ชลดากลับมาที่คฤหาสน์อัศวพัชระกุล แน่นอนว่าเมื่อคนรับใช้ภายในบ้านเห็นเธอซื้อของมามากมาย พวกเขาก็ยิ่งมีท่าทางที่แสดงออกมาถึงความไม่พอใจ
คนพวกนี้ได้ตั้งเป้าหมายต่อคนที่จะเข้ามาเป็นายหญิงของบ้านไว้สูงมาก พวกเขาต่างก็้าหญิงสาวที่เพียบพร้อมที่เหมาะสมกับนายท่านของพวกเขา
ส่วนหญิงสาวหลายคนที่ทำงานในบ้านก็รู้สึกอิจฉาริษยาที่ชลดาได้เข้ามาเป็นายหญิงของบ้านทั้งที่ไม่มีอะไรเหมาะสมเลยสักนิด
ชลดามองทุกคนในบ้านก่อนจะถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ทุกอย่างมันคงต้องใช้เวลาสินะ บางคนก็น่าจะพอเป็ไปได้ที่จะทำความสนิทด้วยในอนาคต แต่กับบางคนนี่สิจ้องจะจับเมธัสขนาดนั้นคงไม่มีทางญาติดีกับเธอแน่
" ป้าอรคะ อีกเดี๋ยวคุณเมธัสก็จะกลับมาแล้ว ฉันจะลงมาทำอาหารให้เขาหน่อยนะคะ"
อรนภาเป็หัวหน้าแม่บ้านและคอยดูแลเื่อาหารการกินของเ้านายในบ้าน ดังนั้นชลดาจึงแจ้งอรนภาเพื่อให้รู้ว่าเธอจะเข้าไปทำอาหารในครัวเพื่อเป็อาหารเย็น
" ฉันว่าคุณไม่จำเป็ต้องลำบากหรอกนะคะ มันเป็หน้าที่ของดิฉันอยู่แล้ว เดี๋ยวดิฉันจะให้พ่อครัวจัดการตามหน้าที่ปกติของพวกเขาเอง"
อรนภาพูดด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมแต่ก็เรียบเฉย บอกถึงความไม่เคารพอย่างชัดเจน
" ป้าอรคะ ฉันอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะอะไรเหรอคะ คุณเมธัสได้แจ้งกับคุณป้าไหม ว่าไงคะ ฉันจะได้ปฏิบัติตัวได้ถูก ถ้าเขาบอกว่าฉันไม่สามารถทำอะไรในบ้านหลังนี้ได้เลย แม้แต่คนรับใช้ในบ้านก็ยังมีอำนาจะมากกว่าฉันก็จะไม่ฝืน"
อรนภาที่ได้ยินอย่างนั้นเธอก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
" ว่ายังไงคะ "
ชลดาถามย้ำเมื่อไม่ได้คำตอบ บริเวณนั้นก็มีพ่อครัวและคนในบ้าน 2-3 คนที่ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคุยกัน
" ในฐานะนายหญิงค่ะ "
" แล้วฐานะนายหญิงของบ้านเนี่ยไม่สามารถสั่งการหรือทำอะไรได้เลยเหรอคะ ขนาดแค่จะทำอาหารให้กับสามีตัวเองยังต้องโดนขัดขวางเลย "
" อะ..เอ่อ.."
อรนภาได้แต่กระอักกระอ่วน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะหาเหตุผลขึ้นมาตอบ เสียงแหลมๆจากด้านหลังก็ดังขึ้น
" ถึงนายท่านจะบอกว่าคุณเป็นายหญิงของบ้าน แต่พวกเราก็รู้ว่าคุณไม่ได้เหมาะสมกับนายท่านของพวกเราเลยแม้แต่นิด ผู้หญิงที่ทำตัวแบบคุณยังกล้าที่จะบอกว่าตัวเองเป็นายหญิงของบ้านเหรอคะ"
" นังแก้ว!!"
อรนภาตวาดลั่นด้วยความใ
" อะไรล่ะแม่ ก็หนูพูดความจริง"
ทุกคนที่ได้ฟังคำพูดของแก้วตาก็ถึงกับตื่นตระหนก ถึงแม้พวกเขาจะไม่ยอมรับชลดา แต่ในเมื่อเป็คำสั่งของนายท่านพวกเขาก็ต้องทำตาม แต่การที่มาพูดแบบนี้มันก็ถือว่าเป็เื่ที่ร้ายแรง
ชลดาขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองตัวคนพูดด้วยสายตาที่แสดงถึงความไม่พอใจ
" ฉันไม่เคยแบ่งแยกแม้ว่าเธอจะทำงานในบ้าน เธออยู่ที่นี่ในฐานะลูกจ้างก็ควรที่จะเคารพฉันที่เป็นายคนหนึ่งของบ้านเหมือนกัน หรือฉันควรจะพิจารณาการว่าจ้างของเธอดี"
" แล้วคุณมีสิทธิ์อะไร คนที่จ้างฉันคือนายท่านต่างหาก"
แก้วตาเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าจะถูกอรนภาผู้เป็แม่คอยห้ามปรามแต่เธอก็ยังคงดื้อรั้น
ชลดายืนมองสองแม่ลูกด้วยสายตาระอา เธอหันไปมองพ่อครัวที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง
" เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะลงมาทำอาหารเย็นนะคะ "
" ครับ"
เมื่อพ่อครัวรับปาก ชลดาก็ให้สาวใช้อีกคนที่มีท่าทางดูจริงใจและไม่พูดมากถือของขึ้นไปไว้บนห้องของเธอ
หลังจากจัดของทุกอย่างเรียบร้อย ชลดาก็ลงไปทำอาหารเพื่อเตรียมไว้ให้เมธัสทานใน่เย็นทันที ถึงเธอจะรู้ดีอยู่แล้วว่าอาหารที่เธอทำอาจจะต้องเป็หมันไม่ต่างจากข้าวต้มกุ้งเมื่อเช้า
แต่มันก็เป็การลงทุนอย่างหนึ่งของเธอ
ชลดาเตรียมทำสเต็กเป็มื้อเย็น ความจริงเธอก็อยากจะทานมันอยู่พอดี ถึงจะบอกว่าทำอาหารให้กับเมธัส แต่ในเมื่อเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่ทานอาหารที่เธอทำ ดังนั้นเธอจึงทำอาหารที่ตัวเองชอบ
ชลดาเคยทำงานเป็ทั้งผู้ช่วยพ่อครัวที่ร้านอาหารใหญ่โต หรือแม่ครัวในค้านเล็กๆซึ่งก็ถือว่าฝีมือของเธอก็พอใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังขอคำแนะนำจากพ่อครัวมืออาชีพในจุดที่เธอยังทำได้ไม่ดีนัก
วัลลภที่เป็หัวหน้าพ่อครัวเมื่อเห็นฝีมือการทำอาหารของชลดารวมถึงความใฝ่รู้และการรู้จักตั้งคำถามเขาก็รู้สึกพอใจ การทำอาหารของเธอมันเป็ฝีมือของคนที่รักในการทำอาหารและอยากจะทำมันให้ดีมากขึ้น เมื่อเห็นอย่างนั้นเขาจึงลดความอคติและให้คำแนะนำกับเธออย่างเต็มใจมากขึ้น
ชลดาแอบยิ้มเมื่อเห็นว่าแผนการตีสนิทกับพ่อครัวเป็ไปอย่างราบรื่น ถึงแม้ว่าเธอจะมีฐานะเป็นายหญิงของบ้าน แต่เมื่อไม่ได้รับความเคารพมันก็อยู่อย่างไม่มีความสุข และการเป็ศัตรูกับคนที่ทำอาหารให้กับเรามันก็ไม่ใช่เื่ดี
เธอตั้งใจจะผูกมิตรกับทุกคนในบ้าน ส่วนใครที่เกินจะเยียวยาเธอก็จะไม่สนใจ
ในตอนเย็นเมื่อเมธัสกลับมาถึง หลังจากที่ทำความสะอาดร่างกายเรียบร้อยเขาก็ลงมาที่โต๊ะรับประทานอาหาร
ในขณะที่นั่งรออาหารมาเสิร์ฟ เขาก็ไม่เห็นชลดาเหมือนอย่างปกติ เพราะทุกวันหญิงสาวจะหลบหน้าเขาตลอด คงมีเมื่อเช้าที่ทำเื่แปลกประหลาด
แตยังไม่ทันที่เมธัสจะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น หญิงสาวที่มัดผมหางม้าเก็บผมเรียบร้อย พร้อมกับชุดกันเปื้อนก็เดินถือจานอาหารมาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับยิ้มกว้างให้กับเขาด้วยท่าทางไร้เดียงสา
" คุณเมธัสเหนื่อยไหมคะ วันนี้หนูดาตั้งใจทำสเต็กเป็พิเศษเลยนะคะ รับรองนุ่มอร่อยอิ่มท้องแน่นอนค่ะ "
ชลดาพยายามนำเสนออาหารของตัวเองอย่างเต็มที่ หลังจากที่วางจานอาหารที่ตัวเองทำไว้เรียบร้อย เธอก็ถอดชุดกันเปื้อนส่งให้กับคนรับใช้นำไปเก็บ ก่อนจะนั่งร่วมโต๊ะกับเขาอย่างเป็ธรรมชาติ
พ่อครัวเองก็เตรียมอาหารที่ทำมาและนำมาเสิร์ฟไว้อย่างสวยงาม ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในครัว ปล่อยให้ชายหนุ่มและหญิงสาวรับประทานอาหารตามลำพัง
ชลดาหยิบจานสเต็กของตัวเองมาหั่นทานอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมกับตักสปาเก็ตตี้ฝีมือของพ่อครัวมาทานด้วยกัน อาหารทุกอย่างถือว่าอร่อยจนเธอรู้สึกมีความสุข
กินอิ่มนอนหลับแบบนี้เธอจะไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองไปลำบากอีกเป็ครั้งที่สองแน่นอน
หรือต่อให้ไม่ได้รับการยอมรับจากเมธัส เธอก็จะขอออกไปอย่างสง่าผ่าเผย จะไม่ให้ซ้ำรอยเดิมอีกเด็ดขาด!
ชลดาคิดไปพร้อมกับทานอาหารไปอย่างมีความสุข แต่เมื่อหันไปมองเมธัสเธอก็เห็นว่าเขาทานอาหารจานอื่นๆด้วยใบหน้าเรียบเฉย
เขาทานอาหารเกือบทุกอย่าง ยกเว้นเพียงสเต็กที่เธอตั้งใจทำสุดฝีมือ!!
ฮึ่ม!!
ชลดานั่งมองจานสเต็กที่เธอทำให้เขาซึ่งมันไม่มีร่องรอยที่ถูกแตะต้องเลยสักนิดด้วยความรู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ
ไม่เป็ไร…นี่มันแค่เริ่มต้น เธอจะต้องพยายามให้มากกว่านี้
ทางด้านของเมธัส ตอนนี้เขาก็ทานอาหารไปเรื่อยๆ และก็แอบสังเกตเห็นท่าทางของชลดาที่ดูเหมือนจะเสียใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด
เธอคิดว่าเขาเป็ใครกัน คิดว่าเขาเป็คนที่เธออยากจะทำเป็ไม่สนใจก็ได้หรืออยากจะทำดีด้วยเมื่อไหร่ก็ได้งั้นเหรอ
หลังจากทานอาหารเสร็จเมธัสก็ลุกออกจากโต๊ะแล้วขึ้นห้องทันที โดยไม่สนใจว่าชลดาจะทานเสร็จหรือยัง
ชลดาที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจึงก้มหน้าก้มตาทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
ชิ ทำใจแข็งไปเถอะ อยากจะรู้ว่าจะใจแข็งได้ขนาดไหน
อืม..ต่อไปคงต้องลดปริมาณอาหารลงเธอจะได้ทานทั้งสองจานได้พอดี เธออุตส่าห์ทำมันด้วยความตั้งใจจะทิ้งก็คงเสียดาย
ชลดาหยิบเอาจานสเต็กส่วนของเมธัสมาทานต่ออย่างสบายใจ
เธอรู้ว่าเมธัสเป็คนที่เด็ดขาดแต่ก็ไม่ได้ไร้เหตุผล ถ้าหากเขาไม่สามารถรักเธอได้จริง ถ้าหากเธอทำดีกับเขาไปเรื่อยๆ ในภายภาคหน้าเขาก็คงจะสงสารและปล่อยให้เธอได้ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างเป็อิสระ