การเดินทางด้วยเท้าของเขาใช้เวลานานหลายชั่วโมงจนพระอาทิตย์เริ่มจะโผล่พ้นขอบฟ้าเขาก็ได้เจอเข้ากับกำแพงที่ล้อมรอบด้วยปูนอันสูงใหญ่ครอบจนมองเห็นได้ชัดแม้จะอยู่ไกล เขาได้เดินทางเขาไปในพื้นที่นั้นลองสอบถามผู้คนข้างในแต่กลับมีแต่คนบอกว่าไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้หรือมีข่าวคราวเรื่องมังกรเลย บางคนยังหาว่าเขาเป็นบ้าไปแล้วที่ถามหามังกรที่ไม่มีตัวตน
ภูมิไม่ได้สนใจว่าพวกคนเหล่านั้นจะมองยังไงเมื่อรับรู้ว่าที่หลบภัยแห่งนี้ไม่มีข่าวคราวเขาก็ได้เดินทางไปยังที่ต่อไปเขานั้นได้ออกตามหาแม่ของเขาจนผ่านไปเกือบๆ สามเดือนก็ไม่มีวี่แววหรือเบาะแสแม้แต่นิดเดียวจนในตอนนี้นั้นเขาได้มาถึงเมืองของประเทศซึ่งมีกำแพงล้อมรอบที่หน้าและสูงมากๆ ทั้งยังใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาและแล้วเขาก็ได้เจอเข้ากับเบาะแสที่เขากำลังตามหาเมื่อเขาได้ถามหญิงที่มีอายุน่าจะสัก 40 กว่าๆ คนหนึ่ง
" พี่ครับ พี่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ใหม่ครับ "
"รู้สึกว่าจะเคยเห็นนะแต่ไม่แน่ใจเดียวขอคิดก่อน อืม อ้อใช่แล้ว '
เธอใช้กำปั้นทุบลงบนฝ่ามือตัวเองเบาๆ
" ฉันได้เจอเธอเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง เธอนั้น ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บพอสมควรเลยละตอนที่ฉันได้เห็นเธอ "
เธอเล่าพร้อมกับใช้มือจับคาง กลมๆ ของเธอ
" ที่ไหนเหรอครับ "
ภูมิได้พูดขึ้นอย่างร้อนใจกลัวว่าแม่ของเขาจะเป็นอะไรไป
" อ้อ ที่ค่ายทหารตรงโน้นนะ เห็นเธอนั่งรถไปกับพวกเขา เธอมีเลือดเลอะเต็มตัวเลยแหละ แล้วนายตามหาเธอทำไมหรอ "
เธอชี้นิ้วไปทางด้านหลังของเธอที่มีป้ายหินอ่อนสลักด้วยตัวอักษรสีเหลือง
ว่าเป็นค่ายทหาร
" ขอบคุณมากนะครับพี่สาวผมไปก่อนนะ "
" ไม่ซื้อให้สักอันเลยแหละ "
เธอกล่าวขึ้นเบาๆ เมื่อภูมิได้วิ่งจากไป เขาไปวิ่งตรงไปยังหน้าประตูขนาดใหญ่
" เขต ห้ามเข้านะ ไปไกลๆ "
นายทหารที่ยืนอยู่หน้าประตูเมื่อเห็นภูมิวิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว เขาก็ได้ตะโกนเสียงดังเพื่อบอกให้ภูมิได้รับรู้ในทันที
ภูมิได้สนใจพวกทหารเลยแม้แต่น้อยเขาได้ใช้กำปั้นต่อยไปที่หัวของพวกเขาทั้งสองพร้อมกันซ้ายขวาจนหัวของพวกเขาระเบิดเป็นชิ้นๆ คนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเขาก็ได้สาดกระสุนปืนกลหนักเข้าใส่ภูมิทันที คนที่อยู่รอบๆ ได้แตกฮือออก แล้วล้อมกันเป็นวงเพื่อดูสิ่งที่พวกเขาคิดว่าน่าสนุก
ภูมินั้นปล่อยให้ลูกกระสุนกระทบกับร่างกายในส่วนต่างๆ โดยไม่สนใจแม้แต่จะใช้มิเนอร่าป้องกันด้วยซ้ำ เขาใช้เวลาในการฆ่านายทหารเฝ้าระวังทางเข้าค่ายที่มีเกือบสิบคนในเวลาเพียงหนึ่งนาที แล้วก็เดินจากไปทิ้งศพของพวกเขาเอาไว้ตรงนั้นราวกับว่าพวกเขาเป็นเพียงแค่ขยะไม่มีคุณค่าอะไรให้ใส่ใจ
พวกทหารเมื่อได้ยินเสียงอาวุธปืนพวกเขาก็ได้รีบพากันออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เมื่อเห็นว่าพวกพ้องของตัวเองนอนแน่นิ่งจมกองเลือด พวกเขาก็ได้เปิดใช้งานซิงโครไนซ์แล้วกระโจนเข้าใส่ภูมิในทันทีราวกับว่าเขานั้นเป็นของราคาแพงที่คนทำตกหล่นเอาไว้
แต่ถึงแม้พวกเขาจะเปิดใช้งานซิงโครไนซ์กันทุกคนแต่ก็ยังต้านในการโจมตีเพียงครั้งเดียวของภูมิในร่างมนุษย์ธรรมดาอยู่ดี การฆ่าที่เหมือนกับการขยี้มดปลวกของภูมินั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เขานั้นได้ฆ่าทหารทุกคนที่ตั้งใจจะโจมตีเขาจนในตอนนี้ถนนลาดยางได้อาบย้อมด้วยเลือดจนกลายเป็นสีแดง แต่เขาก็ยังไม่หยุดฆ่าพวกมันอยู่ดี
เขาเดินทางไปเรื่อยๆ ด้วยการก้าวเดินปกติจนไปถึงตึกใหญ่ที่มีผู้รับผิดชอบดูแลทหารในค่ายแห่งนี้ซึ่งเป็นชายแก่เพียงคนหนึ่งเท่านั้น เขาได้ทำการทรมานมันอย่างหนักจนกระทั่งเขาได้ข้อมูลที่ต้องการ โดยมันได้บอกว่าเมื่อแม่ของเขามาถึงนั้นมันก็ได้รีบส่งไปยังอีกค่ายในทันทีตามคำสั่งของหัวหน้าของมัน
เมื่อได้สิ่งที่ต้องการภูมิก็ได้หักคอมัน แล้วเขาก็ได้ขโมยรถของพวกมันขับไปยังค่ายอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลมากนักและเป็นค่ายที่แม่เขาถูกส่งไปแต่ทว่าเมื่อเขาได้ขับรถออกมาจากค่ายนั้นก็ได้พบกับการดักรอของผู้คนในค่ายพักแห่งนี้เสียงอย่างนั้น
" พวกเราฆ่ามันเลยมันฆ่าหัวหน้าค่ายของพวกเรา พวกเราจะปล่อยให้มันมีชีวิตรอดต่อไปได้หรือ โจมตีมันเลย "
เสียงร้องตะโกนออกมาจากกลุ่มคนที่ยืนอยู่หน้าค่ายซึ่งมีหลายร้อยคน เมื่อได้ยินคำสั่งนั้น ผู้คนก็ได้เริ่มโจมตีเข้าใส่ภูมิที่กำลังขับรถอยู่ในทันที
" เฮอ อยู่เฉยๆ ก็ไม่ตายกันแล้วแท้ๆ "
ภูมิพึมพำเบาๆ
เชาได้ชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าจากนั้นก็ได้มีลาวาก้อนกลมๆ พุ่งไปตามทิศทางของนิ้วมือ เมื่อขึ้นไปกลางอากาศมันก็ได้ระเบิดออกกลายเป็นเม็ดฝนลาวาร่วงลงมาใส่พวกมัน
" อ้าก ช่วยด้วย ร้อนๆ ช่วยฉันด้วย "
เสียงร้องดังระงม
ภูมิได้ถอนหายใจเบาๆ แล้วขับรถออกไปโดยไม่ได้สนใจพวกเขาต่อ
ภูมิใช้เวลาในการขับรถเกือบๆ 2 ชั่วโมงก็ได้มาถึงค่ายที่เขาได้หมายตาเอาไว้ เขาไม่ได้พูดหรือสอบถามอะไร สิ่งที่เขาทำคือฆ่าพวกมันเลยโดยไม่ลังเลเขาเริ่มฆ่าทหารที่เฝ้าประตูเข้าเมืองก่อนจากนั้น ก็ผู้คนที่มาขัดขวางเขาจากนั้นก็ผู้คนในค่ายทหารกลายเป็นว่าเขานั้นได้ล้างบ้างที่หลบภัยไปสองแห่งในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
และมันก็เป็นเหมือนเดิมคือได้ส่งแม่ไปยังค่ายอื่นต่อไปอีก เขานั้นก็ได้ไปกวาดล้างที่ค่ายทหารแห่งอื่นอีกจน แต่เมื่อเขาไปถึงค่ายที่สามนั้นพวกมันก็ได้เตรียมกำลังพลไว้จนแน่นขนัด
"โอ้โห จัดกันชุดใหญ่เลยนะเนี่ย "
ภูมิได้พูดออกมาด้วยทาทางสบายๆ ก่อนจะจอดรถแล้วเดินเข้าไปหาพวกมันที่กำลังยืนรอต้อนรับเขาอยู่
" เป็นไงบ้างละพ่อหนุ่ม คงสบายดีสินะ ดูแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนอีกนะเนี่ย "
เสียงจากชายแก่ในชุดทหารที่ยืนอยู่หน้าเหล่านายทหารทั้งหลาย ด้านซ้ายมือของเขามีชายที่มีหน้าตาดุดันดวงตาข้างหนึ่งถูกปิดไว้ด้วยที่ปิดตาหนังสีดำ เขาอยู่ในชุดที่ทำจากหนังสีดำทั้งชุด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อคลุมที่ยาวจนจะถึงพื้นหรือกางเกงและเสื้อข้างใน
ภูมิได้หันไปมองชายชราผมขาวที่เคยส่งลูกน้องมาเป็นสายสืบอย่างพวกบิวให้มาอยู่กับเขาตั้งหลายเดือน
" ลูกน้องมีเยอะจังนะ มากันกี่ค่ายละ ท่านคำปัน ฆ่ายังไงก็ไม่หมดเลยสักทีอย่างกับผลิตออกมาได้เรื่อยๆ เลยๆ พูดแล้วก็คิดถึงพวกบิวจัง ฮ่าๆ "
ขณะที่พูดภูมิก็ได้สังเกตเห็นป้ายชื่อของชายแก่คนนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่ในตอนแรกเขาไม่ได้สังเกตเลว แล้วก็ได้ตามด้วยเยอะเย้ยเขาด้วยใบหน้ายิ้มๆ เพิ่มเข้าไปอีกเล็กน้อย แต่ชายแก่คนนั้นกับยิ้มหน้าละลื่นเสียอย่างนั้น ราวกับว่าทุกอย่างที่เขาพูดไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย
' จิ้งจอกเฒ่า '
ภูมิคิดในใจเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของชายชรา