หมอหญิงอัคคี

    ตอนที่ 81 หมู่บ้านเผาถ่าน

    เราเดินทางตามแผนที่จนมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านของคนมีฐานะระดับปานกลาง จึงถามป้าคนหนึ่งที่เดินผ่านมาว่าบ้านของฉิงคุนอยู่หลังใหน ป้าคนดังกล่าวชี้นิ้วไปทางท้ายหมู่บ้าน บอกให้เราเดินไปเกือบถึงท้ายหมู่บ้าน ให้สังเกตุที่หน้าบ้านปลูกต้นซานจาคือบ้านหลังนั้นแหละ


    ฉันกล่าวขอบคุณแล้วรีบเดินไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบมีต้นซานจาออกผลสีแดงสดปลูกอยู่หน้าบ้าน จึงตะโกนเรียกคนในบ้านมีหญิงชายสูงอายุคู่หนึ่งเดินออกมาจากในบ้าน ซึ่งเป็นพ่อกับแม่ของฉิงคุนแต่ชายสูงอายุบอกว่าฉิงคุนไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว


    หญิงสูงอายุถามอย่างระวังตัวด้วยท่าทางไม่ไว้ใจ ถามพวกเราว่าเป็นใครมีธุระอะไรจึงมาหาฉิงคุน ฉันตอบคนทั้งสองว่าเป็นลูกศิษย์ของหมอจง และเป็นศิษย์น้องของฉิงคุนชื่ออันฉี ส่วนชายหนุ่มที่มาด้วยทั้งสี่คนคือพี่ชาย เรามาหาฉิงคุนเพราะตอนนี้หมอจงหายตัวไปยังไม่กลับไปที่เรือน


    ทั้งสองมองหน้าวกเราอย่างพินิจพิจารณาก่อนจะเชิญเราให้เข้าไปนั่งพักดื่มน้ำชาในบ้าน ชายสูงอายุหันไปพูดเบาๆกับผู้เป็นภรรยาให้เข้าไปหยิบของที่หมอจงฝากไว้ เพียงครู่เดียวหญิงสูงอายุเดินออกมาจากในห้องในมือถือกระดาษมาด้วยแผ่นหนึ่ง ยื่นให้ฉันดูภายในเขียนแผนที่ไว้คร่าวๆไม่ค่อยละเอียดนัก


    ชายสูงอายุกล่าวว่านี่เป็นแผนที่หมู่บ้านเผาถ่าน ฉิงคุนกับหมอจงย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านนั้นได้ระยะหนึ่งแล้ว เขายังเล่าอีกว่าหมอจงมาหาฉิงคุนที่นี่และพักอยู่แค่สองวัน จากนั้นทั้งสองคนก็พากันขนข้าวของขนหีบไปอยู่ที่หมู่บ้านเผาถ่านเลย แต่ก่อนจะไปหมอจงได้เขียนแผนที่เดินทางไปหมู่บ้านเผาถ่านไว้ให้ และยังสั่งไว้ว่าถ้ามีผู้หญิงชื่ออันฉีมากับพี่ชายสี่คนให้มอบแผนที่นี้ให้


    จากนั้นชายสูงอายุก็อธิบายเส้นทางไปหมู่บ้านเผาถ่านจนเข้าใจ จึงกล่าวลาผู้สูงอายุทั้งสองเพื่อเดินทางไปหมู่บ้านเผาถ่าน ซึ่งเรายังได้พบกับพี่สาวและหลานสาวตัวน้อยน่ารักของฉิงคุนเพิ่งกลับจากซื้อของในตลาด ดูเป็นครอบครัวอบอุ่นรักใคร่กันดี มิน่าล่ะฉิงคุนถึงได้เป็นคนจิตใจดีเพราะมีครอบครัวรักใคร่กันดีแบบนี้นี่เอง


    กระทั่งเราเดินทางมาถึงหมู่บ้านเผาถ่าน หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆห่างจากตัวเมืองไกลพอสมควร บ้านแต่ละหลังส่วนใหญ่ตั้งอยู่ห่างกัน บางหลังมีควันลอยคลุ้งจากในบ้านคงเกิดจากการเผาถ่าน โดยรวมแล้วทั้งหมู่บ้านมีแต่คนยากจน ซิ่นหลิงจึงถามชาวบ้านที่กำลังหาบฟืนเดินผ่านมาว่ารู้จักบ้านของหมอจงหรือไม่


    ชาวบ้านคนนั้นบอกให้เราเดินไปถึงทางโค้งข้างหน้าที่เห็นอยู่ไกลๆนั่น เดินเลยทางโค้งไปอีกหน่อยจะเห็นบ้านหลังเล็กๆ ที่หน้าบ้านมีชั้นไม้สำหรับตากสมุนไพร เห็นแล้วจะรู้ทันทีเลยว่าเป็นบ้านหมอยา จากนั้นชายหาบฟืนก็แบกฟืนเดินจากไป


    เราเดินไปถึงบ้านหลังที่ชายแบกฟืนเรียกว่าหมอยา เป็นบ้านหลังเล็กๆเก่าๆ ที่หน้าบ้านมีแคร่ไม้ตัวใหญ่วางอยู่ตัวหนึ่ง ถัดไปมีโต๊ะและม้านั่งตั้งวางอยู่ คงเป็นโต๊ะที่ไว้ใช้นั่งตรวจโรคให้คนไข้ และมีกระจาดใส่สมุนไพรวางเรียงกันอยู่บนชั้นตากยาที่หน้าบ้าน


    เฟยเจินจึงตะโกนถามว่ามีใครอยู่หรือไม่ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายตอบกลับมาว่า "อยู่! มาแล้วๆ" จากนั้นคนในบ้านก็เดินออกมาซึ่งเขาคนนั้นคือฉิงคุน เราทั้งคู่เดินเข้าไปจับมือกันด้วยความดีใจที่ศิษย์พี่ศิษย์น้องได้พบเจอกันอีกครั้ง


    จึงรีบถามฉิงคุนทันทีว่าหมอจงอยู่ที่นี่ด้วยหรือไม่ ฉิงคุนตอบว่าหมอจงเข้าไปในเมืองเมื่อเช้า เพื่อไปหาจ้างช่างก่อสร้างมาสร้างเรือนหลังใหม่ให้ใหญ่แข็งแรงกว่าหลังนี้ และไปหาซื้อยาสมุนไพรมาเพิ่ม เนื่องจากยาสมุนไพรในบ้านตอนนี้ยังมีอยู่น้อยเกินไป แต่ไม่นานหมอจงก็คงจะกลับมา


    จากนั้นฉิงคุนก็เชิญเราให้เข้าไปนั่งที่แคร่ไม้ไผ่ตัวใหญ่หน้าบ้าน เพราะภายในบ้านมีขนาดเล็กเกินไปไม่สามารถรับรองแขกได้พร้อมกันหลายคน ฉันโล่งใจที่รู้ว่าไม่มีอันตรายเกิดขึ้นกับหมอจง เพียงแต่ยังสงสัยว่าทำไมหมอจงพาฉิงคุนย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านยากจนแห่งนี้


    ฉิงคุนยกถาดน้ำชามาวางให้เราดื่มแก้กระหาย แล้วเล่าให้เราฟังว่าก่อนหน้านี้หมอจงเดินทางกลับไปที่เรือนแล้ว แต่พบเหวินหลางกับเหม่ยอิงพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่นั่น หมอจงจึงปล่อยให้สองคนนั้นอาศัยอยู่ด้วยกัน จากนั้นหมอจงก็เดินทางมาพบเขาที่บ้าน ชักชวนให้มาอยู่ที่หมู่บ้านเผาถ่าน ซึ่งตัวเขาเองนั้นอยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่ได้ติดตามรับใช้หมอจงไปทุกที่ก็พอ


    ส่วนบ้านและที่ดินตรงนี้หมอจงซื้อต่อจากเจ้าของเก่าที่ย้ายไปอาศัยอยู่ในเมือง แต่กำลังจะสร้างเรือนหลังใหม่ที่ใหญ่และแข็งแรงตรงพื้นที่ว่างด้านหลัง เพื่อทำเป็นเรือนหมอรักษาชาวบ้านและขายยาสมุนไพรราคาถูกให้กับชาวบ้านที่ยากจน


    ส่วนเหตุผลที่หมอจงพาเขาย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านเผาถ่าน เพราะในอดีตแม่นมของหมอจงเคยอาศัยอยู่ที่นี่ อีกอย่างที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านคนยากจน ยังขาดหมอและยารักษาโรค ชาวบ้านไม่มีเงินมากพอจะไปหาหมอและซื้อยาดีๆในเมือง หมอจงจึงเลือกมาอาศัยอยู่ที่นี่เพื่อรักษาชาวบ้าน


    ฉิงคุนพาฉันเข้าไปดูภายในบ้าน มีชั้นวางบูชาป้ายวิญญาณอยู่หกป้าย เขาบอกว่าสี่ป้ายตรงกลางคือป้ายวิญญาณพ่อแม่แท้ๆสกุลว่าน กับป้ายวิญญาณพ่อแม่บุญธรรมสกุลจงของหมอจง ส่วนอีกสองป้ายคือป้ายวิญญาณของแม่นมทั้งสองที่เคยดูแลหมอจงกับเหวินหลาง


    ฉิงคุนยังบอกอีกว่า เรื่องครอบครัวสกุลว่านของหมอจงนั้นเขารู้อยู่ก่อนแล้ว แต่เพราะเป็นความลับเขาจึงไม่ได้เล่าให้ฉันฟังก่อนหน้านี้ ส่วนเรื่องเหวินหลางนั้นเขาเพิ่งรู้ตอนที่หมอจงไปพบเขาที่บ้าน ฉิงคุนยังบอกอีกว่าหีบเงินของฉันนั้น เขาขนเอามาด้วยตอนที่ย้ายออกจากเรือนเพื่อหนีราชครูเฉิง แต่หมอจงนำเงินไปซื้อข้าวของอุปกรณ์ต่างๆ และจ้างช่างเพื่อมาปลูกบ้านหมดแล้ว


    ฉันเผลอทำเสียงห๊ะ?! เพราะตกใจแต่ก็ยิ้มแห้งๆตอบว่า เรื่องเงินหีบนั้นให้หมอจงใช้ได้เลยถือเป็นการช่วยเหลือกันระหว่างศิษย์กับอาจารย์ หากต้องการให้ช่วยเหลืออะไรอีกก็ให้บอกได้เลยยินดีช่วยเหลือเต็มที่ แต่ก็แอบคิดอยู่ในใจว่าเงินในหีบตั้งเยอะใช้จนหมดหีบ แหม! ใช้เงินเก่งเหมือนกันนะเนี่ย! จากนั้นเราจึงออกมานั่งดื่มน้ำชารอหมอจงที่หน้าบ้าน


    ซึ่งในระหว่างนั่งรอกันอยู่นั้น ฉันสังเกตุเห็นว่าไม่มีชาวบ้านเดินมาซื้อยาเลย จึงถามฉิงคุนด้วยความสงสัยว่า มาอยู่ในหมู่บ้านที่ยากจนขนาดนี้กิจการจะไปรอดเหรอ ดูท่าจะร่วงตั้งแต่ยังไม่สร้างเรือนหลังใหม่ด้วยซ้ำ


    ฉิงคุนหัวเราะเบาๆเพราะเขานั้นรู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ไปไม่รอด แต่กลับตอบว่าเรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง หมอจงมีท่านจินคอยหนุนหลังให้การช่วยเหลือทางด้านการเงิน ต่อให้ไปอยู่ในถิ่นทุรกันดารกว่านี้ก็ไม่มีปัญหา เพราะท่านจินสนับสนุนหมอจงให้ช่วยเหลือชาวบ้านในถิ่นที่ทางการเข้าไปไม่ถึง เพียงแต่ช่วงนี้หมอจงกำลังยุ่งเรื่องหาช่างมาสร้างเรือน จึงยังไม่ได้ส่งข่าวถึงท่านจิน


    แต่อีกไม่นานถ้าพวกคนรวยหรือพวกเศรษฐีในเมือง รู้ว่าหมอจงผู้เป็นหมอเทวะแห่งแคว้นจินชางอยู่ที่นี่ คนพวกนั้นก็จะแห่กันมารักษามาซื้อยา แม้จะมีราคาแพงเท่าราคาบ้านเศรษฐีพวกนั้นก็ยินดีจ่าย อีกหน่อยหมู่บ้านนี้ก็คงจะเจริญขึ้นเอง แต่แปลกตรงหมอจงนี่สิ! ชอบใช้ชีวิตสมถะรักความเงียบสงบไม่ชอบความวุ่นวาย ใช้ชีวิตตรงกันข้ามกับชื่อเสียงตำแหน่งที่ได้รับมาเหลือเกิน


    แต่ตอนนี้ซิ่นหลิงเริ่มออกอาการเบื่อหน่ายไม่มีอะไรทำ และไม่มีอะไรน่าสนใจในหมู่บ้านนี้เลย ฉิงคุนจึงเข้าไปในบ้านยกหมากกระดานออกมา ให้ซิ่นหลิงเล่นเดินหมากกับหยงเป่าทั้งยังยกเหล้าออกมาวางไว้ให้ดื่ม จากนั้นฉิงคุนก็เดินเข้าไปในครัวทำของแกล้มเหล้า


    แต่มีชาวบ้านชายคนหนึ่งเดินถือปลาตัวใหญ่สามตัวมาหยุดยืนที่หน้าบ้าน ถามว่าท่านหมออยู่หรือไม่ ฉันตอบว่าหมอจงไม่อยู่ตอนนี้อยู่แต่ฉิงคุน ชายคนนั้นก็พยักหน้าหงึกๆพูดว่าหมอฉิงคุนก็ได้ ฉันจึงเดินเข้าไปเรียกฉิงคุนในครัวว่ามีคนมาหาน่าจะเป็นคนในหมู่บ้าน


    ฉิงคุนจึงส่งจานถั่วลิสงคั่วให้ฉันถือ แล้วเดินออกไปทักทายชาวบ้านคนดังกล่าวเหมือนคนคุ้นเคย ชายคนนั้นบอกฉิงคุนว่าเพิ่งกลับมาจากตกปลา รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ อยากได้ยาแก้ไข้ไปต้มกินสักห่อแต่ตอนนี้ยังไม่มีเงิน แต่จะให้ปลาสามตัวจ่ายเป็นค่ายาแทนให้ก่อน เมื่อหายไข้แล้วจะหาเงินมาจ่ายค่ายาที่ค้าง


    ฉิงคุนตอบว่าเรื่องค่ายาไม่ต้องกังวลมีเงินเมื่อไหร่ค่อยนำมาจ่าย ส่วนปลาที่จับมานั้นไม่ต้องนำมาจ่ายเป็นค่ายาหรอกแต่ให้นำกลับไปบ้านไว้ปรุงอาหาร แต่ชายคนดังกล่าวคะยั้นคะยอขอให้ฉิงคุนรับปลาไว้ ฉิงคุนจึงขอรับปลาไว้แค่หนึ่งตัวโดยให้เหตุผลว่า เขาอยู่กับหมอจงแค่สองคนไม่ได้กินอะไรเยอะจึงขอรับปลาไว้แค่ตัวเดียวก็พอ


    ฉิงคุนเชิญชายคนดังกล่าวให้เข้ามานั่งที่เก้าอี้ไม้สำหรับตรวจคนไข้ จากนั้นเริ่มทำการตรวจ เพียงครู่เดียวก็บอกชายคนนั้นว่าเป็นไข้แดดเพราะตากแดดนานเกินไป จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นไปจัดยาใส่ห่อยื่นให้ชายนนั้นนำยากลับไปต้มกิน ชายคนดังกล่าวค้อมตัวขอบคุณฉิงคุน และกล่าวชื่นชมก่อนจะเดินกลับออกไปว่า เป็นความโชคดีของหมู่บ้านที่มีหมอใจดีมาอยู่ในหมู่บ้านตั้งสองคน


    เมื่อชายคนนั้นเดินจากไปแล้ว ฉิงคุนก็หันมายิ้มแล้วพูดว่าชาวบ้านมักนำปลา ผัก หรืออาหารมาแลกเป็นค่ายาค่ารักษา ซึ่งยาส่วนใหญ่เป็นยาสามัญธรรมดาจำพวกยาแก้ไข้ แก้ไอ และยารักษาแผลไม่ได้มีราคาแพงอะไร ถ้าจะไม่มาจ่ายค่ายาเลยหมอจงก็ไม่ได้ว่าอะไรเช่นกัน และต่อไปหมอจงจะจ้างงานชาวบ้านให้ไปเก็บหรือปลูกสมุนไพร ชาวบ้านจะได้มีรายได้เพิ่มนอกจากงานเผาถ่าน


    ซึ่งพอได้ฟังและเห็นสีหน้ายิ้มแย้มของฉิงคุนในตอนนี้ ทำให้รู้สึกได้ว่าฉิงคุนน่าจะชอบที่นี่ เขาคงชอบพูดคุยคลุกคลีกับชาวบ้านมากกว่าคอยต้อนรับพวกขุนนางวางกล้ามใหญ่โต และเพียงครู่เดียวที่หน้าบ้านก็ได้ยินเสียงเรียกของหญิงสูงอายุเรียกฉิงคุน พร้อมกับเดินเข้ามาหาโดยไม่ต้องเชิญ ที่แขนนั้นคล้องตะกร้าใบเล็กๆ แต่ภายในตะกร้ามีผักสดสีเขียวน่ากินอยู่เต็มตะกร้า


    ฉิงคุนทักทายหญิงสูงอายุด้วยท่าทางสนิทสนมเรียกนางว่าป้าซิ่ว และแนะนำว่าฉันเป็นศิษย์น้อง เดินทางมาจากแคว้นหลวนเซียนมาเยี่ยมเยียนเขากับหมอจง ป้าซิ่วทักทายฉันอย่างเป็นกันเองว่าหมู่บ้านนี้ยินดีต้อนรับ แล้วพูดว่ามาจากแคว้นหลวนเซียนเหรอมาไกลเชียว นางคิดว่าฉันจะมาอยู่กับหมอจงที่นี่เสียอีก พรุ่งนี้จะได้เก็บผักมาแบ่งให้เยอะๆ


    ฉันยิ้มแล้วตอบว่าพอดียังมีงานต้องทำอยู่แคว้นหลวนเซียน แต่ถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมเยียนหมอจงกับฉิงคุนที่นี่บ่อยๆ จากนั้นป้าซิ่วก็ล้วงมือลงไปในตะกร้า หยิบผักสดกับเห็ดป่าที่เพิ่งเก็บมาแบ่งให้ฉิงคุนจำนวนหนึ่งไว้ปรุงอาหาร


    แต่ฉิงคุนกลับรับไว้โดยไม่พูดปฏิเสธใดๆเลย แถมยังพูดหยอกเย้าป้าซิ่วว่า เขากับหมอจงไม่อดตายเพราะมีป้าซิ่วนี่แหละคอยแบ่งผักแบ่งอาหารให้เป็นประจำ ป้าซิ่วยิ้มแกมหัวเราะเขิลๆว่าเป็นเพื่อนบ้านกันแบ่งผักแบ่งอาหารให้แค่นี้เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย


    ทั้งยังเล่าอีกว่าอาการไอเรื้อรังลูกชายของนางบรรเทาลง จนตอนนี้ไม่ค่อยไอแล้ว เพราะได้หมอจงรักษาให้ แถมยังคิดค่ายาราคาถูกมาก บางครั้งไม่มีเงินแต่ก็ยังรักษาให้แถมยังให้ยาไปต้มกินโดยไม่คิดเงินสักเหรียญ เป็นหมอที่ใจดีมีเมตตานักอยากให้หมอจงกับฉิงคุนอยู่ที่หมู่บ้านนี้ตลอดไป


    ฉันยืนฟังป้าซิ่วกล่าวยกย่องชื่นชมหมอจงกับฉิงคุน ด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจที่เห็นคนทั้งสองกลายเป็นที่รักใคร่ชื่นชมของคนในหมู่บ้าน มีแต่เสวียฉีเท่านั้นที่ได้ยินแล้วกลับเบะปากไม่รู้สึกชื่นชมด้วย


    จากนั้นป้าซิ่วก็พูดว่าจะต้องกลับไปทำอาหารเตรียมไว้ให้ลูกชายกินหลังเสร็จจากทำงาน และขณะที่ป้าซิ่วกำลังจะก้าวขาเดินออกไป เราก็ได้ยินเสียงชาวบ้านหลายคนเอะอะเสียงดังโหวกเหวกผสมเสียงร้องไห้ของผู้หญิงดังลั่นอยู่ไกลๆ


    เราจึงรีบเดินออกไปดูที่หน้าประตูรั้ว เห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นอุ้มเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุไม่ถึงสิบขวบมาด้วย พร้อมกับตะโกนเรียกหมอจงให้ช่วยแต่ไกล ป้าซิ่วที่อยู่ในอาการตกใจอุทานขึ้นทันทีว่า “อาไท่เป็นอะไร?!!” พร้อมกับกวักมือเรียกคนกลุ่มนั้นให้รีบมาทางนี้


    ฉิงคุนจึงบอกกลุ่มชาวบ้านให้อุ้มอาไท่ไปนอนบนแคร่ไม้ไผ่ตัวใหญ่ ทำให้พวกพี่ชายต้องรีบช่วยกันยกกระดานหมากยกถาดเหล้าออกจากแคร่ ชายสูงอายุอุ้มอาไท่เข้ามารีบบอกฉิงคุนว่าอาไท่หลานชายของตนถูกงูกัดแต่ไม่รู้เป็นงูอะไร


    ฉิงคุนจึงสั่งให้นั่งประคองอาไท่ไว้นิ่งๆอย่าให้นอนราบ แล้ววางมือของอาไท่ให้อยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ เพื่อไม่ให้พิษแพร่กระจายเข้าสู่หัวใจได้เร็ว ทั้งยังแกะเชือกที่รัดแขนของอาไท่ออกบอกกับทุกคนว่าเชือกที่รัดไว้จะทำให้เนื้อตาย

    คล้ายกับเรื่องหมอหญิงอัคคี ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258