จักรพรรดิ์มารมนตราบรรพกาล

    ตอนที่ 3

    จักรพรรดิ์มารควบคุมพลังเวทย์สีครามที่เกิดจากคาถาของเขาให้ค่อยๆไหลเข้าไปในร่างกายของผู้กล้าเรื่อยๆอย่างระมัดระวัง ซึ่งหญิงสาวเองก็สังเกตได้ถึงความตั้งใจอย่างมากของจักรพรรดิ์มารที่มีต่อการกระทำนี้ และเมื่อพลังเวทย์สีฟ้าครามได้เข้าไปในร่างของหญิงสาวทั้งหมดแล้ว เขาจึงเริ่มทำการควบคุมพลังเวทย์เหล่านั้นให้กระจายไปทั่วทุกส่วนของร่างกายผู้กล้าสาวรวมทั้งจิตวิญญาณของเธอเองอีกด้วย
    'หากว่านางคือลูน่าจริงๆ ข้ามั่นใจว่านางไม่มีทางลืมข้าเด็ดขาด นอกจากว่าที่ตัวของนางจะมีคนผลึกความทรงจำเอาไว้' จักรพรรดิ์มารคิดอยู่ในใจขณะที่กำลังเวทย์ค้นหาอนธกาล ซึ่งเป็นบทเวทย์ที่ใช้สำหรับการสืบค้นทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสมบัติ ผนึก ความลับทั้งภายนอกและภายในร่างกายของมนุษย์ แม้กระทั่งจิตวิญญาณของมนุษย์เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับร่างกายของพวกอสูรได้เช่นเดียวกัน
    แต่เวทย์บทนี้นั้นแน่นอนว่าไม่ได้จะใช้กันได้ทุกคน เนื่องจากการที่จะสามารถใช้เวทย์บทนี้ได้นั้นจะต้องมีเข้าใจในตัวเวทย์มนต์นี้อย่างลึกซึ้งทั้งยังต้องใช้พลังเวทย์ที่อยู่ในระดับกษัตริย์ขั้นต่ำเป็นอย่างน้อยเพราะคุณภาพของพลังเวทย์ที่อยู่ในแต่ละระดับจะมีผลต่อการใช้วิชาเวทย์แต่ล่ะอย่างเป็นอันมาก ซึ่งหากแบ่งระดับของจอมเวทย์จากต่ำไปสูงแล้วล่ะก็ จะสามารถแบ่งได้เป็น ระดับสัมผัส ระดับก่อเกิด ระดับแท้จริง ระดับจิต ระดับปราชญ์ ระดับกษัตริย์ ระดับกึ่งเทวะ ระดับเทวะ ซึ่งแต่ล่ะระดับจะมี 4 ขั้นย่อยนั่นคือ ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสูงสุด
    ส่วนระดับวิชาเวทย์นั้นจะถูกแบ่งจากต่ำไปสูง แบ่งได้เป็น ระดับมนุษย์ ระดับเหลือง ระดับเขียว ระดับฟ้า ระดับจิตวิญญาณ ระดับสวรรค์ และแต่ละระดับก็สามารถแบ่งเป็น ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง ขั้นสูงสุด ได้เช่นเดียวกับระดับพลังของจอมเวทย์ ส่วนวิชาการค้นหาอนธกาลที่จักรพรรดิ์มารกำลังใช้อยู่นั้นก็เป็นวิชาเวทย์ที่อยู่ในระดับจิตวิญญาณขั้นกลาง และการที่ตัวเขานั้นสามารถใช้เวทย์บทนี้ได้เป็นเพราะว่าตอนนี้เขานั้นอยู่ในระดับกึ่งเทวะขั้นสูงสุดนั่นเอง ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในดินแดนสฟีร่า ส่วนผู้กล้าสาวนั้นนางเองก็เป็นจอมเวทย์ในระดับกึ่งเทวะขั้นสูงสุดเช่นเดียวกัน ดังนั้นในตอนนี้ย่อมไม่มีผู้ใดในดินแดนนี้ที่จะสามารถต่อต้านพลังอำนาจของทั้งสองคนได้เลย
    เวลาผ่านไปเพียงแค่ 3 นาทีกระบวนการของเวทย์การค้นหาอนธนกาลก็เสร็จสิ้น พลังเวทย์สีฟ้าครามค่อยๆออกมาจากร่างของผู้กล้าสาวแล้วค่อยไหลกลับไปที่ร่างของจักรพรรดิ์มารซึ่งพลังเวทย์เหล่านี้ล้วนจมหายเข้าไปที่กึ่งกลางหน้าผากของเขาอย่างช้าๆ ส่วนทางด้านผู้กล้าเองก็ค่อยๆถอนพลังเวทย์ของตนกลับมาเรื่อยๆตามพลังเวทย์สีครามที่ค่อยๆออกจากตัวนางไป โดยพลังเวทย์ที่ผู้กล้าสาวแฝงไปเมื่อครู่ก็คือการแทรกแซงเพื่ออาศัยผลลัพธ์จากคาถาของผู้อื่นโดยที่ตนเองไม่ต้องเป็นคนร่ายและไม่จำเป็นต้องสูญเสียพลังเวทย์มากมายอะไรเลย แน่นอนว่าวิธีการนี้เหมาะสำหรับเวทย์บางอย่างเท่านั้นหากใช้ไม่ถูกวิธีมันก็จะนำภัยมาให้ผู้ใช้มากกว่าประโยชน์ แต่เวทย์บทนี้เป็นเพียงแค่เวทย์สำหรับการสืบค้นเท่านั้นจึงไม่มีผลเสียต่อนางอย่างแน่นอน
    เวลาผ่านไปเพียงไม่นานพลังเวทย์สีครามก็กลับคืนสู่จักรพรรดิ์มารทั้งหมด และทันใดนั้นเองจักรพรรดิ์มารก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจเนื่องจากสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้องจริงๆ นั่นก็เพราะเขาพบว่ามีเวทย์ผนึกอยู่ที่จิตวิญญาณของผู้กล้าจริงๆ และด้วยความเป็นอัจฉริยะของจักรพรรดิ์มาร เขาสามารถบอกได้ทันทีว่านั่นเป็นเวทย์สำหรับผนึกความทรงจำเอาไว้ เหตุผลนี้เองทำให้เขามีความสุขเป็นอย่างมาก แม้ว่าตอนนี้ตัวของเขานั้นแทบไม่มีพลังเวทย์เหลืออยู่เพียงพอที่จะรักษาตัวเองแล้วก็ตาม
    "แม้ว่าข้าจะตาย แต่ก็จากไปอย่างไร้กังวลแล้ว ความชั่วช้าที่ข้าได้ทำกระทำมาทั้งหมดคงไม่ทำให้ข้าได้ขึ้นสวรรค์ แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ" จักรพรรดิ์มารกล่าวต่อผู้กล้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก ซึ่งคำพูดเหล่านี้มันทำให้ผู้กล้าสาวสั่นไหวในใจอย่างแปลกประหลาด ทำให้นางได้แต่ถามตัวเองว่านางเป็นอะไรทำไมอยู่ดีๆถึงได้รู้สึกแบบนีี้กับคนที่นางเกลียดชังและพยายามสังหารได้ ตัวผู้กล้าสาวมั่นใจเป็นอย่างมากว่ามันต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับผนึกนั่นอย่างแน่นอน แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าอยู่ๆมีผนึกอยู่ในจิตวิญญาณของนางได้อย่างไรแต่นางก็ได้ตัดสินใจใช้พลังเวทย์ของตนเข้าโจมตีผลึกอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เพราะนางอยากรู้ว่าผนึกนั่นคืออะไรถึงทำให้จักรพรรดิ์มารผู้ชั่วร้ายเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้
    "หึ ไม่ใช่แค่ข้าแต่เป็นทุกคนในดินแดนสฟีร่านี้จะมีความสุขเมื่อไม่มีเจ้า และไม่ต้องห่วงข้าจะส่งสมุนของเจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าในปรโลกด้วย" ผู้กล้าสาวกล่าวอย่างเย็นชาแม้ว่าจะใช้สมาธิของนางทำลายผนึกในจิตวิญญาณอยู่"ขอบใจและลาก่อนลูน่า" จักรพรรดิ์มารพูดอย่างแผ่วเบาก่อนจะหลับตาแล้วค่อยๆปล่อยร่างกายที่ค่อยๆหมดแรงของเขาให้ตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง ด้วยความรู้สึกที่ปล่อยวางสิ้นทุกอย่างในชีวิต
    'หึ อย่าฝัน จนกว่าข้าจะรู้ว่าสิ่งที่ผนึกอยู่ในจิตวิญญาณของข้าคืออะไร ข้ายังไม่อนุญาติให้เจ้าตาย' ผู้กล้าคิดแล้วก็เร่งพลังเวทย์ของตนเกือบทั้งหมดเข้าโจมตีผนึกที่อยู่ในจิตวิญญาณของในคราวเดียว ซึ่งตัวของจักรพรรดิ์มารนั้นตั้งใจว่าจะปล่อยให้ผู้กล้าสาวมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยที่ไม่ต้องมารับรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องในอดีตจะดีกว่าเพราะรังแต่จะทำให้หญิงสาวที่ตนรักต้องเป็นทุกข์ แต่เขาไม่รู้เลยหญิงสาวนั้นได้ทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความตั้งใจของเขาอย่างสิ้นเชิง
    เพล้ง เสียงของเวทย์ผนึกที่แตกสลายดังอยู่ภายในจิตวิญญาณของนาง ทันใดนั้นความทรงจำอันมากมายที่ถูกผนึกอยู่ไม่ว่าจะดีหรือร้ายล้วนถาโถมเข้าสู่จิตสำนึกของนางอย่างรวดเร็ว ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานนักความทรงจำทั้งหมดที่ถูกผนึกไว้ก็ไม่มีอีกต่อไป เมื่อความทรงจำทั้งหมดถูกหลอมรวม น้ำตาก็เริ่มออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างไหลอาบแก้มทั้งสองของนาง ก่อนที่นางจะพุ่งตัวด้วยความรวดเร็วเพื่อไปรับร่างของจักรพรรดิ์มารที่กำลังร่วงดิ่งลงสู่พสุธาเบื้องล่าง
    ควับ"อย่าตายนะ โนอาร์ ข้าไม่อยากพลัดพรากจากเจ้าอีกแล้ว" ผู้กล้าสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอหลังจากที่เธอรับร่างของจักรพรรดิ์มารให้มาอยู่ในอ้อมแขนของตน"ลูน่า นี่เจ้า" โนอาร์ลืมตาแล้วพูดออกมาด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็เลือกที่จะไม่เอ๋ยต่อเนื่องจากการที่หญิงสาวมีท่าทีเช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่านางเพิ่งทำลายผนึกไป และเขาเองก็พอจะคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทำให้เขาได้แต่โทษตัวเองอยู่ในใจที่ลืมเรื่องการแทรกแซงพลังเวทย์ไปได้ "ไม่ต้องพูดมาก อดทนเอาไว้นะโนอาร์ ข้าจะรักษาเจ้าเดี๋ยวนี้" ลูน่าพูดด้วยความรู้สึกที่เสียใจ "อย่าพยายามเลยลูน่า เจ้าใช้พลังเวทย์จำนวนมากในการทำลายเวทย์ผนึก ตอนนี้พลังเวทย์ของเจ้าไม่พอหรอก " โนอาร์เอ๋ยขัด อย่างรู้สึกผิด เพราะเขาเองนั้นไม่ได้ตั้งใจจะให้หญิงสาวได้ความทรงจำกลับคืนมาแม้แต่น้อยเพราะมันมีแต่จะสร้างความทุกข์ให้กับชีิวิตของนางเท่านั้น
    "ไม่นะ ไม่ " ลูน่าพูดอย่างไม่ยินยอม"ยอมรับความจริงเถอะ และใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขแทนข้า และอย่าได้เป็นเหมือนข้าที่ปล่อยให้ความเคียดแค้นชิงชังเข้าครอบงำจนทำในสิ่งที่ผิดพลาดอย่างข้า อย่าได้สูญเสียความดีงามในตัวของเข้าไปเป็นอันขาดนะ " โนอาร์พูดออกมาจากใจของเขาที่กลัวว่าหญิงสาวจะก้าวสู่เส้นทางที่เขาเคยเลือกเดินเพราะการสูญเสียของเขา"ฮืออ ฮืออ " หญิงสาวไม่เอื้อนเอ๋ยอันใดออกมามีเพียงแค่เสียงของการร้องไห้อย่างไม่ยินยอมเพียงเท่านั้น"ลูน่า เจ้าปล่อยวางเถอะ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นเรื่องความจริงที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตผู้คน" "แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิโนอาร์ อย่างน้อยข้ากับเจ้าควรที่จะอยู่ด้วยกัน ตายไปพร้อมกันสิ ฮืออ" โนอาร์ได้แต่ยิ้มเท่านั้น ในใจเขาเองก็ปราถนาเช่นนั้นเหมือนกัน
    "ข้าก็ปราถนาเช่นนั้นแต่คงทำไม่ได้แล้ว ลูน่าข้าอยากไปที่น้ำตกแซนเดียร์ เจ้าพาข้าไปหน่อยได้ไหม ข้าไม่มีพลังเวทย์มากพอที่บินไปได้ด้วยตนเอง ข้าอยากอยู่กับเจ้าที่นั่นก่อนข้าจะจากไป" ลูน่าเพียงแค่พยักหน้าแล้วก็พาโนอาร์ที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขนตนรีบบินไปทันที

    "ข้าขอโทษนะ ที่ข้าปกป้องอะไรไว้ไม่ได้เลย ข้ารักเจ้านะลูน่า" โนอาร์พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาต่อหญิงสาวก่อนที่ลมหายใจของเขาค่อยๆแผ่วเบาแล้วหายไปอย่างช้าๆในอ้อมอกของหญิงสาว และเมื่อลูน่าไม่อาจสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตของโนอาร์แล้วทำให้เธอหยุดบิน แล้วมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเธอ ก่อนที่จะปล่อยเสียงร้องไห้ของเธอที่เปี่ยมไปด้วยความเสียใจอันมากล้นออกมาอย่างไม่อาจเก็บกดไว้ได้อีกต่อไปทั้งยังสวมกอดร่างไร้ลมหายใจของชายหนุ่มคนรักของนางอย่างแนบแน่น