ตอนที่ 28 แม่นางขายหีบศพ (2)
แสงภายในร้านขายหีบศพค่อนข้างทึบ ดูมืดมน ชุ่ยฮวาจุดเทียนขึ้นมาเล่มหนึ่ง
หลี่เฉินอันอาศัยแสงสลัวนี้กวาดสายตาสอดส่องมองไปรอบ ๆ
ในร้านนี้ค่อนข้างกว้างขวาง ภายในมีโลงไม้สีดำสี่โลงวางอยู่ จากนั้นก็ไม่มีอะไรอีก
ชุ่ยฮวาพาหลี่เฉินอันและหลี่เสี่ยวฮวาเดินตรงไปข้างในทางห้องทิศฝั่งตะวันตก จากนั้นนำตะเกียงวางบนโต๊ะ มองไปยังตัวแทนซิ่วอีที่ยังดูวัยเยาว์คนนี้ ทั้งแววตาและคำพูดดูไม่เป็มิตรเท่าไหร่นัก
“นั่งก่อนสิ แต่ข้าไม่มีชาหรอกนะ”
หลี่เฉินอันนั่งลงตรงข้างหน้าโต๊ะ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกสงสัยในความเป็มาของหอลี่จิ้ง
เดิมทีเขาคิดว่าหอลี่จิ้งเป็หน่วยงานพิเศษที่ดูแลโดยฮ่องเต้โดยตรง
เพราะหน่วยงานนี้ยังมีอำนาจพิเศษอีกด้วย !
เช่นนั้นดูจากเหตุผล หน่วยงานเช่นนี้ ผู้ใต้บังคับบัญชาควรจะให้ความเคารพผู้บัญชาการ แต่เขากลับเห็นแววตาอันหงุดหงิดไร้ความอดทนจากชุ่ยฮวา
ไม่มีความเคารพ ไม่มีความหวาดกลัว ดูเหมือนอยากจะให้เขารีบไป ๆ เสีย
นี่มันอะไรกัน ?
“ข้าคือตัวแทนซิ่วอี เพิ่งจะเข้ามารับหน้าที่ได้เพียงไม่กี่วัน มีหน้าที่ดูแลสายลับป้ายทองแดงในเมืองกวงหลิง ! ”
ชุ่ยฮวาที่นั่งอยู่ตรงข้ามหลี่เฉินอันด้วยสีหน้าอันซีดเหลือง นางเผยอรอยยิ้มเยาะเย้ย “ไม่ต้องบอกข้าก็รู้ว่าเ้าเพิ่งจะทำงานได้เพียงไม่กี่วัน”
“นั่นเป็เพราะเหยากวงเพิ่งเดินทางจากไปไม่กี่วันหรือ ? ”
“ไม่ใช่หรอก เหยากวงไม่ใช่ตัวแทนซิ่วอีของกวงหลิง นางเป็องครักษ์พิเศษให้กับคนใหญ่คนโตท่านหนึ่ง กวงหลิงของเรานั้น......ไม่มีตัวแทนซิ่วอีมาสามปีแล้ว ! ”
หลี่เฉินอันตกตะลึง “ด้วยเหตุใดกัน ? ”
“เฮอะ ๆ ” ชุ่ยฮวาเหล่ตามองดูหลี่เฉินอัน “จะเป็อย่างอื่นไปได้อีกหรือ ? เบื้องบนไม่ได้มอบค่าตอบแทนให้พวกเรามาเป็เวลาสามปีแล้ว ม้าต้องกินหญ้า คนเราต้องกินอาหาร เหตุผลนี้เ้าเข้าใจหรือไม่ ? ”
เขาถูกแม่หนูน้อยคนนี้สั่งสอนเข้าเสียได้ จู่ ๆ หลี่เฉินอันก็เข้าใจได้ในความหมายของขันทีผู้หล่อเหลาถึงประโยคที่กล่าวกับตนก่อนหน้าได้ทันที
ที่แท้ เดิมทีในเมืองกวงหลิงควรมีจำนวนคนเป็สายลับแปดร้อยคน บัดนี้ที่เหลือเพียงหกสิบกว่าคนเป็เพราะเหตุผลนี้นี่เอง !
ที่แท้ ที่เขากล่าวว่าระยะทดลองงานเป็เวลาหนึ่งปี และหากตนหาคนได้จริง เงินเดือนของพวกเขาเหล่านี้ ตนจะต้องเป็คนรับผิดชอบเอง
นี่เขาตกหลุมพรางหรือ !
“ข้าขอถามเ้าหน่อย คนในหอลี่จิ้งของเรามีสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่นใช่หรือไม่ ? ”
ชุ่ยฮวาเลิกคิ้วได้รูปทั้งสองข้างของนางขึ้น “เราไม่อาจใช้สิทธิพิเศษนี้ไปแย่งเงินทองของใครมา แล้วจะเอาสิทธิเ่าั้มาเพื่ออะไร ? ”
หลี่เฉินอันวางใจลง “แล้วเหตุใดเ้าจึงไม่ออกจากหอลี่จิ้ง ? ”
แม่นางน้อยทำท่าทางหงุดหงิด แล้วกล่าวว่า “นั่นก็เพราะท่านปู่ของข้าน่ะสิ ! ”
“......ปู่ของเ้าทำอะไรงั้นหรือ ? ”
“ก่อนตาย ได้มอบป้ายนั้นไว้ให้ข้าแล้วกล่าวว่า หากข้ามีสิ่งนี้อยู่ในมือ ใครก็จะไม่กล้าทำอันตรายข้า แต่ละเดือนยังมีค่าตอบแทน 2 ตำลึง ไม่มีเื่ใดต้องทำ เพียงแค่อยู่เฝ้าร้านขายหีบศพที่บรรพบุรุษส่งต่อกันมานี้ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสบายได้ ! ”
“และข้าก็เชื่อคำของเขา ! ”
“เมื่อข้ามีตราประทับนี้ ไม่มีใครกล้ารังแกข้าก็จริง ทว่านับั้แ่ข้าเข้าร่วมหอลี่จิ้ง ข้าไม่เคยเห็นมีใครนำค่าตอบแทนเดือนละ 2 ตำลึงมาให้ข้าเลย”
“การค้าหีบศพนี้เป็ไปได้ไม่สวยนัก หากไม่ใช่เพราะข้าคอยดูแลวัดที่อยู่ด้านข้างนี้ ขายธูปขายเทียนให้กับผู้เดินทางมาทำบุญ...... เกรงว่าข้า ข้าคงจะอดตายไปนานแล้ว ! ”
หลี่เฉินอันเบิกตากว้าง เอ่ยถามด้วยความระมัดระวังว่า “เ้าเข้าร่วมหอลี่จิ้งมานานเท่าไหร่แล้ว ? ”
“3 ปี ! ”
แม่นางน้อยจ้องมองหลี่เฉินอัน ยื่นมือออกมาสามนิ้วพลางกล่าวว่า “3 ปี เ้ารู้อะไรไหม ? ”
“ปีนี้ข้าอายุเพียงแค่ 15 ปี ! ”
“แต่บัดนี้ข้าเป็สายลับป้ายทองแดงที่าุโที่สุดในเมืองกวงหลิงแล้ว ! ”
แม่นางน้อยถอนหายใจออกมาอีกครั้งแล้วมองไปทางหลี่เฉินอันด้วยแววตาอันน่าสงสาร “จากที่ข้าดู เ้าก็ไม่ใช่คนโง่ เหตุใดจึงได้เข้าร่วมหอลี่จิ้ง ? ”
“อีกทั้งยังเป็ป้ายเงิน...... เ้ารู้หรือไม่ว่าป้ายเงินกับป้ายทองแดงไม่เหมือนกัน ป้ายเงินไม่อาจออกจากหอลี่จิ้งได้ตลอดชีวิต ! ”
“หากข้าจะออกเล่า แล้วจะเป็เช่นไร......?”
“เ้าคิดว่าบรรดาจ่างเหล่าฮุ่ยผู้าุโเก่งกาจทั้งแปดคนมีเอาไว้ทำอะไร ? ก็มีเอาไว้จัดการพวกป้ายเงินเช่นพวกเ้าเยี่ยงไรเล่า ! ”
“ตัวแทนซิ่วอีคนก่อนดูเหมือนจะจากไปด้วยเหตุผลนี้”
หลี่เฉินอันชะงัก พูดไม่ออกไปชั่วขณะ ให้ตายเถอะ ! สัญญานี้ไม่มีข้อดีอะไรเลย แลดูเหมือนจะเอาตนเองขายให้แก่หอลี่จิ้งเยี่ยงไรเยี่ยงนั้น !
ขันทีหนุ่มผู้นั้นไม่ใช่คนดี !
แม่นางน้อยมองไปยังตัวแทนซิ่วอีที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ แล้วหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงอกเกรงใจใคร “ท่านอย่าได้เป็กังวลใจไป ถึงเยี่ยงไรหอลี่จิ้งของเราก็แข็งแกร่ง ขาดเพียงแค่เงินและกำลังคน ! ”
นางโน้มกายเข้าไปใกล้ ใบหน้ามองเขาด้วยความคาดหวัง “นายท่าน แท้จริงแล้วกำลังคนหาได้ไม่ยาก เนื่องจากนักบู๊หญิงในยุทธจักรมีมากมาย พวกนางไม่เหมือนกับพวกนักบู๊ชาย”
“พวกนางจะไม่ทำการฆ่ารันฟันแทงกับคนอื่นโดยไร้เหตุผล และไม่ขี่ม้าวิ่งไล่ผู้ใดหรือดื่มสุราตามใจตนเอง พวกนางไม่ไปที่หอนางโลม”
“ดังนั้น สิ่งที่สตรีเช่นนี้้าจึงน้อยนิด อาหารก็กินได้ไม่มาก เงินค่าตอบแทนเดือนละ 2 ตำลึงเพียงพอกับการให้พวกนางใช้ชีวิตได้อย่างดีแล้ว”
“ท่านปู่กล่าวว่า ในสมัยนั้นที่หอลี่จิ้งยังเจริญรุ่งเรือง ณ ทะเลสาบฮั่วผิงแห่งเมืองกวงหลิงจะมีการจัดงานเลี้ยงใหญ่ประจำปี บรรยากาศนั้น......เต็มไปด้วยสตรีหน้าตางดงามสะพายกระบี่และดาบไว้ด้านหลัง พวกนางะโลอยไปยังเรือลำใหญ่นั้นราวกับภาพที่อยู่บน์ ทำให้บุรุษหนุ่มจำเป็ต้องโค้งกายยอมรับ......”
“นายท่าน ข้าน้อยคิดว่าด้วยความสามารถของนายท่าน จะสามารถทำให้หอลี่จิ้งแห่งกวงหลิงของเราเจริญรุ่งเรืองดั่งวันวานขึ้นได้อีกครั้ง ! ”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ แม่นางน้อยผู้นั้นก็มองไปทางหลี่เฉินอัน แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยแล้วเอ่ยถามว่า “ในเมื่อท่านกล้ารับหน้าที่ตำแหน่งตัวแทนซิ่วอี คาดว่าท่านคงจะมีความสามารถเกินผู้อื่น หรือไม่ก็มั่งคั่งกว่าผู้อื่น แท้จริงแล้วเื่เงินทองจึงจะสำคัญ ความสามารถไม่สำคัญเท่าเงินทอง ! ”
“ไม่ทราบว่านายท่านมีนามว่าอะไร ? ”
เเน่นอนว่าชุ่ยฮวาคาดหวังเป็อย่างยิ่ง
ไม่ใช่ว่านาง้าความมั่งคั่งอะไร แต่นี่เป็เวลาสามปีมาแล้ว !
เวลารวมทั้งสิ้น 36 เดือน เดือนละ 2 ตำลึง เป็เงินมากถึง 72 ตำลึงเชียว !
หากมีเงินก้อนนี้ นางสามารถเข้าไปซื้อเครื่องประทินโฉมที่ร้านขายเครื่องประทินโฉมในเมืองกวงหลิงได้ตามใจชอบ ซึ่งแต่ก่อนนางทำได้เพียงเฝ้ามองดูเท่านั้น !
และยังมีร้านตัดเย็บเสื้อผ้าสวยงามร้านนั้น นางอยากได้กระโปรงเหลือเกิน
สายตามองไปยังบุรุษหนุ่มตรงหน้า ราวกับนางกำลังมองเงินทอง
“ข้าชื่อว่าหลี่เฉินอัน”
แววตาของแม่นางน้อยชะงักลง
นางกลืนน้ำลายลงคอ เม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า “หลี่เฉินอันไหนกัน ? ”
“หลี่เฉินอันผู้ที่ถูกขับไล่ออกมาจากจวนไงล่ะ ! ”
แม่นางน้อยยังคงจับจ้องไปยังดวงตาของหลี่เฉินอัน แต่ดวงตาของนางที่เคยเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความหวัง บัดนี้กลับถูกดับมอดลง
นางยืนตัวตรง ละสายตากลับมามองไปยังตะเกียงที่ตั้งอยู่บนโต๊ะแล้วพึมพำว่า
“ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเ้าจึงได้ยอมเป็ตัวแทนซิ่วอี”
นางลุกขึ้นยืนช้า ๆ “ที่วัดมีผู้ใจบุญเดินทางมาทำบุญ มองไปแล้วมั่งคั่งนัก หากเ้ามีสิ่งใดจะถามข้า รอให้ข้าไปขายธูปเทียนแก่เขาแล้วค่อยกลับมาถามได้หรือไม่ ? ”
“เงินทองสำคัญกับข้ามาก มิเช่นนั้นวันพรุ่งนี้ข้าก็ไม่รู้จะกินอะไร หีบศพสามารถนำมาผ่าเป็ฟืนได้ แต่มันกินไม่ได้ ! ”
หลี่เฉินอันจะกล่าวเยี่ยงไรได้อีกเล่า ?
เพราะเขาเองก็เป็ผู้ถูกกระทำเช่นกัน !
“ข้าจะให้เ้า 2 ตำลึงก่อน จากนั้นเรามานั่งคุยถึงเื่หอลี่จิ้งกัน เ้าว่าเยี่ยงไร ? ”
แม่นางน้อยนั่งลงอย่างไม่รั้งคิด นางยื่นมือออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “นายท่านเชิญถามเถิด หากข้ารู้สิ่งใด รับรองว่าจะไม่ปิดบังท่านอย่างแน่นอน ! ”