ซีซวนเข้าใจคำว่าอาหารสำรองอย่างถ่องแท้ อาหารสำรองต้องมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่? เมื่อนางสังเกตเห็นนกเอี้ยงหงอนตัวนี้ได้รีบบาดเจ็บ นางก็รีบนำน้ำพุจิตวิญญาณมาให้มันดื่มหนึ่งหยดเพื่อเป็นการรักษา ตามพี่พี่ใหญ่เคยบอกเรื่องนี้แก่นาง
เมื่อดื่มน้ำพุจิตวิญญาณเข้าไป บาดแผลนกเอี้ยงหงอนตัวนั้นก็ประสานกันหายเป็นปลิดทิ้งในเวลาอันสั้น แม้แต่ตัวมันเองก็ยังฉงนงุนงงว่าทำไมแผลของมันถึงได้หายเร็วเช่นนี้
แต่ทันใดนั้นมันก็คิดได้ว่ามีใครช่วยมันไว้ พลางจะหันไปกล่าวขอบคุณ ทว่าร่างของมันก็ต้องชะงักอย่างกะทันหัน เมื่อสังเกตเห็นสายตาของผู้มีพระคุณคนนั้น
มันช่างเหมือน..เหมือนกับเหยี่ยวตัวนั้นไม่มีผิด! เด็กสาวจ้องมองมาที่มันราวกับว่ามันเป็นอาหาร!
เวลานี้ซีซวนยิ้มตาหยีมองมาที่นกเอี้ยงหงอน กล่าวขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า
“หายดีแล้วเช่นนั้นหรือ? งั้นเจ้าก็ทำตัวตามสบายนะ รีบเติบโตขึ้นด้วยล่ะ”
แม้ซีซวนจะแสดงท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู แต่ทว่าในสายตาของนกเอี้ยงหงอนและงูเห่าแล้วนั่น นางไม่ต่างจากปีศาจสาว ที่จ้องจะจับพวกมันกินท่าเดียว
เมื่อจัดการนกเอี้ยงเสร็จ ซีซวนก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สายตาของนางจดจ้องอยู่ที่เหยี่ยวป่าตัวนั้น พลางพูดขึ้นด้วยความสงสัยว่า
“เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บใช้หรือไม่? แต่ทำไมถึงผ่ายผอมเช่นนี้?”
แกว๊ก!!
ได้ยินเสียงสดใสของซีซวน เหยี่ยวป่าก็พยายามดิ้นทุรนทุรายเพราะมันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามภายในน้ำเสียงนั้นอย่างชัดเจน
แต่ทว่ามันดิ้นอย่างไรก็ดิ้นไม่ได้ ราวกับมีบางอย่างพันธนาการเอาไว้แน่น
ซีซวนสังเกตเห็นว่ามันผอมมาก น่องทั้งสองข้างเนื้อของมันแทบจะมีแต่กระดูก แบบนี้จะกินเป็นอาหารได้หรือ?
จะปล่อยให้อาหารสำรองเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้เป็นอันขาด! ต้องให้อาหารแก่มัน..เอาเป็นผลไม้สีแดงสดนั่นแล้วกัน!
ซีซวนเด็ดผลไม้ออกจากต้น นำไปให้เหยี่ยวป่าตัวนั้นมองดู เจ้าเหยี่ยวมองเห็นว่าเป็นผลไม้ ดวงตาของมันก็สุกใสเรืองรอง ในที่สุดมันก็จะได้กินอาหารในรอบหนึ่งสัปดาห์ ที่สำคัญกว่านั้นกลิ่นของผลไม้ช่างหอมยิ่งนัก
สังเกตเห็นว่าแววตาของเหยี่ยวโหยหาผลไม้ในมือ ซีซวนก็ป้อนผลไม้สีแดงสดนั่นเข้าไปในปากเหยี่ยว ระหว่างนั้นเองซีซวนก็คิดบางอย่าง
‘แล้วทำไมพี่ใหญ่ถึงปลูกผลไม้ในแปลงผักล่ะ?’
ซีซวนคิดเสร็จ เหยี่ยวป่าตัวนั้นก็พลันร้องเสียงหลง มันร้องออกมาสุดเสียงปานจะขาดใจ!
แกว๊ก!!!!!!
เหยี่ยวป่าทั้งร้อง ทั้งพ่นไฟออกมา! เวลานี้มันเกรงกลัวเด็กสาวตรงหน้าสุดขีด นางไม่ใช่มนุษย์ นางคือปีศาจ!!
ทันใดนั้นซีห่าวที่เป็นฝ่ายสังเกตอยู่รอบนอกก็ไขความกระจ่างให้ซีซวน
“ท่านพี่ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าพริกขอรับ นี่คือรูปร่างของมันก่อนที่พี่ใหญ่จะนำไปทำเป็นพริกป่น”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้ ข้าขออภัยเจ้าเหยี่ยวน้อย”
แกว๊ก!!!!!!
ทำเป็นไขสือ! ตบหัวแล้วรูปหลัง!
เหยี่ยวป่าไม่รับคำแม้แต่นิดเดียว มันพยายามดิ้นสุดแรงเกิดเพื่อหนีไปให้ไกลจากจุดนี้ แต่ทว่ามันก็ขยับตัวไม่ได้ เวลานี้มันรู้สึกว่าตนเองตกนรกโดยสมบูรณ์แล้ว
บนต้นโพสูงใหญ่ นกเอี้ยงหงอนพูดคุยกับงูเห่าอย่างสั่นเครือ
นกเอี้ยงหงอน “ปีศาจ?”
งูเห่า “ใช่ นั่นคือปีศาจ”
นกเอี้ยงหงอน “ต้องระวังตัว”
งูเห่า “ข้าอยู่บนยอด ปลอดภัย”
นกเอี้ยง “ข้าอยู่สูงกว่าเจ้า ปลอดภัยกว่า”
งูเห่า “…”
…
ขณะเดียวกันที่โลกภายนอก พอจ้าวหยางจื่อควบม้าเข้ามาในหมู่บ้านตระกูลหาน เขาก็ต้องพบเจอกับพวกชาวบ้านมากมายดักรอเขา เขาทักทายกับทุกคนด้วยรอยยิ้มตาหยี
“กำลังรอใครหรือขอรับ?”
ผู้หญิงวัยกลางคนกล่าวตอบทันใด “จะรอผู้ใด? ทุกคนมารอเจ้า!”
“รอข้า?” จ้าวหยางจื่อชี้มาที่หน้าอกของตนเองเพื่อความแน่ใจ
“ใช่! เจ้าทำเช่นไรม้าที่บาดเจ็บถึงวิ่งได้เพียงผ่านไปไม่กี่วัน”
“ข้าก็ทำยารักษาขอรับ มีอันใดหรือ?” พูดถึงตรงนี้จ้าวหยางจื่อพอจับรับรู้ถึงปัญหา หมอนั้นหาได้ยากนักในยุคสมัยนี้
“เจ้าเป็นหมอหรือ?”
“ตัวข้ามิบังอาจเรียกตนเองว่าหมอ ข้ามีความรู้เรื่องยาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นขอรับ”จ้าวหยางจื่อกล่าวอย่างถ่อมตน
“นั่นแหละหมอ! เจ้าเป็นหมอนี่เอง” ครั้งนี้ชาวบ้านต่างกระซิบกระซาบคนข้างๆ จนเกิดเสียงเซ็งแซ่
“ในที่สุดหมูบ้านของพวกเราจะได้มีหมอเสียที”
“คราวหลังถ้าเจ็บป่วยข้าคงไม่ต้องเข้าไปในเมืองแล้ว! ไกลก็ไกล บางครั้งยังเจ็บหนักกว่าเดิมอีก”
“ใช่ๆๆ”
แม้ทุกคนจะพูดแสดงความคิดเห็นอย่างดีอกดีใจ แต่ทว่าในใจแล้วกลับคิดไปอีกอย่าง บางคนต้องการจะยกลูกสาวให้จ้าวหยางจื่อในตอนนี้เสียด้วยซ้ำ ไม่สนใจด้วยว่าจ้าวหยางจื่อยังไม่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่
ทว่าจ้าวหยางจื่อก็ตัดบทความสุขของพวกเขาอย่างไม่ไยดี
“ยาของข้ารักษาได้เพียงสัตว์ สำหรับผู้คนแล้วนั้นรักษาไม่ได้ขอรับ เพราะยาที่ข้าทำขึ้นส่วนผสมทำจากพิษแทบทั้งหมด..”
สิ้นเสียงของจ้าวหยางจื่อ เสียงของพวกชาวบ้านเงียบลงทันใด ทุกคนต่างหันมามองจ้าวหยางจื่อเป็นตาเดียว
“จริงหรือ?”
“ขอรับ” พยักหน้าเสร็จจ้าวหยางจื่อก็ตบแผงคอของม้าตัวเมีย ส่งสัญญาณให้มันเดินกะเผลก ประเดี๋ยวพวกชาวบ้านจะสงสัยเอาได้
ม้าตัวเมียก็ทำตามคำสั่งได้อย่างดี ท่าทีของมันอ่อนช้อยราวกับบาดเจ็บจริงๆ
“ดูที่บาดแผลของมันสิขอรับ เลือดยังไหลซึมอยู่เลย ยาของข้าไม่ได้วิเศษวิโสอันใด”
พวกชาวบ้านก็มองดูที่บาดแผลของม้าตามคำพูดของจ้าวหยางจื่อ ปรากฏว่าเป็นไปตามที่จ้าวหยางจื่อกล่าว ทั้งหมดก็กระจายตัวกันออกไปทางใครทางมัน ไม่สนใจจ้าวหยางจื่อเหมือนในตอนแรกเลยแม้แต่น้อย
บางคนต่อว่าจ้าวหยางจื่อด้วยซ้ำว่าทรมานสัตว์ ม้ายังบาดเจ็บยังเอามาใช้งานอีก
เห็นเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งใจ ก่อนจะกล่าวกับเจ้าม้าตัวเมียว่า
“เจ้าทำได้ดีมาก กลับเรือนข้าจะให้น้ำพุวิเศษสองหยดเป็นรางวัล”
ได้ยินคำพูดของจ้าวหยางจื่อ ม้าตัวเมียก็ร้องฮี้ๆๆ ออกมาด้วยความดีใจ มันไม่เคยลืมผลอันน่าอัศจรรย์ตอนที่ได้ดื่มน้ำพุวิเศษ ในที่สุดรางวัลที่มันเฝ้ารอก็จะได้กินอีกครั้ง
จ้าวหยางจื่อครุ่นคิดในใจ
‘เกือบไปแล้ว ถ้าข้าเผยความสามารถมากไปคงไม่เป็นการดีแน่..เวลานี้รากฐานของข้ายังไม่มากพอ ถ้าทุกอย่างพร้อม ข้าก็ไม่ต้องมองสีหน้าของผู้คน..’
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel