ละอองฝนดำที่พัดพามาตามอากาศ ทำให้เนื้อตัวร่างกายของชาวแดนนอก เป็รอยาแผุพองจุดรอยไหม้ตาม ร่างกาย ใครโชคดีก็พอเอาตัวรอดอยู่ได้ ใครอดทนพิษาแไม่ไหวก็ตายจากไป ชาวแดนนอกเราเจ็บป่วยล้มตายกันแทบทุกวัน บางคนรอคอยโอกาส โชควาสนาเพื่อให้ได้เป็พลเมืองของเขตในอาณานิคม
สิ่งแลกเปลี่ยนก็เป็อย่างที่นายรับรู้ หรือนอกจากจะมีคำเชื้อเชิญจากคนใหญ่คนโตภายใน ให้เป็ประชากรของอาณานิคมโดยตรง ตัวข้าเองก็ไม่เคยเข้าไปข้างใน มีแต่เข้าไปใกล้ๆ ในฐานะผู้ติดตามของหัวหน้าแคมป์
ในการแลกเปลี่ยนหินเท็นซี่ แต่ละครั้งถ้าโชคดีรวบรวมเห็นสีได้จำนวนมาก ก็จะมีสิทธิ์ให้ชาว แคมป์ นั้นๆมีโอกาสไปเป็คนของ อาณานิคม เพิ่มมากขึ้น
นาฟ ฟังอย่างสนอก สนใจ “เขตอาณานิคม อยู่ที่ไหน ?
“ พวกเาาว แคมป์ อาศัยอยู่รอบๆ นอก ส่วนลึกเข้าไปในใจกลางเมือง ก่อนหน้าจะเป็แดนต้องห้ามที่แบ่งระหว่างเขตภายในและภายนอกใช้เป็สถานที่ตรวจคุณสมบัติก่อนเข้าเมือง หลังจากนั้นถึงจะเป็เขตอาณานิคม “ข้าเคยมองจากที่ไกลๆ เห็นอาณานิคมภายในมี กำแพงสูงเสียดฟ้าล้อมรอบเมืองอยู่
ขณะพูดคุยกัน ทางกลุ่มเริ่มเดินทางเข้าสู่แดนนอก ทางที่เคลื่อนผ่าน จะเห็น ตำแหน่งนของ แคมป์ ที่มีประชากรพักอาศัยอยู่ในแต่ละจุดนาฟ สังเกตเห็นในแต่ละ ชุมชนมีผู้าเ็บ้าง นั่งอยู่ข้างทางบ้าง คนตายกองอยู่ริมทางบ้าง บ้างก็หาอาหาร บ้างก็ตั้งสิ่งปลูกสร้างกัน สภาพแต่ละคนดูอิดโรยไม่สมประกอบ
แต่ละกลุ่มพื้นที่มีการแบ่งเว้นวรรคกันชัดเจน แต่ละจุดมีการปักธงใส่สัญลักษณ์ตัวเลขในแต่ละชุมชนจุดที่เดินผ่านเป็ แคมป์ที่ 7
มีชายวัยคนกลาง ที่เป็หัวหน้ากลุ่ม เฝ้าทางเข้า แคมป์ 7ส่งเสียงมา “เฮ้ ! คีแวน นี่พวกเ้าเหลือกลับมาแค่นี้รึ มีอะไรให้พวกฉันช่วยรึเปล่า ฉันขอเข้าไปดูของในรถเลื่อนพวกนายได้มั๊ย
ชายวัยกลางคนสังเกตเห็นคีแวน ที่าเ็รวมถึงมากัสนอนอยู่ในรถเคลื่อน เห็นคนที่เหลือเป็แค่เด็กหนุ่ม
อย่าได้คิดในสิ่งที่เ้ากำลังจะทำ บาส ข้ายังมีเรี่ยวแรงพอจะลุกมาฟาดฟันกับแกได้ชายวัยกลางคน จ้องมอง คีแวน “เอาน่าจะรอดมาก็ดีแล้วข้าไม่อยากได้ของพวกแกนักหรอกข้ามีเยอะแล้ว ฮ่า ๆ
ในยุคที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ไม่มีคำว่าเมตตา ทุกคนล้วนดิ้นรนเอาตัวรอดแก่งแย้งได้ทุกสิ่ง ไม่มีคำว่าศีลธรรม จรรยา
มองไปในที่ไกลๆ เห็นธงแคมป์ 13 อยู่ คีแวนกล่าวต่อ ชาวชุมชนเรามีคนอยู่อาศัยรวมกันอยู่ราวๆ300 กว่าคน โดยมีหัวหน้าแคมป์ เรียกกันว่า ผู้เฒ่าซู เป็ผู้นำ “มีอีกเื่ข้าอยากจะบอก ผู้เฒ่าซู เป็ปู่ของ ซูิ
แต่นายอย่าได้กังวงเลย เขาเป็ผู้นำที่มีความเที่ยงธรรม
ผิดกับลูกชายเขา ที่เป็รองหัวหน้าเช่นเดียวกับข้ารองหัวหน้าในแคมป์ จะมีอยู่ 5 คน แบ่งดูแลในแต่ละกลุ่มเพื่อออกเก็บเกี่ยว
“ข้าขอกำชับเ้าทั้งสองนะเสี่ยวหมาน เสี่ยวซู ที่เ้าเห็น ซูิ ตาย เพราะ เกิดจากความประมาทในการต่อสู้กับสัตว์แปลงและโดนทำร้ายจนตาย เ้าจดจำสิ่งที่ข้าพูดได้ใช่ไหม
“ทั้งสองมองกันและกัน ครับหัวหน้า นาฟ ช่วยชีวิตเราไว้เราเป็หนี้บุญคุณ เค้า คีแวนพยักหน้า
ไม่นานกลุ่มคีแวน เดินทางมีถึงทางเข้า แคมป์ 13 มองไกลๆ มีกลุ่มคนราวๆ 20 กว่าคนรออยู่มีคนะโ
“กลุ่มท่านคีแวนกลับมาแล้ว”
หัวหน้าแคมป์เดินแหวกกลุ่มออกมายืนข้างหน้าเป็ชายแก่วัย 60 กว่าปีผมสีขาว ร่องรอยบนใบหน้า ผ่านความเชี่ยวกำมามากมายถือไม้ค้ำ ด้วยแขนขวา เมื่อมองไปที่ชายเสื้อด้านซ้ายว่างเปล่า เป็ “ผู้เฒ่าซู ผู้มีแขนเดียว
รถเลื่อน เคลื่อนเข้ามาใกล้ “คีแวน เป็ไงบ้างผู้เฒ่าซู เร่งเดินมาพร้อมสำรวจภายในรถเลื่อน เจอสภาพ คีแวน นอนพิงอยู่มุมหนึ่ง มากัสนอนราบยังไม่ได้สติ “โชคดีครับหัวหน้าที่เรารอดมาได้ครั้งนี้หนักเอาการอยู่
เฒ่าซูพยักหน้า “กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ครั้งนี้เก็บเกี่ยวเป็ยังไงบ้างคีแวน พร้อมมองไปในตำแหน่ง กล่องที่วางเรียงรายอยู่ใบเสี่ยวหมาน เสี่ยวซู รีบ มาเปิดกล่อง ออกให้ทางกลุ่มได้ดู
โอ้ โห !ทุกคนที่อยู่โดยรอบ ตกตะลึง เห็นหินเท็นซี่ สีเขียว สีฟ้าจำนวนมากมาย “เยี่ยม ๆ เยี่ยมไปเลย! ผู้เฒ่าซู พยักหน้าครั้งนี้ได้เยอะจริง ๆ
จู่ๆ เสี่ยวซู เปิดกล่องใบ สุดท้ายแสงสีเหลืองสาดส่องออกมาข้างนอก “ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเห็น หินสีเหลืองขนาดเท่ากำปั้น ราวๆ สิบก้อน
ทุกคนอยู่ในเงียบความตกตะลึง ที่แม้กระทั่ง ผู้เฒ่าซูยังอดตื่นตะลึงไม่ได้ นะ นะ นี่มัน!!!
“เยี่ยม ๆ ๆ ๆ ๆ ผู้เฒ่าซู เอ่ยเสียงดังทุกคนเปลี่ยนจากความใเป็ความยินดีอย่างมาก เฮ้ ๆ ๆ ๆ พากัน โห่ร้องด้วยความดีใจ
“ครั้งนี้ เ้าทำดีมากทำผลประโยชน์ให้กับชาวชุมชน เรามาก คีแวนเ้าเก็บเกี่ยวได้เยอะมากมาย จริงๆ
“ใช่ ครับท่านผู้เฒ่า แคมป์เราไม่เคยได้ เห็นเท็นซี่เยอะขนาดนี้มาก่อน ผู้าุโที่อยู่ข้าง เฒ่าซู กล่าวสมทบ
“นี่อาจทำให้ชีวิตความเป็อยู่ของชุมชนเราดีขึ้นเยอะมาก โดยเฉพาะการได้หินเท็นซี่สีเหลือง
“แคมป์13 เป็ที่บุญคุณเ้าแล้ว กลุ่มคนที่ยืนอยู่รอบๆ พากัน พยักหน้าทำออกด้วยสีหน้าปราบปลื้มดีใจอย่างถึงที่สุด
ไม่นาน ผู้เฒ่าซู เหลียวมองไปรอบๆ เหลือกลับมาเท่านี้หรือ หลานชายข้าล่ะ ประโยคนี้ทำเอา คนในกลุ่ม คีแวนเงียบลงทันที พี่น้องเสี่ยวรีบก้มหน้า
“คีแวนมองผู้เฒ่าซู อย่างลึกซึ้ง ซูิ เสียชีวิตจากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายตอนขากลับมา
ผู้เต่าซู ถึงกับชะงัก ไม้เท้าหลุดออกจากมือ กำ กำปั้นแน่น และจิกเข้าไปใน มือเืไหลรินเศร้าโศกเสียใจแต่ไม่อาจเอ่ยคำใดออกมา
“ข้าผิดเอง”
ผู้เฒ่าซูนึกถึงตอนที่ผลักไสให้หลานตัวเองออกไปหาประสบการณ์ ทั้งๆ ที่ ซูิ ยังไม่พร้อมทางด้านจิตใจ เบื้องลึกนั้น ผู้เฒ่าซู อยากให้หลานชายได้ฝึกสภาพจิตใจ ให้เข้มแข็งไม่ใช่ เป็เด็กเอาแต่ใจ ติดอยู่กับพ่อตลอดเวลา
“ผู้าุโด้านข้างเดินเข้ามาประคอง“ท่านผู้เฒ่า ท่านอย่าโทษตัวเองเลย ทุกคนที่ออกไปเก็บเกี่ยว ล้วนาเ็ตายด้วยกันทั้งนั้น
ไม่มีใครมั่นใจว่าถ้าออกไปแล้วจะกลับมาในสภาพสมบูรณ์ มันเป็โชคชะตาที่กำหนดไว้ ผู้คนรอบๆ พากันพยักหน้า
“อืม! ข้าเข้าใจดี ขณะที่ เฒ่าซู กำลังจะเอ่ยต่อ
ทันใดนั้นเสียงไล่หลังมาแต่ไกล “ลูกข้าอยู่ไหนตามมาด้วยชายวัยกลางคนอายุราว40 กว่า รูปร่างอ้วนเตี้ยมีแผลเป็ที่ใบหน้า มีผมสีทองเทาหน้าตาละม้ายคล้ายซูิ มาก เร่งวิ่งมาทางนี้
แหวกกลุ่มคนเข้ามายังหน้ารถเลื่อน ผู้เฒ่าซู เห็นบุตรชายตน
“ซูหม่า ข้าเสียใจด้วย ลูกเ้า ได้จากเราไปแล้ว
“ไม่นะ! “ไม่นะ! มันเกิดอะไรขึ้น เ้าคีแวน ไหนแกรับปากว่าจะดูแลลูกฉันอย่างดีแกนี่มันหมายความว่ายังไง
คีแวนขยับตัว ลุกมานั่ง “กลุ่มของเราได้พยายามจนสุดความสามารถแล้วคนในกลุ่มที่ตายไป ก็สำคัญ ไม่น้อยไปกว่าลูกเ้านักหรอก พวกเขายินดีสละชีพให้ได้มาซึ่งสิ่งของที่กองอยู่เหล่านี้
“ซูหม่า อย่าได้โทษคีแวน เลย ครั้งนี้กลุ่มของเขาได้นำพาโชคลาภกลับมา ดูหินสีเหล่านี้สิ เต็มไปหมดมันสามารถจะทำให้ชุมชนของเรา มีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นเลยนะ ผู้คนรอบข้างเอ่ยเตือน
“ข้าไม่สน แกต้องชดใช้ที่ทำให้ลูกข้าต้องตายไป ซูหม่าเตรียมพุ่งไปเอาเื่ทาง คีแวน
“เ้า! จับตัวเขาไว้ เฒ่าซูสั่งการ ชายฉกรรจ์ 4-5คน เข้าล้อมจับ ซูหม่าไว้
“ปล่อยข้านะ!”
สงบสติอารมณ์หน่อยมองเหตุการณ์ให้ชัด คิดถึงส่วนรวมสิ ซูหม่า ผู้เฒ่าซู เอ่ยเตือนอย่างจริงจัง
“ข้าไม่ยอม ซูหม่า สะบัดตัว พวกแก ปล่อยข้านะ!!!
“ ผั้ว!!”
เสียงตบหน้าดังฉาดดด ผู้เฒ่าซูตบหน้าลูกชายตัวเองอย่างแรง ถ้าเ้ายังไม่หยุด ข้าจะสั่ง ขังเ้า
“ท่านพ่อ ซูิ เป็หลานท่านนะ ท่านไม่คิดจะทำอะไรเลยรึยังไง
“ถ้าเ้าไม่พอใจให้มาลงโทษข้าได้เลย ข้าเป็คนออกคำสั่งให้ ซูิ ติดตามกลุ่ม คีแวนไปเอง
“เ้าต้องรับผิดชอบเ้าคีแวน ซูหม่าะโไม่หยุดผู้คนรอบข้างพากันส่ายหน้า กับการกระทำของ ซูหม่า