หลินตงนั่งเงียบไปพร้อมกับย่างเนื้อสัตว์อสูรของตนเองไปด้วย นัยน์ตาสีแดงเพลิงจ้องมองไปยังเปลวไฟที่ลุกโชนพร้อมกับครุ่นคิดขึ้น นับแต่ที่เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาก็ทำให้รับรู้ได้ว่าตัวของเขามีความคิดที่ยังอ่อนหัดมากเกินไป
เย้ยหยันให้กับความประมาทของตนเอง มีเพียงแค่พลังของสัตว์อสูรก็ใช่ว่าจะสามารถจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ มันยิ่งตอกย้ำให้เขานั่นต้องการพลังมากกว่านี้ ถ้ามีพลังละก็ตัวของเขาคงจะไม่ตกตายไปถึงครั้งนึง ถึงชายชราจะบอกว่าไม่เป็นอะไรแต่ความตายก็คือความตาย ในช่วงที่เขาไม่ได้สตินั่นห้วงจิตมังกรอมตะแทบจะถูกกลืนกินด้วยความมืดแห่งอนันต์แล้ว มันทำให้สติของเขาแทบจะคงสภาพไว้ไม่อยู่แถมเขาจะลงมือสังหารคนบริสุทธิ์นับล้านชีวิตอีกด้วย
ภาพที่เขาใช้มังกรดำทมิฬถาโถมลงไปยังหอคอยสัตว์อสูรแห่งนั่นยังตราตรึงในห้วงสมองอยู่เลย
ยังดีที่ชายชรานั่นได้ใช้ไพ่ตายของตนเองจึงทำให้เขานั่นผ่านสถานการณ์เช่นนี้มาได้ ลองคิดดูสิถ้าหลังจากนี้เขาเกิดตายไปอีกรอบแล้วเจ้านั่นปรากฏตัวออกมาละก็จะไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งมันได้อีก ถึงจะไม่รู้แต่ชายหนุ่มคาดเดาไว้ว่าพลังงานของมันต้องทรงพลังมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนและผลลัพธ์สุดท้ายของมัน ตัวของเขาก็จะเป็นอย่างท่านอาจารย์ที่ถูกครอบงำจนไม่ได้สติ
"ท่านอาจารย์หลังจากนี้ข้าจะไม่ประมาทอีกต่อไปแล้ว..!!"
ชายหนุ่มบ่นพึมพำออกมาพลางหลับตาลง เขานั่นเริ่มนั่งสมาธิเพื่อตรวจสอบสภาพของตนเองอย่างละเอียดอีกครั้งว่ามันมีอะไรผิดปกติไหม ร่างกายครึ่งล่างที่แตกสลายถึงกับฟื้นคืนสภาพกลับมาอย่างเช่นเดิม พลังความมืดแห่งอนันต์นั่นมีพลังในการฟื้นตัวมากยิ่งกว่าคัมภีร์เทพแห่งชีวิตห้าขั้นซะอีก ส่วนที่ชายหนุ่มคิดเช่นนี้มันก็ไม่ผิดนัก พลังที่แท้จริงของคัมภีร์ระดับเทพผู้สร้างมันยังไม่เปิดเผยออกมาเพียงแค่นั่น ถ้าในอนาคตตัวของเขาได้รับมันมาอย่างสมบูรณ์ละก็ผลลัพธ์ของการต่อสู้ที่ผ่านมาก็คงจะแตกต่างไปอย่างแน่นอน เขาจะไม่ตกตายลงและพลังความมืดอนันต์นี้ก็จะไม่ปรากฏขึ้น
ส่วนสัตว์อสูรทั้งสี่ตนที่ตกตายไปนะหรอ หลินตงไม่ได้กังวลอะไรมันมากนัก เมื่อเขาฟื้นคืนชีพกลับมาก็ทำให้ได้รับทราบถึงพลังของพื้นที่ห้วงจิตมังกรที่ทรงพลัง ตราบใดที่มันยังอยู่สัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญาด้วยศาสตร์เทพบงการอสูรก็จะไม่มีทางตายลงโดยเด็ดขาด
กายหยาบของพวกมันเพียงแค่แตกสลายไปเท่านั้นและพวกมันทั้งสี่ในตอนนี้ก็กำลังฟื้นคืนสภาพกลับมาภายในพื้นที่มิติจิตมังกรนั่นเอง หลินตงจึงรับรู้ได้หลังว่าหลังจากนี้สัตว์อสูรทั้งหมดที่เขามีต่อให้จะต่อสู้จนร่างกายแตกสลายพวกมันก็จะไม่มีทางตายและฟื้นคืนชีพกลับมา เป็นอมตะมีความนิรันดร์ยิ่งกว่าสิ่งใดซะอีก
ชายชราที่เห็นหลานชายของตนสมเพชในความโง่ของตนเองก็ส่ายหัวออกมาอย่างอ่อนใจ ใครจะไปคิดว่าพวกมันจะใช้ม่านพลังผนึกเทพเจ้าแปดทิศละ นี่คือม่านพลังโบราณที่ไร้เทียมทาน ถึงพลังในการกังขังของมันจะไม่มากนักแต่ทว่าผลลัพธ์ในการปิดกั้นผู้คนระดับที่ต่ำกว่ามันเรียกได้ว่าทรงพลัง ถ้ามันถูกกางออกมาแล้วต่อให้หลินตงจะใช้วิชามังกรเซียนหรืออะไรก็ตามแต่ผลลัพธ์มันก็เป็นดังเช่นเดิม
"ชั่งเถอะหลานรัก เจ้าตอนนี้ก็พักผ่อนไปก่อนเถอะ ท่านปู่คนนี้จะอยู่เคียงข้างเจ้าเอง"
หวังจื่อจินพูดขึ้นพลางกางม่านพลังระดับสูงออกไปปกคลุมทั่วทั้งรอบบริเวณ หลังจากนี้เชื่อได้เลยว่าตัวของหลินตงจะมีอันตรายอย่างถึงที่สุด สี่ตระกูลใหญ่ที่สูญเสียไปอย่างมหาศาล พวกมันจะไม่ยอมอย่างแน่นอน แต่ละตระกูลจะต้องเคลื่อนกำลังพลที่แข็งแกร่งมากยิ่งกว่านี้มาแน่เผลอๆ เจ้าพวกไอ่แก่ตายยากก็อาจจะปรากฏตัวขึ้นมาเองเลยก็ได้ ที่เขาพูดเช่นนี้ออกมามันไม่ผิดเลย พวกมันคือผู้ก่อตั้งตระกูลใหญ่ทั้งสี่ที่มีพลังระดับเทพวิญญาณยุทธที่แข็งแกร่ง พลังของพวกมันว่ากันว่าถ้ารวมมือกันทั้งสี่คนอาจจะสามารถทัดเทียมด้านใดด้านนึงของราชวงศ์ชิงหลงได้เลย
หลินตงลืมตาขึ้นอยู่นิดๆเมื่อได้ยินเสียงพูดของเขา ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยออกมา
"ประมาณเดือนนึงท่านปู่ ข้าต้องรอให้พวกสัตว์อสูรทั้งหมดฟื้นคืนชีพก่อน ถ้ามิเช่นนั่นข้าคงจะเดินทางอย่างยากลำบากแน่..!!"
ชายชราเมื่อได้ฟังก็ตกตะลึงพร้อมกับตะโกนออกมาด้วยท่าทีอึ้งๆ
"อะไรนะ? เจ้าพวกนั่นยังไม่ตายหรอเนี่ย..!!"
หวังจื่อจินที่รับรู้ได้ถึงเรื่องราวก่อนหน้าก็ยังต้องตกใจเช่นเดียวกัน เจ้าหลานรักคนนี้มันไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับสัตว์อสูรของมันเลย ใครจะไปคิดว่าเพียงแค่จากกันนิดเดียวตัวของมันจะได้สัตว์อสูรระดับเจ็ดมังกรอัสนีเขาสวรรค์มาตนนึงกับอีกอีกตัวที่เป็นถึงสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่เขาก็ยังเสียดายมันเลยเมื่อได้ฟังว่าพวกมันตกตายลงในการต่อสู้แล้ว
"ยังไม่ตายท่านปู่ ทักษะวิชาของท่านอาจารย์ไม่ธรรมดาหรอกน่ะ..!!"
ชายหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมกับเล่าเรื่องราวอธิบายพลังของพื้นที่จิตห้วงมังกรออกมาให้กับเขาได้ฟัง
"ไม่น่าเชื่อว่าทักษะวิชาของท่านเทพผู้สร้างชิงหลงเซียนจะทรงพลังเช่นนี้ สมแล้วที่เป็นถึงวิชาระดับนั่นจริงๆ"
ชายชรายิ่งได้ฟังก็ยิ่งอ้าปากค้าง สัตว์อสูรที่ได้ทำพันธสัญญากับหลานของเขาจะไม่มีวันตายโดยเด็ดขาด ถึงจะถูกสังหารลงท่ามกลางการต่อสู้แต่ทว่าพวกเขาก็เพียงแค่ต้องใช้เวลาในการฟื้นคืนชีวิตเท่านั้น บอกเพียงแค่ว่าตราบใดที่หลินตงยังไม่ตายลง พวกมันก็เรียกได้ว่าเป็นอมตะอย่างแท้จริง
"เหอะๆ แต่มันก็ต้องใช้เวลานะท่่านปู่ ยิ่งสัตว์อสูรที่ตายลงมีพลังมากเท่าไหร่การฟื้นคืนสภาพก็ยิ่งนานเท่านั้น จากที่ข้าสังเกตดูแล้วจิ้งจอกน้ำแข็งสามหางที่เป็นถึงสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังระดับแปดจะใช้เวลาทั้งหมดหนึ่งเดือน ส่วนอีกสามตนที่พลังรองลงมาใช้เวลาประมาณยี่สิบวันเห็นจะได้"
หลินตงอธิบายออกมาเพื่อให้ชายชรานั่นเข้าใจ สำหรับเขาแล้วเวลารวมหนึ่งเดือนถือว่ามีค่าเป็นอย่างมาก เพียงแค่ไม่ถึงปีในตอนนี้เขาก็ออกเดินไปทั่วทุกหนแห่งแล้วแถมยังก่อวีรกรรมไว้มากมายอีกด้วย การเสียเวลาร่วมเดือนนึงถือว่าแย่ยิ่งนัก
ชายชราที่เห็นท่าทางของเขาก็เบะปากอยู่นิดๆพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์เสีย
"ไอ้โง่นี่ เวลาของพวกเราไม่เหมือนกับคนธรรมดาที่มีอายุขัยไม่ถึงร้อยปี ชีวิตของพวกเรานั่นมีอายุนับพันๆปี ยิ่งพลังสูงมากเท่าไหร่อายุขัยก็แทบจะเป็นนิรันดร์ ดูอย่างข้าสิ ข้ามีชีวิตมานับแสนปีแล้วจากอดีตกาลที่ทวีปชิงหลงก่อตัวขึ้น ข้าก็ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยจนมาถึงปัจจุบันนี่ละ ท่านปู่หวังคนนี้จะบอกแค่ว่าหลังจากนี้เจ้าไม่ต้องสนใจเวลาและใช้ชีวิตอย่างที่ใจต้องการเถอะ เวลาของเรามันเหลือเฟืออยู่แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า"
ชายชราพูดจบก็หัวเราะร่าออกมาราวกับว่าชีวิตนั่นเป็นเรื่องที่สนุก ทำให้้หลินตงที่เห็นเขาร่าเริงเช่นนี้ก็ระบายยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ มันก็จริงอย่างที่เขาพูดนั่นละ ชีวิตของเขาหลังจากนี้มันยังอีกยาวไกลนัก