บทที่13-2 โปรโมชัน
หวังิซินนอนตื่นสายกว่าปกติเนื่องจากอาการเหนื่อยล้าที่เกิดจากการจัดการกับกิจการการค้ามานานหลายวัน เมื่อนางได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่จึงตื่นขึ้นด้วยความสดใสวันนี้เป็วันไหว้พระจันทร์ นางจึงหยุดทำงานหนึ่งวันอีกทั้งยังเป็วันพิเศษเป็วันคล้ายวันเกิดของพี่สาวนางอีกด้วยหลังจากกินอาหารมื้อกลางวันเสร็จแล้ว หวังิซินจึงถูกสาวใช้ส่วนตัวทั้งสองคนพาไปพอกหน้าและขัดตัวเพื่อเตรียมตัวไปงานเลี้ยงที่จวนท่านรองเ้าเมืองเฉิงตือ
ใน่ยามเซินิซินและพี่ชายเดินทางออกจากจวนท่านนายอำเภอเพื่อไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยงในวันนี้ทันทีที่ไปถึงจุดหมาย พี่สาวผู้เป็เ้าของวันเกิดบอกกับหวังิซินให้ช่วยต้อนรับแเื่ที่ด้านหน้างานส่วนท่านนายอำเภอให้ไปนั่งรอที่โต๊ะก่อน
เมื่อครอบครัวของท่านรองแม่ทัพหยางมาถึงหน้างานหวังิซินจึงรับหน้าที่ส่งครอบครัวของสหายสนิทไปยังโต๊ะที่นั่ง ในขณะที่หญิงสาวกำลังเดินกลับมาที่บริเวณด้านหน้าของงานนางได้ยินเสียงของคนที่นางคิดถึงเอ่ยดังขึ้นว่า
“คารวะท่านรองเ้าเมืองและฮูหยินิเยว่ขอรับ”
“ตามสบายเถอะคุณชายอี้โจวขอบใจที่มาร่วมงานเลี้ยงของฮูหยินข้า” ท่านรองเ้าเมืองกล่าวขอบคุณชายหนุ่ม
“ข้าต้องมาร่วมแสดงความยินดีอยู่แล้วขอรับนี่คือของขวัญที่ข้าเตรียมมามอบเป็ของขวัญวันเกิดให้ฮูหยินิเยว่ขอรับ”
หวังิเยว่ยื่นมือไปรับของขวัญจากชายหนุ่มพร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณ
ทางด้านหวังิซินได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ตนคิดถึงมานานหลายวันแต่ไม่สามารถไปพบเขาได้ เนื่องจากงานของร้านค้าที่กำลังวุ่นวายอยู่ในขณะนี้จึงได้เอ่ยเรียกชายหนุ่ม
“คารวะพี่อี้โจวเ้าค่ะ”ิซินยอบกายคารวะชายหนุ่ม
หลิวอี้โจวได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจและได้ยินเสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อของเขาออกจากปากนางปณิธานที่ได้ตั้งไว้ก็อันตรธานหายไปในพริบตา เขาทำได้เพียงแต่ส่งรอยยิ้มหวานละมุนกลับไปให้หญิงสาวพร้อมกับเอ่ยว่า
“น้องิซิน”
“น้องจิ่งเทียนไม่ได้มาร่วมงานด้วยหรือเ้าคะ”ิซินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เทียนเอ๋อร์มีอาการไอและเป็หวัดเล็กน้อย พี่จึงให้นอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน”ชายหนุ่มเอ่ยตอบคำถามของิซิน
ผู้เป็เ้าของงานวันเกิดได้เห็นกิริยาอาการของชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสองคนจึงหันไปบอกกับน้องสาวของตนเองว่า
“น้องเล็กเ้าพาคุณชายอี้โจวไปนั่งที่โต๊ะของครอบครัวเราเถิด ประเดี๋ยวพี่มีเื่ต้องขอบคุณคุณชายอี้โจวแล้วเ้าก็นั่งพูดคุยเป็เพื่อนคุณชาย มิต้องมาช่วยพี่ต้อนรับแขกแล้ว”
“เ้าค่ะพี่สาม” หวังิซินส่งรอยยิ้มขอบคุณไปให้กับพี่สาวที่รู้ใจผู้เป็น้องสาวยิ่งนัก
หวังิซินผายมือพร้อมกับหันไปบอกกับชายหนุ่มว่า
“เชิญทางนี้เ้าค่ะพี่อี้โจว”
“ขอบใจน้องิซิน”
ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวขาออกเดินหญิงสาวจึงเอ่ยกับชายหนุ่มว่า
“ข้าคิดถึงพี่อี้โจวมากเลยนะเ้าคะแต่่นี้ข้ายุ่งมากเหลือเกินเพราะกำลังทำแผนการขายตอบโต้ทางร้านลี่กันอยู่เ้าค่ะ”
เมื่อชายหนุ่มได้ยินคำพูดของหญิงสาวจึงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหญิงสาวจึงได้หายหน้าหายตาไป มิใช่ว่าไม่ได้อยากพบหน้าเขาเพียงแต่นางกำลังยุ่งอยู่กับกิจการการค้าของนาง เขาส่งรอยยิ้มให้นางแล้วเอ่ยปากบอกว่า
“งานจะยุ่งมากเช่นไร ก็ต้องรักษาสุขภาพกินให้อิ่ม นอนให้หลับ เข้าใจหรือไม่”
หญิงสาวที่ได้เห็นรอยยิ้มและได้ฟังคำพูดที่แสดงถึงความห่วงใยของชายหนุ่มความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นได้มลายหายไป กลับกลายเป็ความอิ่มอกอิ่มใจมาแทนที่
“เข้าใจเ้าค่ะพี่อี้โจวขอบคุณที่เป็ห่วงข้านะเ้าคะ อีกอย่างพี่อี้โจวยิ้มให้ข้าทำให้ข้าหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งเลยเ้าค่ะ”
ชายหนุ่มที่ได้รับคำชมของหญิงสาวใบหน้าจึงเริ่มเปลี่ยนสีกลายเป็สีแดงระเรื่อ จนเมื่อเดินไปถึงโต๊ะที่นั่งก็ได้ยินเสียงของท่านนายอำเภอเอ่ยทักว่า
“คุณชายอี้โจว ใบหน้าของท่านแดงมากขอรับหรือว่าจะร้อนจากการเดินทางขอรับ” ท่านนายอำเภอใช้คำพูดสุภาพกับบุคคลที่าุโกว่า
“คารวะท่านนายอำเภอขอรับ ข้าร้อนมากจริงๆขอนั่งพักสักครู่น่าจะดีขึ้นขอรับ” หลิวอี้โจวกล่าวกลบเกลื่อนเพื่อปิดบังเหตุผลที่แท้จริง
“พี่สามให้ข้าพาคุณชายอี้โจวมานั่งที่โต๊ะของพวกเราเ้าค่ะเพราะพี่สามมีเื่จะขอบคุณพี่อี้โจว” ิซินเอ่ยบอกพี่สี่ของตน
“เช่นนั้น เชิญคุณชายอี้โจวนั่งลงเถิดขอรับ”
“ขอบคุณขอรับท่านนายอำเภอ”
หวังิซินนั่งลงทางด้านข้างของชายหนุ่มพร้อมเอ่ยถามถึงอาการของหลิวจิ่งเทียนทั้งสองคนผลัดกันเอ่ยถามและเอ่ยตอบกันไปมาด้วยรอยยิ้มภายใต้สายตาของผู้เป็นายอำเภอที่จ้องมองอยู่
“อะแฮ่ม... ซินเอ๋อร์เ้ามิต้องไปช่วยพี่สามต้อนรับแขกที่ด้านหน้างานหรือ”ผู้เป็พี่ชายเอ่ยขัดบทสนทนาระหว่างน้องสาวของตนเองกับชายหนุ่ม
“พี่สามบอกให้ข้านั่งคุยเป็เพื่อนพี่อี้โจวเ้าค่ะไม่ต้องไปช่วยรับแขกที่หน้างานแล้ว” หวังิซินเอ่ยตอบผู้เป็พี่ชาย
“แต่พี่ว่า เ้าไปช่วยพี่สามต้อนรับแขกดีกว่านะแเื่มากมาย พี่สามจะเหนื่อยล้าได้ ส่วนคุณชายอี้โจวพี่จะเป็เพื่อนคุยให้เอง”ท่านนายอำเภอยืนยันให้น้องเล็กของตนไปช่วยต้อนรับแขกที่หน้างานดีกว่ามานั่งคุยกับชายหนุ่มเช่นนี้
“ต... แต่ว่า”
“น้องิซินทำตามที่ท่านนายอำเภอบอกเถอะพี่อยู่คุยกับท่านนายอำเภอได้” หลิวอี้โจวเอ่ยปากบอกกับหญิงสาว
“เ้าค่ะพี่อี้โจว” หวังิซินตอบรับคำด้วยความไม่เต็มใจ
หญิงสาวเดินกลับไปหาพี่สาวที่ด้านหน้างานทันทีที่เ้าของงานวันเกิดเห็นหน้าน้องสาวของตนจึงเอ่ยถามว่า
“เหตุใดเ้าจึงไม่นั่งคุยเป็เพื่อนกับคุณชายอี้โจวเล่าพี่อุตส่าห์เปิดโอกาสให้”
“ก็พี่สี่นะสิเ้าคะยืนยันให้ข้าออกมาช่วยพี่สามต้อนรับแเื่ให้ได้เ้าค่ะ ทั้งๆ ที่ข้าบอกแล้วว่าพี่สามให้ข้านั่งคุยเป็เพื่อนกับพี่อี้โจวเ้าค่ะ” หวังิซินเอ่ยบอกด้วยใบหน้าบึ้งตึง
หวังิเยว่ได้แต่ส่งรอยยิ้มให้กับน้องสาวคนเล็กเพราะเข้าใจดีว่า เกิดสิ่งใดขึ้นกับน้องชายของตน หวังิซินเป็น้องเล็กของบ้านเป็น้องที่บรรดาพี่ๆ ทุกคนเอ็นดูมากที่สุดโดยเฉพาะน้องสี่ที่เติบโตมาอย่างใกล้ชิดกับน้องเล็กอาการหวงน้องสาวของพี่ชายย่อมต้องเกิดขึ้นตอนนี้คงทำได้แค่ให้เวลาน้องสี่ได้ทำใจว่า น้องเล็กของตนได้เติบโตเป็หญิงสาวที่สามารถออกเรือนได้แล้ว
ผ่านไปสักพักครอบครัวของหวังิซินที่เดินทางมาจากตำบลฉางสุ่ยได้เดินทางมาถึงจวนท่านรองเ้าเมืองเฉิงตือหวังิซินจึงถือโอกาสนี้เดินไปที่โต๊ะพร้อมกับครอบครัว คนในครอบครัวของหญิงสาวย่อมรู้จักหลิวอี้โจวเนื่องจากทำกิจการการค้าร่วมกันหลายอย่าง หวังิซินจึงจับจองนั่งลงตรงเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างของหลิวอี้โจวทันทีภายใต้สายตาที่จับจ้องของผู้เป็บิดาและบรรดาพี่ชาย
หลิวอี้โจวรับรู้ถึงพลังบางอย่างที่แผ่กระจายออกมาจากบรรดาผู้ชายในครอบครัวตระกูลหวังแต่เขายังคงยิ้มรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น และจัดการกับความกดดันที่ได้รับเป็อย่างดี