การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 74 หยั่งเชิงเหล่าสัตว์อสูรปีศาจ

           เมื่อมาถึงยังลานกว้างฉิงเหม่ยได้กล่าวถามหวังเหว่ย “นายท่านมีงานอะไรให้ข้าทำหรือเจ้าค่ะ”
           “อืม ข้าอยากลองหยั่งเชิงเผ่าสัตว์อสูรปีศาจที่อยู่บริเวณโดยรอบป่า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ทำการติดต่อสื่อสารทางจิตหาเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์25,000คน เหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะร่างมนุษย์25,000คน และเฟิงเฟย พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ หลินกาน หลินฟู หลินฉี
           “พวกเจ้ามารวมตัวกันที่ลานกว้าง ข้ามีงานให้พวกเจ้าทำ”
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน”
           เวลาผ่านไปไม่นานเหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยได้มารวมตัวกันครบทุกคนเป็นที่เรียบร้อย
           “ข้าจะพาพวกเจ้าออกไปจากมิติแดนอสูรเพื่อทำการกวาดล้างสังหารเหล่าสัตว์อสูรปีศาจที่อยู่บริเวณโดยรอบป่าแห่งนี้ ในตอนนี้ข้ายังหาตำแหน่งของเมืองโบราณไม่พบเป็นไปได้ว่าภายในเมืองจะมีของวิเศษที่ช่วยปิดบังตำแหน่งของเมืองได้ พวกเราจึงต้องบุกโจมตีเหล่าสัตว์อสูรปีศาจภายในป่า เพื่อให้พวกนั้นล่าถอยกลับไปยังเมืองโบราณ ศึกในครั้งนี้พวกเราเพียงแค่หยั่งเชิงเหล่าสัตว์อสูรปีศาจเท่านั้น หากพวกนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป ข้าจะสั่งถอนทัพกลับมิติแดนอสูรในทันที
           และหากมีใครเสียชีวิตในการต่อสู้ ข้าจะใช้ทักษะฟื้นคืนชีวิตให้หลังจากจบศึกในครั้งนี้! แต่พวกเจ้าต้องจดจำเอาไว้ให้ดี ข้าสามารถฟื้นคืนชีวิตให้กับเหล่าพี่น้องของพวกเราได้ก็จริง แต่อายุขัยของพวกเขาจะลดลงไปหนึ่งปี อายุขัยที่สูญเสียไปแล้วจะไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาได้และถ้าอายุขัยหมดลง ข้าจะไม่สามารถช่วยฟื้นคืนชีวิตให้ได้อีก และที่สำคัญอีกอย่างข้าสามารถฟื้นคืนชีวิตให้กับสัตว์อสูรที่เสียชีวิตไม่เกิน3วันเท่านั้น ดังนั้นหากใครได้รับบาดเจ็บให้รีบหนีกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรเพื่อรักษาตัวในทันทีจะเป็นการดีที่สุด”
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรกล่าวกับหวังเหว่ย
           “เช่นนั้นพวกเราก็ออกไปกันเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้นำเหล่าสัตว์อสูรพร้อมกับตนเองออกไปจากมิติแดนอสูรในทันที
           วูบ

    บริเวณนอกเมืองหินขนาดเล็ก

           หลังจากออกมาจากมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นว่า “สัตว์อสูรปีศาจพวกนั้นมีรูปร่างคล้ายกิ้งก่ามีเขาสองเขาอยู่บนศีรษะ มีดวงตาสีแดง และมีผิวหนังเป็นเกล็ดสีดำสนิทปกคลุมทั่วร่างกาย และมีลูกไฟปีศาจลูกเล็กๆลอยอยู่รอบตัว ลูกไฟพวกนี้เป็นตัวบ่งบอกระดับเลเวลของพวกมัน ข้าได้ใช้ทักษะของข้าตรวจสอบดูแล้ว บริเวณโดยรอบป่าแห่งนี้ มีพวกมันอยู่ราวหมื่นตนและมีระดับเลเวลไม่เกิน40 ศึกในครั้งนี้พวกเราจะใช้วิธีล้อมสังหารทีละตนโดยไม่ให้พวกมันได้ทันตั้งตัว เอาล่ะแยกย้ายกันออกปฏิบัติการได้”
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรกล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นพวกเขาได้แบ่งกลุ่มกระจายกันออกไปทั่วบริเวณโดยรอบป่าอย่างรวดเร็วในขณะที่หวังเหว่ยกำลังจะออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบป่า วิหคน้อยได้กล่าวกับหวังเหว่ยขณะใช้มือขยี้ตาเบาๆ ด้วยท่าทางที่น่ารัก “นายท่านหนูง่วงนอนแล้ว”หวังเหว่ยได้หันไปมองวิหคน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของฉิงเหม่ยด้วยแววตาอ่อนโยน “เป็นความผิดของข้าเองที่ให้เจ้าใช้พลังมากเกินไป เจ้าจึงได้อ่อนเพลียเช่นนี้” “ฉิงเหม่ยเจ้าพาวิหคน้อยกลับไปพักผ่อนภายในมิติแดนอสูรก่อน หากมีเรื่องอะไรให้เจ้าช่วย ข้าจะบอกเจ้าผ่านการสื่อสารทางจิต”
           “เจ้าค่ะนายท่าน” “วิหคน้อยม่าม๊าจะพาหนูไปนอนพักนะ” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้พาวิหคน้อยกลับเข้าไปในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญหลังจากฉิงเหม่ยและวิหคน้อยกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรแล้ว หวังเหว่ยได้นำดาบเพลิงโลหิตออกมา จากนั้นเขาได้ใช้ทักษะตรวจจับระยะไกลตรวจสอบบริเวณโดยรอบ และเริ่มออกกวาดล้างสังหารเหล่าสัตว์อสูรปีศาจที่อยู่ไม่ห่างไกลจากเขาในทันที
           หัวหน้ากลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวระดับเลเวล43 ทั้ง350คน ได้กระจายกำลังกันออกกวาดล้างเหล่าสัตว์อสูรปีศาจที่อยู่บริเวณโดยรอบป่าร่วมกับเหล่าอสรพิษร่างมนุษย์25,000คน และเหล่าสัตว์อสูรตุ่นโลหะร่างมนุษย์25,000คน โดยพวกเขาได้รวมกลุ่มกัน กลุ่มและ5คน เพื่อล้อมสังหารสัตว์อสูรปีศาจทีละตน โดยไม่เปิดโอกาสให้เหล่าสัตว์อสูรปีศาจได้ตั้งหลักต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
           “เหตุใดจึงมีมนุษย์อยู่ที่นี่ !”
           อั้ค
           “พวกเจ้าเป็นใคร! รีบแจ้งข่าวไปที่เมืองเร็วเข้า !”
           อ๊าคคค
           เสียงร้องโหยหวนของเหล่าสัตว์อสูรปีศาจได้ดังระงมไปทั่วบริเวณโดยรอบป่าอย่างรวดเร็ว
           “พวกเจ้าแบ่งกำลังส่วนหนึ่งเก็บรวบรวมแก่นอสูรจากพวกมันด้วย” หวังเหว่ยกล่าวผ่านการสื่อสารทางจิต ในระหว่างดูดกลืนพลังปราณอสูรจากเหล่าสัตว์อสูรปีศาจที่ถูกสัตว์อสูรของเขาสังหารด้วยสีหน้าท่าทางเฉยเมย
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรกล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต จากนั้นพวกเขาได้แบ่งกำลังส่วนหนึ่งเก็บรวบรวมแก่นอสูรจากเหล่าสัตว์อสูรปีศาจที่ถูกพวกเขาสังหาร
           "พวกมันเริ่มล่าถอยกลับไปยังเมืองโบราณแล้ว หลังจากนี้อีกไม่นานข้าคงจะพบตำแหน่งของเมือง" หวังเหว่ยคิดในใจ
           การต่อสู้ภายในป่าได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พยัคฆ์คราม พยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ ที่ในตอนนี้มีระดับเลเวล36 พวกเขาได้ใช้ออร่ากรงเล็บอันคมกริบและทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม จู่โจมสังหารเหล่าสัตว์อสูรปีศาจระดับเลเวล40 หลายสิบตนได้อย่างง่ายดาย สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าสัตว์อสูรปีศาจรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยที่อยู่โดยรอบบริเวณนั้น
           ทางด้านดัฟฟ์ โดแวน ดาเรย์ ระดับเลเวล44 ก็ไม่น้อยหน้าเหล่าสามพยัคฆ์อสูรแม้แต่น้อย พวกเขาได้ใช้ฝ่ามือที่ถูกฉาบไปด้วยออร่าพิษอันร้ายแรงกระหน่ำโจมตีเหล่าสัตว์อสูรปีศาจอย่างต่อเนื่อง เหล่าสัตว์อสูรปีศาจได้พากันทรุดตัวลงหลังจากถูกฝ่ามือออร่าพิษไปเพียงไม่กี่วินาที และได้ถูกเหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยที่อยู่โดยรอบบริเวณสังหารในทันที
           ทางด้าน เฟิงเฟย ระดับเลเวล37 หลินกาน ระดับเลเวล41 หลินฟู ระดับเลเวล40 หลินฉี ระดับเลเวล38 ก็แสดงความสามารถออกมาอย่างโดดเด่นเช่นกัน พวกเขาทั้งสี่คนได้ร่วมมือกันใช้ออร่ากรงเล็บล้อมสังหารเหล่าสัตว์อสูรปีศาจระดับเลเวล38ถึง40 ทุกตนที่พวกเขาพบเจออย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่าสัตว์อสูรปีศาจ
           เวลาผ่านไปสิบนาที เหล่าสัตว์อสูรปีศาจนับหมื่นได้ถูกกวาดล้างสังหารจนหมดสิ้น โดยที่เหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยได้รับบาดเจ็บเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น และไม่มีสัตว์อสูรร่างมนุษย์คนใดที่เสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว เนื่องจากพวกเขาได้หลบหนีกลับเข้าไปภายในโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญด้วยความรวดเร็วหลังจากได้รับบาดเจ็บ
           หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาตระเวนดูดกลืนพลังปราณอสูรไปจนทั่วทุกหนทุกแห่งที่มีซากศพของเหล่าสัตว์อสูรปีศาจ จนทำให้ระดับเลเวลของเขาเพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเลเวล41 สร้างความพึงพอใจให้กับเขาไม่น้อย
           ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังดูดกลืนพลังปราณอสูรเขาได้ตรวจพบกลุ่มกองกำลังสัตว์อสูรปีศาจกลุ่มใหม่นับพันตนที่มีความเป็นระเบียบและมีกลิ่นอายของนักรบที่แข็งแกร่งแตกต่างจากเหล่าสัตว์อสูรปีศาจที่อยู่ภายในป่าอย่างชัดเจน
           ตึง ตึง ตึง
           เสียงฝีเท้าที่พร้อมเพรียงของเหล่าสัตว์อสูรปีศาจนับพันตนได้ดังสนั่นหวั่นไหวมาแต่ไกล และในตอนนั้นเองทักษะตรวจจับระยะไกลของหวังเหว่ยได้ตรวจพบเมืองโบราณในที่สุด
           "เมืองโบราณอยู่ห่างจากที่นี่ราว5กิโลเมตร! ข้าตรวจพบตำแหน่งของเมืองโบราณ หลังจากที่กองกำลังกลุ่มนี้ออกห่างจากเมืองโบราณ เป็นไปได้ว่าของวิเศษที่ใช้ปิดบังตำแหน่งของเมืองโบราณอาจจะอยู่กับหนึ่งในสัตว์อสูรปีศาจกลุ่มนี้" หวังเหว่ยยกยิ้มออกมาเล็กน้อยขณะคิดในใจ
           “มีสัตว์อสูรปีศาจกลุ่มใหม่จำนวน1,000ตน กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ พวกนั้นมีระดับเลเวล48ถึง50 อีกทั้งยังมีสัตว์อสูรปีศาจระดับเลเวล54 อีกหนึ่งตน! ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะปะทะกับพวกนั้น พวกเราจะหนีกันก่อน ในอนาคตเมื่อพวกเราแข็งแกร่งมากพอ พวกเราค่อยกลับมาที่นี่อีกครั้ง พวกเจ้ารีบเก็บรวบรวมแก่นอสูรและกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที” หวังเหว่ยกล่าวกับเหล่าสัตว์อสูรของเขาผ่านการสื่อสารทางจิต
           “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรกล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต จากนั้นพวกเขาได้เก็บรวบรวมแก่นอสูรของเหล่าสัตว์อสูรปีศาจที่ถูกสังหาร และกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญอย่างรวดเร็ว
           หลังจากเหล่าสัตว์อสูรกลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรจนครบทุกคนแล้ว หวังเหว่ยได้มองสำรวจบริเวณโดยรอบอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร
           วูบ
           เวลาผ่านไปสิบห้านาที กองกำลังของเมืองโบราณที่นำโดยหัวหน้าสัตว์อสูรปีศาจได้มาถึงยังจุดที่มีการต่อสู้เกิดขึ้น
           “กองกำลังลาดตะเวนของพวกเราถูกสังหารจนหมดสิ้นแล้วขอรับท่านหัวหน้า อีกทั้งพวกนั้นยังหายไปอย่างร่องรอยขอรับ !” ที่ปรึกษาของกองกำลังกล่าวกับหัวหน้าของเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
           “เป็นไปได้อย่างไร! พวกเจ้าแยกย้ายกันออกไปสืบหาเบาะแสในเรื่องนี้” หัวหน้าสัตว์อสูรปีศาจกล่าวเสียงดังด้วยความโกรธเกรี้ยว
           “รับทราบขอรับท่านหัวหน้า” หลังจากกล่าวจบ เหล่าสัตว์อสูรปีศาจทั้ง1,000ตน ได้แยกย้ายกันออกไปสืบหาเบาะแสในทันที

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน