หลังจากฝ่าฟันภยันตรายและความมืดมิดในช่องเขาวายุคลั่งมาได้ตลอดทั้งคืนด้วยความยากลำบาก ในที่สุด ขบวนคาราวานของลุงหลิวก็สามารถเดินทางพ้นออกจากเขตช่องเขาอันตรายนั้นมาได้สำเร็จ เมื่อแสงแรกแห่งอรุณเริ่มจับขอบฟ้า บรรยากาศในกองคาราวานก็พลันผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงถอนหายใจแห่งความโล่งอกดังขึ้นจากหลายๆ คน เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะเบาๆ เริ่มดังขึ้นมาแทนที่ความเงียบงันอันตึงเครียดที่ปกคลุมมาตลอดคืน เหล่าทหารยามผู้าเ็ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายใต้ข้อจำกัดของการเดินทาง ทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเขาได้รอดพ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราชและกลุ่มโจรป่าอันดุร้ายมาได้อย่างหวุดหวิดจริงๆ
เฉิน ฮ่าวหราน ยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทบทวนหลักการใน เคล็ดวิชาอัสนีา บทที่ 1 อยู่ในใจอย่างเงียบๆ เขาพยายามทำความเข้าใจในทุกตัวอักษร ทุกแผนภาพการโคจรพลัง เขารู้สึกขอบคุณระบบมรดกแห่งซวนหยวนอย่างเงียบๆ อีกครั้ง ที่ได้มอบหนทางและแสงสว่างให้แก่เขาในการควบคุมพลังอันยิ่งใหญ่และอันตรายนี้ แม้จะเป็เพียงจุดเริ่มต้นอันน้อยนิดก็ตามที เขายังคงสังเกตการณ์ผู้คนและสิ่งต่างๆ ในกองคาราวานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขาไม่ได้มองเพียงผิวเผินอีกต่อไป เขาเริ่มมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยละเลยไป เช่น วิธีที่เหล่าพ่อค้าตรวจสอบสภาพสินค้าของตนเองอย่างรอบคอบในทุกเช้า วิธีที่เหล่าทหารยามใช้สัญญาณมือสื่อสารกันอย่างเงียบเชียบในระหว่างการเดินทาง หรือแม้แต่วิธีที่ลุงหลิว หัวหน้ากองคาราวาน ใช้คำพูดที่นอบน้อมแต่แฝงความเฉียบคมในการเจรจาต่อรองกับชาวบ้านตามหมู่บ้านเล็กๆ ที่พวกเขาเดินทางผ่านเพื่อแลกเปลี่ยนเสบียง ประสบการณ์ที่ได้เห็นและเรียนรู้ระหว่างการเดินทางเหล่านี้ ค่อยๆ ขัดเกลาให้เด็กชายที่เคยเก็บตัวและไม่ค่อยสนใจโลกภายนอก เติบโตขึ้นทางความคิดและมุมมองทีละเล็กทีละน้อย
หลายวันต่อมาของการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ยอดกำแพงเมืองอันสูงตระหง่านของ นครหยุนผิง (Yunping City) ก็ปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้าเบื้องหน้า! มันเป็นครที่มีขนาดใหญ่โตและโอ่อ่ากว่านครฉางเฟิงบ้านเกิดของเขาหลายเท่าตัวนัก! กำแพงหินสีเทาเข้มที่สร้างอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงทอดตัวยาวเหยียดสุดสายตา ประตูเมืองขนาดใหญ่โตอลังการเปิดกว้าง ต้อนรับผู้คนและเกวียนสินค้าจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้าออกอย่างไม่ขาดสาย ธงสัญลักษณ์ของตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงและสมาคมการค้าต่างๆ โบกสะบัดอยู่เหนือยอดอาคารสูงหลายแห่ง บ่งบอกถึงความมั่งคั่ง ความเจริญรุ่งเรือง และอำนาจที่รวมศูนย์อยู่ในมหานครแห่งนี้
การตรวจตราที่ประตูเมืองหยุนผิงนั้นเข้มงวดกว่าที่ฮ่าวหรานเคยประสบมาในฉางเฟิงหลายเท่านัก ทหารยามที่ประจำการอยู่ ณ ประตูเมืองนั้นสวมชุดเกราะเต็มยศดูน่าเกรงขาม ทุกคนล้วนมีพลังปราณที่ไม่ธรรมดา ััได้ถึงความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าทหารยามทั่วไป พวกเขาตรวจสอบใบผ่านทางและสินค้าในเกวียนแต่ละคันอย่างละเอียดและเข้มงวด ฮ่าวหรานััได้ถึงสายตาที่คมกล้าซึ่งกวาดมองมายังทุกคนที่ผ่านเข้าออกอย่างประเมิน ทำให้เขารู้สึกกดดันอยู่เล็กน้อยและรีบก้มหน้าลงตามสัญชาตญาณ
เมื่อขบวนคาราวานผ่านประตูเมืองเข้ามาได้สำเร็จ โลกใบใหม่ที่แตกต่างจากที่เขาเคยรู้จักก็เปิดออกเบื้องหน้าทันที! ถนนหนทางภายในนครหยุนผิงนั้นกว้างขวางและปูด้วยแผ่นหินอย่างดี ร้านค้าสองข้างทางใหญ่โต หรูหรา และตกแต่งอย่างสวยงาม วางขายสินค้าล้ำค่าและแปลกตามากมายที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ผู้คนที่เดินสัญจรไปมานั้นแต่งกายด้วยผ้าไหมและแพรพรรณหลากสีสันสดใส ส่วนใหญ่ดูมีฐานะและภูมิฐาน และที่สำคัญที่สุดคือ เขาััได้ถึงพลังงานของผู้ฝึกตนที่หนาแน่นและหลากหลายกว่าในนครฉางเฟิงหลายเท่าตัว! ทั้งผู้ใช้ออร่าที่แผ่พลังกดดันออกมาจางๆ ผู้ใช้อาคมที่อาจจะมีสัญลักษณ์ของสำนักหรือตระกูลปรากฏอยู่บนอาภรณ์ หรือแม้แต่ทหารองครักษ์ส่วนตัวที่ติดตามบุคคลสำคัญบางคน ซึ่งดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้ฮ่าวหรานตระหนักถึง ความกว้างใหญ่ไพศาลของโลกแห่งผู้ฝึกตน ที่แท้จริง และ ระยะห่าง อันมหาศาลระหว่างตนเองกับเหล่าผู้แข็งแกร่งและยอดฝีมือเ่าั้
เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางในย่านตลาดกลางเมืองแล้ว เฉินหลิวก็กล่าวอำลาลุงหลิวและกัปตันเฟิงอย่างสุภาพ นางมอบค่าเดินทางส่วนที่เหลือพร้อมกับโอสถสมานแผลเล็กๆ น้อยๆ ที่นางปรุงขึ้นเองให้ เพื่อเป็การขอบคุณในน้ำใจและความช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ลุงหลิวกล่าวอวยพรให้นางและบุตรชายเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ ส่วนกัปตันเฟิงเพียงพยักหน้ารับคำขอบคุณ แต่สายตาที่มองมายังเฉินหลิวยังคงแฝงไว้ด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่ไม่จางหายไป เขาคงจะไม่มีวันลืมภาพที่สตรีผู้นี้จัดการกับโจรป่าทั้งสี่คนได้อย่างง่ายดายในวันนั้นเป็แน่
นางจูงมือฮ่าวหรานเดินไปตามถนนสายต่างๆ ของนครหยุนผิงอย่างมั่นคงและดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับว่านางเคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้มาก่อนแล้ว ก่อนจะตัดสินใจเลือกเข้าพักที่ "เรือนพักไผ่หอม" โรงเตี๊ยมขนาดกลางที่ดูสะอาดสะอ้าน ตั้งอยู่ในย่านที่ค่อนข้างเงียบสงบและเป็ส่วนตัว ห่างไกลจากความวุ่นวายของตลาดกลางเมือง
ภายในห้องพักที่กว้างขวางและสะดวกสบายกว่าบนรถม้ามากนัก ฮ่าวหรานรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอันยาวนานยังคงตกค้างอยู่ เฉินหลิวกลับไม่ได้พักผ่อนในทันที หลังจากจัดเก็บสัมภาระเล็กน้อยแล้ว นางก็บอกกับฮ่าวหรานว่าจะออกไป "เดินเล่น" เพื่อสำรวจเมืองและหาข้อมูลเพิ่มเติมสักครู่ แล้วนางก็หายออกไปเป็เวลาเกือบครึ่งค่อนวัน เมื่อนางกลับมาอีกครั้งในยามเย็น นางก็ได้ข้อมูลสำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับสถาบันเทียนซวนมาอย่างครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ตั้งอันแน่ชัดบนยอดเขาสูงสุดของเทือกเขาัครามทางทิศเหนือ ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางจากนครหยุนผิง ซึ่งคาดว่าจะประมาณห้าถึงหกวันเป็อย่างน้อย และกำหนดการสอบคัดเลือกศิษย์ใหม่ที่แน่นอน ซึ่งจะมีขึ้นในอีกเพียง สิบเจ็ดวัน ข้างหน้าเท่านั้น!
"เวลาเหลือน้อยกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มากนัก เราต้องรีบเตรียมตัวและออกเดินทางต่อโดยเร็วที่สุด" เฉินหลิวกล่าวกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขณะคลี่แผนที่อย่างง่ายที่นางเพิ่งไปซื้อหามาใหม่ "พรุ่งนี้แม่จะออกไปจัดหาสิ่งของที่จำเป็สำหรับการเดินทางขึ้นเขาเพิ่มเติม ส่วนเ้า จงใช้เวลาในวันนี้พักผ่อนให้เต็มที่ และทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มาให้ดี อย่าได้ประมาท"
ฮ่าวหรานพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เขารู้ดีว่าเวลาแห่งการพักผ่อนกำลังจะหมดลง และการเดินทางครั้งสำคัญที่สุดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
(จบตอนที่ 14)