บทที่ 77 รังของสกุณเหรา
พวกแสนกับทองเดินทางลงใต้อย่างลับๆ ด้วยจำนวนคนรวมทั้งหมดสิบสามคนจุดหมายของพวกเขานั่นไม่มีใครรู้พวกเขาเดินทางมาได้หนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วโดยผ่านเมืองสาครบุรี ทั้งสิบสามคนนี้เป็นคนจากกรมผู้ตรวจการทั้งหมด พวกเขาขี่ม้าเร็วไม่มีการหยุดพัก
ทอง” มีคนตามมาจริงๆ ด้วย “แสนยิ้ม
แสน” นี่เดาได้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือ “ทองพยักหน้า
ทอง “ไม่รู้ว่ามันจะลงมือเมื่อไร” ชายอีกคนส่ายหน้า
“ข้าว่าพวกมันไม่ลงมือหรอกพวกมันแค่อยากรู้ว่าพวกเรามีเป้าหมายอะไรกันแน่” แสนพยักหน้าอีกคนกล่าว
” ว่าแต่พวกมันจะหลงกลเราหรือพวกมันไม่น่าจะโง่ถึงเพียงนั้น “แมนหัวเราะ
แสน” อย่างน้อยที่เมืองลังกาสุกะต้องรู้ข่าวเรื่องกรมผู้ตรวจการแน่ “ทองยิ้ม
ทอง” บางอีพวกมันอาจจะรู้แผนที่ท่านเจ้าคุณจึงจงใจส่งข่าวเรื่องไอ้นินออกไปเพื่อดึงเวลาให้พวกมันทำลายหลักฐานแน่นอน “แมนหัวเราะ
แสน “เหอะงั้นต้องมาวัดกันว่าใครจะเร็วกว่ากัน” ทุกคนพยักหน้า ส่วนหน่วยหมาป่าที่นำโดย หมอก มาถึงด่านพระปรงแล้ว พวกเขาเข้าไปหานายด่านเป็นอันดับแรกนั่นคือ หลวง วีระ
หมอก” สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างพบข่าวท่านขุนหรือไม่ “หลวงวีระกล่าวออกมา
หลวงวีระ” ข้าส่งข่าวให้สายสืบเข้าไปดูด้านในแล้วเมื่อสองวันก่อนมีเรื่องแปลกมาก
” เรื่องอะไรหรือ “เขากล่าวออกมา
” มีคนได้ยินเสียงรองของสัตว์หิมพานต์ “ทุกคนตกตะลึงทำไมพวกเขาถึงรู้ว่าเป็นสัตว์หิมพานต์นั่นหรือเพราะมันต่างจากสัตว์เวทย์ทั่วไปมันมีพลังที่สามารถฆ่าคนได้ด้วยแค่เสียงคำรามแถมเสียงมันจะสั่นกังวานคนที่ได้ยินถ้าไม่มีพลังที่แข็งแกร่งพอร่างกายจะขยับไม่ได้ สัตว์เวทย์เมื่อได้ยินมันจะหมอบลงยอมแพ้ทันที
หมอก “เป็นไปได้ยังไง “หลวงวีระเดิมทีก็ไม่เชื่อทว่าใครจะเอาเรื่องนี้มาพูดเล่นกัน
“แน่นอนว่าเราไม่เชื่อเราจึงส่งคนเข้าไปดูพบความผิดปกติจริงๆ” หมองสนใจ
“มีอะไรหรือ” หลวงวีระกล่าว
“แม้ว่าเรายังหาที่อยู่ท่านขุนไม่พบแต่เชื่อว่าบริเวณนี้จะต้องมีค่ายพวกมันอยู่แน่” เขาชี้ไปตรงจุดหนึ่งของแผนที่
หมอก “แน่ใจหรือ” เขาพยักหน้า
“ข้าเดาว่าพวกมันใช้อาคมบังตาซ่อนค่ายเอาไว้ที่ข้ามั่นใจเพราะพื้นที่โดนรับมีร่องรอยการต่อสู้อยู่พวกสายลับมั่นใจว่าเป็นอาคมสายฟ้า “หมอกหรี่ตาลง
” ลีเคนาหรือ “หลวงวีระพยักหน้า
” ข้าคิดว่าใช่อาคมสายฟ้าในไทยมีน้อยคนนัก “หมอกสีคางไปมา
หมอก” ดีงั้นข้าจะเข้าไปดูที่นั่น “หลวงวีระพยักหน้า
” ได้ข้าจะให้คนที่เข้าไปสำรวจประสานงานกับท่านตอนนี้พวกเขาหลบอยู่แถวๆ ป่าเวทย์ของแผ่นดินขอม “หมอกพยักหน้า
หมอก” ดีข้าจะส่งข่าวกลับไปยังเมืองหลวงก่อน “จากนั้นทุกคนก็ไปพักก่อนหากฝืนเดินทางต่อพวกเขาตายแน่ ส่วนพวกลีเคนาออกเดินทางมายังหน้าผาจุดที่สกุณเหราปรากฏตัวแล้วนางทำมือให้ทุกคนเงียบไว้แล้วเริ่มผูกเชือกเพื่อจะลงไปยังด้านล่าง
ลีเคนา “แน่ใจนะว่าเชือกนี้ยาวพอ” คนของนางยิ้มเจื่อน
“ทานจอมเวทย์เราหาเชือกที่ยาวได้สุดเท่านี้แล้วขอรับ” ลีเคนาขมวดคิ้ว
ลีเคนา “ไม่ได้เรื่องจริงๆ” นางไม่สนใจพวกมันอีก
ลีเคนา “คนที่มีอาคมย่นระยะลงมากับข้า” นางจับเชือกก่อนที่จะไต่ลงไปด้านล่างต้องบอกว่าด้านล่างนี้สูงมากจริงๆ ความสูงของมันถึง 1001 เมตร ลีเคนากระโดดลงไปด้านล่างแน่นอนว่าเชื่องนี้สั้นเกินไปได้แค่สี่ร้อยกว่าเมตรเท่านั้นทว่าจอมเวทย์อย่างไรก็เป็นจอมเวทย์นางใช้วิชาย่นระยะจนสามารถลงมาถึงได้อย่างปลอดภัยมีคนที่ลงมาได้กับนางอีกสี่คนนอกนั้นหากกระโดดลงมาคงตายคาที่แน่ ด้านล่างค่อนข้างมืดแต่พอมองเห็นเป็นเงาๆ ด้านล่างนี้กว้างใหญ่กว่าที่นางคิดมีลำธารใสทอดยาวไปและเต็มไปด้วยต้นไม้ที่แปลกประหลาดราวกับแดนเทพ พืชทุกชนิดมีใบหลากสีสันสวยงามเต็มไปด้วยสมุนไพรวิเศษ ตามซอกหินมีผลึกเรืองแสงสีสันต่างกันไปตามคุณสมบัติธาตุ ทว่าไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเลย เมื่อเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก็พบโครงกระดูกขนาดใหญ่
ลีเคนา” กระดูกพวกนี้มันไม่ใช่สัตว์เวทย์นี่ “นางสัมผัสดูก็รับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลจากตัวโครงกระดูก
ลีเคนา “เก็บมันไปให้หมด” ทุกคนรีบทำตามคำสั่งนำกล่องสมบัติออกมาสารันถามขึ้น
สารัน “ท่านยายของพวกนี้มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรมันไม่น่าจะเกิดขึ้นในป่าเวทย์ไม่ใช่หรือ” ขลุ่ยไร้เสียงกล่าวออกมา
“เป็นไปได้ว่าทางเข้าป่าหิมพานต์น่าจะเปิดแถวนี้พลังของมันคงถูกกระจายออกมาจากทางเข้าส่งผลให้ใต้หน้าผาแห่งนี้ได้รับพลังหิมพานต์จึงเกิดของวิเศษขึ้น” การอนุมานของขลุ่ยไร้เสียงค่อนข้างแม่นยำเละทีเดียว พวกเขาค่อยๆ เดินสำรวจไปเรื่อยๆ ก็พบถ้ำขนาดใหญ่ใต้หน้าผามีแสงสีเขียววูบวาบจากด้านใน
ลีเคนา “นั่นตรงนั้น” พวกเขาค่อยๆ เดินเข้าไปจนถึงปากทางถ้ำลีเคนาใช้ตาย่นระยะมองเข้าไปด้านในทว่าไม่พบสกุณเหราแต่ที่นางพบคือไข่สามใบขนาดเท่าตัวคนเลยนางคิดว่านี่คือไข่ของสกุณเหรา
ลีเคนา “ช่างเป็นใจอะไรเช่นนี้” นางคิดนะเอาไข่กลับไปสารันมองไปอีกด้านหนึ่งก็พบว่าในห้วงลึกของป่าที่นี่มีหลุมสีดำวูบไหวในอากาศและมีพลังมหาศาลไหลออกมา
สารัน “นั่นอะไร” ทุกคนหันไปมองลีเคนาขมวด
ลีเคนา” ไม่ผิดแน่มันคือทางเข้าป่าหิมพานต์ “ขลุ่ยไร้เสียงถามขึ้น
” เราจะเข้าไปหรือไม่ “นางส่ายหน้า
ลีเคนา” ไม่อันตรายเกินไปเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้ “ทุกคนพยักหน้า ป่าหิมพานต์เมื่อเขาไปฝีวิชาจะทำให้พวกเขาก้าวหน้าขึ้นได้แบบก้าวกระโดดก็จริงแต่ก็อันตรายมากเกินไปดังนั้นพวกเขาไม่สามารถทำอะไรวู่วามได้ ครืนนน มีการเปลี่ยนแปลงที่หลุมนั่น
ลีเคนา “ทุกคนหลบก่อนมีอะไรกำลังจะออกมา พวกเขาหลบหลังต้นไม้ใหญ่จากนั้นร่างของสกุณเหราค่อยๆ ออกมาแค่เห็นพวกเขาก็จิตใจแทบแตกสลายแล้วเพราะมันใกล้มาก
สกุณเหรามองไปรอบๆ ก่อนที่มันจะเดินไปที่ถ้ำของมันในปากมันคาบสัตว์บางอย่างมาด้วยพวกเขามองไม่ชัดว่ามันคือตัวอะไรทว่าเป็นสัตว์ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่านไปสักพักพวกเขาจึงออกมาจากหลังต้นไม้
ลีเคาน่า “เป็นไปได้ว่าพื้นที่ด้านล่างนี่คือรังของมัน” ทุกคนตกใจแต่ว่าก็เป็นไปได้ไม่อย่างนั้นทำไมที่นี่ถึงไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นเลย
ลีเคนา “ได้กลิ่นอะไรไหม” ทุกคนมองหน้ากันทว่าพวกเขาไม่ได้กลิ่นลีเคนี่เงยหน้าขึ้นไปก็พบว่ามีผลไม้ที่ส่งแสงเป็นประกายออกมา
ลีเคนา” นี่มันผลไม้จากแดนหิมพานต์งั้นหรือ “นางสั่งทุกคนเก็บลงมาแล้วออกจากตรงนี้แล้วหาที่ซ่อนตัวก่อนรอจนกว่าสกุณหราเข้าไปในป่าหิมพานต์พวกนางค่อยกลับขึ้นไปด้านบนหากขึ้นไปตอนนี้ต้องใช้อาคมย่นระยะขึ้นไปมันต้องรู้ตัวแน่ กลับมาที่นินหลังจากที่เขาได้รับสายจากคนของโรงประมูลเขาก็ตกใจไปพักหนึ่ง
นิน “เกิดอะไรขึ้นอาวุธนั่นทำไมอยู่ๆ ถึงสั่นได้มันต้องได้รับการกระตุ้นจากพลังปราณไม่ใช่หรือถึงแสดงพลังออกมาได้ “นินจึงตอบกลับไป
นิน” งั้นเดี๋ยวผมจะเข้าไปดูครับ “สวีหนานเห็นนินไม่เดินตามมาก็เลยออกมาดูเขาเห็นเขาโทรศัพท์จึงถาม
สวีหนาน” มีอะไรหรือใครโทรมาอยากบอกนะว่าจะไปดื่มอีกแล้ว” นินกลอกตาแล้ววางสาย
นิน” ฉันควรตอบคำถามไหนก่อนดี “เธอยังทำหน้าจริงจัง
นิน” ฉันไม่ทำตัวแบบนั้นอีกแล้วสบายใจได้ตอนนี้ฉันมีคนเลี้ยงแล้วนี่ “เธอต่อยเขาเบาๆ
” ไปดูเสื้อผ้ากันเถอะ “นินดึงแขนเธอไว้
นิน” ไปทำเรื่องสำคัญก่อนเดี๋ยวผมมีเรื่องต้องทำอีก “เธอจึงตามใจเขาเรื่องสำคัญที่ว่าคือคอมชุดใหญ่นั่นเอง เมื่อจ่ายเงินสวีหนานดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นยอดเงินแจ้งในโทรศัพท์
นิน “ส่งตามที่อยู่นี้เลยครับเดี๋ยวผมมีธุระต่อคงไม่รอ” พนักงานพยักหน้า
“ครับได้เลย” สวีหนานบ่นไม่หยุดเมื่อเดินออกจากร้านคอมพิวเตอร์
สวีหนาน” ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ คอมอะไรแปดหมื่นหยวน “นินยิ้มออกมา
นิน” ไหนบอกว่าจะเลี้ยงผมไงแค่นี้ก็บ่นแล้ว” สวีหนานกลอกตา
สวีหนาน “ได้ๆ งั้นจะไปไหนต่อเล่า” นินยิ้ม
นิน” โรงประมูลโพลี่ “เธอประหลาดใจ
สวีหนาน” ไปทำไม “นินเล่าให้ฟัง
นิน” สองสามวันก่อนผมไปตลาดของเก่าได้ของดีมาก็เลยให้อ้วนจินหาคนประเมินให้ไม่คิดว่าจะเป็นคนรู้จักพ่อของอ้วนจินชื่อติงซานเป็นคนของโรงประมูลพอดีเขาประเมินราคาพบว่าผมได้ของดีมาน่ะ “เธอมองหลินหนานอย่างแปลกใจ
สวีหนาน” ในที่สุดนายก็ไม่ปิดกั้นตัวเองแล้ว “นินยักไหล่
นิน” ฉันจะอดตายอยู่แล้วจะปิดกั้นไปทำไม “เธอมองเขา
สวีหนาน” ว่าฉันจ่ายเงินให้น้อยไปหรือไงนายเป็นคนบอกเองนะว่าเอาเจ็ดพันหยวนต่อเดือนน่ะ “นินยักไหล่
นิน” ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนี่แค่ตอบคำถามเธอ “สวีหนานกลอกตา
สวีหนาน” ที่จริงที่ให้นายขับรถเพราะฉันอยากให้นายอยู่ในสายตาฉันไม่ได้ดูถูกนายหรอกนะฉันเป็นห่วงนายเท่านั้นเอง “นินประหลาดใจแต่พูดว่า
นิน” บอกฉันทำไมฉันถามหรือ “สวีหนานอยากจะกรี๊ดออกมา
สวีหนาน” ทำไมนายถึงได้ทำตัวน่าโมโหแบบนี้ไอ้บ้า “นินยิ้ม
นิน” หรืออยากให้ผมทำตัวเหมือนเดิมเล่า “เธอถอยออกไปหลายก้าวเมื่อได้ยินคำที่เขาพูดแล้ววิ่งมากระโดดถีบเขา
นิน” เวรแล้ว “เขาวิ่งหนีทันที
สวีหนาน” หยุดนะหลินหนานไอ้คนสารเลวลองไปดื่มดูสิฉันจะอัดนาย “นินรีบวิ่งไปที่รถแล้วล็อกประตู
สวีหนาน” เปิดไม่งั้นนายตายแน่ “นินเปิดกระจกออกมา
นิน” บอกก่อนว่าเธอจะไม่อัดฉัน “สวีหนานหอบหายใจ
สวีหนาน” ได้ “นินจึงปลดล็อกให้เธอขึ้นมาแล้วจ้องนินอย่างเอาเป็นเอาตาย นินยิ้มออกมาที่เห็นเธอโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้
นิน “เหมือนพิมมากจริงๆ แต่พิมไม่ค่อยแสดงออกอาจเพราะยุคสมัยที่ต่างกันเป็นไปได้ไหมว่าทั้งสองคือคนคนเดียวกันแต่อยู่คนละเส้นเวลาถ้าอย่างนั้นนี่ฉันกำลังนอกใจพิมหรือนอกใจสวีหนานหรือเปล่า” นินรีบตั้งสติ
นิน “หากว่าจะต้องมีคนหนึ่งคนใดต้องตายไปในเส้นเวลาหนึ่งเพื่อให้อีกคนอยู่เล่า” นินอ่านนิยายมาเยอะจึงมีหลายทฤษฎี
นิน “ช่างเถอะเรื่องนี้ยากจะคาดเดา” เขาหยิบน้ำให้เธอดื่ม
นิน “ใจเย็นๆ ก่อน” เธอรับมาดื่มไปก็จ้องเขาแบบเอาเป็นเอาตาย เขาขับมายังเขตตงเฉิงในปักกิ่งเพื่อไปยังโรงประมูลตึงของมันใหญ่มากทั้งสองเขาไปด้านในมีคนมารอต้องรับนินอยู่แล้วเป็นสาวสวยหุ้นดีเธอยิ้มให้นินอย่างสดใสแน่นอนเขาหล่ออย่างกับพระเอกแบบนี้ใครเห็นก็ต้องยิ้มให้อยู่แล้ว
“สวัสดีค่ะคุณหลินเชิญค่ะผู้จัดการรอคุณที่ชั้นสามค่ะ” นินยิ้มให้
นิน “ขอบคุณครับคุณชื่อ” เธอยิ้ม
“เรียกฉันซีเวยก็ได้ค่ะ” จากนั้นทั้งสามคนก็ไปที่ลิฟต์ซีเวยแนะนำเกี่ยวกับโรงประมูลให้เขาฟังอย่างมืออาชีพ นินพูดคุยกับเธออย่างเป็นกันเองเขาเป็นสายลับดังนั้นเรื่องการชวนคุยนั้นเขาถนัดเป็นหนึ่งในวิธีล้วงข้อมูล
สวีหนานมองนินไม่สิหลินหนานแบบประหลาดใจว่าทำไมเขาถึงได้ดูมีเสน่ห์แบบนี้เวลาเขาพูดกับผู้หญิงคนนี้เหมือนจะมีแต่หัวข้อที่ไม่น่าเบื่อเลยและมันสนุกมากที่คุยกับเขา นินสัมผัสได้ถึงการจ้องมองจึงหันมามองเธอ
นิน “อ้อนี่เจ้านายผมเองครับ” ซีเวยประหลาดใจ
ซีเวย “เจ้านายหรือคะ” นินพยัก
นิน “ใช่ครับผมทำงานเป็นคนขับรถให้เธอ” หน้าของสวีหนานกระตุก
สวีหนาน “ไอ้บ้านี่จงใจชัดๆ ทำให้ฉันดูแย่งั้นสินะ “เธอสวมแมสอยู่จึงไม่มีใครรู้ว่าเธอคือสวีหนาน
สวีหนาน” อย่าไปฟังเขาเลยค่ะเรียกฉันคุณหนานก็ได้ค่ะ “ซีเวยมองทั้งสองแล้วก็เข้าใจบางอย่างจากนั้นก็มาถึงห้องที่ใช้เก็บของประมูลกล่าวได้ว่ามันออกแบบมาแน่นหนามากสวีหนานเพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนมีตู้เซฟมากว่าพันตูในนี้แน่นอนใน ห้องนี้กว้างมากแถมเป็นห้องปลอดเชื้อพวกเขาต้องผ่านโซนฆ่าเชื้อถึงเข้ามาได้และมันยังเป็นแบบรักษาอุณหภูมิด้วยนินเดาเขาไปก็พบว่ามีคนยื่นรออยู่แล้วตรงกลางมีโต๊ะสีขาวและมีกล่องกระบี่วางอยู่
ติงซาน” คุณมาแล้วผมจะแนะนำให้คุณรู้จักประธานของเราก่อนนี่คือคุณ เฉินเหมยหลัน ครับ” เธอยิ้มให้แล้วยื่นมือมานินยิ้มให้เธอผู้หญิงคนนี้สวยมากจริงๆ รูปร่างสูงสง่ามีไฟเล็กๆ มุมปากทางซ้ายทำให้ดูเซ็กซี่ไปอีกแบบแถมขาเธอเรียวยาวน่ามองมากเสียด้วยเขาจับมือเธอเบาๆ แล้วปล่อย
“สวัสดีค่ะคุณหลิน” หลินหนานยิ้มออกมา
นิน” สวัสดีครับไม่คิดว่าประธานโพลี่จะสาวและสวยขนาดนี้ “เฉินเหมยหลันยื่นมือไปทางสวีหนาน
“คุณคือ” สวีหนานต้องถอดแมสแล้วผู้หญิงคนนี้สวยเกินไปเธอต้องแสดงตัวสักหน่อย
“ฉันสวีหนานค่ะ “ทุกคนตกตะลึงดาราชั้นนำที่มีอิทธิพลในวงการบันเทิงจีนมากที่สุดมากับชายหนุ่มธรรมดาได้ยังไงกัน
นิน” เราเป็นเพื่อนกันน่ะครับอย่าไปสนใจเธอเลยพอดีตอนพวกคุณโทนมาเธอดันอยู่ด้วยน่ะครับ “ทุกคนจึงเข้าใจสวีหนานถึงกับกลอกตาแต่ไม่พูดอะไรเรื่องการหมั้นพวกเขาแน่นอนว่าจะไม่บอกคนภายนอกหรอกมีคนรู้ไม่กี่คนและคนที่รู้ก็ไม่กล้าพูดออกไป จากนั้นทุกคนก็ให้ความสนใจมาที่กระบี่
นิน” เปิดออกเลยครับ “ติงซานให้เจ้าหน้าที่เปิดกล่องออกมาก็พบว่ากระบี่สั่นจริงๆ คนธรรมดาเห็นเพียงมันสั่นแต่นินที่สำเร็จขั้นกลั่นลมปราณขั้นแรกแล้วเห็นทันทีว่ามีพลังปราณไหลเข้ามาก่อกวนกระบี่เล่มนี้ นินมองไปยังทุกคน
นิน “โปรโมทไปแล้วสินะครับ” ทุกคนพยักหน้า
เฉินเหมยหลิน “ใช่ค่ะเมื่อคืนเราลงข้อมูลไปเพียงหนึ่งนาทีก็มีโทรศัพท์โทรมาร้อยกว่าสายเพื่อขอซื้อมันโดยตรงเสนอเงินถึงแปดสิบล้านเลยนะคะ” นินตกตะลึงสวีหนานเองก็ป้าปากค้างกระบี่อะไรจะแพงขนาดนั้น
นิน “เชี่ยโคตรเยอะเลยขายเลยดีไหมฉันร้อนเงินอยู่พอดี” สวีหนานพูดความในใจเขาออกมาก่อน
สวีหนาน” ขายเลยไหมราคานี่ดีนะนายอยากเป็นปลาเค็มไม่ใช่หรือนี่เหมาะเลย “ทุกคนมองเธอแล้วอมยิ้มนินมีเส้นสีดำบนหน้าผาก
นิน” พูดให้มันน้อยๆ หน่อยเธอน่ะ “สวีหนานกลอกตาทำเสียงไม่พอใจในลำคอทุกคนไม่คิดว่าสวีหนานที่เย็นชาจะมีมุมนี้ด้วย เฉินเหมยหลันยิ้มออกมา
เฉินเหมย” งั้นขายเลยไหมคะแต่ฉันว่าถ้าประมูลราคาจะสูงกว่านี้แน่สายของเราสืบมาว่าพวกสำนักและตระกูลผู้ฝึกยุทธ์โบราณกำลังหานายทุนกันวุ่นเลยค่ะ “นินตกตะลึง
นิน” ว่าไงนะครับตระกูลผู้ฝึกยุทธ์มีจริงหรือครับ “เธอยิ้มออกมาแล้วให้คนไปเปิดเซฟหนึ่งออกมาข้างในเป็นหนังสือแบบโบราณเขียนว่าวิชาเจ็ดฝ่ามือร่างสลาย
เฉินเหมยหลัน” ฉันไม่แน่ใจนะคะว่าพวกเขาจะเหมือนในซีรี่ส์หรือเปล่าแต่ตำรานี้ของจริงแน่นอนคนที่บ้านฉันก็ศึกษาเรื่องนี้เช่นกันค่ะ “เธอสวมถุงมือแล้วใช้ฟอร์เซฟคีบเปิดให้นินดูทีละหน้าเมื่อเขาได้อ่านก็รู้เลยว่านี่ของจริง
นิน” ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ “เขาตามหามาทั้งชีวิตแต่ไม่เจอคิดไม่ถึงว่าจะเจอโดยบังเอิญแบบนี้
ติงซาน “ยังมีอีกนะครับจำเรื่องที่แผ่นดินไหวที่พม่าได้ไหมที่เกิดรอยแยกยางออกไปน่ะ” แน่นอน่านินไม่รู้เรื่องเขาตายไปก่อน
นิน “ทำไมหรือครับ” ติงซานกระซิบ
ติงซาน “พวกนั้นบอกว่าพลังวิญญาณไหลออกมาจากรอยแยกนั้นผมเองก็ไม่เข้าใจว่าพลังวิญญาณคืออะไรครับแต่ตอนนั้นทุกคนตื่นตัวมากมีชาวจีนหลายกลุ่มไปที่นั่นและอยู่ที่นั่นมาถึงตอนนี้” นินถึงกับตกใจ
นิน “เป็นไปได้ไหมว่าวิชาพวกนี้มีมานานแล้วทว่าขาดพลังวิญญาณมันจึงไม่สำแดงพลังแต่พอพลังวิญญาณไหลออกมาพวกเขาก็พลันก่อเกิดตันเถียนขึ้น” นินรีบถาม
นิน “มีคนที่ชราแล้วกลับมาเป็นหนุ่มบ้างไหม” ทุกคนส่ายหน้า
เฉินเหมยหลัน “หมายถึงใครหรือคะหรือว่าพวกเขาถ้าเป็นพวกเขานั้นเราไม่รู้จริงๆ เพราะพวกเขาเร้นกายมานานแล้วค่ะไม่มีคนได้พบเคยพวกเขาหลอกค่ะจึงไม่รู้ว่าหนุ่มขึ้นไหม” นินพยักหน้าแล้วมองไปที่กระบี่ที่กำลังสั่น
นิน “ช่วยหาห้องที่แข็งแรงทนทานกว่านี้ได้ไหมครับเอาแบบว่าเกิดความเสียหายในห้องก็ไม่เป็นไรน่ะครับ” ทุกคนประหลาดใจ
เฉินเหมยหลัน “มีอยู่นะคะชั้นสี่ค่ะ” ทุกคนถูกพากันขึ้นไปชั้นสี่ห้องนี้ถูกสร้างเป็นห้องใช้เก็บของสำคัญผนังประประตูทำจากเหล็กกล้าปืนใหญ่ยังยิงไม่เข้าเลย
นิน “ทุกคนหลับไปด้านหลังผมก่อน” ทุกคนขยับไปตามที่นินบอกนินดูแล้วว่าทุกคนอยู่นอกรัศมี
นิน “ผมจะเริ่มแล้วนะครับ” เขาชักกระบี่ออกมาแล้วสะบัดไปด้านหน้า ครืนนนน ปราณกระบี่สาดออกไปอย่างรุนแรง ตูมมม พลังที่ไหลเข้ามาในตัวกระบี่หายไปทันที ทุกคนอ้าปากค้างทั้งตึกแปดสิบชั้นถึงกับสั่น
เฉินเหมยหลัน “นี่มัน” …