คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    เมื่อฝูงใหญ่ขึ้น

    ติ๊ง!

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 9 มีนาคม]

     

    เสียงสัญญาณแห่งการตื่นรู้ดังกังวานขึ้นในความมืดมิด ปลุกสติของอคินให้ฟื้นคืนจากความว่างเปล่า

    เขาไม่ได้ลืมตาขึ้นทันที แต่สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับจูนประสาทสัมผัส... สิ่งแรกที่ปะทะเข้ามาไม่ใช่แสงสว่าง แต่เป็น กลิ่น

    กลิ่นไอเค็มของทะเลที่พัดมาตามลม... กลิ่นสนิมเหล็กจางๆ และกลิ่นสาบสุนัขที่คุ้นเคย

    แต่คืนนี้มันต่างออกไป มันไม่ใช่กลิ่นของความเหงาหรือความหวาดกลัวอีกแล้ว

    มันคือกลิ่นของ 'ฝูง' ที่เข้มข้นและอบอุ่น

    อคินลืมตาโพลง นัยน์ตาของเขาปรับโฟกัสในความมืดสลัวได้อย่างรวดเร็วและคมชัดจนน่าประหลาด

    ราวกับว่ากลางคืนคือช่วงเวลาที่แท้จริงของเขา

    ร่างกายที่ดีดตัวลุกขึ้นจากฟูกนอนนั้นเบาหวิว ไร้ซึ่งความงัวเงียหรือปวดเมื่อย กล้ามเนื้อทุกส่วนพร้อมตอบสนองต่อคำสั่งทันที

    'สเตตัสความว่องไว คงเพิ่มขึ้นอีกแล้วสินะ... ตัวเบาชะมัด'

    เขาคิดเข้าข้างตัวเองพลางบิดขี้เกียจ เหยียดแขนขาจนสุด กระดูกสันหลังลั่น กร๊อบ ด้วยความรู้สึกฟินอย่างบอกไม่ถูก

    เสียงเห่าทักทายดังเซ็งแซ่แว่วเข้ามาทันทีที่ปลายเท้าของเขาสัมผัสพื้น

    ไม่ใช่แค่เสียงทุ้มต่ำของเจ้าโบ้ หรือเสียงแหลมเล็กของด่าง

    แต่เป็นเสียงประสานของสุนัขเกือบสิบชีวิตที่ดังระงมเป็นจังหวะ ราวกับพวกมันรับรู้ถึง 'การตื่น' ของเขาได้แม้จะอยู่หลังกำแพงหนา

    อคินเดินไปเปิดประตูห้องนิรภัย ก้าวเท้าออกไปสู่ลานกว้างหน้าบ้าน...

    และภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้เขาต้องยืนเท้าเอว ริมฝีปากคลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้างที่หุบไม่ได้

    ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา

    ฝูงสุนัขจำนวน 10 ตัว นั่งเรียงรายกันเป็นรูปครึ่งวงกลมอย่างเป็นระเบียบวินัย

    ราวกับกองทหารรักษาพระองค์ที่กำลังรอรับการตรวจพลจากแม่ทัพ

    'โบ้' 'ด่าง' และ 'ขาว' นั่งยืดอกเชิดหน้าอยู่แถวหน้าสุด ในฐานะ 'ขุนพล' คู่ใจที่ผ่านสมรภูมิเลือดมาด้วยกัน

    แววตาของพวกมันฉายแววภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด

    ส่วนด้านหลัง คือสมาชิกใหม่ 7 ตัวที่เขาได้ทำการ 'คัดกรอง' และอนุญาตให้ติดตามมาเมื่อสองคืนก่อน

    สภาพของพวกมันดูดีขึ้นจนผิดหูผิดตา ขนที่เคยร่วงเป็นหย่อมๆ จากโรคผิวหนังและความสกปรก เริ่มดูสะอาดสะอ้านขึ้น

    เนื้อตัวเริ่มมีน้ำมีนวล แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดระแวงแบบหมาข้างถนน

    บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความคาดหวังและความจงรักภักดีที่เปี่ยมล้น

    อคินกวาดสายตามองพวกมันทีละตัว นัยน์ตาของเขาจับจ้องไปยังรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างแม่นยำ

    รอยแผลเป็นที่หูขวาของตัวสีดำ, หางที่กุดสั้นของตัวสีน้ำตาล, หรือแม้กระทั่งจังหวะการหายใจที่ตื่นเต้นของตัวเล็กสุด

    "เยอะเหมือนกันแฮะ..."

    อคินยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ สายตาของสมาชิกทั้งสิบคู่จ้องมองเขาเป็นตาเดียว หางสิบหางกระดิกพร้อมกันจนฝุ่นตลบฟุ้งขึ้นมา

    "เอาล่ะ... ในเมื่อตัดสินใจกินข้าวหม้อเดียวกันแล้ว จะให้ฉันเรียก 'เฮ้ยๆ' หรือ 'ไอ้ตัวนั้น' ก็คงเสียระบบแย่... พวกแกต้องมีชื่อ"

    เขาเดินเข้าไปใกล้ฝูงสุนัข ความรู้สึกถึงอำนาจบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวเขาโดยไม่รู้ตัว

    ทำให้พวกสุนัขลดหูลงเล็กน้อยด้วยความเคารพ อคินชี้นิ้วไปที่สมาชิกใหม่ทีละตัว เริ่มจากตัวที่ดูโดดเด่นที่สุด

    "แก... ตัวสีดำนั่น... ท่าทางเอาเรื่องดี ต่อไปนี้แกชื่อ 'นิล'"

    เจ้าหมาสีดำเห่ารับเสียงดัง โฮ่ง! กระดิกหางรัวเร็วราวกับถูกใจ

    "ตัวนั้น... ขนสีน้ำตาลทอง... ดูผู้ดีหน่อย ชื่อ 'ทอง'"

    "ตัวที่ขนยุ่งๆ สีเทาเหมือนคลุกฝุ่นตลอดเวลา... หน้าตาดูซนๆ ชื่อ 'มอม' ก็แล้วกัน"

    "ตัวเล็กสุดนั่น... ขาสั้นๆ ป้อมๆ วิ่งจะทันเพื่อนไหมเนี่ย... ชื่อ 'เตี้ย'"

    "ตัวที่มีลายพาดกลอนเหมือนเสือ... ดูดุใช้ได้... ชื่อ 'ลาย'"

    "ตัวที่หูข้างซ้ายตก... ดูติ๋มๆ หน่อย... ชื่อ 'หูตก'"

    "และแก... ตัวสุดท้าย..."

    อคินมองเจ้าหมาหน้าตาเบื่อโลกที่นั่งหาวหวอดๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว

    "หน้ามึนได้ใจจริงๆ ... ชื่อ 'หน้ามึน' ละกัน"

    ทันทีที่สิ้นเสียงการประทานนามตัวสุดท้าย

    หน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่เขาไม่ได้เห็นการแจ้งเตือนแบบรัวๆ มานาน ก็เด้งขึ้นมาซ้อนทับกันกลางอากาศจนเขาแทบจะมองไม่ทัน

    ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

     

    [ยืนยันการตั้งชื่อสมาชิกใหม่ 7 รายการ]

    [ระบบประมวลผล: ชื่อเรียบง่ายแต่ทรงพลัง! ท่านช่างมีศิลปะในการตั้งชื่อจริงๆ]

     

    อคินเลิกคิ้วเล็กน้อยกับข้อความบรรทัดที่สอง

     

    [ตรวจพบความสัมพันธ์ระดับ 'ฝูง' ที่แข็งแกร่งเกินขีดจำกัดปาร์ตี้ปกติ]

    [เงื่อนไขลับครบถ้วน: จิตวิญญาณแห่งจ่าฝูงได้รับการยอมรับ]

    [ยินดีด้วย! กลุ่มของคุณผ่านเงื่อนไขการก่อตั้งชุมชนแล้ว]

     

    ข้อความบรรทัดต่อมาทำให้อคินตาโต

     

    [ปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษ: แคลน]

    [คำอธิบายฟังก์ชัน

    - สร้างแคลน: รวบรวมและจัดระเบียบชุมชนสูงสุด 50 คน

    - จัดการปาร์ตี้: สร้างหน่วยย่อยในสังกัดได้สูงสุด 10 ปาร์ตี้

    - ระบบแบ่งปัน: หัวหน้าแคลนสามารถกำหนดอัตราภาษี และแบ่งปันค่าประสบการณ์เพื่อเกื้อกูลสมาชิกที่อ่อนแอกว่า]

    [คุณต้องการยกระดับปาร์ตี้เป็น 'แคลน' หรือไม่?]

     

    หัวใจของอคินพองโตขึ้นมาด้วยความตื้นตัน

    เขาไม่ได้กำลังต่อสู้เพียงลำพังในโลกที่ล่มสลายใบนี้อีกต่อไปแล้ว

    ระบบมองเห็นความพยายามของเขา และมอบรางวัลให้อย่างสมเกียรติ

    "แน่นอน... จัดไปเลยระบบ... สร้างแคลน!"

    วิ้ง!

    ละอองแสงสีทองจางๆ โปรยปรายลงมารอบตัวเขา

    หน้าต่างสถานะขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น รายชื่อสมาชิกยาวเหยียดเรียงรายลงมาอย่างสวยงาม

     

    [ขอแสดงความยินดี! แคลน: นักล่าราตรี ก่อตั้งสำเร็จ!]

    [ชื่อแคลนอย่างเป็นทางการ: นักล่าราตรี]

    [จำนวนสมาชิก: 14/50]

    [อัตราการแบ่งค่าประสบการณ์: 30%]

    [รายชื่อสมาชิก]

    [อคิน (หัวหน้าแคลน) เลเวล 23]

    [โบ้ เลเวล 18]

    [ส้มซ่า เลเวล 17]

    [ปลาเผา เลเวล 13]

    [บัวลอย เลเวล 13]

    [ด่าง เลเวล 13]

    [ขาว เลเวล 13]

    [นิล เลเวล 5]

    [ทอง เลเวล 4]

    [มอม เลเวล 4]

    [เตี้ย เลเวล 3]

    [ลาย เลเวล 5]

    [ตก เลเวล 4]

    [มึน เลเวล 3]

     

    อคินไล่สายตามองรายชื่อเหล่านั้น...

    แม้แต่ชื่อของพวกแมว ส้มซ่า ปลาเผา บัวลอย ก็ยังปรากฏอยู่

    การที่รายชื่อพวกมันยังคงอยู่ เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขายังเป็นครอบครัวเดียวกัน

    "เอาล่ะ แคลนของฉัน..."

    อคินเงยหน้าขึ้น สบตากับฝูงสุนัขทั้ง 10 ตัว

    แววตาของพวกมันสะท้อนแสงไฟจากเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ เป็นประกายระยิบระยับแห่งความเชื่อมั่น

    เขาเอื้อมมือไปหยิบขวานเหล็กคู่ใจขึ้นมาพาดบ่า ความหนักอึ้งของอาวุธทำให้เขารู้สึกมั่นคง

    "คืนนี้... เราจะฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่ ด้วยการล่าครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา! เราจะกวาดล้างซอมบี้และหนูยักษ์ให้เกลี้ยงเขตนี้ เปลี่ยนป้อมปราการของเราให้เป็นอาณาเขตที่แข็งแกร่งที่สุด!"

    "โฮ่ง!!!"

    เสียงขานรับดังสนั่นก้องไปทั่วป้อมปราการ สะเทือนเลือนลั่นไปในความมืดมิดของค่ำคืน

    เสียงนั้นทรงพลังเสียจนอคินรู้สึกขนลุกซู่... ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความฮึกเหิม

    ติ๊ง!

     

    [องค์กรที่ดีควรมีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน]

    [แนะนำให้แต่งตั้ง: รองหัวหน้าแคลน]

     

    ข้อความของระบบเด้งขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับใส่อีโมจิรูปดาบไขว้เล็กๆ ท้ายประโยค อคินหัวเราะหึๆ

    "รู้ดีจริงๆ นะแก... งั้นตั้ง 'โบ้' เป็นรองหัวหน้าฝ่ายภาคพื้นดิน... แล้วก็เพิ่ม 'ส้มซ่า' เข้าไปด้วย ในฐานะตัวแทนฝ่ายแมว"

     

    [รับทราบ! การแต่งตั้งเสร็จสมบูรณ์]

     

    "หึๆ ... คืนนี้พวกเราไม่ได้เป็นแค่ผู้รอดชีวิตที่หลบซ่อนอีกต่อไป"

    อคินพึมพำกับสายลมยามค่ำคืน ดวงตาของเขาเปล่งประกายวาวโรจน์วูบหนึ่ง

    ประกายตาที่ดูคล้ายสัตว์นักล่ามากกว่ามนุษย์โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว

    "แต่พวกเราคือ 'ผู้ล่า' ที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนแห่งนี้"

    ...

    เปลวไฟสีส้มลุกโชนเลียก้นหม้อสเตนเลสใบยักษ์ที่ตั้งอยู่กลางลานบ้าน ส่งเสียง เปรี๊ยะๆ ของไม้ฟืนที่แตกตัว

    กลิ่นหอมฉุยของน้ำซุปเดือดพล่านลอยฟุ้งไปทั่วอาณาเขต กลบกลิ่นไอทะเลและกลิ่นสนิมจนหมดสิ้น

    อคินยืนอยู่หน้าหม้อ เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามขมับ

    เขาใช้ไม้พายด้ามยาวคนส่วนผสมในหม้ออย่างขะมักเขม้น ข้าวสารที่เขาตุนไว้ถูกเทลงไปจนเกือบหมดถุง

    ผสมกับเนื้อหนูยักษ์สับละเอียด เนื้อปูแกะ และชิ้นปลากะพงที่หั่นเป็นเต๋า...

    วัตถุดิบชั้นเลิศที่หาไม่ได้ในร้านอาหารหรูๆ ก่อนวันสิ้นโลกด้วยซ้ำ

    จมูกของเขารับรู้กลิ่นรสของเครื่องปรุงและเนื้อสัตว์ได้ละเอียดอ่อนอย่างน่าตกใจ

    เขาสามารถแยกแยะกลิ่นคาวปลา กลิ่นหวานของเนื้อปู และกลิ่นสาบของหนูยักษ์ออกจากกันได้ชัดเจน

    และน่าแปลกที่กลิ่นสาบหนูพวกนั้นกลับทำให้เขารู้สึก... น้ำลายสอ แทนที่จะขยะแขยง

    "ใจเย็นๆ พวกนาย... ใกล้สุกแล้ว"

    เขาพูดยิ้มๆ พลางกวาดสายตามอง "กองทัพ" ที่หิวโหย

    สุนัขทั้ง 10 ตัวนั่งล้อมวงเข้ามาใกล้กองไฟจนแทบจะชิด

    นัยน์ตาสิบคู่จ้องมองหม้อข้าวต้มเป็นมันวาว ลิ้นห้อยยาว น้ำลายหยด ติ๋งๆ ลงพื้น

    เจ้า 'มึน' ถึงกับครางฮือๆ ในลำคอ ทนกลิ่นหอมยั่วน้ำลายไม่ไหว

    "เอ้า! เสร็จแล้ว!"

    อคินยกหม้อลงจากเตาด้วยพละกำลังแขนที่เพิ่มขึ้น

    ตักข้าวต้มร้อนๆ ใส่กะละมังใบใหญ่ที่เรียงรายไว้ 10 ใบ ควันโขมงพวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นเนื้อสัตว์ที่อัดแน่น

    "กิน!"

    สิ้นเสียงคำสั่ง ความโกลาหลย่อมๆ ก็เกิดขึ้น

    เสียง แจ๊บๆๆ ของการกินอย่างตะกละตะกลามดังระงมไปทั่วลานบ้าน โดยที่ไม่สนใจความร้อนของข้าวต้ม

    อคินยืนกอดอกมองดูภาพนั้นด้วยความอิ่มเอมใจ...

    ความรู้สึกของการเป็น 'ผู้หาเลี้ยง' มันช่างเติมเต็มหัวใจที่ว่างเปล่าของเขาได้ดีเหลือเกิน

    โบ้ ด่าง และขาว กินอย่างรวดเร็วแต่สง่างามสมเป็นผู้นำ

    พวกมันไม่แย่งชิง แต่กินในส่วนของตัวเองอย่างมั่นใจ

    ส่วนพวกสมาชิกใหม่ทั้ง 7 ตัวที่เคยอดมอยาก กินเหมือนกับว่านี่เป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต

    พวกมันเลียก้นกะละมังจนสะอาดวาววับแทบไม่ต้องล้าง

    แต่ภารกิจของอคินยังไม่จบ... มันเพิ่งจะเริ่มต้น

    กองภูเขาซากหนูยักษ์ที่พวกมันช่วยกันล่ามาฉลองการรวมฝูง กองพะเนินอยู่ข้างๆ ราวตากผ้า

    "พ่อครัวจำเป็นสินะ..."

    อคินถอนหายใจ ยืดเส้นยืดสาย เขาเดินไปนั่งยองๆ หน้ากองซากสัตว์ คว้ามีดทำครัวที่ลับมาจนคมกริบขึ้นมาถือไว้

    "พวกนาย... ถ้าอิ่มแล้วก็ไปลาดตระเวนซะ ฉันต้องจัดการพวกนี้"

    โฮ่ง!

    โบ้เห่ารับคำสั่ง มันหันไปส่งสัญญาณให้ลูกฝูง สุนัขทั้ง 9 ตัว วิ่งกรูออกไปจากรั้วบ้านอีกครั้ง เพื่อล่าเพิ่มและลาดตระเวนอาณาเขต

    ยกเว้นโบ้ที่นั่งเฝ้าอคินไม่ห่าง

    ฉับ! ฉึก!

    เสียงมีดกรีดผ่านหนังและเนื้อดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

    อคินเข้าสู่โหมด 'สมาธิ' ที่ลึกซึ้ง... หรืออาจจะเรียกว่าโหมด 'เครื่องจักรสังหาร' ในคราบพ่อครัว

    เขาแล่หนัง เลาะกระดูก และฝานเนื้อแดงๆ ออกมาเป็นแผ่นยาวๆ อย่างชำนาญ... ชำนาญเกินกว่าที่พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งควรจะเป็น

    มือของเขาวาดลวดลายมีดด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน

    ปลายมีดสะกิดเข้าที่ข้อต่อกระดูกอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องเสียเวลาเล็ง

    ราวกับว่าสัญชาตญาณในร่างกายของเขารู้ดีว่าจุดอ่อนของเหยื่ออยู่ตรงไหน... รู้ว่าต้องกรีดตรงไหนเพื่อให้ได้เนื้อที่สวยที่สุด

    เลือดสีเข้มเปรอะเปื้อนมือและแขนเสื้อของเขา

    กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนฉุนจมูก แต่เขากลับไม่รู้สึกคลื่นไส้

    ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกถึงความตื่นตัว เลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้นตามจังหวะการแล่

    เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า...

    กลุ่มสุนัขผลัดเวรกันวิ่งกลับมาที่ฐาน... ไม่ใช่เพื่อพัก แต่เพื่อคาบ 'เหยื่อ' ตัวใหม่มาวางกองเพิ่มให้เจ้านาย

    หนูยักษ์อีกสองตัว... ตะกวดอีกหนึ่ง...

    กองเนื้อที่รอการแปรรูปสูงขึ้นเรื่อยๆ

    "เฮ้! พอแล้วมั้ง!"

    อคินร้องโวยวายเมื่อเห็นเจ้า 'ลาย' คาบหนูตัวเบิ้มมาวางแหมะลงตรงหน้าเขาอีกตัว

    "ฉันแล่ไม่ทันแล้วเว้ย!"

    เจ้าลายเพียงแค่กระดิกหาง แล้ววิ่งกลับออกไปล่าต่ออย่างสนุกสนาน

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:30:00]

     

    หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงเด้งขึ้นมาเตือนสติ

    "ครึ่งชั่วโมง..."

    อคินมองกองซากหนูที่เหลือ

    "เอาวะ... ทำให้จบๆ ไป"

    เขาเร่งมือ มีดในมือวูบไหวรวดเร็วกว่าเดิม จนกระทั่งตัวสุดท้ายถูกจัดการเสร็จสิ้น

    อคินทิ้งตัวลงนั่งแผ่หลากับพื้นหญ้า หอบหายใจหนักหน่วง เสื้อผ้าของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและเลือดแห้งกรัง

    โฮ่ง!

    เสียงเห่าเรียกพลดังขึ้น โบ้เรียกสมาชิกทั้งหมดกลับฐาน

    ฝูงสุนัขทั้ง 10 ตัววิ่งกลับมารวมตัวกันที่ลานบ้าน พวกมันดูเหนื่อยแต่แววตาเป็นประกายด้วยความภาคภูมิใจ

    "พอแล้ว... หยุดล่าได้แล้ว ได้เวลานอน"

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:15:00]

     

    อคินก้มมองสภาพตัวเอง...

    "ขืนนอนสภาพนี้... มดคงหามฉันไปกินแน่"

    เขารีบวิ่งไปที่ตุ่มน้ำหลังบ้าน ขันน้ำใบเก่าถูกจ้วงลงไปในน้ำเย็นเฉียบ ราดโครมลงบนหัวและตัว

    "อูยยย! หนาว!"

    เขาขนลุกซู่ ไม่ใช่แค่เพราะความเย็น แต่เป็นความรู้สึกไม่ชอบใจลึกๆ

    เวลาที่ผิวกายเปียกน้ำ... ความรู้สึกที่เขาอธิบายไม่ได้ แต่เขาก็รีบขัดถูคราบเลือดออกอย่างลวกๆ

    หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าและพากองทัพสี่ขาเข้าบ้าน อคินก็ล็อกกลอนประตูห้องนิรภัยแน่นหนา

    เขาทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม... ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาจนตาจะปิด

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:02]

     

    "ราตรีสวัสดิ์... กองทัพของฉัน..."

     

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

    สติของเขาดับวูบลง ทิ้งร่างที่หลับสนิทไว้ท่ามกลางวงล้อมขององครักษ์สี่ขาที่แข็งแกร่งที่สุดในย่านนี้

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน