“หัวหน้าหย่ง อย่างที่คุณรู้นั่นล่ะครับ เมื่อวานนี้หลานชายของผมได้ล่วงเกินลูกสาวของคุณหย่งปิงไป และคุณเยี่ยถงก็้าให้หลินเจิ้งฉีหลานชายของผมรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน และต้องหาสินสอดมาให้มากถึงหนึ่งพัน” ลุงหลี่หัวหน้าหมู่บ้านซานซึ่งเป็หมู่บ้านของหลินเจิ้งฉีเริ่มอธิบายเหตุผลของการมาพบกันในวันนี้
“อะไรนะ! หนึ่งพัน” หย่งเฉาหรือหัวหน้าหย่งที่มีฐานะเป็ญาติผู้พี่ของหย่งปิงหันไปถามด้วยความใ “อาปิง นี่นายคิดที่จะขายลูกสาวกินหรือยังไงถึงได้กล้าเรียกร้องเงินมากมายขนาดนั้น”
“มันจะไปมากอะไรคะพี่เฉา ฉันสองคนเลี้ยงลูกสาวมาตั้งสิบกว่าปี เงินแค่นี้ยังถือว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ถ้าพวกเขาไม่หามาจ่ายให้ฉันสิ เ้าหนุ่มนั่นต้องถูกจับเข้าไปนอนในคุกแน่ๆ” เยี่ยถงหรือแม่ของหย่งลี่อันพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ทำไมเธอถึงพูดจาเห็นแก่ตัวอย่างนี้ เธอไม่นึกถึงชื่อเสียงและอนาคตของลี่อันเลยหรือยังไง เงินมากขนาดนั้นจะให้ญาติฝ่ายชายไปหามาจากไหน ต่อให้ฉันที่เป็หัวหน้าหมู่บ้านที่มีเงินเดือนประจำก็เถอะ ฉันต้องเก็บเงินกี่ปีกว่าจะเห็นเงินหลักพัน แต่พวกเธอแค่พูดออกมาก็จะให้เขาหาเงินพันมาให้แล้ว พวกเธอก็คิดค่าสินสอดแค่พอเหมาะพอควรไม่ดีกว่าหรือ” หย่งเฉาพูดกับหย่งปิงและเยี่ยถงอย่างไม่ค่อยพอใจ เขารู้มาตลอดว่าญาติผู้น้องคู่นี้เลี้ยงดูหย่งลี่อันมาอย่างไร บ่อยครั้งที่เขาและภรรยายังเคยแอบเอาซาลาเปามาให้หลานสาวกินประทังความหิวอยู่บ่อยๆ
“ไม่ได้หรอก ฉันลดให้ไม่ได้ ถ้าพวกเขาไม่รีบหาเงินมาให้ฉันตามสัญญา พอครบห้าวัน ฉันจะเข้าเมืองไปแจ้งความกับตำรวจ” นางหย่งรีบพูดขึ้นทันที พร้อมกับจ้องหย่งลี่อันเขม็งอย่างไม่พอใจ “ใครใช้ให้นังลูกไม่รักดีคนนี้ไปทำเื่งามหน้าไว้เองล่ะ”
“หัวหน้าหย่ง ไม่เป็ไรหรอกครับ ที่ผมพาหลานชายกับครอบครัวของเขามาวันนี้ก็เพราะอยากจะจัดการเื่ของหลานชายกับหลานสะใภ้ให้เรียบร้อย หลานชายผมเตรียมเงินหนึ่งพันไว้ให้แล้ว แต่พวกเราก็มีข้อตกลงกับคุณหย่งปิงและคุณเยี่ยถงอีกเล็กน้อย และครั้งนี้พวกเราก็อยากให้หัวหน้าหย่งเป็พยานให้เราด้วย”
“หัวหน้าหลี่อยากทำข้อตกลงเื่อะไรหรือ” หย่งเฉาถาม
“อะไรก็ตกลงไปเถอะค่ะ แล้วเงินหนึ่งพันล่ะอยู่ที่ไหน รีบเอาออกมาให้พวกฉันได้แล้ว แค่นี้ก็เสียเวลาทำงานพวกเรามานานแล้ว” นางหย่งถามอย่างกระตือรือร้น
“อย่างที่ภรรยาผมว่านั่นล่ะ อย่ามัวมาเสียเวลาอีกเลย ข้อเสนออะไรพวกเราก็ตกลงทั้งนั้น รีบเอาเงินออกมาจะได้จบเื่กันไป” หย่งปิงพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้นไม่แพ้ภรรยา
ลุงหลี่หันไปมองหน้าหลินเจิ้งฉีก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมชายหนุ่มถึงอยากทำข้อตกลง และยังอยากให้เขากับหัวหน้าหย่งมาเป็พยานในครั้งนี้ ก็เพราะหย่งลี่อันมีพ่อแม่ที่ทั้งเห็นแก่ตัวและน่ารังเกียจอย่างนี้นี่เอง “ในเมื่อพวกคุณกลัวว่าหลานสะใภ้จะทำให้ครอบครัวของพวกคุณเสียชื่อเสียง ถ้าอย่างนั้นผมในฐานะญาติผู้ใหญ่ก็อยากจะทำข้อตกลงว่าหลังจากที่หลานสะใภ้แต่งเข้าไปอยู่กับครอบครัวของเรา และเมื่อพวกคุณทั้งสองรับเงินจำนวนนี้ไปแล้ว ในอนาคตไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขหย่งลี่อันที่เป็หลานสะใภ้ของเราจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับครอบครัวของพวกคุณอีก และในทางกลับกันไม่ว่าครอบครัวของคุณจะประสบเหตุใด พวกคุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปสร้างความเดือดร้อนลำบากใจให้กับครอบครัวของหลานสะใภ้อีกเหมือนกัน หากพวกคุณเห็นด้วยก็ลงชื่อในเอกสารนี้ได้เลย แต่ผมขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าหากใครทำผิดสัญญาจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย เพราะผมจะเอาหนังสือสัญญาฉบับนี้ไปลงบันทึกไว้เป็หลักฐานที่สถานีตำรวจ” ลุงหลี่พูดยาวจนจบ
“จะได้ยังไง ถ้าพ่อแม่เดือดร้อน คนเป็ลูกก็ต้องกลับมาดูแลสิ จะทิ้งไปเฉยๆ ได้ยังไง” หย่งปิงไม่เห็นด้วย
“แสดงว่าพวกคุณไม่เห็นด้วย?” ลุงหลี่ถามย้ำพร้อมกับดึงเงินหนึ่งพันคืน
“ใครไม่เห็นด้วย!” นางหย่งรีบตะครุบเงินก้อนนั้นไว้ “จะดีจะร้ายพวกเราก็จะไม่ไปยุ่งกับนังลูกไม่รักดีคนนี้แน่นอน”
“แต่ว่าคุณ...”หย่งปิงกำลังจะแย้งภรรยา
“คุณดูสิคะ เงินหนึ่งพันนี่เราส่งให้อิงอิงเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้สบายเลยนะคะ ไหนจะซ่งฉืออีกล่ะ ลูกๆ ของเราสองคนเรียนเก่งจะตาย คุณไม่อยากให้พวกเขามีอนาคตที่ดีหรือคะ” นางหย่งรีบเกลี้ยกล่อมสามี “คุณคะ คุณอย่าลืมนะว่าทันทีที่ยัยเด็กคนนี้เกิดมา แม่ของเธอก็สิ้นใจตายไปทันที ส่วนคุณก็ประสบอุบัติเหตุจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ตัวซวยอย่างนี้คุณให้หล่อนไปอยู่ไกลๆ ครอบครัวเราน่ะดีที่สุดแล้ว”
“แม่คะ...” หย่งลี่อันเรียกเสียงเบา
“ใช่แล้วล่ะ แกไม่ใช่ลูกสาวฉันสักหน่อย แม่แกตายไปนานแล้ว นี่ดีเท่าไหร่แล้วที่ฉันเลี้ยงดูแกมาจนโต เงินแค่นี้ก็ถือเสียว่าเป็ค่าตอบแทนที่ฉันดูแลแกมาก็แล้วกัน หลังจากนี้แกก็อย่ากลับมาสร้างปัญหาให้พวกเราอีกล่ะ” นางหย่งพูดอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
“พ่อคะ เป็เื่จริงหรือคะ” หย่งลี่อันถามบิดา
แรกๆ หย่งปิงยังไม่อยากจะยอมรับกับข้อตกลงที่ได้ฟัง แต่พอเยี่ยถงพูดถึงเื่การเสียชีวิตของภรรยาคนแรก และเื่อุบัติเหตุที่เขาเคยประสบมาจนเกือบจะพิการ ซึ่งเื่นี้ไปกระตุ้นเตือนความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตของเขาขึ้นมาอีกครั้ง “ใช่ แม่แกตายไปแล้วตอนที่เธอคลอดแก แกมันตัวซวยจริงๆ คลอดออกมาวันแรกแม่ก็ตาย ส่วนฉันที่ต้องไปตามหมอมาดูอาการก็เกือบจะตกหน้าผาตายตามแม่แกไป ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว พวกคุณรีบเอาสัญญานั้นมาลงชื่อกันให้จบๆ เถอะ แล้วที่เหลือจะเอาไปลงบันทึกหรือทำอะไรต่อก็เชิญ หลังจากนี้ครอบครัวของผมกับนังลูกคนนี้ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก”
“พ่อคะ!” หย่งลี่อันเรียกบิดาอย่างใ
“ต่อไปนี้แกไม่ใช่ลูกสาวของฉัน ลูกของฉันมีแค่อิงอิงกับซ่งฉือเท่านั้น” หย่งปิงรีบคว้าหนังสือสัญญาฉบับนั้นมาลงชื่อทันที นางหย่งก็รีบลงชื่อในสัญญาเพราะกลัวว่าสามีจะเปลี่ยนใจ หัวหน้าหย่งและหัวหน้าหลี่ก็ลงชื่อเป็พยานเช่นกัน
“แกอย่าลืมล่ะ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็ตายร้ายดียังไง แกก็อย่าซมซานกลับมาที่บ้านฉันอีก” เยี่ยถงพูดทิ้งท้ายก่อนจะหอบเงินเดินกลับบ้านอย่างสบายใจ