“พี่สาวฉีเราไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันแต่พี่กลับสวยขึ้นมากซะจนผมต้องตกตะลึง’’มองหญิงสาวตรงหน้าที่เปลี่ยนไปนิดหน่อย จางเจิ้นก็พูดออกมาจากใจจริงเขารู้สึกตกตะลึงจริงๆที่เธอดูสวยขึ้นมาก
ฉีซีรู้สึกเขินอายเล็กน้อยมันเป็นไปอย่างที่ชายหนุ่มพูดจริงๆไม่กี่วันมานี้เนื่องจากเธอได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมกับบริษัท DDYเธอจึงได้รับการสนับสนุนและดูแลอย่างดีเหตุนี้เองจึงทําให้เธอสวยขึ้นและดูแตกต่างจากเดิม
“นั่นก็เพราะเธอนั่นแหละน้องชายจางหากไม่ได้เธอแล้วพี่สาวคนนี้ก็คงมาไม่ได้ไกลขนาดนี้ดังนั้นเธอพูดเรื่องของเธอมาเลย พี่สาวฉีคนนี้จะช่วยเธออย่างสุดความสามารถเอง’’ฉีซีพูด เธอรู้สึกขอบคุณชายหนุ่มจากใจจริงหากไม่ได้เขาเธอก็คงจะไม่สามารถมาถึงจุดๆนี้ได้
จางเจิ้นก็ไม่รอช้าเขาเข้าเรื่องที่มาในวันนี้ทันที
เมื่อเวลาผ่านไปฉีซีก็ต้องแสดงความประหลาดใจออกมาแต่เธอก็ไม่ลังเลเลยที่จะรับปากกับชายหนุ่มอย่างหนักแน่น
“ไม่ต้องห่วงหากน้องชายจางได้บริษัทโฆษณาเมื่อไหร่ พี่สาวฉีจะไปให้อย่างแน่นอนอีกอย่างพรุ่งนี้ในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นของบริษัท DDY พี่จะช่วยโฆษณาอีกแรง’’
“ขอบคุณครับ’’จางเจิ้นขอบคุณ เขามาหาเธอก็เพราะต้องการใช้ความโด่งดังของเธอทําให้การโฆษณาประสบความสําเร็จ
ส่วนเรื่องที่จะได้บริษัทโฆษณาตอนไหนนั่นก็อีกเรื่อง!
จริงไหม?
หลังจากที่คุยเกี่ยวกับเรื่องธุระกิจเสร็จแล้ว ชายหนุ่มแซ่จางและหญิงสาวแซ่ฉีก็ได้อยู่คุยกันอีกสักพักก่อนที่จะแยกย้ายจากกันไป
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
จางเจิ้นยังคงตระเวนหาบริษัทโฆษณาเช่นเคยเขาไปในทุกๆที่ ที่คิดว่าน่าจะช่วยได้ แต่ก็ต้องพบกับความล้มเหลวในทุกๆครั้งที่ไป
“พรุ่งนี้ค่อยพยายามเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน!’’
หลังจากที่พบว่าฝืนต่อไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเขาจึงกลับมาที่อพาร์ทเม้นท์และเข้านอน
…
เวลาเดียวกัน
“สําเร็จ!’’เฉารุ่ยตะโกนออกมาเสียงดัง โดยที่มีต้วนหยางจ้องมองอยู่ข้างๆอย่างยินดี
“ในที่สุดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเราก็ถูกสร้างขึ้นแล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจิ้นแล้วว่าเขาจะหาบริษัทโฆษณาก่อนวันเปิดตัวแบรนด์นํ้าแร่น้องใหม่ที่จะถึงนี้ได้ไหม’’ต้วนหยางมองดูเว็บไซต์ของบริษัทที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความพึงพอใจ
เฉารุ่ยเห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้รู้สึกกดดันมากเพราะการโฆษณาเป็นเพียงส่วนช่วยเสริมเท่านั้น
อีกอย่างด้วยนํ้าแร่ที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกมีหรือจะขายไม่ได้?
ไม่มีทาง!
บอกได้ว่าในวันนี้ทุกๆคนล้วนได้ทํางานและหน้าที่ของตัวเองเสร็จสิ้นแล้ว
โดยที่ต้วนหยางได้ออกไปเจรจาเข้าร่วมกับงานเปิดตัวแบรนด์นํ้าแร่น้องใหม่อย่างสุดความสามารถพวกเขาจึงคิดว่าเท่านี้ก็คงจะเพียงพอแล้ว ต่อการเริ่มธุรกิจส่วนบริษัทโฆษณาจะยังไงก็ช่าง...เพราะนั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่แม้แต่น้อย!
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ความมืดมิดได้ถูกขับไล่ออกไปและเข้าแทนที่ด้วยแสงสว่างแห่งรุ่งอรุณ
วันที่20 กันยายน ค.ศ. 2019
เวลา09:00 นาฬิกา
วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วก่อนที่งานเปิดตัวแบรนด์นํ้าแร่น้องใหม่จะเริ่มขึ้นจางเจิ้นจึงตื่นเช้าและเตรียมตัวออกไปหาบริษัทโฆษณาอีกครั้งตอนนี้เขาจึงได้ทานอาหารเติมท้องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและพร้อมที่จะลุยในทุกๆสถานการณ์
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
จางเจิ้นได้ตระเวนแล้วตระเวนอีกแต่ก็ต้องพบกับความล้มเหลวในทุกๆครั้ง
เฮ้อ…
เขาถอนหายใจยาวออกมาอย่างน้อยทุกคนก็ทําทุกอย่างของตัวเองจนสําเร็จมีเพียงเขาเท่านั้นที่ยังคงไม่สามารถทํามันได้
“แต่ไม่ว่ายังไงจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย ฉันก็จะพยายามให้ถึงที่สุด!’’
จางเจิ้นยังคงไม่ย่อท้อแววตามุ่งมั่นเปล่งประกายออกมา ก่อนจะเตรียมหาบริษัทโฆษณาอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
ณบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งในหนานจิง
“ก็แค่นํ้าแร่แบรนด์น้องใหม่ทําไมถึงได้ต้องพยายามขนาดนี้ด้วยนะ?’’มองไปยังแผ่นหลังของชายหนุ่มสุดแสนธรรมดาที่เพิ่งจากไป พนักงานคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาเพราะก่อนหน้านี้เขาต้องทนเจรจาตั้งนานจนกว่าจะไล่ให้อีกฝ่ายกลับไปได้ดังนั้นตอนนี้เขาจึงหันกลับไปมองเอกสารรายละเอียดที่ถูกทิ้งไว้
ทว่า…
วินาทีต่อมา
ชายวัยกลางคนได้เดินมาและหยุดลงก่อนหยิบมันขึ้นมาดู
“ท่านประธาน!’’พนักงานฝ่ายดูแลคนนั้นที่เห็นก็รีบทําความเคารพ เขาไม่กล้าเมินชายคนนี้แม้แต่น้อย
“อืม’’ชายวัยกลางคนเพียงพยักหน้าและตั้งใจอ่านรายละเอียดตรงหน้าบอกได้เลยว่ายิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่สีหน้าของเขาก็ยิ่งแสดงการเปลี่ยนแปลงให้เห็นมากขึ้นเท่านั้น
โจวเจี้ยไม่คิดเลยว่าแค่การเดินผ่านมาและหยิบรายละเอียดนี้ขึ้นมาดู จะทําให้เขาต้องใช้เวลาไปกับมัน และเริ่มอัศจรรย์ใจขึ้นเรื่อยๆ
หลายนาทีผ่านไป
“นี่มัน…’’นัยน์ตาของโจวเจี้ยเบิกกว้าง ตอนนี้เขาได้อ่านมันจนจบแล้ว จึงเข้าใจได้ทันทีเลยว่ามันเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นยอดที่จะสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลก
เป็นไปได้อย่างไร!
นํ้าแร่เช่นนี้มีอยู่ในโลกได้ยังไง?
โจวเจี้ยตกตะลึงเขาไม่เคยเห็นรายละเอียดการวิจัยนํ้าแร่ที่ซับซ้อนแบบนี้มาก่อนเลยดังนั้นเขาจึงรีบหันไปทางพนักงานฝ่ายดูแลคนนั้นอย่างรวดเร็ว
“ท่านประธาน?’’ทันทีที่ถูกอีกฝ่ายจับจ้อง พนักงานฝ่ายดูแลก็ทําตัวไม่ถูกเขากลัวเป็นอย่างมากว่าจะทําให้อีกฝ่ายไม่พอใจ
“บอกมา!เขาคนที่นํามันมาไปไหนแล้ว?’’ โจวเจี้ยตะโกนเสียงดังเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกรีบร้อนในตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เพราะเขารู้เลยว่าหากพลาดโอกาสนี้ไป บริษัทโฆษณาลิ่วหยวนของเขา...จะไม่สามารถหาทางก้าวไปในระดับที่สูงกว่านี้ได้อีก!
“เอ่อ...เขาเพิ่งออกไปหลังจากที่ท่านมาได้ไม่นานครับ!’’ทางด้านพนักงานฝ่ายดูแลคนนั้นถึงจะตกใจ แต่ก็รีบชี้ไปที่ทางเข้าทันที
“ดี!ทีหลังก็อย่าเมินรายละเอียดพวกนี้อีก เข้าใจไหม?’’ โจวเจี้ยที่ได้ยินก็โล่งอกและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนแนะนํากับพนักงานคนนั้น
พนักงานคนนั้นก็งุนงงเขาไม่ได้ดูรายละเอียดนั่นจริงๆนั่นแหละ
หรือว่าจริงๆแล้วนี่จะเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นยอดที่จะสร้างรายได้ให้กับบริษัทโฆษณาลิ่วหยวนอย่างมหาศาล?
แน่นอนว่าโจวเจี้ยไม่ได้สนใจว่าพนักงานคนนั้นจะคิดอะไรเขาเพียงแค่กดเบอร์โทรของอีกฝ่ายที่ได้ให้ไว้บนรายละเอียด และกดโทรออกไป
บริษัทโฆษณาลิ่วหยวนเป็นบริษัทที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนักแต่ก็พอมีรายได้จากค่าโฆษณาให้พออยู่รอด แต่หากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปมันคงได้ล้มละลายและปิดกิจการอย่างแน่นอน
ดังนั้นโจวเจี้ยที่เล็งเห็นโอกาสมาถึงจึงกลัวเป็นอย่างมาก ว่าบริษัทโฆษณาอื่นๆจะแย่งมันไปก่อน ดังนั้นเขาจึงรู้สึกดีใจไม่น้อยที่วันนี้ตัวเองได้บังเอิญไปหยิบรายละเอียดนั่นขึ้นมาดู
วินาทีต่อมา
ทันทีที่มีคนรับสาย…
“ฮัลโหลครับ!นี่โทรมาจากบริษัทโฆษณาลิ่วหยวนเองนะครับคุณยังมีความสนใจที่จะโฆษณากับเราอยู่ไหม?’’ โจวเจี้ยรีบพูดออกไปอย่างบ้าคลั่งจนลิ้นของเขาแทบจะพันกัน
คงมีเพียงพระเจ้าที่นั้นที่รู้ว่าหากเขาพลาดโอกาสในครั้งนี้ไป…บริษัทของเขาจะล้มละลายเมื่อไหร่!
พนักงานรอบๆก็ได้แต่มองดูอย่างตะลึงงันพวกเขาไม่เคยเห็นประธานของพวกเขาเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย
เกิดอะไรขึ้นกันแน่!
ทําไมประธานของพวกเขาที่มักจะนิ่งสงบอยู่ตลอดถึงได้ดูรนรานเช่นนี้ได้?