เมื่อฉันต้องรับบทนางร้าย

    พัฒนาฝีมือ

    หลังจากส่งซูซ่านเยว่ขึ้นรถแล้วไป๋จื่อและหลันหลันจึงได้ลากลับจวนเช่นกันตลอดทางที่กลับไป๋จื่อได้เอ่ยถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลันหลันเองก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ปิดบังเช่นกัน

    “ดูเหมือนว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้พี่หญิงของเจ้าคงจะต้องเป็นอันตรายอีกในสักวัน”

    “เรื่องนี้ลูกคิดว่าท่านป้าคงจะหาทางป้องกันไว้...”

    “แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่สตรีเช่นอนุจิ้งจะวางใจมิได้ มิเช่นนั้นนางคงจะไม่เลื่อนฐานะจากบ่าวรับใช้ในเรือนมาเป็นอนุที่เสนาบดีซื่อหลงได้ถึงเพียงนี้หรอกดูเอาเถิด พออนุจิ้งและหยางเออร์ร้องห่มร้องไห้ก็จะเอาความเรื่องนั้นให้แต่พอรู้ว่ามิใช่ความผิดใครแต่เป็นความผิดของนางเองจึงได้ปล่อยไปง่าย ๆ”

    “เรื่องนั้นลูกทราบเจ้าค่ะเหตุใดอนุจิ้งมิหาบุรุษที่พี่หญิงรองพอใจให้นางออกเรือนไปล่ะเจ้าคะ”

    “เรื่องนั้นแหละที่เป็นปัญหาดูเหมือนนางอยากเป็นสะใภ้ตระกูลถิงหรือไม่ก็เป็นสะใภ้หลวงตอนนี้คลาดจากพี่ใหญ่ของเจ้าจึงไม่แปลกที่นางต้องการจะเป็นสะใภ้หลวงดูท่าแล้วงานนี้หากมิได้เป็นพระชายาตามที่ต้องการ อนุจิ้งคงจะหาทางให้หยางเออร์แต่งเข้าเป็นชายารองอย่างแน่นอน”

    หลันหลันมองหน้ามารดาที่ตอนนี้กำลังคิดถึงเรื่องตระกูลซื่อ‘เป็นถึงนางเอกเรื่องเพียงเท่านี้จัดการไม่ได้ก็ไม่ต้องเป็นมันแล้วจะให้ฉันรับบทนางร้ายไปเสียทุกครั้งก็คงจะไม่ไหว’ หญิงสาวในร่างเด็กหญิงเขยิบเข้าไปใกล้มารดาของตนก่อนจะจับมือไป๋จื่อมากุมไว้

    “ท่านแม่เรื่องของพี่หญิงนั้นให้พี่หญิงกับท่านป้าและพี่หญิงเป็นคนจัดการเถิดเจ้าค่ะหากเหลือบ่ากว่าแรงเดี๋ยวพวกเขาคงเอ่ยปากขอให้ช่วยเอง เราคงจะช่วยได้เพียงเท่านี้แต่จะให้ช่วยทุกครั้งไปก็คงจะ...ไม่ได้ ทั้งพี่หญิงและท่านป้าคงจะมีทางรับมือเรื่องนี้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

    ไป๋จื่อตบมือบุตรสาวเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตาบุตรสาว

    “เป็นดั่งที่เจ้าว่าแม่คงเป็นกังวลมากไปเอง”

    ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างจัดเตรียมพิธีสมรสครั้งใหญ่ขององค์รัชทายาทและองค์ชายรองที่จัดขึ้นพร้อมกันหลันหลันยังคงติดตามราชครูถิงเข้าวังเป็นปกติแต่กลับพบองค์ชายแปดหยางจี้หรือจี้เหยาเป็นครั้งคราวเท่านั้น

    “คุณหนูถิง”

    “ขันทีซูวันนี้จี้เหยามาไม่ได้ใช่หรือไม่”

    “ข้าน้อยต้องขออภัยแทนคุณชายด้วยช่วงนี้คุณชายเรียนหนักมาก..อีกทั้ง..”

    หลันหลันมองไปทางขันทีซูที่พยายามพูดแทนจี้เหยาหญิงสาวยกยิ้มให้แก่ขันทีซู ‘ดูเหมือนตัวร้ายของเรื่องกำลังเริ่มที่จะหาวิชาและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ สินะ’

    “มิเป็นไรข้าเองก็จะเข้าไปหอตำราหลวงเช่นกัน ไว้ยามเมื่อเขามีเวลาค่อยพบกันก็ได้ จริงสิ”

    เด็กหญิงหยิบกล่องไม้เล็กๆ ขึ้นมายื่นให้ขันทีซู

    “ฝากของให้เขาด้วยนะบอกว่าอย่าหักโหม ให้พักบ้าง”

    พูดจบเด็กหญิงเดินจากไปตามทางที่ตนมักจะไปเสมอขันทีซูมองตามหลันหลันไปด้วยใจที่เจ็บปวดแทนองค์ชายของเขา ‘คุณหนูถิงท่านอย่าได้โกรธองค์ชายของข้าเลยนะทุกวันนี้องค์ชายฝึกอย่างหนักเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นท่านอาจารย์ที่สอนเองก็มิปราณีองค์ชายแม้แต่น้อยหากท่านเห็นสภาพขององค์ชายในตอนนี้เกรงว่าจะทำให้องค์ชายของข้า.....’ ขันทีซูค่อย ๆ เดินไปยังลานฝึกขององค์ชายแปดหยางจี้ในทันทียามเมื่อเท้าของเขาเดินเข้าไปใกล้ลานฝึกนั้น เสียงกระบี่ปะทะกันดังไม่ขาดสายยามเมื่อเจ้าของกระบี่อยู่ในระยะสายตา ดวงตาทั้งสองของเขาพบว่าองค์ชายตัวน้อยตอนนี้กำลังพยายามที่จะเอาชนะท่านอาจารย์ของตนอย่างหนักเช่นกัน

    “อ๊ากกกกก”

    เสียงองค์ชายแปดหยางจี้ร้องขึ้นก่อนจะกระโดดเข้าไปต่อสู้กับท่านอาจารย์อย่างสุดกำลังแต่ครั้งนี้ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา

    “ฟึ๊บบบ”

    กระบี่ที่อยู่ในมือขององค์ชายแปดหยางจี้ได้ตัดถูกชายเสื้อของท่านอาจารย์บุรุษมีอายุมองไปทางลูกศิษย์ของตนก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจเด็กชายตกใจเล็กน้อยที่ทำให้ชุดของอาจารย์ตนขาด

    “ท่านอาจารย์ข้า...”

    “เรื่องเล็กน้อยการที่เจ้าสามารถตัดชุดข้าให้ขาดได้ถือว่าฝีมือของเจ้าพัฒนาไปมากแล้วเช่นนั้นเช้านี้พอเพียงเท่านี้ก่อน ยามเว่ยไปพบข้าที่สระบัวในสวนพฤกษา”

    “สวนพฤกษา”

    “ถูกต้อง”

    พูดจบท่านอาจารย์ก็ได้หายไปอย่างรวดเร็วขันทีซูได้เดินเข้ามาหาหยางจี้พร้อม ๆ กับหวงฝูที่ยืนฝึกอยู่ข้าง ๆ นั้น

    “คุณหนูถิงได้ฝากสิ่งนี้มาให้องค์ชายพะยะค่ะ”

    ขันทีซูได้ยื่นกล่องเล็กๆ ให้แก่องค์ชายของตนเด็กชายเปิดเข้าไปด้านในพบลูกอมช็อกโกแลตที่ตนชอบกินอัดอยู่เต็มกล่องนั้นเมื่อรับกล่องลูกอมมาแล้วเท้าน้อย ๆรีบวิ่งไปทันทีโดยมีเสียงขันทีซูตะโกนตามหลังมา

    “คุณหนูถิงอยู่หอตำราหลวงนะพะยะค่ะ”

    พูดยังมิทันจบดีร่างน้อยๆ นั้นกลับหายไปอย่างรวดเร็ว ขันทีซูและหวงฝูมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มอย่างรู้กัน

    ร่างสตรีในอาภรณ์ม่วงนั่งอยู่ข้างหน้าต่างแสงที่สะท้อนมาจากตัวนางทำให้นางดูงดงามจนเท้าที่เดินเข้ามาถึงกับหยุดชะงักไปทันทีก่อนจะกระแอมขึ้นมาเบา ๆ

    “องค์รัชทายาท”

    “หลันหลันเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”

    เด็กหญิงมองบุรุษตรงหน้าด้วยรอยยิ้มใสซื่อ

    “ท่านลุงอู่เล่ออนุญาตเพคะ”

    “อ่อ”

    ชายหนุ่มมองตำราแพทย์ในมือเด็กหญิงด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ

    “เจ้าชอบอ่านตำราแพทย์หรือ”

    “เพคะ”

    รอยยิ้มและดวงตากลมโตของเด็กหญิงตรงหน้าทำให้ใจดวงน้อยของเด็กหนุ่มสั่นไหวมิเป็นจังหวะมือของเขาค่อย ๆ ล้วงของบางอย่างออกมา

    “เดิมทีข้าตั้งใจจะมอบของสิ่งนี้ให้เจ้านานแล้วแต่มิมีโอกาส ในเมื่อพบกันที่นี่แล้ว ข้าก็ถือโอกาสให้เจ้าเลยก็แล้วกัน”

    กำไลหยกฝังไข่มุกเลือดหายากถูกยื่นมาตรงหน้าหลันหลันหญิงสาวมองกำไลนั้นอย่างรู้ดีว่าราคากำไลนั้นประเมินค่าไม่ได้อย่างแน่นอนขณะที่กำลังจะอ้าปากปฏิเสธนั้นกลับถูกชายหนุ่มพูดตัวหน้าเสียก่อน

    “ถือเสียว่าจากพี่ชายให้น้องสาวตัวน้อยของเขา”

    เมื่อเห็นว่าองค์รัชทายาทตั้งใจมอบให้ตนหลันหลันจึงยื่นมือออกไปรับกำไลนั้น ก่อนจะแอบใส่ไว้ในช่องมิติของตนในทันที ‘ของสำคัญเช่นนี้หากใครเห็นเข้าข้าคง..... แย่แน่ ๆ’

    “ขอบพระทัยเพคะ”

    “เช่นนั้นไม่รบกวนเจ้าแล้ว”

    พูดจบชายหนุ่มฝืนใจเดินจากหลันหลันไปในทันทีทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมิได้หลุดรอดพ้นสายตาของเด็กชายผู้วิ่งกะหือกะหอบมาเด็กชายกำมือไว้แน่นด้วยความแค้นใจ ‘ต่อไปข้าจะหาของที่แพงกว่านี้ งดงามกว่านี้มามอบให้เจ้า’ เด็กชายยืนปรับอารมณ์ของตนให้สงบก่อนจะเข้าไปหาหลันหลันที่กลับมานั่งอ่านตำราของตนอีกครั้ง

    “หลันหลัน”

    “จี้เหยาเจ้ามาแล้ว”

    รอยยิ้มสดใสส่งผ่านไปให้เด็กชายตัวน้อยที่ตอนนี้ยังมีเค้าความไม่พอใจอยู่เล็กน้อยแต่เมื่อได้รับรอยยิ้มสดใสจากหลันหลันความขุ่นข้องหมองใจกลับหายไปในทันทีทั้งสองใช้เวลาพูดคุยและอยู่ด้วยกันในหอตำราจนถึงเวลาที่องค์ชายแปดหยางจี้ต้องไปแม้จะอาลัยหาสตรีเบื้องหน้าแต่แผนการที่เขาวางไว้นั้นยิ่งใหญ่กว่าเด็กชายตัวน้อยจึงกัดฟันเดินจากมาในทันที

    คล้ายกับเรื่องเมื่อฉันต้องรับบทนางร้าย ที่คุณอ่าน