Fallen paradise

    #33 อาณาจักรภูลิอัน/โอเปอเรชั่นภูเขาทมิฬ

    ในอีกด้านหนึ่งของสนามรบเรกิสที่ตอนนี้ตามเนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยเลือด เธอถุยเลือดลงพื้นแล้วเงยหน้ามองไปยัง combat walkerของศัตรูที่ยืนสูงตระหง่านและมีดาบใบเลื่อยที่หักครึ่งปักอยู่บนพื้น หุ่นตัวนั้นโยนดาบเลื่อยที่หักแล้วทิ้งไปแล้วจับเอาหอกปืนที่ติดอยู่ข้างหลังมาใช้ ตัวหอกนั้นเมื่อติดอยู่บนหลังของหุ่นจะหดเก็บขนาดเอาไว้ทำให้ไม่เกะกะเวลาต่อสู้ เมื่อเรกิสเห็นแบบนั้นเธอก็ยิ้มออกมา

    “อาา นี้กะจะเล่นแบบนี้ใช่ไหมคะ งั้นข้าก็คงต้องเอาจริงแล้วเหมือนกัน” เมื่อเรกิสพูดเสร็จเธอก็แดชเข้าหา combat walker โดยมีแสงสีฟ้าอ่อนเหมือนเปลวไฟไล่ตามหลังเธอไป เปลวไฟสีฟ้าที่เย็นเฉียบได้สร้างเพลิงน้ำแข็งไปตลอดทาง เมื่อcombat walker เห็นเรกิสพุ่งเข้าใส่มันก็จัดการยิงปืนลำแสงและขีปนาวุธเข้าใส่นับสิบลูกทั้งยังแทงหอกเข้าใส่เธอ เรกิสที่เห็นดังนั้นเธอจึงเอียวตัวหลบลำแสงและหมุนตัวหลบขีปนาวุธอย่างคล่องแคล่วเสียงระเบิดและเปลวไฟปกคลุมพื้นที่ในขณะที่เรกิสกระโดดขึ้นไปบนหอกที่แทงมาหาเธอเหมือนแมวจากนั้นเธอก็วิ่งขึ้นไปยังตัวหอกหมายมั่นจะเข้าประชิดตัวหุ่นแต่แล้วเธอก็ต้องกระโดดหลบลงมาที่พื้นเนื่องจากหมัดของหุ่นมาใกล้จะถึงตัวเธอแล้วเมื่อเท้าของเธอเหยียบพื้นดินเธอก็เร่งความเร็วด้วยสกิล Accele ส่งผลให้ตัวของเธอเร่งความเร็วได้ทะลุผ่านสองเท่าของความเร็วเสียงและสามารถเข้าประชิดตัวหุ่นได้ในเวลาไม่ถึงวินาทีเมื่อเธอเข้าใกล้ตัวหุ่นได้สำเร็จเธอก็ใช้เพลงดาบประจำตระกูลของเธอฟาดฟันใส่ตัวหุ่น การฟันครั้งนี้นั้นทำให้เกิดรัศมีดาบสูงกว่า 500 เมตรซึ่งรัศมีดาบสีฟ้าได้ไหลผ่านตัวหุ่นและแยกมันออกเป็นสองส่วนเมื่อตัวหุ่นพังลงเปลวเพลิงน้ำแข็งก็กลืนกินมันทำให้ combat walker ถูกแช่แข็ง เมื่อล้มศัตรูได้เรกิสก็ใช้มือปาดเหงื่อบนหน้าผากของเธอ

    “ฟู่ นี้มันเหนื่อยจริงเลยน่า แถมยังต้องได้ใช้ไพ่ไปบางส่วนอีกแย่ แย่ แย่ แย่จริงๆน๊า ” เธอส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะหยักไหล

    “ช่างมันเต๊อะ อ๊าา อุตสาฆ่าไปตั้งเยอะอัพแค่สองเลเวลเอง” เรกิสได้แต่โอ๊ดควรเล็กๆกับตัวเองก่อนที่เธอจะเอาดาบเก็บไว้ในที่จัดเก็บมิติแล้วเดินกลับไปยังกองทัพเสียงร้องยินดีของกองทัพได้ดังสนั่นสนามรบเป็นอันปิดฉากการรบปีกซ้ายอย่างแท้จริง

    ณ มุมนึงแนวป่าหลังป้อมปราการสายตาสีแดงคู่หนึ่งได้มองไปยังป้อมปราการอย่างดูแคลน  และเบื้องหลังสายตาคู่นั้นได้มีเหล่าวาร์คที่เหลือรอดและทหารที่หนีออกมาจากป้อมปราการ

    “พวกมันอาจจะชนะในครั้งนี้ แต่ครั้งหน้าพวกแกจะต้องชดใช้อย่างสาสม” แม่ทัพมองไปยังลูกน้องของตนก่อนที่จะสั่งเดินทัพต่อไปอย่างเงียบงันโดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าหลังจากที่พวกเขาจากไปแล้วกลับมีสายตาคู่นึงลืมขึ้นมาในต้นไม้ ต้นที่ไม่ไกลจากที่แม่ทัพยืนอยู่

    “เรียกศูนย์พวกมันถอยทัพออกไปแล้ว”

    “รับทราบ ได้โปรดดำเนินตามแผนขั้นต่อไป”

    “รับทราบ” เมื่อสิ้นเสียงดวงตาที่เปิดอยู่ก็ปิดอีกครั้งในขณะนั้นก็มีสายลมพัดผ่านป่าไปอย่างเบาบาง