cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    ครอบครัวมาถึง

    นับจากวันนั้นสามวัน ครอบครัวของไป๋ฉีก็เดินทางมาถึงยังดราก้อนเอ็มไพร์ และแน่นอนว่าพวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเองจากหน่วยมังกรขาว ทำให้ทั้งไป๋เฉิน ไป๋เยว่อิง ไป๋หยาเฟย และไป๋หนิง รู้สึกดีเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหน่วยมังกรขาวจะย้ายบ้านพวกเขามาอยู่ข้างๆบ้านลูกชายเช่นนี้

     

    นี่แสดงให้เห็นแล็วว่าหน่วยมังกรขาวให้ความสำคัญกับไป๋ฉีมากเพียงใด ส่วนสิ่งที่ทำให้พวกเขาแปลกใจมากที่สุดนั้น คงจะหนีไม่พ้น โรส ที่ไป๋ฉีมาพาแนะนำให้พวกเขาได้รู้จักเป็นครั้งแรกในฐานะหนึ่งในแฟนสาว

     

    ความจริงนี้ทำเอาไป๋เฉินผู้เป็นพ่อถึงกับแทบลืมหายใจ ส่วนแม่ๆทั้งสามนั้นพากันรุมล้อมโรสกันยกใหญ่เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวต่างๆของเธอและไป๋ฉีว่าเป็นไงมาไงถึงได้ตัดสินใจมาคบกัน

     

    ทางด้านของโรสจึงอดไม่ได้ที่จะเล่าความจริงให้พวกเธอฟัง ทำให้บรรดาแม่ๆต้องหันขวับมองไปยังไป๋ฉีในทันที เพราะไม่คิดว่าเมื่อก่อนว่าเจ้าเด็กคนนี้จะเคยมีแฟนกับเขาด้วย แถมยังเป็นถึงเจ้าหญิงเพลิงน้ำแข็งคนดัง

     

    "ให้ตายสิ มิน่าทำไมสามปีก่อนถึงได้ทำท่าหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตขนาดนั้น"ไป๋หยาเฟยกล่าวพร้อมกับลูบศรีษะของไป๋ฉีเบาๆด้วยความเอ็นดู หากจะพูดในมุมมองของไป๋ฉีตอนนั้นก็ไม่ได้ผิดที่เขาจะเลือกครอบครัวก่อน แต่ในสายตาของแม่แล้วก็ไม่ได้อยากจะให้เขาเสียสละความสุขของตัวเองขนาดนั้น

     

    "เรื่องนี้หนูต้องขอโทษด้วยค่ะคุณน้า ทั้งหมดเป็นเพราะหนูเอง"โรสโค้งตัวเพื่อที่จะขอโทษ แต่ทว่าทั้งไป๋เยว่อิงและไป๋หนิงก็พุ่งเข้าไปประคองเธอเอาไว้

     

    "ขอโทษอะไรกันจ๊ะ หนูเองก็เจ็บปวดเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน เรื่องอะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป"ไป๋หนิงกล่าว

     

    "ใช่ๆ อีกอย่างหนูโรสเรียกพวกเราว่า คุณน้า มันออกจะดูแปลกๆไปหน่อย ลองเรียกใหม่ซิ หนูรู้ใช่ไหมว่าพวกเราอยากให้เรียกว่าอะไร"ไป๋เยว่อิงกล่าวใบหน้าประดับรอยยิ้มด้วยความเอ็นดูเอาไว้

     

    "คะ คุณแม่!"โรสกล่าวออกมาด้วยความเขินอาย ทว่าแม่ๆทั้งสามของไป๋ฉีพากันชอบใจยกใหญ่ ขนาดจางจิวลี่ที่นั่งอยู่ข้างๆไป๋ฉีตอนนี้ก็ถึงกับหัวเราะออกมาเช่นกัน ในเวลาต่อมาเธอก็โดนพวกแม่ๆของไป๋ฉีเรียกไปอีกคน จากนั้นการสนทนาระหว่างผู้หญิงก็ได้เริ่มขึ้นมา ส่วนไป๋เฉินและไป๋ฉีนั้นก็นั่งอยู่ตรงโซฟามองดูพวกเธอพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตาปริบๆ

     

    "พ่อ ตกลงพวกเราเป็นหมาหัวเน่าแล้วใช่ไหมครับ"ไป๋ฉีกล่าวถามออกมาเล่นๆ

     

    ไป๋เฉินที่ได้ยินก็ตีสีหน้าจริงจัง "ลูกพ่อ เรื่องนี้มันเป็นชะตากรรมของชายหนุ่มตระกูลไป๋ เมื่อภรรยารวมตัวกันเองหรือรวมตัวกับลูกสะใภ้ สามีอย่างเราก็ทำได้แค่นั่งดูเท่านั้น แล้วถ้าพวกเธอกำลังพูดคุยกันอย่างเข้าได้เข้าเข็มหากไม่จำเป็นอย่าไปแทรกบทสนทนาของพวกเธอโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจจะชะตาขาดได้"

     

    "เอ๋! พ่อพูดเวอร์ไปหรือเปล่า มันไม่ขนาดนั้นมั้ง ทั้งจิวลี่กับโรสไม่มีทางทำขนาดนั้นเพราะผมไปขัดบทสนทนาหรอก"ไป๋ฉีกล่าว

     

    ไป๋เฉินจึงจับมือลูกชายและกล่าวอย่างปลงๆ "นั่นเพราะลูกยังมีแฟนสาวแค่สองคน รอให้คนที่สามคนที่สี่โผล่มาเมื่อไหร่ แล้วหากพวกเธอรวมกลุ่มกันได้ ต่อหน้ากลุ่มของภรรยาสามีอย่างเราๆก็จะไร้อำนาจโดยสิ้นเชิงแม้ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม"

     

    ไป๋ฉีที่เห็นแววตาอันน่าสงสารของไป๋เฉินผู้เป็นพ่อก็ถึงกับกลืนน้ำลาย นี่คือชะตากรรมของผู้ชายตระกูลไป๋งั้นหรือ แสดงว่ารุ่นก่อนๆนี้ก็มีเหตุการณ์แบบที่พ่อของตนเล่าเกิดขึ้นเหมือนกันน่ะสิ แต่เขาก็ไม่เคยเห็นตระกูลไป๋คนอื่นนอกจากพ่อกับแม่เสียด้วยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เอาไว้รอดูในอนาคตก็แล้วกัน

     

    หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา สองสาวอย่างจางจิวลี่และโรสก็แทบจะกลายเป็นลูกรักของบ้านไปโดยปริยาย เรียกได้ว่าหากว่างเมื่อไรก็จะไปมาหาสู่กับคุณนายไป๋ทั้งสามอยู่เป็นประจำ

     

    สามวันต่อมา ไป๋ฉีสวมชุดเครื่องแบบเต็มยศเดินออกไปจากบ้าน หากถ้าว่าทำไมถึงได้แต่งตัวแบบนี้ นั่นก็เพราะวันนี้เป็นวันจดสิทธิบัตรโพชั่น ซึ่งอาจารย์ของเขาอย่างอู่จินหยางได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้พร้อมแล้ว ซึ่งงานจะจัดขึ้นที่ตึกใจกลางดราก้อนเอ็มไพร์

     

    "พร้อมแล้วใช่ไหม นับจากนี้ไปนอกจากเธอจะเป็นนักสู้ของหน่วยมังกรขาวแล้วยังจะเป็นนักวิจัยของประเทศอีกด้วย"เมื่อมาถึงตึกมังกรขาวอู่จินหยางก็กล่าวขึ้นมา

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงจัง "พร้อมแล้วครับ"

     

    อู่จินหยางยกยิ้ม ก่อนที่จะพาไปฉีขึ้นเครื่องบินขนาดเล็กไปยังตึกดราก้อนเอ็มไพร์ในทันที เมื่อมาถึงและเปิดประตูลงจากเครื่องบินสิ่งที่เห็นคือนักข่าวมากหน้าหลายตาที่กำลังรอรายงานข่าวอยู่เบื้องหน้า ทำให้ไป๋ฉีเดินที่เดินตามหลังผู้เป็นอาจารย์อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น ก็รู้อยู่หรอกว่ามันเป็นงานจดสิทธิบัตรแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้

     

    "อาจารย์ครับ ทำไมนักข่าวมันเยอะขนาดนี้ล่ะ ผมก็นึกว่าแค่จดสิทธิบัตรแล้วปล่อยให้ดราก้อนเอ็มไพร์แพร่กระจายข่าวออกไปเสียอีก"ไป๋ฉีกล่าวถาม

     

    "หืม พูดอะไรน่ะ การที่จะคิดค้นสูตรการทำโพชั่นชนิดหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย การที่ต้องจัดให้งานออกมาใหญ่แบบนี้ก็เพราะต้องประกาศให้ทั้งโลกได้รู้ว่าเธอเป็นคนคิดค้นมัน ไม่ใช่แค่บางจำพวกแต่ต้องเป็นคนทั้งโลก"อู่จินหยางกล่าว การทำอะไรครึ่งๆกลางๆไม่ใช่วิสัยของดร้าก้อนเอ็มไพร์อยู่แล้ว เมื่อจัดงานสำคัญขนาดนี้ย่อมต้องจัดให้ยิ่งใหญ่เป็นธรรมดา

     

    "เข้าใจแล้วครับ"ไป๋ฉีกล่าวตอบรับ จากนั้นเขาก็ถูกอู่จินหยางพาเข้างานไป เพื่อเตรียมการแถลงข่าวและจดสิทธิบัตรโพชั่นจากหญ้าปีศาจม่วง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อตัวหลักของงานอย่างไป๋ฉีเข้าไปแล้ว พวกนักข่าวก็พากันตามไปในทันทีโดยไม่รอช้า

     

    เมื่อเข้ามาถึงผู้บัญชาการอู่ชิงก็นั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะแถลงข่าว อู่จินหยางจึงได้พาไป๋ฉีไปนั่งข้างๆกัน ส่วนตัวของอู่จินหยางเองก็นั่งในเก้าอี้ตัวถัดไป

     

    "เจ้าหนูเธออีกแล้วหรือ! สมแล้วที่เป็นศิษย์ของจินหยาง มักชอบทำให้ฉันประหลาดใจอยู่ตลอดเวลาจริงๆ"อู่ชิงหันมากล่าวกับไป๋ฉีที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความประหลาดใจ

     

    "อ้าว อาจารย์ไม่ได้บอกผู้บัญชาการหรือครับว่าผมเป็นคนสร้างโพชั่น"ไป๋ฉีกล่าวถาม

     

    "เห้อ บอกซะที่ไหนกัน พอเอาโพชั่นมาตรวจสอบคุณภาพเสร็จก็ปล่อยข่าวออกไปว่ามีคนของหน่วยมังกรขาววิจัยโพชั่นจากหญ้าปีศาจม่วงสำเร็จแล้วและจะจดสิทธิบัตรในวันนี้ ฉันก็พึ่งรู้ตอนที่เธอมานั่งนี่แหละ"อู่ชิงกล่าว

     

    "ฮ่าๆๆงั้นหรือครับ แต่ผู้บัญชาการวางใจ เมื่อจดสิทธบัตรแล้วผมจะให้สูตรโพชั่นดราก้อนเอ็มไพร์ฟรี"ไป๋ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราวกับมันไม่ได้มากมายอะไร

     

    อู่ชิงส่ายหน้า "ของซื้อของขายจะมาให้ฟรีกันได้อย่างไร เอาแบบนี้ดีกว่าค่าสูตรโพชั่น ดร้าก้อนเอ็มไพร์จะจ่ายให้เธอปีละสิบล้านเหรียญคอสมิค บวกกับกำไรจากการขายโพชั่นอีกสิบเปอร์เซ็น"

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินถึงกับผงะไปก่อนจะกล่าวตอบ "เอ่อ.....มันจะไม่เยอะไปหรือครับ?"

     

    "ผู้ใหญ่เสนอมาก็รับไว้เถอะ เพราะถึงอย่างไรดราก้อนเอ็มไพร์ก็ได้กำไรจากโพชั่นของเธออยู่ดี"อู่จินหยางที่นั่งข้างๆกล่าวขึ้นมา ไป๋ฉีจึงพยักหน้าให้อาจารย์และตอบรับแต่โดยดี

     

    การแถลงข่าวครั้งนี้จะเปิดเผยแค่วัตถุดิบหลักอย่างหญ้าปีศาจม่วงเท่านั้น ส่วนวัตถุดิบอื่นๆจะต้องเก็บเป็นความลับเอาไว้ เพราะอู่จินหยางและดราก้อนเอ็มไพร์ไม่อยากให้ราคาวัตถุดิบอย่างอื่นมันสูงขึ้นมา เพื่อที่จะรักษาผลกำไรในการขายโพชั่นเอาไว้

     

    และต้องบอกก่อนว่าแม้คนที่ซื้อไปจะนำมันไปตรวจสอบก็ไม่เป็นผล เพราะกระบวนการกลั่นของไป๋ฉีทำให้น้ำยาที่ได้จากการกลั่นหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันจนไม่อาจจะแยกองค์ประกอบได้ นอกจากหญ้าปีศาจม่วงแม้พวกเขาจะตรวจสอบให้ตายก็ไม่รู้ว่าวัตถุดิบอื่นๆคืออะไร

    คล้ายกับเรื่องcosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ ที่คุณอ่าน