ยอดหมอเทวะบรรพกาล

    บทที่ 144 โดนจับได้คาหนังคาเขา

    เช้าวันใหม่มาเยือน

    อาหารเช้าของมหาเศรษฐีพันล้านกับชาวบ้านตาดำๆ เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ต่างกันนักหรอก บนโต๊ะมีแค่นม ไข่ดาว และขนมปังปิ้ง ไร้เงากับข้าวสักอย่าง

    แต่ไม่มีน่ะดีแล้ว... เพราะขืนให้เยี่ยจือลงมือเข้าครัว ลั่วหยางยอมเดินออกไปแทะหญ้าหน้าบ้านยังจะปลอดภัยต่อชีวิตมากกว่า

    จัดการมื้อเช้าเสร็จ เยี่ยจือรับหน้าที่เก็บกวาดถ้วยชาม ส่วนลั่วหยางคอยช่วยซ่งเหม่ยฉีจัดกระเป๋านักเรียน

    "ที่รัก เดี๋ยวเราไปส่งเหม่ยฉีที่โรงเรียนด้วยกันนะ จากนั้นคุณค่อยนัดตาเฒ่าซุนเหมินซู่สือมาที่บริษัท ฉันจะเปิดโต๊ะคุยกับเขาเอง" เยี่ยจือเอ่ยขึ้น

    ลั่วหยางยิ้มรับพลางพยักหน้า "ได้ครับ"

    ตั้งแต่เมื่อคืนที่เยี่ยจือเปลี่ยนสรรพนามมาเรียกเขาว่า 'ที่รัก' ก็ทำเอาหัวใจเขาเต้นผิดจังหวะไปไม่รู้กี่รอบ พอมาเช้านี้ได้ยินคำนี้อีกครั้ง ความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วอก

    ทว่าสำหรับซ่งเหม่ยฉี นี่คือครั้งแรกที่ได้ยิน ยายหนูกะพริบตาปริบๆ ฉายแววฉลาดแกมโกง ก่อนจะขยับมากระซิบชิดหูลั่วหยาง "คุณพ่อคะ... เมื่อคืนคุณพ่อแอบหนูแต่งงานกับคุณแม่แล้วเหรอคะ"

    ลั่วหยาง "..."

    ในสมองเล็กๆ ของยายเด็กแสบนี่เป็นโครงสร้างแบบไหนกันแน่ ระบบความคิดถึงได้ล้ำยุคขนาดนี้

    เยี่ยจือจัดการงานในครัวเสร็จสรรพก็เดินเช็ดมือออกมา "ที่รัก ไปกันเถอะ"

    ลั่วหยางคว้ากระเป๋านักเรียนใบจิ๋วขึ้นสะพายบ่า ทว่าซ่งเหม่ยฉีกลับพุ่งเข้ามากอดหมับที่ขากางเกงเขาแน่น ช้อนดวงตาใสแจ๋วขึ้นมองตาละห้อย

    "เหม่ยฉี เป็นอะไรไปลูก" ลั่วหยางก้มลงถาม

    "คุณพ่อขา..." ยายหนูบีบน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ "คุณพ่อจะใจร้ายทิ้งลูกสาวที่น่ารักขนาดนี้... ไปไว้ในคุกทรมานเด็กที่เรียกว่าโรงเรียนอนุบาลจริงๆ เหรอคะ"

    ลั่วหยางทั้งฉุนทั้งขำ เขาย่อตัวลงอุ้มร่างเล็กขึ้นมาแนบอก "เหม่ยฉี เด็กทุกคนก็ต้องไปโรงเรียนกันทั้งนั้น โตขึ้นจะได้เก่งๆ ไปช่วยชาติพัฒนาไงลูก"

    ซ่งเหม่ยฉีเบะปากคว่ำ "คุณพ่อเปลี่ยนไปแล้ว... คุณพ่อโดนคุณแม่กลืนกินไปแล้วจริงๆ ด้วย"

    ลั่วหยางถึงกับใบ้กิน

    ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!

    จู่ๆ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขัดจังหวะ

    ลั่วหยางกับเยี่ยจือหันขวับไปมองจอมอนิเตอร์อินเตอร์คอมพร้อมกัน ภาพที่ปรากฏคือใบหน้าของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ... สองพ่อลูกตระกูลซ่ง ซ่งไห่ชางกับซ่งตงหมิง

    อาการเลิ่กลั่กจู่โจมลั่วหยางทันที

    สภาพเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับชู้รักที่โดนพ่อตาและน้องเขยบุกมาจับได้คาหนังคาเขาเลยสักนิด

    "เอาไงดี ผมมุดเข้าตู้เสื้อผ้าหลบก่อนไหม" ลั่วหยางกระซิบถาม

    ไม่ใช่ว่าเขากลัวเศษสวะตระกูลซ่งสองตัวนี้นะ แต่เขาห่วงความรู้สึกของเยี่ยจือกับซ่งเหม่ยฉีต่างหาก ขืนเปิดฉากปะทะอารมณ์กันตรงนี้ นอกจากจะกระทบกระเทือนจิตใจเด็กแล้ว ยังอาจทำให้ชื่อเสียงของเยี่ยจือต้องมัวหมองด้วย

    "ไม่ต้องหลบ" นัยน์ตาของเยี่ยจือเย็นเยียบลง "ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกหน้าไหว้หลังหลอกนี่มันจะมาไม้ไหนแต่เช้า"

    หญิงสาวก้าวฉับๆ ไปกระชากประตูเปิดออกทันที

    การเผชิญหน้าเริ่มต้นขึ้น มวลอากาศหน้าประตูควบแน่นจนตึงเครียดอึดอัดแทบหายใจไม่ออก

    ใบหน้าบึ้งตึงของซ่งตงหมิงกระตุกเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเสแสร้งทันที "หมอเทวะลั่ว บังเอิญจังเลยนะครับ เช้าตรู่ขนาดนี้... ไม่นึกว่าจะได้เจอคุณโผล่มาจากบ้านพี่สะใภ้ผม"

    "ผมแค่ผ่านมาทำธุระแถวนี้ ก็เลยแวะมาตรวจอาการที่ขาให้เหม่ยฉีนิดหน่อย" ลั่วหยางตอบหน้านิ่ง

    "พอเถอะ" ซ่งไห่ชางแค่นเสียงเย็น "ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อนแกตั้งกี่ปี ข้ออ้างปัญญาอ่อนแบบนี้เก็บไว้หลอกเด็กเถอะ"

    ลั่วหยางลอบถอนใจ ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำให้เสียบรรยากาศต่อหน้าเด็ก เลยเลือกที่จะยืนนิ่งๆ ไม่โต้ตอบ

    ซ่งตงหมิงเบนสายตาไปมองซ่งเหม่ยฉีที่อยู่ในอ้อมแขนลั่วหยาง แสร้งฉีกยิ้มอบอุ่น "เหม่ยฉี เรียกคุณอาสิลูก"

    ยายหนูสะดุ้งเฮือก หันขวับซุกหน้าหนีเข้าซอกคอลั่วหยางราวกับเห็นผี

    รอยยิ้มจอมปลอมบนหน้าซ่งตงหมิงแข็งค้าง ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไป "เหม่ยฉี คุณปู่มาหาถึงบ้านขนาดนี้ หนูจะไม่มีมารยาททักทายผู้ใหญ่หน่อยเหรอ"

    ซ่งเหม่ยฉียังคงเงียบกริบ มุดหน้าซ่อนตัวอยู่ในซอกคอแกร่งของลั่วหยางไม่ยอมขยับ

    เด็กที่ไม่ยอมเปิดปากเรียกแม้แต่ปู่หรืออาแท้ๆ ของตัวเอง หากเป็นเด็กบ้านอื่นคงโดนตบปากข้อหาไร้มารยาทขาดการอบรมไปแล้ว ทว่าซ่งเหม่ยฉีไม่ใช่เด็กธรรมดา สัมผัสพิเศษในการแยกแยะ 'ตัวอันตราย' ของเธอเฉียบขาดเกินกว่าผู้ใหญ่จะเข้าใจได้ ขนาดแม่แท้ๆ ตกหลุมมรณะกลางทะเลทราย เธอยังฝันเห็นล่วงหน้าได้ แล้วประสาอะไรกับธาตุแท้สกปรกของสองพ่อลูกตระกูลซ่ง มีหรือที่เรดาร์ของเด็กน้อยจะไม่ทำงาน

    ไอ้พวกเดรัจฉานที่จ้องจะลอบกัดแม่ของเธอ ซ่งเหม่ยฉีจะลดตัวลงไปเรียกพวกมันเป็นญาติได้อย่างไร

    ซ่งตงหมิงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบ

    "นังเด็กไม่มีมารยาท!"

    นัยน์ตาของลั่วหยางวาวโรจน์ด้วยรังสีอำมหิตในพริบตา กล้ามเนื้อช่วงล่างเกร็งแน่นเตรียมพร้อม ขอแค่ฝ่ามือนั้นสะกิดโดนแม้แต่ปลายผมของซ่งเหม่ยฉี เขาพร้อมจะถีบยอดอกซ่งตงหมิงให้กระเด็นทะลุกำแพงทันที

    "ตงหมิง หยุด แกจะไปถือสาหาความอะไรกับเด็กตัวแค่นี้" ซ่งไห่ชางออกงิ้วสวมบทผู้ใหญ่ใจกว้าง

    ซ่งตงหมิงจำใจลดมือลง เอาเข้าจริง ต่อให้ตาเฒ่าซ่งไม่ห้าม เขาก็ปอดแหกเกินกว่าจะกล้าลงมืออยู่ดี รังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากตัวลั่วหยางตอนกางปีกปกป้องเด็กมันชัดเจนจนขนลุก เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าถ้าขืนแตะต้องยายเด็กนี่แม้แต่รอยขีดข่วน เขาโดนกระทืบตายคาที่แน่นอน

    "คุณพ่อมาถึงนี่ตั้งแต่เช้า มีธุระอะไรคะ" เยี่ยจือตัดบทถามเสียงเรียบ

    "ฉันไม่ได้มาหาเธอ" ซ่งไห่ชางปรายตามอง "ฉันมาหาคุณลั่วต่างหาก"

    "คุณมีธุระอะไรกับผม" ลั่วหยางเลิกคิ้ว นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเขากับตาแก่หนังเหนียวนี่จะมีเรื่องอะไรให้ต้องเสวนาด้วย

    "มีคนฝากฉันมาบอกว่า... เขาอยากพบคุณ" ซ่งไห่ชางเอ่ยเสียงต่ำ

    ลั่วหยางตาหรี่แคบลงทันที ลองโยนหินถามทาง "คนที่คุณหมายถึง... หลัวเจวี๋ยซิงใช่ไหม"

    ซ่งไห่ชางพยักหน้ารับพร้อมแค่นหัวเราะ "คุณลั่วฉลาดหลักแหลมสมคำร่ำลือจริงๆ ไม่ต้องรอให้ฉันเฉลยก็เดาเป้าหมายถูกซะแล้ว" ตาเฒ่าหันไปปรายตามองเยี่ยจือ มุมปากยกยิ้มเหยียด "คุณลั่วนี่หน่วยก้านดีกว่าตงซานเยอะเลยนะ อาจือ... เธอต้องจับเขาไว้ให้อยู่หมัดล่ะ รีบๆ จัดงานแต่งให้เป็นเรื่องเป็นราวซะ มาลักลอบอยู่กินกันฉันสามีภรรยาทั้งที่ยังไม่ได้แต่งแบบนี้ ขืนชาวบ้านเอาไปนินทา มันจะเสื่อมเสียมาถึงตระกูลซ่งของฉัน แล้วจะพลอยส่งผลเสียต่อตัวเด็กมันด้วย"

    "เรื่องส่วนตัวของฉัน ฉันจัดการเองได้ค่ะ ไม่รบกวนให้คุณพ่อต้องมาเปลืองน้ำลายเป็นห่วงหรอก" เยี่ยจือตอกกลับด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

    ซ่งไห่ชางแสร้งทอดถอนใจ ปั้นหน้าสวมบทพ่อสามีผู้หวังดี "อาจือเอ๊ย... ผู้หญิงน่ะ ยังไงซะก็ต้องมีผู้ชายคอยคุ้มครองกะลาหัว เหม่ยฉีเองก็ต้องการพ่อ คำพูดของฉันอาจจะฟังดูขัดหูไปบ้าง แต่ฉันก็หวังดีนะ เธอยังสาวยังแส้ จะมัวมากอดบริษัทจมปลักเป็นม่ายไปตลอดชีวิตได้ยังไง คุณลั่วเขาเก่งกาจอนาคตไกล ผู้หญิงจ้องจะจับเขาคงมีเป็นพรวน... ระวังมัวแต่เล่นตัวแล้วจะมานั่งเสียใจทีหลังล่ะ"

    เยี่ยจือเม้มปากแน่นไม่เถียงกลับ ทว่าหางตาแอบปรายมองปฏิกิริยาของลั่วหยาง

    เห็นได้ชัดว่าคำขู่กึ่งแซะของจิ้งจอกเฒ่าแทงใจดำเธอเข้าอย่างจัง

    มวลอากาศรอบตัวเริ่มกลับมากระอักกระอ่วนอีกครั้ง

    "ตาเฒ่าซ่ง หลัวเจวี๋ยซิงอยู่ที่ไหน" ลั่วหยางพูดแทรกทำลายความเงียบ สมองคำนวณเป้าหมายที่แท้จริงของไอ้โล้นโรคจิตนั่นอย่างรวดเร็ว

    "คุณหลัวรอแกอยู่ในรถด้านล่าง"

    "งั้นก็ลงไปบอกมัน ให้ไสหัวไปรอที่จัตุรัสฝู่เทียน... ผมจะไปเจอมันที่นั่น" ลั่วหยางสั่งเสียงเฉียบขาด

    ซ่งไห่ชางพยักหน้ารับแกนๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

    ซ่งตงหมิงตวัดสายตาอาฆาตมองลั่วหยางกับเยี่ยจือทิ้งท้าย ก่อนจะรีบกุลีกุจอตามไปพยุงแขนบิดา

    ครอบครัวสุขสันต์ทั้งสามคนยืนมองแผ่นหลังของสองพ่อลูกเดนมนุษย์เดินเข้าลิฟต์ไป สายตายังคงจับจ้องจนกระทั่งบานประตูโลหะปิดสนิท

    "คุณจะบุกไปเจอหลัวเจวี๋ยซิงจริงๆ เหรอ" เยี่ยจือเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความกังวลลึกๆ

    ลั่วหยางพยักหน้า "หลบหน้าไปก็เปล่าประโยชน์ ในเมื่อมันกล้าโผล่หัวมาท้าทาย ผมก็อยากจะเห็นหน้ามันเหมือนกัน... จะได้รู้ว่ามันกะจะเล่นตุกติกอะไรอีก"

    "แต่ว่า..." เยี่ยจือชะงัก กลืนคำคัดค้านลงคอ หลังจากรู้ความจริงเมื่อคืนว่าหลัวเจวี๋ยซิงคือมือสังหารตัวจริง เธอแทบไม่อยากให้เขาเฉียดกรายเข้าไปใกล้ความตายเลยสักนิด ทว่าด้วยมีลูกสาวยืนตาแป๋วอยู่ตรงนี้ เธอจึงต้องสงวนท่าที ไม่กล้าพูดอะไรที่อาจทำให้เด็กหวาดผวา

    ลั่วหยางคลี่ยิ้มบางๆ ให้ความมั่นใจ "ผมเลือกนัดมันที่จัตุรัสฝู่เทียน ที่นั่นคนพลุกพล่าน ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณไม่ต้องห่วงหรอก รีบพาลูกไปส่งโรงเรียนเถอะ แล้วค่อยเข้าบริษัท เดี๋ยวผมเคลียร์ธุระทางนี้เสร็จ จะรีบตามไปสมทบเพื่อคุยกับตาเฒ่าซุน"

    "ก็ได้" เยี่ยจือรับคำอย่างจำยอม รู้ดีว่าห้ามไปก็ป่วยการ

    ด้วยวุฒิภาวะของหญิงสาวที่ผ่านโลกมาโชกโชน เธอย่อมรู้จังหวะว่าเมื่อไหร่ควรดึง เมื่อไหร่ควรปล่อย รู้ว่าผู้ชายชอบอะไร และเกลียดอะไร

    อย่างเช่นเรื่องที่หมอเทวะลั่วหยางลึกๆ แล้วชอบทำตัวเป็น 'ลูกหมา' ออดอ้อน... ความลับสุดยอดข้อนี้ เธอก็พร้อมจะล็อกกุญแจเก็บซ่อนมันไว้ในก้นบึ้งของหัวใจอย่างมิดชิดตลอดกาล...

    คล้ายกับเรื่องยอดหมอเทวะบรรพกาล ที่คุณอ่าน