ยังมีอีกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน เมื่อปรากฏมีแร่เหล็กเย็นหยดลงจากอากาศ ไปผสมกับเลือดสีชมพูเข้มกับเลือดสีม่วงเข้มในแก้วใบเล็ก
เหตุที่ไม่สามารถผสมรวมเข้ากันได้ในตอนแรก ขณะนี้ก็ได้เปลี่ยนไป เลือดของเทวินและเรนิตาหลังจากได้รับแร่เหล็กเย็นที่เป็นของเหลวสีดำ ก็เกิดการหลอมรวมเข้ากันได้
แล้วก็เปล่งแสงสว่างสีขาวนวลออกมามันกลายเป็นหยดเลือดสีขาวที่เปล่งประกาย ดูไปคล้ายกับไข่มุกที่บริสุทธิ์และแวววาว
“อ๊ะ!?...เลือดของคุณทั้งสองหลอมรวมเข้ากันได้แล้ว” อมรากล่าวออกมาเป็นคนแรกเธอรู้สึกยินดีกับปรากฏการณ์นี้
“ใช่ค่ะแร่เหล็กเย็นเป็นธาตุตัวกลางที่เชื่อมหยดเลือดให้เข้ากัน” ไรอาร์ได้อธิบายต่อทุกคน
คนที่ยินดีเป็นที่สุดคือเทวินเองเขากล่าวออกมาด้วยความดีใจ
“ขอบคุณ...ขอบคุณมากครับ”พร้อมกันนั้นก็หันไปมองที่เรนิตา
เรนิตาเองก็ยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ยังไม่แสดงกิริยาอาการใดออกมาในตอนนี้เพียงแต่ทำความเข้าใจกับสิ่งที่มองเห็นอยู่ตอนนี้นั่นก็คือหยดเลือดสีขาวที่เปล่งประกายและลอยอยู่เหนือแก้วใบเล็ก “หากทั้งคุณเรนิตาและคุณเทวินได้รับแร่เหล็กเย็นหลอมรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเลือดในร่างกายในปริมาณที่เหมาะสมพวกคุณก็จะมีเลือดวิวัฒนาการที่เข้ากันได้ค่ะ” ไรอาร์อธิบาย
ท่านผู้เฒ่าจำศีลที่มองอยู่พร้อมกับกำลังใช้ความคิดในที่สุดก็กล่าวถามออกมา
“เช่นนี้เป็นว่าทั้งสองจำเป็นต้องได้รับแร่เหล็กเย็นธาตุกายสิทธิ์ เพียงแต่ว่าแร่พิเศษนี้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของไรอาร์
แล้วจะต้องใช้วิธีการอย่างไร?” ท่านหันไปมองที่ไรอาร์
ไรอาร์ก็ได้บอกต่อทุกคน : “ฉันยังไม่ได้บอกทุกคนที่ฉันหลอมรวมกับแร่เหล็กเย็น ก็เพียงแค่ส่วนหนึ่งที่พอดีต่อร่างกายแสงเท่านั้น
ภายในอุโมงค์ถ้ำหลังน้ำตก ยังมีแร่เหล็กเย็นอีก เพียงแต่คุณทั้งสองต้องทำการหลอมรวมให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งด้วยร่างกายแสงของตนเองเท่านั้น”
“อืม ที่แท้เป็นแบบนี้ตอนนั้นการหลอมรวมด้วยตนเองจึงจะสามารถควบคุมบังคับแร่พิเศษชนิดนี้ได้”ท่านผู้เฒ่าก็เข้าใจได้
“ใช่ค่ะ” ไรอาร์กล่าวตอบแล้วหันไปกล่าวกับเทวินและเรนิตา
“ฉันคิดว่าพวกคุณควรใช้ร่างกายแสงไปที่อุโมงค์ถ้ำ แล้วเข้าสู่การจำศีลลึก ถึงจุดหนึ่งในภาวะการจำศีลนั้นจะพบแร่เหล็กเย็น
ใช้พลังจากกายแสงของพวกคุณหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับแร่พิเศษนั้น” ไรอาร์อธิบายต่อทั้งสอง
ขณะนั้นหยดเลือดสีขาวที่เปล่งประกายแสงและลอยอยู่บนอากาศเหนือแก้วใบเล็กนั้นก็แยกออกเป็นแร่เหล็กเย็น เลือดสีชมพูเข้ม
และเลือดสีม่วงเข้ม เมื่อแยกออกแล้วก็พุ่งกลับเข้าร่างกายของแต่ละคน
ทุกคนที่มองอยู่ก็เข้าใจได้แล้วว่าแร่เหล็กเย็นต้องเกิดการหลอมรวมกับเลือดด้วยตนเอง จึงสามารถคงสภาวะอยู่ได้
“ผมเข้าใจแล้วครับต้องเป็นไปด้วยตัวตนที่แท้จริงของตัวเราเอง” เทวินกล่าวออกมาแล้วเดินเข้าไปจับมือเรนิตา
ครั้งนี้เธอให้เขาสามารถเข้ามาจับมือ ก่อนที่เขาจะกล่าวกับเธอ
“ให้โอกาสต่อเราทั้งคู่นะครับเราเข้าไปในอุโมงค์ถ้ำด้วยกัน”
“ได้ค่ะ แล้วเราจะไปกันตอนไหนดีคะ?” เธอยินยอมที่จะไปกับเขา
เทวินรู้สึกดีใจและยังใช้ความคิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแต่ยังไม่ได้เอ่ยตอบ เพราะยังไม่แน่ใจว่าร่างกายของเธอจะพร้อมเขาคิดว่าตอนนี้ตนเองสามารถไปได้โดยไม่ต้องแยกกายแสงกับร่างกายเนื้อ แต่เรนิตายังต้องใช้วิธีแยกร่างกายแสงออกไป
เขาต้องการให้เธอได้พักผ่อน
ไรอาร์ก็พอจะเข้าใจความคิดของเทวิน จึงเอ่ยออกมา
“เอาอย่างนี้ค่ะ ฉันจะไปส่งคุณสองคนที่นั้นในคืนนี้เพราะว่าฉันคุ้นเคยและรู้ว่าบริเวณส่วนตรงไหนที่มีแร่เหล็กเย็น”“โอ๊ะ...คืนนี้เลยหรือครับผมยังคิดว่าเธอควรพักผ่อนร่างกายก่อน ไว้ฟื้นฟูดีแล้วค่อยไปก็ได้ครับ” เทวินที่เป็นห่วงเรื่องนี้กล่าวแย้ง
“ร่างกายของเธอในตอนนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้หลอมรวมกับแร่เหล็กเย็นเหมือนฉันในตอนนั้นที่เพิ่งจะเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูหลังจากอาศัยหินพิเศษที่เป็นอุกกาบาตมายังโลกร่างกายของเธอตอนนี้จึงเหมาะที่สุดแล้วค่ะ” ไรอาร์กล่าวกับเทวินด้วยประสบการณ์ของเธอ
“ได้ค่ะ คืนนี้ ...” เรนิตากล่าวรับกับไรอาร์
“เรเนียพร้อมหรือครับ?”เทวินหันไปถามด้วยความที่ทั่งเป็นห่วงทั้งรักใคร่ในตัวเธอ
“เรเนียคิดว่า เรายังมีหลายเรื่องที่ต้องทำ”เธอบอกต่อเขา
“อ๊ะ...ถ้าอย่างนั้น เราก็จะไปกันในคืนนี้ครับ” เขาตอบรับ
อมราเห็นว่าเขายังเป็นห่วงร่างกายของเรนิตาที่เพิ่งฟื้นกลับมาเธอจึงเอ่ยออกมา
“ไม่ต้องห่วงร่างของคุณเรนิตาฉันจะดูแลเธอในคืนนี้กระทั่งกลับมาค่ะ”
“อืม อันที่จริงก็ดีเหมือนกันระหว่างนี้ข้าจะกลับไปที่กระท่อมยังมีสิ่งที่ต้องทำ จะนำผงพิษมรกตนาคสวาทส่วนที่เหลือนี้ไปวิเคราะห์กับส่วนผสมของสมุนไพรอื่นหลังจากกลับมากันแล้วก่อนกลับไปมาศิตา พวกเจ้าก็ค่อยไปพบข้าที่นั่น”
ท่านผู้เฒ่าเห็นว่าเป็นดังนั้น จึงคิดจะนำผงพิเศษไปค้นคว้าต่อที่กระท่อม
“อ๊ะ..ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะให้คนไปส่งต้องขอบคุณมากครับ” เขากล่าวกับท่านผู้เฒ่า
ทั้งหมดสนทนาต่อกันสักพักก็พากันขอบคุณแล้วจึงให้การ์ดของเรนิตาไปส่งท่านผู้เฒ่าจำศีลที่กระท่อมริมธารน้ำตก
ตกกลางคืนเรนิตาก็ได้เข้าสู่สมาธิลึกภายในห้องนอนสักพักก็ปรากฏมีธาตุหยดเลือดสีชมพูเข้มออกมาจากร่างกายทุกคนมองดูอย่างจดจ้องแล้วหยดเลือดของเธอก็กลายเป็นร่างกายแสงแท้จริง โดยที่มีรูปเป็นมนุษย์เหมือนเธอ
เพียงแต่มีความสูงประมาณ 2 เมตรครึ่งและยังมีปีกแห่งแสงสองข้างที่กว้างประมาณ 3 เมตร อมราได้คอยดูแลร่างกายของเธออย่างใกล้ชิดและยังได้กำหนดส่งกลิ่นหอมจางๆออกมา นอกจากเป็นเกราะให้ร่างกายของเธอแล้วยังช่วยให้รู้สึกปลอดโปร่งอีกด้วย ส่วนเทวินและไรอาร์สามารถเดินทางโดยไม่ต้องแยกกายแสงเห็นเรนิตากำหนดเป็นหยดเลือดสีชมพูเข้มออกจากร่างกาย
กระทั่งเป็นกายแสงแท้จริงที่มีปีกแห่งแสง เมื่อเห็นเธอกางปีกและออกเดินทางด้วยความรวดเร็ว ทั้งสองก็ได้กำหนดหายตัวไปพร้อมกัน
ไรอาร์ปรากฏร่างกายแสงเป็นคนแรก ในบริเวณอุโมงค์ถ้ำที่ลึกลงไปจากปากโพรงถ้ำลำแสงสีชมพูเข้มก็พุ่งมาทางบริเวณนี้
ก่อนจะกลายเป็นร่างกายแสงของเรนิตาร่างแสงของเทเวินก็ปรากฏขึ้นในรูปกายแสงของมนุษย์วานรม่วงก่อนที่จะกลับคืนสู่ความเป็นร่างกายแสง
แบบมนุษย์
ไรอาร์จึงบอกต่อทั้งสอง : “บริเวณนี้มีแร่เหล็กเย็นฉันมาส่งได้เพียงเท่านี้ ขอให้พวกคุณเข้าสู่การจำศีลลึกในบริเวณนี้ค่ะ”
“ขอบคุณมากค่ะ” เรนิตากล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณมากครับ” เทวินรู้สึกดีมากในเวลานี้หลังจากกล่าวขอบคุณไรอาร์ เธอยิ้มอ่อนโยนให้กับทั้งสองก่อนจะหายร่างไป
เมื่อเธอกลับไปแล้วเขาจึงหันมากล่าวกับเรนิตา
“ขอบคุณมากนะครับเรเนีย ผมดีใจมากครับ”
เธอเก็บปีกและกลับคืนสู่ร่างกายแสงแบบมนุษย์ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าวกับเขา
“นี่คงเป็นเพราะว่าเราทั้งสองเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน”
“ผมมีความหวังเสมอขอบคุณที่ให้โอกาสผมครับ”
“ตอนนี้เราอยู่ส่วนลึกภายใต้หุบเขาและน้ำตกไม่รู้ว่าจะสามารถหลอมรวมร่างกายแสงกับแร่เหล็กเย็นได้ในตอนไหนเราควรแยกกันคนละมุมเพื่อเข้าสู่การจำศีลลึก คุณควรทำสมาธิให้ตั่งมั่นนะคะ”
“ครับผมจะตั้งใจ” เขากล่าวตอบด้วยเสียงที่หนักแน่น
“หลวงปูมีท่านเคยสอนเรเนียเข้าสู่สมาธิลึก คุณควรนึกถึงท่านก่อนจำศีลลึกครั้งนี้ ตอนนี้ฉันพร้อมแล้วค่ะ”
เธอนึกไปถึงก่อนหน้าที่จะกลับคืนสู่ร่างตอนนั้นเธอได้รับการชีแนะในการเข้าสู่สมาธิจากหลวงปูมี
“ค่ะถ้าอย่างนั้นเป็นว่าหากเรเนียหลอมรวมกับแร่เหล็กเย็นได้และตื่นขึ้นก่อนเรเนียจะคอยคุณเทวินคะ”
“ครับผมก็เช่นกัน หากตื่นขึ้นมาก่อน ผมก็จะอยู่คอยเรเนียหากคุณยังไม่ตื่นกลับมา ผมก็จะไม่ไปไหนครับ” นี่ก็เป็นการยืนยันถึงการเป็นคนรักต่อกันของทั้งสองคนทั้งเธอและเขาได้จับกุมมือกันครั้งด้วยร่างกายแสง ต่างมีรอยยิ้มให้กัน
ก่อนที่จะแยกกันไปกำหนดสู่สมาธิลึกคนละมุมในอุโมงค์ถ้ำที่ลึกแห่งนี้ ก่อนเข้าสู่การจำศีลลึกทั้งเขาและเธอก็ได้น้อมถึงหลวงปู่มี
ผู้มีคุณธรรมสูง และเมื่อเข้าสู่สมาธิแล้วทุกอย่างก็นิ่ง เงียบสงบ ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเลย