ย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 85 อยากจะทำลายชื่อเสียงของจั้นอ๋อง

           เยว่เฟิงเกอรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากถึงแม้นางจะรู้ว่าม่อหลิงหานเป็นคนเย็นชา ทั้งยังเคยได้ยินมาว่ามีนิสัยดุร้ายกระหายเลือดแต่เมื่อได้เห็นเองกับตา กลับอดอกสั่นขวัญแขวนไม่ได้

           “ม่อหลิงหานท่านทำอะไร? ” เยว่เฟิงเกอยังไม่สูญเสียสติสัมปชัญญะไป

           เมื่อครู่ที่นางเตะเพิงขายของนั่นก็เพื่อสั่งสอนเจ้าของร้านให้วันหน้าไม่เอ่ยวาจามั่วซั่วอีก

           ทว่า แม้เขาจะล่วงเกินนาง นางก็เพียงทำลายสินค้าในร้านเขาไม่เคยมีความคิดถึงขั้นจะหักนิ้วเจ้าของร้านทิ้ง อย่างไรเสีย การทำเช่นนั้นก็ดูจะเป็นการทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไป

           ซ่างกวานม่อหมิงที่ปลอมตัวเป็นม่อหลิงหานมีแววอำมหิตวาบผ่านสายตาเขาหันศีรษะมากล่าวเสียงเบากับเยว่เฟิงเกอ “เขากล้ารังแกเจ้า ข้าก็ต้องสั่งสอนให้เขารู้สำนึกเสียบ้าง”

           เยว่เฟิงเกอขมวดคิ้วมองชายตรงหน้า จะอย่างไรนางก็รู้สึกเหมือนมีอะไรผิดแปลก

           ยามนี้ไม่ใช่ว่าม่อหลิงหานควรอยู่ในวังเข้าเฝ้าฝ่าบาทหรือเหตุใดจู่ๆ ถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้?

           ซ่างกวานม่อหมิงโยนเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้เจ้าของร้านสีหน้าเย็นชา “อย่าส่งเสียงดังน่ารำคาญ รับเงินนี่ไปรักษาเสีย”

           เมื่อเจ้าของร้านเห็นเงินใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้ม เขาไม่ร้องเรียกให้คนไปแจ้งทางการอีก แต่ทนความเจ็บปวดที่นิ้วไม่สนใจกระทั่งเพิงขายของที่พังครืน แหวกฝูงชนออกไป

           เยว่เฟิงเกอเห็นการกระทำของชายตรงหน้าก็ยิ่งรู้สึกถึงความไม่ปกติ

           หากม่อหลิงหานทำร้ายใครเขาไม่มีทางตบหัวแล้วลูบหลังเช่นนี้แน่ คนเช่นเขาไม่มีทางสนใจความเจ็บปวดของอีกฝ่ายปกติทำร้ายคนแล้วต้องหมุนกายจากไปทันที

           ส่วนชายตรงหน้านี้ถึงแม้จะหน้าเหมือนม่อหลิงหานอย่างกับแกะ รูปร่างก็คล้ายอยู่เก้าส่วนแต่เยว่เฟิงเกอไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยของม่อหลิงหานจากร่างของเขาเลย

           ไม่ถูกต้องชายตรงหน้าผู้นี้ไม่ใช่ม่อหลิงหาน

           ตอนที่เยว่เฟิงเกอกำลังคิดเช่นนี้อยู่ราษฎรโดยรอบก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน

           เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าเห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นอดกล่าวขึ้นไม่ได้ว่า “จั้นอ๋องโหดร้ายยิ่งนัก”

           เด็กชายอีกคนรีบใช้ศอกกระทุ้งสีข้างของเด็กชายคนแรก“เจ้าก็พูดให้น้อยๆ หน่อย ระวังจั้นอ๋องจะหักนิ้วเจ้าอีกคน”

           เด็กชายสองคนนี้เพิ่งพูดจบราษฎรรอบข้างก็ยิ่งวิจารณ์

           “คิดไม่ถึงจั้นอ๋องจะเป็นคนเช่นนี้ข้าเห็นเขาเป็นดังเทพเซียนมาตลอด”

           “ข้าเองก็เห็นเขาเป็นดังเทพเซียนมาตลอดเช่นกันเขาดีกับพวกเราชาวบ้านเสมอมา ข้ายังนึกว่าตัวเขาจะมีใจเมตตา”

           “พวกเจ้าอย่าได้พูดอะไรมั่วซั่วเชียวประเดี๋ยวทำจั้นอ๋องไม่พอใจ อาจเป็นเจ้าเสียเองที่ต้องไปพบเทพเซียนจริงๆ ”

           สองคนนั้นได้ยินเช่นนั้นก็รีบหมุนกายจากไปไม่กล้ากล่าววาจาใดทันที

           เยว่เฟิงเกอทนฟังไม่ได้อีกต่อไปนางกล่าวขึ้นเสียงดัง “เจ้าไม่ใช่จั้นอ๋อง เจ้าเป็นใครกันแน่”

           เยว่เฟิงเกอพูดเสียงดังมากทำให้บรรดาราษฎรที่หมุนกายจากไปแล้วต่างก็ได้ยินกัน

           พวกเขาพากันหยุดฝีเท้าแล้วหมุนกายกลับมาทางนี้

           ใบหน้าของแต่ละคนต่างแสดงถึงความไม่เข้าใจอย่างชัดเจน

           คำพูดของเยว่เฟิงเกอทำให้ชิงจื่อที่ยืนอยู่อีกด้านตกใจเป็นอย่างมากตอนที่นางเห็นม่อหลิงหานมาปรากฏกาย ยังเกือบตะโกนออกมาแล้วว่าท่านอ๋อง แต่ยามนี้กลับมาได้ยินนายตนบอกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ท่านอ๋อง นางจึงได้แต่อึ้งงัน

           “พระ...คุณชายนี่มันเรื่องอะไรกันหรือขอรับ? ” ชิงจื่อร้อนใจจนเกือบจะหลุดปากเรียกว่าพระชายา

           ซ่างกวานม่อหมิงไม่คิดว่าเยว่เฟิงเกอจะรู้เร็วเพียงนี้ว่าตัวเขาไม่ใช่ม่อหลิงหานเขายิ้มบางๆ ให้นาง “เปิ่นหวางจะไม่ใช่จั้นอ๋องได้อย่างไร หรือว่าบนโลกใบนี้จะยังมีม่อหลิงหานคนที่สองอีกอย่างนั้นหรือ? ”

           เมื่อเยว่เฟิงเกอเห็นว่าชายคนนั้นยิ้มบางๆนางก็ยิ่งแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ม่อหลิงหานอย่างแน่นอน เพราะรอยยิ้มของเขาไปไม่ถึงดวงตา

           ด้วยจุดนี้เองทำให้เยว่เฟิงเกอนึกไปถึงชายคนเมื่อครู่ นางขมวดคิ้วแน่นขึ้น

           เมื่อราษฎรรอบข้างได้ยินคำพูดของชายคนนั้นต่างก็พากันมองเยว่เฟิงเกอ รอให้นางพูดต่อไป

           เยว่เฟิงเกอยิ้มเย็น“หึ อย่าคิดว่าเจ้าปลอมตัวเป็นม่อหลิงหานแล้วจะหลอกทุกคนได้ ที่เจ้าทำเช่นนี้คงเพราะอยากจะทำลายชื่อเสียงของจั้นอ๋องข้าพูดไม่ผิดใช่หรือไม่? ”

           “อ้อ? เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น? ” ซ่างกวานม่อหมิงยิ่งกดยิ้มลึกขึ้น“เจ้าอย่าลืมนะว่า เมื่อครู่เป็นเปิ่นหวางที่ช่วยเจ้าไว้ อย่าได้หันมาแว้งกัดเปิ่นหวางสิ”

           ซ่างกวานม่อหมิงเห็นว่ายามนี้เยว่เฟิงเกอปลอมตัวเป็นชายในเมื่อทุกคนจำนางไม่ได้ เช่นนั้นเขาก็ยิ่งไม่มีอะไรให้ต้องกลัว

           เยว่เฟิงเกอมองหน้าชายคนนี้อย่างจริงจังรอยยิ้มที่มุมปากของนางก็ยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยๆ

           วิชาแปลงโฉมน่ะนางถนัดที่สุดเลย

           อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มของเยว่เฟิงเกอทำให้ซ่างกวานม่อหมิงเริ่มรู้สึกหนาวๆขึ้นมาบ้างแล้ว ตัวเขาถนัดเรื่องการปลอมตัวมาตลอดจนสามารถกล่าวได้ว่าเขาอาศัยวิชาปลอมตัวนี้หลอกคนมานักต่อนักแล้วแม้แต่สหายรักของเขาอย่างมู่เหยียนเฉินก็ยังจำเขาไม่ได้

           ดังนั้น เยว่เฟิงเกอที่อยู่ตรงหน้าไม่มีทางมองออกได้ในทันทีว่าเขาปลอมตัวมา

           เมื่อในใจคิดเช่นนี้ซ่างกวานม่อหมิงก็มีความมั่นใจมากขึ้น

           เยว่เฟิงเกอยิ้มเย็นชานางกล่าวกับซ่างกวานม่อหมิงว่า “เจ้ากล้าให้ข้าลูบใบหน้าเจ้าหรือไม่? หากเจ้าคือม่อหลิงหานตัวจริง ข้าจะมอบทองคำให้เจ้าหนึ่งร้อยตำลึง แต่หากเจ้าไม่ใช่ม่อหลิงหานเช่นนั้นก็อย่าโทษที่ข้าจะขจัดภัยร้ายให้ม่อหลิงหาน”

           ซ่างกวานม่อหมิงมั่นใจในวิชาแปลงโฉมของตนเป็นอย่างมากหน้ากากหนังมนุษย์นี้เป็นเขาที่ทำขึ้นมาเอง แน่นอนบางดังปีกจักจั่นเมื่อวางไปบนใบหน้าแล้วก็แนบสนิทราวกับเป็นเนื้อหนังจริงๆ

           เขาไม่เชื่อว่าเพียงเยว่เฟิงเกอลูบไล้แล้วจะรับรู้ถึงความผิดปกติใดได้

           คิดเช่นนี้ซ่างกวานม่อหมิงจึงพยักหน้าพร้อมกล่าวต่อหน้าทุกคนว่า “ใบหน้าของเปิ่นหวางเจ้าลูบได้ตามอำเภอใจ”

           เมื่อราษฎรโดยรอบได้ยินเช่นนี้ก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึก

           คงไม่ใช่ว่าจั้นอ๋องม่อหลิงหานที่พวกเขาเชิดชูจะชอบทั้งชายและหญิงหรอกนะ

           ไม่ใช่ว่าคนมีพระชายาอยู่แล้วหรือหรือว่าสนใจในตัวบุรุษด้วย?

           ทางด้านเยว่เฟิงเกอนางไม่ได้ตกใจมากนัก ในเมื่อเขายินยอมให้นางลูบใบหน้าแล้ว นางก็ยื่นมือออกไปจริงๆ

           ยามที่มือของนางสัมผัสเข้ากับใบหน้าของซ่างกวานม่อหมิงไม่นานก็ลูบไปโดนใบหน้าที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากหนังมนุษย์นั้น

           ซ่างกวานม่อหมิงใจสั่นทันทีแต่ยังแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง ปล่อยให้เยว่เฟิงเกอลูบไล้ต่อไป

           เยว่เฟิงเกอยิ่งยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อครู่นางสัมผัสได้ถึงรอยต่อระหว่างใบหน้าที่แท้จริงกับหน้ากากที่เขาสวมเอาไว้แล้ว

           สิ่งนี้เป็นของที่นางเคยใช้อยู่ตลอดครั้นยังอยู่ในโลกยุคปัจจุบันเพียงแต่หน้ากากหนังในยุคโบราณนี้นับว่าทำขึ้นได้ไม่ละเอียดเท่าหน้ากากในยุคปัจจุบัน

           ดังนั้น นางจึงพบความผิดปกตินั้นได้อย่างรวดเร็ว

           ตอนที่ทุกคนกำลังจะถูกการกระทำของซ่างกวานม่อหมิงและเยว่เฟิงเกอทำเอาเกือบตาบอดอยู่นั้นก็ได้ยินเสียง “แควก” พร้อมๆ กับที่หนังแผ่นหนึ่งหลุดกระเด็นออกมา

           ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งเมื่อหน้ากากนั้นถูกกระชากออกมาก็เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามราวเทพเซียนสูงส่งเหนือโลกีย์

           ซ่างกวานม่อหมิงคิดไม่ถึงว่าเยว่เฟิงเกอจะกระชากหน้ากากออกมาได้จริงๆ ตอนที่เขากำลังตกตะลึงอยู่นั้นก็แอบรู้สึกยอมรับนับถือเยว่เฟิงเกอที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมานิดๆ

           วิชาแปลงโฉมของเขาไม่มีใครมองออกเหตุใดเยว่เฟิงเกอถึงรู้ได้ในทันทีว่าเขาไม่ใช่ม่อหลิงหาน?

           ยิ่งกว่านั้นนางเพียงใช้มือลูบหน้าเขาแค่ไม่กี่ที ก็สามารถกระชากหน้ากากออกมาได้แล้ว

           เช่นนี้จะไม่ให้ซ่างกวานม่อหมิงตกตะลึงได้อย่างไร

           เมื่อผู้คนโดยรอบเห็นว่าชายสูงใหญ่คนนั้นไม่ใช่จั้นอ๋องม่อหลิงหานต่างก็พากันชี้นิ้วด่าว่าเขา

           “เสียทีที่หน้าตาสูงส่งหล่อเหลาถึงเพียงนี้คิดไม่ถึงจะมีนิสัยโหดเหี้ยม”

           “นั่นน่ะสิดีที่มีคุณชายท่านนี้ช่วยกระชากหน้ากากตัวจริงของเขาออกมาไม่เช่นนั้นเขาคงหลอกทุกคนได้แล้ว”

           “ข้าขอโทษที่เมื่อครู่กล่าววาจาไม่ดีต่อจั้นอ๋อง”

           “ข้าก็ขอโทษข้าก็ขอโทษ”

           ยามที่ทุกคนกล่าวขอโทษสายตาที่มองไปยังเยว่เฟิงเกอเต็มไปด้วยความนับถือ

           ซ่างกวานม่อหมิงเห็นว่าแผนของตนล้มเหลวเขากำลังคิดจะหลบหนี กลับถูกเยว่เฟิงเกอจับไว้

           “ทำไมเล่า เมื่อครู่ยังอยากทำลายชื่อเสียงของจั้นอ๋องอยู่เลยตอนนี้ถูกเปิดโปงแล้วเลยคิดจะหนีงั้นหรือ? ” เยว่เฟิงเกอมองซ่างกวานม่อหมิงด้วยสีหน้าเย็นชา

           ซ่างกวานม่อหมิงเก็บรอยยิ้มบนใบหน้ากลับสายตาเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา

           ในเมื่อเยว่เฟิงเกอเปิดโปงเขาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องยิ้มแย้มสนทนากับนางอีกต่อไป

           “ปล่อยมือ”ซ่างกวานม่อหมิงพูดพลางซัดฝ่ามือใส่เยว่เฟิงเกอไปทีหนึ่ง

           เยว่เฟิงเกอหันกายหลบฝ่ามือนั้นของซ่างกวานม่อหมิงได้อย่างง่ายดาย

           และมือของนางยังคงจับชุดของซ่างกวานม่อหมิงไว้ไม่ปล่อย

           “กล้าปลอมตัวเป็นม่อหลิงหานแล้วยังคิดจะทำลายชื่อเสียงเขา เจ้ากำลังรนหาที่ตายชัดๆ ”เยว่เฟิงเกอกล่าวเสียงเย็น นางซัดฝ่ามือใส่ซ่างกวานม่อหมิง

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392