่อนสามารถใช้สยบทุกบุรุษได้อย่างชะงักงัน
บ้างว่า หล่อนคือนางยั่ว ที่น่ากลัวที่สุด
การที่หล่อนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในอเวจีมหานครได้โดยไม่ถูกชายใดแผ้วพาน ย่อมไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้หญิงคนนี้ซุกซ่อนความน่าสะพรึงกลัวและเลวร้ายเอาไว้มากมายเพียงใด
อาร์ม อาชญาชะงักงัน แล้วหันขวับไปทางต้นเสียง และพลันที่เห็นสาวงามอยู่กลางคลองจักษุ ประกายตาของเขาก็ลุกวาวขึ้น
“อีคนสวย แม่จ้าวโว้ย ผมยาวขาวอวบ นมบะลั่กกั๊ก”
พะเนียงยิ้มยั่ว
“ไอ้น้องชาย กลับไปดูดนมแม่มึงซะดีกว่า”
“อีสารเลว”
อาร์ม อาชญาสบถ ดวงตาลุกวาว แล้วปราดเข้าไปหาหล่อนอย่างรวดเร็ว แต่...มีเร็วกว่านั้นอีกเท่าตัว
เพี๊ยะ ๆ!
ใบหน้าหล่อใสสะบัดสองครั้งซ้อนตามแรงตบของสาวงามแห่งอเวจีมหานคร
วูบนั้น อาร์ม อาชญาเหมือนกับมองเห็นเหตุการณ์บางอย่าง มันคือ่เวลาขณะที่ยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในอเวจีมหานคร คนอย่างเขาไม่เคยให้ค่าผู้หญิง และจะไม่มีวันให้ค่ามากกว่าเครื่องบำบัดความใคร่
ดังนั้น การกระทำของหล่อนจึงไม่อาจให้อภัยอาร์ม อาชญาจึงตอบสนองความบังอาจดีของหล่อนด้วยความรุนแรงเช่นกัน
ฉาด!
หล่อนเอียงกะเท่เร่ อาร์ม อาชญาถลันเข้าหา ใช้มือซ้ายขยุ้มเส้นผมสลวยของหล่อนกระชากเข้าหาตัว ไม่มีเสียงร้องใดๆหลุดจากปากของพะเนียง มีเพียงแววตาที่ดุดันไม่หวั่นเกรง
ระหว่างนั้น ไม่มีใครในนั้นสังเกตว่า... บุรุษที่นอนคว่ำหน้าอยู่กับผืนทรายมีอาการไหวตัวแล้วเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขาคมสัน แม้ว่าจะถูกบดบังไปด้วยหนวดเครารกรุงรัง แววตา...ไม่เพียงดุดัน แต่มันมีประกายอีกอย่างหนึ่งที่หาไม่ได้จากคนในอเวจีมหานคร เขาเป็ใครกันแน่ ยังไม่มีใครล่วงรู้
“กูจะทำให้เอ็งรู้จักรสชาติของความสุข”
เสียงคำรามของอาร์ม อาชญา
“ถุย!” อาร์ม อาชญาถูกพ่นน้ำลายใส่หน้า ความอดทนของเขาไม่มีหลงเหลือ มือขวาเงื้อ ทำท่าจะตบ แต่กลับสะดุด หนำซ้ำยังถูกกระชาก พะเนียงอาศัยจังหวะนั้นกระทุ้งเข่าเข้าห้องเครื่องของไอ้หนุ่มหน้าใสเสียงดังกึก ก่อนจะดิ้นหลุดออกมา
อาร์ม อาชญาถูกบุรุษนิรนามผลักจนเซถลา พอหันมาเผชิญหน้ากันเท่านั้น ทั้งคู่ก็มีอาการตกตะลึง และคล้ายกับมีภาพเหตุการณ์บางอย่างผุดขึ้นในความทรงจำของคนทั้งสอง แต่เหตุการณ์นั้นกลับรางเลือน ไม่แจ่มชัด ที่แน่ใจมีเพียงอย่างเดียว
เหมือนเคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน
อาร์ม อาชญาอยากฆ่าคนขึ้นมาทันใด โดยเฉพาะผู้ชายหล่อเข้มหนวดเครารกรุงรังที่บังอาจมาขัดขวางคนอย่างเขา
“กูคุ้นๆหน้ามึงชอบกล แต่...ช่างมันเหอะ กูไม่สน ตอนนี้กูจะยิงมึงให้ดิ้นเหมือนหมาตัวหนึ่ง”
อาร์ม อาชญาพูดแล้วทำ และทำทันที ผิดนิดเดียว...ตรงที่ พอคิดจะทำ กระตุกปืนออกมาอีกครั้งยังไม่ทันได้ตวัดปลายกระบอกเข้าหาบุรุษหล่อเข้มเคราดก ก็กลับแสบตาด้วยทรายที่ถูกเท้าของบุรุษหล่อเข้มดีดเข้าใส่อย่างแม่นยำ
“อ๊ากก ตากู!”
สมุนอีกสามคนไหวตัวเยือก ขยับจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่...
ตูม!
“อ๊าก!”
ตูม!
“อ๊ากก!”
ตูม!
“โอ๊ยยย!”
อาร์ม อาชญาตัวแข็งทื่อ บดกรามกรอด ตาลุกวาว หันไปสบตากับเ้าของปืนลูกซอง...เป็ชายชรา ร่างสูง หน้าตาดุดันเหี้ยมเกรียมอีกคน
เขายอมปล่อยปืนหลุดมือ
“กูยอมแล้ว กูไม่คิดว่ามึงจะกล้ายิงคนที่ไม่มีอาวุธอยู่ในมือ”
ชายชราแสยะยิ้มเห็นฟันเหลืองอ๋อย หนวดจุ๋มจิ๋มเหนือปากกระดิก โดยไม่พูดไม่จา แต่ประทับลูกซองในมือเล็งไปที่อาร์ม อาชญา
ก่อนนิ้วในโก่งไกของชายชราจะทันได้กระดิก พลันนั้น จี๊ปตรวจการณ์อีก 3 คันหมุนล้อฝุ่นทรายคลุ้งมาจอดกึก บุรุษหล่อเข้มเหลือบไปเห็น แล้วโผเข้าหาร่างของสาวงามแห่งอเวจีมหานครจนล้มลงไปด้วยกัน
ปังๆๆๆๆๆๆ! ปังๆๆๆๆ!
ตูมๆๆๆ! ตูมๆๆๆๆ!
เปรี้ยงๆๆๆๆๆ! เปรี้ยงๆๆๆๆ!
บรึ้มมมมม! บรึ้มมมมมมม!
มันคือ่เวลามหาวินาศโดยแท้ เพราะะุแต่ละนัดไม่ได้คำนึงแม้แต่น้อยว่าจะโดนใครบ้าง และพอสิ้นสุดเสียงปืน ไอ้หนุ่มหน้าใสก็หายไปกับขบวนรถจี๊ปตรวจการณ์ ทิ้งเพียงสภาพความยับเยิน ผู้คนาเ็ร้องครวญครางอยู่เื้ั
หนุ่มนิรนามที่ก่ายกอดอยู่เหนือร่างของพะเนียงรู้สึกตัว รีบขยับลุกขึ้น พวงแก้มระเรื่ออมชมพูของพะเนียงเข้มขึ้น
“ขอบคุณนะคะ คุณช่วยชีวิตฉัน ฉันจะติดตามปรนนิบัติรับใช้คุณตลอดไปนะคะ”
นิรนามหนุ่มหน้าหล่อเข้มมองหน้าหล่อน ดวงตาสนิมเหล็กมีประกายฉงนและซ่อนความตระหนกเอาไว้อย่างไม่มิดชิด
“ไม่เป็ไร ผมไม่ได้ตั้งใจจะช่วยคุณ ผมแค่...”
หล่อนถึงตัวเขา สอดแขนคล้องไปที่ท่อนแขนกำยำแข็งแรงของเขาแล้วประกาศเสียงดังฟังชัดว่า
“พ่อแม่พี่น้องที่อยู่มาอยู่ในตลาดจัตุรมุขแห่งนี้จงเป็สักขีพยานให้กับฉันด้วยว่า นับจากนี้เป็ต้นไป ฉันคือเมียของผู้ชายคนนี้”
พะเนียง อยู่อเวจีมหานคร เป็สาวงามที่ชายหลายสิบคนพยายามหมายปอง หล่อนแค่ยั่ว แต่ไม่เคยให้ใครได้ััใกล้ชิด
ความสวยของหล่อนชวนให้หลงใหล หนุ่มๆหลายคนใช้หล่อนในจินตนาการอย่างฟุ่มเฟือย และท่าทางของหล่อนก็ดูเหมือนจะชอบยั่วยวนให้หนุ่มๆคลั่งไคล้ แต่หล่อนไม่เคยประกาศอย่างชัดเจนว่า หล่อนพร้อมจะเป็ของใคร
เก่ง หล่อแค่ไหนก็ยังไม่มีปัญญาได้แอ้มหล่อน!
แต่วันนี้ พะเนียงประกาศชัดเจน ทั้งๆที่ชายหนุ่มนิรนามผู้นี้ เพิ่งปรากฏตัวในเมืองนี้เป็ครั้งแรก เขาเป็ใครมาจากไหน ยังไร้คำตอบ
การประกาศของสาวงามแห่งอเวจีมหานคร จึงสร้างความตกตะลึงจังงังให้กับชาวเมือง ณ ที่นี้จนขนหัวลุกตั้ง หนุ่มหล่อเข้มไม่ได้ยินดีแม้แต่น้อยที่มีหญิงสาวสวยที่สุดมาคล้องแขนอิงแอบอย่างใกล้ชิด
“ฮ่ะ ๆ ๆ” เสียงหัวเราะของชายชราร่างสูง เ้าของลูกซองที่เพิ่งจัดการกับสมุนของไอ้หนุ่มหน้าใสอย่างเด็ดขาด “พวกเอ็งช่างเหมาะสมกันจริงฮ่ะ ๆ ๆ”
พะเนียงหันไปค้อนให้กับชายชรา
“ลุงสังวาล ล้อหนูอีกแล้วนะ”
“ข้าไม่ได้ล้อเว้ย เอ็งสองคนเหมาะสมกันดี ไอ้หนุ่ม... ข้าว่าเอ็งนี่ทั้งเฮงทั้งหายนะเลยว่ะ”
“หมายความว่าไงครับลุง”
“ข้าไม่ตอบเว้ย ฮ่ะๆ ๆ”
“ลุง ไปไกลๆตีนหนูเลย ก่อนหนูจะหงุดหงิดตบคนแก่คว่ำ”
“ฮ่ะ ๆ ๆ ข้าไปละ โชคดีเว้ย ไอ้หนุ่ม ความจริงเรายังมีเื่ต้องคุยกันอีกยาว แต่ตอนนี้ข้าเปรี้ยวปาก ขอไปหาน้ำกระทะทองแดงกระแทกปากก่อนนะ”
ชายชราชื่อสังวาลหายวับไปกับฝูงชนทันที
นิรนามหนุ่มผู้หล่อเข้มขยับตัวอย่างอึดอัด
“ปล่อยแขนผมซะที แล้วไปให้พ้นหน้าผมด้วย”
“ปล่อยไม่ได้หรอกค่ะผัวขา พะเนียงเป็เมียคุณนะคะ” พะเนียงตอบ น้ำเสียง ท่าทางเปลี่ยนไปราวกับเป็คู่ผัวเมียของเขาแล้วจริงๆ “ไปเถอะค่ะ พะเนียงจะพาคุณกลับบ้านของเรา”
“บ้าน... ผมไม่มีบ้าน”
เขาหลุดปากออกมา วูบนั้นเหมือนมีภาพบางอย่างพยายามผุดขึ้นในความทรงจำ แต่มันลางเลือนจนไม่สามารถปะติดปะต่อให้เป็ภาพชัดเจน
พะเนียงไม่รอให้เขาตอบรับหรือปฏิเสธ หล่อนออกแรงฉุดพาก้าวหายไปกับฝูงชน...