ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่79 นิ้วทองคำ

    ถึงจะได้ยินคำถามจากนักศึกษาตรงหน้าจนได้สติ แต่เกรซยังคงจ้องวงหน้าดวงนั้นไม่เลิก

    กระทั่งได้ยินเขาถามอีกครั้งนั่นแหละจึงได้ละสายตากลับมา

    “อาจารย์ ไม่เป็นไรนะครับ”

    “ไม่เป็นไร” อาจารย์สาวดันแว่นตากรอบหนาบนสันจมูก

    “งั้นก็ดีแล้วครับที่ไม่เป็นไร ว่าแต่อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าถึงได้เดินมาแถวนี้”

    “ไม่นี่...อาจารย์แค่ได้ยินเสียงเหมือนใครซ้อมอะไรบางอย่างก็เลยแวะมาดู ไม่คิดเลยว่าเป็นพวกเธอ”

    “ฮ่าฮ่า เราออกกำลังกายเรียกเหงื่อนิดหน่อยครับ”

    “ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่อย่าลืมอ่านหนังสือละ อีกไม่กี่สัปดาห์ก็ถึงวันสอบแล้ว”

    “ไม่ลืมหรอกครับ”

    “งั้นก็ดี อาจารย์ไปละนะ”

    เจมส์มองแผ่นหลังของเธอลับตาก่อนจะเดินกลับเข้าไปในสนาม

    กันต์เข้ามากอดคอ ปากก็พล่ามว่า “ไอ้เจมส์มึงนี่สุดยอดจริงๆ เมื่อกี้เห็นอยู่ว่ามึงอยู่ในสนาม แปบเดียวแม่งก็ไปโผล่หน้าอาจารย์แล้ว ทำได้ไงวะ”

    “แม่งวิ่งโคตรเร็ว เร็วจนมองไม่เห็น เอาจริงนะ มึงลงแข่งขันวิ่งระดับประเทศชิงแชมป์เหรียญทองได้เลยนะเว้ย” คริสเสริม และเห็นว่าเจมส์ควรเอาดีด้านกีฬา

    “กูไม่ชอบกีฬา อีกอย่างหนึ่งกูมีบริษัทเป็นของตัวเอง จะต้องไปแข่งให้เหนื่อยทำไม” เจมส์ตอบ ไม่ได้ให้ความสนใจความคิดคริสเท่าไหร่

    “เออจริงของมึง” คริสเห็นด้วย นั่นสิเจมส์เป็นเจ้าของบริษัท ถึงมันจะยังเล็กอยู่ก็ตามแต่มันก็ดีกว่าการเป็นนักวิ่งเหรียญทอง

    “ว่าแต่เมื่อกี้มึงแม่งโคตรเท่ กูเห็นนะเว้ยว่าอาจารย์แกหน้าแดง สงสัยหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม สะดุดรักมึงเพราะถูกช่วยไว้แน่เลย” กันต์สะกิดพลางหัวเราะอิจฉา

    “...” สำหรับคำพูดของกันต์เจมส์ทำได้เพียงเงียบ ก่อนจะให้คำตอบว่า “ไร้สาระ อาจารย์เกรซอายุ 28 ปี แถมยังเป็นอาจารย์ในวิทยาลัยเรา ข้อห้ามตั้งเยอะแยะโดยเฉพาะหากมีความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาของวิทยาลัย”

    “ไม่เอาน่าเจมส์ ตอนนี้มึงเป็นคนรวยมีบริษัทเป็นของตัวเอง มีรถสปอร์ตตั้งสองคัน ไม่ต้องไปสนกฎไร้สาระหรอก ใช่ไหมวะคริส”

    “จริงของไอ้กันต์ มึงไม่ต้องสนใจกฎเข้มงวดของวิทยาลัยหรอก นี่ถ้าหากกูรวยแบบมึงนะ กูจะจัดการอาจารย์ในห้องพยาบาล!”

    “เดี๋ยวนะคริส...อาจารย์ในห้องพยาบาลเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ?” กันต์มองเพื่อนสนิทแปลกๆ

    ส่วนตัวคนที่ถูกมอง ทำได้เพียงยิ้มแล้วตอบบ่ายเบี่ยง

    ............

    เกรซกลับมาถึงห้องพักของอาจารย์

    เมื่อนั่งลงบนโต๊ะประจำ หล่อนหยิบน้ำจากขวดพลาสติกที่นำมาจากบ้านขึ้นมาดื่ม พลางถอนหายใจให้กับเหตุการณ์เมื่อครู่

    “ฟู่ว...บ้าเอ้ยเกรซ เขาเป็นนักศึกษาที่เธอต้องสอนนะ จะมาใจเต้นใจสั่นได้ไงล่ะ”

    อาจารย์สาวคุยกับตัวเองเงียบๆ พลางขมวดคิ้วหลังจากเห็นเอกสารบนโต๊ะ

    “เวรเอ้ย งานพวกนี้น่าเบื่อชะมัด ทำไมฉันถึงต้องมาเป็นอาจารย์ด้วยเนี่ย เฮ้อ...”

    มีใครหลายคนอยากเป็นอาจารย์ ให้การศึกษาแก่นักเรียนเปรียบดั่งผ้าขาว แต่สำหรับเกรซ เธอไม่อยากเป็นแม้แต่วินาทีเดียว แต่ที่ยังสอนอยู่เพราะไม่มีทางเลือก

    “เย็นนี้นัดยายเจลออกมากินเหล้าดีกว่า” อาจารย์สาวยังพึมพำกับตัวเองเงียบๆ พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ไล่หาข้อมูลติดต่อของเพื่อนที่ชื่อเจล

    ในขณะที่กำลังนัดแนะกับเพื่อนสาว เธอเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าถูกดวงตาคู่หนึ่งจับจ้อง

    “ไอ้เวรนั่นมาอีกแล้ว!”

    เกรซกัดฟันกรอดยามเห็นหน้าอีกฝ่าย

    ไอ้เวรนั่นที่เธอเพิ่งสบถคำหยาบไป เป็นถึงผู้อำนวยการแห่งวิทยาลัยกุหลาบขาว

    สำหรับคนภายนอกเขาอาจดูเหมือนคนแก่ใจดี มีเมตตา โอบอ้อมอารี ให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาในวิทยาลัย

    แต่สำหรับเกรซ เขามันก็แค่ตาแก่หัวงู ที่ชอบลวนลามเธอด้วยสายตาไม่ห่าง

    ใช่และนี่คงเป็นอีกเหตุผลที่เธออึดอัดสำหรับการเป็นอาจารย์

    ใครบ้างไม่อึดอัด ถูกจับตามองแทบไม่ได้พักหายใจ ถึงจะเป็นสถานศึกษาที่หลายคนต่างมองว่ามันปลอดภัย ทว่ามันแค่ด้านหนึ่ง สำหรับเกรซที่นี่แย่มาก

    ..........

    เจมส์กลับมาถึงเรือ ทว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับรุ่นพี่ดาวคณะฯ อย่างที่แล้วมา เพราะทั้งคู่ต่างวุ่นกับการอ่านหนังสือสอบ ในขณะเดียวกันเจมส์ต้องขับรถไปดูโรงงานผลิตแซลมอนดองเป็นระยะ

    ตอนนี้โรงงานเสร็จไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ปลายเดือนธันวาคมน่าจะทันเปิดไลน์ผลิตหรือไม่ก็อาจล่าช้ากว่านั้น

    ถึงจะพูดว่ามันเป็นโรงงานแต่เอาเข้าจริงมันแค่โกดังเก็บของเก่าเล็กๆ ที่ถูกเปลี่ยนเป็นโรงงานแค่นั้นเอง

    เจมส์เหลือบมองดูยอดเงินในบัญชีแล้วต้องหัวเราะ

    เพิ่งทำกำไรได้ไม่ทันไรก็ถูกหักออกไปเพราะซื้ออุปกรณ์สำหรับทำแซลมอนดอง

    โชคดีที่ใช้เส้นสายของก้องภพ ราคาเครื่องจักรที่จำเป็นจึงถูกกว่าตลาด 10 เปอร์เซ็นต์ ประหยัดเงินได้เยอะทีเดียว

    “อะไรพอจะทำเงินได้อีกนะ...” เจมส์สนใจการเรียนก็จริง แต่ในขณะเดียวกันเขายังวุ่นกับการหาเงิน ถีบให้ตัวเองไต่เต้าไปอยู่บนตึกสูงให้ได้

    คนอื่นอาจมองว่าเขารวยเพียงเพราะมีเรือยอร์ช แต่ในความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น

    เรือยอร์ชแค่เปลือก ขายไม่ได้เพราะเทคโนโลยีบนเรือล้ำหน้าเกินไป ทำได้เพียงไว้ใช้เองหรือนำไปเช่ารายวัน...

    “เดี๋ยวนะ นี่มัน...”

    ในขณะที่กำลังหาวิธีเพิ่มเงินในบัญชี เจมส์สะดุดตากับของในหน้าหนังสือเรื่อง'ย้อนอดีต กลับมาคว้าบัลลังก์'

    ทันทีที่เห็นของสิ่งนี้ รอยยิ้มของเจมส์กว้างขึ้นกว่าเดิมไม่รู้ตั้งกี่เท่า จนทอยที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะถาม

    “เจ้านาย เจออะไรเจ๋งๆ อีกเหรอครับ”

    “อืม ของดีน่ะ” เจมส์ไม่พูดเปล่า ดึงของที่ว่าออกจากหน้าหนังสือทันที

    เพราะตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในห้องส่วนตัวไม่มีคนอื่น จึงไม่ต้องกังวลหากนำของออกจากหน้าหนังสือ

    เช่นเคยแสงสีฟ้าสว่างวาบ ตามด้วยปรากฏนิ้วพลาสติกสีทองข้อหนึ่งอยู่ในมือของเจมส์

    'นิ้วทองคำ หลังจากสวมใส่นิ้วทองคำ คุณสามารถทำกำไรได้จากการเล่นหุ้นมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ตามอัตราแลกเปลี่ยนช่วงนั้น'

    'ผลเสียด้านลบ หลังจากใช้งานหนึ่งครั้ง ตัวผู้ใช้จะไม่สามารถเล่นหุ้นได้เป็นระยะเวลา 1 เดือน หากฝ่าฝืนจะตายเพราะหัวใจวายภายใน 1 นาที'

    ผลเสียด้านลบนับว่ารุนแรง แต่หากมองถึงความเป็นจริง เมื่อรู้ว่ามันมีข้อจำกัดการใช้งานหนึ่งเดือนต่อครั้ง คงไม่มีใครโง่หรอกใช้ซ้ำก่อนยังไม่หมดเวลา

    เจมส์สวมนิ้วทองคำที่ทำมาจากพลาสติกไว้บนนิ้วชี้มือขวา

    แรกสัมผัสคือมันเบาหวิว ให้สัมผัสนุ่มนวลไม่ต่างจากมือของตัวเอง แถมยังดูเหมือนกับทองคำเลิศหรู หากไม่ติดที่รู้ว่าความจริงเป็นพลาสติกเขาคงอิ่มเอมไปกับความสวยงาม

    ชายหนุ่มยังไม่รีบร้อนทำกำไรจากตลาดหุ้น เพราะยังมีเรื่องต้องจัดการอีกหลายอย่าง

    ไหนจะเรื่องของร้านนี้มีหอย ซึ่งตอนนี้พี่เนยไม่ได้ไปทำงานแล้ว เธอเรียนหนักมากเพราะช่วงนี้ใกล้สอบ จึงขอลาออกจากตำแหน่ง หน้าที่ทั้งหมดจึงตกเป็นของซิลวี่ 'หุ่นยนต์โมเดล แองเจิ้ล 21' ไปโดยปริยาย

    เจมส์โยนนิ้วทองคำไว้ในลิ้นชักห้องส่วนตัว จากนั้นออกมาจาก'เมจิกเชี่ยน'ลงเรือลำเล็ก ขึ้นฝั่งแล้วเข้าเมืองพัทยา

    .....

    รถ R35 ยังตกเป็นที่สนใจเช่นเดิม ต่อให้เป็นช่วงเย็นที่ถนนพลุกพล่านด้วยรถรา มันยงคงแล่นไปข้างหน้าโดยไม่มีใครกล้าขวาง ยกเว้นติดไฟแดง

    ในขณะจอดติดไฟแดง มีรถสปอร์ตสีแดงคันหนึ่งจอดอยู่ข้างๆ

    เหลือบมองจะเห็นได้ว่ามันคือ Ford Mustang ที่มีแถบลายซิ่งสีดำดุดัน

    เจ้าของรถคันสีแดงเองก็สังเกตเห็นรถฝั่งตรงข้ามเช่นกัน หล่อนลดกระจกลงมา พูดกับอีกคันด้วยรอยยิ้ม

    “นี่หนุ่มน้อย มาแข่งกันสักตาไหม”

    เจมส์เหลือบมองอีกฝ่าย เธอมีหน้าตาที่ดูดี วงหน้าเรียวเล็กตามธรรมชาติ แต่งหน้าโฉบค่อนข้างจัด ริมฝีปากแดงร่า เผยอจนเห็นฟันซี่ขาวเรียงราย

    “ไม่ดีกว่าครับ ถนนช่วงเย็นรถเยอะ ถ้าอยากแข่งไว้ไปแข่งในสนามแล้วกัน”

    “ชิ๊...ฉันไม่ได้พูดกับนายแต่ฉันกำลังพูดกับนายหัวโล้นนั่นต่างหากล่ะ แต่ช่างเถอะถ้าหากใจป๊อดก็แล้วกันไป” เธอเบ้ปาก สีหน้าแสดงออกถึงความดูถูกดูแคลนอย่างชัดเจน

    เจมส์ไม่ถือสา ถึงทอยจะสามารถเอาชนะผู้หญิงคนนี้ได้ แต่การแข่งรถในสภาพการจราจรติดขัดไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดเท่าไหร่

    ไฟเขียวมาแล้ว

    รถ Ford Mustang คันสีแดงคำรามเสียงหนัก มันพุ่งออกไปข้างหน้าในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ทิ้งให้คันด้านหลังมองเก้อ

    “เจ้านาย ทำไมถึงไม่ให้ผมจัดการละครับ ด้วยชิปเซ็ตที่พัฒนาได้ของผม แค่ทักษะการขับรถไม่ใช่เรื่องยากอะไร ผมสามารถเอาชนะเธอได้อยู่แล้ว” ทอยค่อนข้างไม่เข้าใจ เพราะมองว่ายังไงตนก็ต้องชนะ

    “ผมรู้ว่านายเก่ง” เจมส์ตบบ่าอีกฝ่าย “แต่ไม่ต้องรีบ เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่ถึงขั้นที่หาเธอไม่เจอหรอก ไว้เจอกันคราวหน้า ค่อยแข่งกับเธอก็ยังไม่สาย”

    “สัญญาแล้วนะครับว่าจะให้ผมแข่ง”

    “อ่า...”

    “เย้ เย้ เย้!”

    เห็นท่าทางดี๊ด๊าของเจ้าโง่แบนเนอร์เจมส์ถึงกับปวดขมับ

    นี่เขาคิดถูกหรือเปล่าเนี่ยที่ไปสัญญา มีหวังงานนี้กู่ยังไงก็กู่ไม่กลับ

    ขับมาถึงร้านนี้มีหอยดูเหมือนโชคจะเข้าข้างทอย

    เขาร้องและเต้นออกมาทันทีเมื่อเห็นรถ Ford Mustang คันสีแดงที่มีแถบซิ่งจอดอยู่หน้าร้าน

    คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน