“36 จักรพรรดิตายไปถึง 16 คน?”
เย่เทียนสูดหายใจเข้าลึก ความเสียหายนี้มันหนักหนาเกินไป!
เดิมทีมันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่หากพวกเขาเป็นจักรพรรดิทั่วไปแต่นี่คือจักรพรรดิใน 36 อันดับจักรพรรดิพวกเขาต่างก็เป็นเสาหลักของฐานทัพจงไห่ การที่พวกเขาตายไปถึง 16 คนแบบนี้ต้องส่งผลต่อรากฐานของฐานทัพจงไห่อย่างแน่นอน
“ใช่แล้ว คงจะมีการจัดลำดับจักรพรรดิใหม่อีกครั้งแต่แน่นอนว่าผู้ที่ขึ้นมาแทนที่คงจะไม่แข็งแกร่งเท่าคนก่อน!” เฟิงลู่เซวี่ยยกชาขึ้นดื่มก่อนจะกล่าวออกมา
“นายรู้ไหมว่าทำไมสัตว์อสูรจึงถอยออกจากรอยแยก?”
เย่เทียนถามด้วยความสนใจ
ถึงแม้เรื่องนี้เขาสามารถถามจักรพรรดิจันทราได้แต่หลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้ว ในเวลานี้จักรพรรดิจันทราต้องยุ่งมากแน่ๆ หลังจากไม่ได้อยู่ในนิกายเป็นเวลานานตอนนี้ภาระของเธอคงจะหนักมาก
เขาจึงไม่อยากรบกวนเธอเพราะปัญหาเพียงแค่นี้
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ได้ยินมาว่ามีสมบัติล้ำค่าปรากฏขึ้นในโลกของสัตว์อสูร สัตว์อสูรจำนวนมากรวมไปถึงสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิสีดำที่สังหารจักรพรรดิมนุษย์เราล้วนแต่มุ่งหน้าไปยังที่นั่นตอนนี้ไม่มีใครรู้สถานการณ์ภายในโลกของสัตว์อสูรมากนัก กองทัพมนุษย์อ่อนแอกว่าแต่ก่อนดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะส่งคนเข้าไปสำรวจข้างใน มิฉะนั้นหากเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายขึ้นอีกแม้แต่ฐานจงไห่ก็อาจจะไม่สามารถปกป้องไว้ได้” เฟิงลู่เซวี่ยกล่าว
“สมบัติล้ำค่า!”
เย่เทียนนึกถึงศิลาเทพสงครามและแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งบางทีสมบัติเช่นนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิต้องต่อสู้แย่งชิงกัน
น่าเสียดายที่ในตอนนี้เขายังค่อนข้างอ่อนแอมิฉะนั้นเขาคงจะไปขโมยแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งมาเช่นกัน
หลังจากแยกกับเฟิงลู่เซวี่ยแล้วเย่เทียนก็กลับไปยังหอสวรรค์
หอสวรรค์พัฒนาไปมากในช่วงนี้ขุมกำลังของเขามีปรมาจารย์และนักรบจำนวนมากเกิดขึ้นแล้ว ส่วนน้องสาวของเขาเย่หยูก็กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาแล้ว
แม้ว่าเย่เทียนจะไม่ได้อยู่ที่นี่แต่หอสวรรค์ที่มีระดับราชาคอยควบคุมอยู่ก็จัดว่าเป็นขุมกำลังเล็กๆ ที่แข็งแกร่ง เย่เทียนมอบเลือดสัตว์อสูรจำนวนมากที่ได้มาจากโลกของสัตว์อสูรให้กับเย่หยูและกำชับเธอเกี่ยวกับภารกิจบางอย่างก่อนจะกลับบ้านไป
เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาก็เห็นเสี่ยวเซวี่ยที่ในตอนนี้ตื่นขึ้นมาแล้ว
“ฮ่าฮ่าฮ่านายท่าน ข้าแข็งแกร่งขึ้นมากแล้ว!”
เมื่อเสี่ยวเซวี่ยเห็นเย่เทียนมันก็ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
“จริงเหรอ?”
เย่เทียนหัวเราะอย่างชั่วร้าย
“กักขังมิติ!”
ทันใดนั้นเย่เทียนก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านมิติเพื่อปราบปรามเสี่ยวเซวี่ย
ภายใต้ทักษะกักขังมิติ ความว่างเปล่าโดยรอบถูกแช่แข็งเสี่ยวเซวี่ยมีพลังเพียงระดับราชาขั้นสูงสุดเท่านั้น ไม่ว่ามันจะมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งมากแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ได้
“นายท่าน เกิดอะไรขึ้น?ทำไมข้าถึงขยับไม่ได้?”
เสียงของเสี่ยวเซวี่ยดังก้องในจิตสำนึกของเย่เทียน
“แกเป็นเพียงระดับราชาตอนนี้เจ้านายของแกกำลังจะบรรลุระดับจักรพรรดิแล้ว แค่เล่ห์กลเล็กๆ น้อยๆ ของฉัน แกก็ไม่สามารถต่อต้านได้แล้วในตอนนี้แกยังคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งอยู่อีกหรือไม่?” เย่เทียนจงใจกระตุ้นเสี่ยวเซวี่ย
“พระเจ้า….นายท่านท่านแข็งแกร่งมากขนาดนี้เลยเหรอ? เสี่ยวเซวี่ยเติบโตขึ้นแล้วไม่ใช่มังกรวัยเยาว์เช่นในอดีต อีกทั้งพรสวรรค์ของข้าก็ยังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่ทำไมข้ายังคงอ่อนแอแบบนี้อยู่ล่ะ”
ความภูมิใจของเสี่ยวเซวี่ยถูกทำลายอย่างสมบูรณ์
เย่เทียนลูบหัวเสี่ยวเซวี่ยและกล่าว“เสี่ยวเซวี่ย แกนั้นไร้เทียมทานในระดับราชา เพียงแต่ว่าเจ้านายของแกนั้นแข็งแกร่งเกินไปแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าแกนั้นอ่อนแอ!”
เขาปลอบใจเสี่ยวเซวี่ยเพื่อไม่ให้มันสูญเสียความมั่นใจและความมุ่งมั่นของตัวเองไป
“เป็นอย่างนี้นี่เองข้าบอกแล้วไงว่าตอนนี้ข้านั้นยอดเยี่ยมที่สุด แล้วข้าจะอ่อนแอได้อย่างไร!”
เสี่ยวเซวี่ยกล่าวมาด้วยความภาคภูมิใจอีกครั้ง
“เสี่ยวเซวี่ยแกต้องตั้งใจฝึกฝน ในอนาคตแกจะต้องกลายเป็นมังกรที่ทรงพลังได้แน่! สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิพวกนั้นไม่คู่ควรที่จะยกรองเท้าให้กับแกด้วยซ้ำ!”
เย่เทียนกล่าวชม
“อืม ข้าเข้าใจแล้วนายท่าน!!”
เสี่ยวเซวี่ยพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าดวงตาของมันเปล่งประกาย มันเห็นด้วยกับคำพูดของเย่เทียนเป็นอย่างมาก
เย่เทียนไม่ได้แกล้งชมเสี่ยวเซวี่ยแต่เขาพูดออกไปตามความเป็นจริง
เมื่อครู่เขาได้ตรวจสอบพรสวรรค์ของเสี่ยวเซวี่ยแล้วหลังจากมันได้ดูดซับลูกแก้วมังกรวารีเข้าไป พรสวรรค์ของมันก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
[ประเภท : มังกรโลหิตสงคราม
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับตะวัน
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับลึกลับปลอม (70%)
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับลึกลับ ปลอม (60%)
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์กลืนกินโลหิต : ระดับลึกลับปลอม (80%)
พรสวรรค์ในการบิน : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์เพลิงมังกร : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ในการรักษา : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์เสียงคำรามแห่งมังกร: ระดับสูงสุด
พรสวรรค์กระดูกโลหิต : ระดับสูง
พรสวรรค์จิตวิญญาณมังกร :ระดับสูงสุด]
นอกจากพรสวรรค์ของกระดูกโลหิตแล้วพรสวรรค์อื่นๆ ทั้งหมดล้วนอยู่ในระดับสูงสุด และพรสวรรค์ด้านพละกำลัง ด้านการป้องกันพรสวรรค์กลืนกินโลหิตต่างก็บรรลุไปถึงระดับลึกลับปลอมแล้ว
การจะทำให้พรสวรรค์เหล่านั้นกลายเป็นระดับลึกลับที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องยาก
นอกจากนี้พรสวรรค์ระดับสูงสุดอื่นๆก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นพรสวรรค์ระดับลึกลับได้ เพียงแค่เสี่ยวเซวี่ยต้องพยายามทำความเข้าใจกับความลึกลับของพรสวรรค์เหล่านั้น
ด้วยพรสวรรค์ที่มากมายและทรงพลังเช่นนี้ในอนาคตเสี่ยวเซวี่ยจะแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิในโลกของสัตว์อสูรไม่รู้กี่เท่าศักยภาพของมันต้องเหนือกว่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอย่างแน่นอน
แต่เย่เทียนก็ไม่ได้ชมเชยมันมากเกินไปเขาไม่ต้องการให้มันได้ใจเกินไปนัก
หลังจากพักอยู่ที่บ้านหลายวันเย่เทียนก็เตรียมตัวที่จะเดินทางไปยังโลกของสัตว์อสูรเพื่อค้นหาพรสวรรค์ระดับลึกลับอื่นๆเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบ่มเพาะของระดับจักรพรรดิในอนาคต ถ้าเขาอยู่ในฐานจงไห่ เขาไม่มีทางหาคัดลอกพรสวรรค์ระดับลึกลับที่เขาต้องการได้ครบ
แต่ก่อนที่เขาจะจากไป เขาต้องไปพบจักรพรรดิจันทราและแจ้งให้เธอรู้ไว้ก่อน
นิกายเทพจันทรา ด้านหน้าประตูนิกาย
เมื่อเย่เทียนมาถึงที่นี่ศิษย์หญิงสองคนก็ออกมาจากนิกายเพื่อหยุดเขาไว้
“ที่นี่คือเขตแดนของนิกายเทพจันทราผู้ชายห้ามเข้าไปด้านใน!”
“ผมชื่อเย่เทียนผมมาหาจักรพรรดิจันทรา!”
เย่เทียนกล่าว
“เย่เทียน!!!!”
ศิษย์หญิงทั้งสองตะโกนด้วยความประหลาดใจ
พวกเธอคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดีช่วงนี้พวกเธอพูดถึงเย่เทียนทุกวัน แต่ใครจะคิดว่าวันนี้เย่เทียนจะมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเธอ
“คงจะเป็นเย่เทียนจริงๆฉันเคยเห็นเขาจากรูปมาก่อน!”
ศิษย์หญิงคนหนึ่งกล่าวด้วยเสียงต่ำ
เมื่อยืนยันตัวตนของเย่เทียนได้แล้วพวกเธอก็ไม่กล้าห้ามปรามเย่เทียนอีก ศิษย์หญิงคนหนึ่งนำทางเย่เทียนเข้าไปในนิกายเทพจันทรา
ตลอดทาง
ศิษย์นิกายเทพจันทราจำนวนไม่น้อยต่างมองมายังเย่เทียนและหันไปพูดคุยกันอย่างลับๆ
แต่เย่เทียนไม่ได้สนใจเรื่องนี้เขายังคงเดินต่อไปด้วยสีหน้าสงบ
ไกลออกไป
บนอาคารแห่งหนึ่ง
นักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราและสาวใช้หลายคนต่างมองไปยังเย่เทียนที่กำลังมุ่งหน้าไปยังตำหนักของประมุขนิกายเทพจันทรา
“เย่เทียน นั่นเขา!”
ดวงตาคู่งามของนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทรามองเย่เทียนด้วยความสงสัย
เมื่อไม่นานมานี้ เย่เทียนยังคงอยู่ในระดับเดียวกันกับเธอเย่เทียนยังรับภารกิจของเธอเพื่อช่วยเธอปราบสัตว์อสูร
ในเวลานั้นเธอยังคิดว่าเย่เทียนนั้นอ่อนแอกว่าเธอ
ใครจะรู้ว่าเย่เทียนจะกลายเป็นอันดับที่7 ของการจัดอันดับราชาได้อย่างรวดเร็วกลายเป็นราชา 7 ดารา และไม่นานเขาก็กลายเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ และมีพลังต่อสู้ในระดับมหาปราชญ์แซงหน้าเธอไปเป็นที่เรียบร้อย
เขาต้องกลายเป็นชายหนุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในฐานจงไห่แน่
แต่ใครจะคาดคิดว่าเย่เทียนจะได้เข้าสู่แวดวงของระดับจักรพรรดิและได้กลายเป็นคนสนิทของประมุขแห่งนิกายเทพจันทรา
เรื่องนี้ทำให้เกิดเสียงสนทนาไปทั่วนิกายเทพจันทราผู้อาวุโสของนิกายเทพจันทราหลายคนคัดค้านอย่างมาก แต่จักรพรรดิจันทราก็หาได้สนใจ
ความแข็งแกร่งของเธอทำให้ผู้อาวุโสทุกคนต่างหวาดกลัวและไม่มีใครสามารถคัดค้านเธอได้
ซึ่งเป็นเรื่องที่นักบุญหญิงคุ้นเคยอยู่แล้ว
แต่จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังคงไม่เข้าใจ
เย่เทียนที่เดิมทีคบหากับเธอคล้ายกับเป็นสหายแต่ตอนนี้ราวกับว่าเขากลายเป็นผู้อาวุโสของเธอไปแล้ว
“ท่านนักบุญหญิงท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดจักรพรรดิจันทราถึงดีกับเย่เทียนนัก?”
สาวใช้คนหนึ่งถามด้วยความสงสัย
“ฉันก็ไม่แน่ใจไม่มีใครรู้ว่าจักรพรรดิจันทราคิดอะไรอยู่ บางทีอาจจะเป็นเหมือนอย่างที่เขาว่าๆกัน เย่เทียนอาจจะช่วยชีวิตเธอไว้ ทำให้จักรพรรดิจันทรารู้สึกขอบคุณ!”
นักบุญหญิงพึมพำ
แต่ความจริงจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่?
แม้ว่าเย่เทียนจะมีบุญคุณที่ช่วยชีวิตแต่หากเป็นเช่นนั้นเพียงแค่จ่ายค่าตอบแทนก็น่าจะเพียงพอแล้ว ทำไมจักรพรรดิจันทราถึงอนุญาตให้เย่เทียนเดินทางมาพบเธอในนิกายเทพจันทราได้ทุกเมื่อซึ่งนี่มันเป็นการทำลายกฎที่จักรพรรดิเทพจันทราเคยตั้งไว้?
มันไม่มีเหตุผลเลยสักนิด!