ล็อบบี้โรงแรม
เพียงชายร่างสูงในชุดคาฟตานเนื้อดีเหยียบย่างผ่านที่ใดก็เรียกความสนใจจากคนรายรอบได้ชะงัด ยิ่งเขาเป็ถึงเ้าของโรงแรมแห่งนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้คนมาพินอบพิเทาเป็พิเศษ
ทันทีที่คนเป็ผู้จัดการโรงแรมเหลือบเห็นเขารีบเข้ามาค้อมตัวคำนับพร้อมรายงานด้วยน้ำเสียงหวั่น
“สุภาพสตรีคนนั้นเพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อครู่ครับผมจึงยังไม่ทันได้แจ้งให้นายท่านทราบ”เมอยาฟสะบัดมือเพียงครั้งเดียวคล้ายบอกว่าไม่เป็ไร อาลีจึงหายเกร็งเป็ปลิดทิ้ง
“ตอนนี้เขาอยู่ไหน”คนถูกถามผายมือบอกทิศ แล้วรีบกุลีกุจอนำทาง
แม้จุดที่พวกเขายืนจะมองเห็นเพียงเรือนผมยาวเป็แพของหญิงสาวซึ่งนั่งตรงเก้าอี้รับแขกส่วนด้านหน้าของโรงแรมเท่านั้นแต่กระนั้นดาห์เรนก็ยังออกปาก
“เอ๊ะ! เหมือนไม่ใช่ทั้งอาฟียาทั้งเอริซาเลยนะ”
“ทำรู้ดี”
“แหม! ก็รู้ไงถึงกล้าพูด อย่าลืมสิว่าฉันเพิ่งไปหาคนบ้านนั้นมาหมาดๆ อาฟียาน่ะผมสั้นส่วนอีกรายนี่ไม่ต้องพูดถึง ทั้งหยิกทั้งเป็ลอนมั่วไปหมดแถมทำสีโคตรแสบตาเลยไม่เรียบง่ายแบบนี้นะ เอ..หรือว่าจะเป็..” ดาห์เรนเริ่มมีลุ้น
เมอยาฟเฉยเมยกับรายละเอียดที่อีกฝ่ายสาธยายดวงตาคมจับจ้องร่างนั้นราวราชสีห์เห็นเหยื่อ
ดาห์เรนมองหน้าเพื่อนรักอย่างไม่ค่อยสบายใจนักเพราะเขารู้ดีว่าเมอยาฟต้องเผชิญกับความเ็ปและการสูญเสียมากมายแค่ไหนจากการกระทำของอัลฟาล
หากแต่เพื่อนของเขาจะใช้เสี้ยววินาทียั้งคิดบ้างว่า
..ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนผิด
เมอยาฟเดินอาดๆ เข้าหาอย่างผู้มีชัยกระทั่งผู้มาเยือนลุกยืนตามคำแนะนำของอาลี
“นี่คุณเมอยาฟ ฮัสซัน-อาฟามินเ้าของโรงแรมแห่งนี้ครับคุณผู้หญิง”ทันทีที่รอยยิ้มหวานส่งมาพร้อมคำทักทายเป็ภาษาท้องถิ่น
“สวัสดีค่ะคุณเมอยาฟ ดิฉัน‘ระรินดาว’ ลูกสาวคุณอัลฟาลจากรัฐไคเมนค่ะ”ดูเหมือนเ้าของรอยยิ้มหวานนั้นได้ลิดรอนความมาดมั่นของเขาไปจนหมดสิ้น
ได้แต่ยืนนิ่งตะลึงอย่างคาดไม่ถึง!
คาดไม่ถึงจริงๆว่าจะได้พบกันอีกที่นี่
ผู้หญิงที่เขาประทับใจั้แ่แรกเห็นเป็ลูกสาวของไอ้คนเลวนั่น..เหมือนจงใจแกล้งกันชัดๆ!
หญิงสาวมองอาการค้างเติ่งของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกประหม่าอดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจไม่คุ้นกับชื่อภาษาไทยของเธอ
“เอ่อ..เรียกดิฉันว่า ‘รินนา’ ก็ได้ค่ะเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าคะ รู้สึกคุ้นๆ หน้าคุณ” คนฟังได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นงานนี้ดาห์เรนยิ่งดูงุนงงกว่าใคร เรียกว่า ‘งงเป็ไก่(แขก)ตาแตก’ ก็ว่าได้
เพื่อนของเขาเป็อะไรไป! ทำไมตะลึงพรึงเพริดอะไรเ้าหล่อนนักหนาแต่จะว่าไปผู้หญิงหน้าตาสะสวยดูมีเสน่ห์ลึกล้ำคนนี้ ก็น่าจะทำให้หนุ่มๆรู้สึกหวั่นไหวได้ไม่ยากอยู่หรอก
“อ่อ! ดิฉันนึกออกแล้วค่ะคุณใช่ไหมคะที่นั่งข้างฉันบนเครื่องบิน” ดาห์เรนตาโตเท่าไข่ห่าน
นั่นไง!
ไก่กลายพันธุ์มาเป็ห่านดีดนิ้วเปาะถูกใจ
อย่างนี้นี่เอง!
“เมอยาฟ คนนี้ใช่ไหมที่นาย...”ยังไม่ทันที่ห่านตัวโตจะพูดได้จบประโยคก็ถูกศอกหนักๆ อัด่ท้องอย่างจังเล่นเอาจุกจนพูดอะไรไม่ออก
“คงจำคนผิดแล้วมั้ง ฉันว่าเราไม่น่าจะเคยเจอกันมาก่อนนะ”คนปฏิเสธพยายามซ่อนเร้นความรู้สึกบางอย่างไว้ได้อย่างแเีเพราะบัดนี้ทั้งสีหน้าและแววตาของเขาเผยให้เห็นเพียงความเรียบเฉย
หญิงสาวยังคงใจกล้าเสนอรอยยิ้ม
“งั้นต้องขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันคงจำคนผิดจริงๆเอ่อ..คุณพ่อมีของเล็กๆ น้อยๆ มาแสดงความยินดีด้วย” คนฟังย่นคิ้ว
“ยินดีเื่อะไร”
“ก็ยินดีที่ธุรกิจของคุณ..” ระรินดาวเริ่มยิ้มฝืดเมื่ออีกฝ่ายดูไม่มีท่าทีของความแช่มชื่นใดเลย
แปลกจัง!
ตกลงเธอมาถูกงานหรือไม่ เอริซาบอกข้อมูลงานผิดประเภทหรืออย่างไรเกิดนี่เป็งานอวมงคล การแสดงความยินดีเมื่อครู่ถือเป็การเสียมารยาทอย่างร้ายแรง
ยิ่งเห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของเขายิ่งรู้สึกกังวล
“เอาเถอะ!ฉันจะถือว่าเป็ของแถมละกัน ไหนๆ ก็หิ้วมาแล้วนี่”
เมอยาฟกระชากของในมือหญิงสาวแล้วส่งต่อให้ดาห์เรนอย่างไม่แยแสกิริยานั้นทำให้ระรินดาวรู้สึกอึ้งไม่น้อย
“หมายความว่ายังไงคะที่คุณบอกว่าของแถม” นอกจากเขาจะไม่ตอบคำถามแล้ว กลับจ้องเขม็ง
นี่มันอะไรกัน!
เมอยาฟทอนแววตาลง ก่อนเบือนไปหาอีกคน
“วันนี้นายช่วยงานฉันเยอะแล้ว ขอบใจนะเพื่อน กลับไปพักผ่อนเถอะ” ดาห์เรนหน้าเหวอทันที
“เอ้า! จู่ๆ ก็มาไล่กันซะงั้น ยังไม่ทัน...” คิดว่าเอากล่องของขวัญดักทางไว้แล้วจะปลอดภัยกลับต้องกัดฟันแน่นหนึกเพราะถูกรองเท้าเบอร์เกือบห้าสิบย่ำตรงตาปลาจนทรุดฮวบกับเก้าอี้
เจ็บฉิบ! ไอ้เพื่อนเวร
“เห็นไหมว่านายควรรีบกลับไปพักจริงๆพอถึงบ้านก็หายาแก้ปวดกินด้วย บ่นปวดท้องอยู่นี่” ไม่รู้ว่านั่นคือคำแนะนำหรือประชดกันแน่แต่ดาห์เรนยังทนฝืนส่งยิ้มจนดูเหมือนแยกเขี้ยวให้มากกว่า
เมอยาฟละสายตาจากสหายรักเพื่อหันมาคว้าข้อมือเล็กๆ อย่างถือวิสาสะ
“มากับฉัน”
เหมือนเป็ ‘คำสั่ง’ มากกว่า ’คำชวน’
“นี่คุณจะทำอะไรน่ะ! ปล่อยฉันนะ”
“ทำไมต้องปล่อย! อัลฟาลส่งเธอให้มาอยู่กับฉันตั้งปีนะ ไม่ใช่แค่หนึ่งนาที” ระรินดาวตาค้าง
อะไรนะ!
“หมายความว่ายังไงคะ”
คราวนี้คนฟังคล้ายหมดความอดทนกับความไม่รู้อีโหน่อีเหน่ของเ้าหล่อนเขาฉุดลากคนตัวเล็กไปตามทางเดินยาว แม้จะควบคู่ไปกับเสียงร้องโวยวายแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับผู้คนแถวนั้น..ก็ใครหน้าไหนกล้าเข้าไปขวางล่ะ
หนุ่มบริกรประจำลิฟต์ถอยหลบทันทีที่เห็นสัญญาณมือ
“นี่คุณจะพาฉันไปไหน” ชายหนุ่มเอื้อมมือกดปุ่มชั้นสิบห้าแทนคำตอบ
“คุณจะพาฉันไปไหนคะ”
“เงียบสักทีได้ไหม! ถามอยู่ได้” เสียงเอ็ดลั่นทำเธอแทบควันออกหูเพราะตอนนี้รู้สึกถูกปฏิบัติอย่างไร้มารยาทที่สุด
“แต่ฉันควรรู้นี่คะ เพราะฉันเป็แขกของคุณไม่ใช่คนร้ายหรือหัวขโมยที่ไหนสักหน่อย”
“แขกเรอะ! เธอคิดว่าเธอได้รับเกียรติขนาดนั้นเชียว”เขาเกรี้ยวกราดจนเธอเริ่มรู้สึกกลัว
เขาพูดอะไร
“คุณทำแบบนี้ได้ยังไง แย่มาก!นี่ถ้าพ่อฉันรู้...” เมอยาฟหันตาเขียวปั๊ดมาจ้อง
“รู้แล้วไง! มันต้องรู้อยู่แล้วสิไม่งั้นจะกล้าส่งเธอให้มาอยู่กับฉันตั้งปีเพื่อใช้หนี้สินทั้งหมดเรอะ”ระรินดาวอึ้งจัดไปอีกรอบ
“หนี้สินอะไร! คุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะ” แต่แล้วบางอย่างก็แล่นผ่านเสี้ยวสมองให้คิด
จริงสิ!เธอยังไม่ได้คุยอะไรกับบิดาเลยสักคำ นีห์ยะกับอาฟียาจะรู้หรือเปล่าว่าเธอไปไหนเอริซาเป็คนจัดการเื่นี้ทั้งหมด
เอริซา! นี่เธอคิดจะทำอะไร
เสียงหัวเราะหยันเรียกหญิงสาวให้รู้สึกตัว“เพียงแค่ฉันหยั่งเชิงยื่นข้อเสนอนี้เพื่อแลกกับการไม่ยึดหุ้นครึ่งหนึ่งของบริษัทให้พ่อเธอไปไม่ถึงอาทิตย์เธอก็ถูกส่งตัวมาให้ฉัน” มือหนาปราดคว้าวงหน้าเนียนราวแกล้งเร้า
“แหม! ช่างรวดเร็วทันใจฉันจริงๆ” ระรินดาวเบี่ยงตัวหนีอย่างรังเกียจ แต่หลบได้แค่อีกมุมเท่านั้น
ชายหนุ่มได้ใจกับท่าทีตื่นกลัวที่เห็น เขารีบเข้ากักประชิดจนอีกฝ่ายร้องลั่น
“อย่านะ!!!” แต่อาการจุกในลำคอทำให้เปล่งเสียงออกมาดังเพียงกระซิบเธอหลับตาปี๋เมื่ออีกฝ่ายยื่นปลายจมูกมาใกล้
ทว่า..เขายั้งไว้แค่ััได้เพียงลมหายใจอุ่นข้างแก้ม
“ฉันไม่พิศวาสลูกสาวไอ้คนที่มันทำแต่สิ่งเลวร้ายกับครอบครัวฉันหรอกเพราะฉันเกลียด ฉันขยะแขยง สำหรับฉัน..เธอมันเป็อะไรที่น่ารังเกียจ”
ติ้งงงงงง!
เสียงเตือนบอกปลายทางที่เลือกไว้ มันเหมือนระฆังช่วยชีวิตแท้เชียวระรินดาวลืมตาเพื่อพบว่าอีกฝ่ายผละไปแล้ว
โล่งอก!