ตอนที่ 9: หมากกลยุทธ์บนกระดานการเงิน
แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนระยิบระยับลงบนผิวน้ำของแม่น้ำเ้าพระยา สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านระเบียงกระจกของห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นห้าสิบ กรณ์ยืนกอดอกนิ่งมองทัศนียภาพอันกว้างไกลของเมืองหลวงเบื้องล่าง บนโต๊ะทำงานด้านหลัง แดชบอร์ดระบบอัจฉริยะแสดงสถานะความเคลื่อนไหวของเครือข่ายมูลนิธิและบริษัทในเครือที่แผ่ขยายรากฐานออกไปอย่างมั่นคง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่กวินในชุดสูทสากลเข้ารูปจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทางที่คล่องแคล่วและมั่นใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเพิ่งเข้ามาทำงานในฐานะผู้ช่วยฝึกหัดด้านการบริหารกลยุทธ์ได้ไม่นาน แต่แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความกดดันในอดีตได้ถูกแทนที่ด้วยความเฉียบแหลมและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล
"ท่านประธานครับ รายงานการตรวจสอบโครงสร้างการเงินและการเข้าซื้อกิจการของกองทุนต่างประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ตามที่คุณคาดการณ์ไว้ มีกลุ่มทุนลึกลับพยายามกวาดซื้อหุ้นของบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสีเขียวที่เราให้การสนับสนุนอยู่เื้ัอย่างเงียบๆ" กวินรายงานด้วยน้ำเสียงฉะฉาน พร้อมกับวางแท็บเล็ตแสดงผังความสัมพันธ์ทางการเงินลงบนโต๊ะ
กรณ์หันกลับมามอง พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "กลุ่มทุนลึกลับกลุ่มนี้ไม่ได้มาเพื่อลงทุนหวังผลกำไรธรรมดาหรอกกวิน พวกมันกำลังพยายามสร้างการผูกขาดทางเศรษฐกิจและใช้เทคโนโลยีสะอาดเป็เครื่องมือต่อรองอำนาจทางการเมืองในอนาคต"
หลังจากที่กรณ์ยื่นมือเข้าไปช่วยปลดล็อกปัญหาหนี้สินและส่งลุงกับป้าไปบำบัดอาการติดการพนัน กวินได้ทุ่มเทความสามารถทั้งหมดให้กับมูลนิธิพัฒนาเยาวชนโลก ความฉลาดแกมโกงที่เคยเกือบถูกใช้ไปในทางที่ผิด ถูกขัดเกลาด้วยหลักธรรมาภิบาลและการบริหารเชิงกลยุทธ์จนกลายเป็อาวุธทรงพลังในการปกป้องเครือข่ายธุรกิจที่เป็ฉากหน้าของมูลนิธิ
"แล้วเราควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไปดีครับท่าน? ให้ผมใช้กลยุทธ์การเจรจาต่อรองตัดหน้ากวาดซื้อหุ้นคืน หรือจะเปิดเกมรุกทางกฎหมายเพื่อเปิดโปงแหล่งที่มาของเงินทุนพวกมัน?" กวินเอ่ยถามด้วยแววตานักสู้ที่พร้อมจะเดินหมากตามคำสั่ง
"อย่าเพิ่งใช้กำลังเงินเข้าปะทะตรงๆ การซื้อหุ้นคืนท่าเดียวจะทำให้มูลค่าหุ้นพุ่งสูงขึ้นและเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ" กรณ์เดินมาตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ อย่างชื่นชม "จำไว้นะกวิน ในสนามธุรกิจและการเมือง คนที่ฉลาดที่สุดไม่ใช่คนที่ใช้เงินมากที่สุด แต่คือคนที่รู้จักใช้ 'ข้อมูลข่าวกรอง' และ 'การสร้างพันธมิตร' เพื่อบีบให้ฝ่ายตรงข้ามจนมุมด้วยกฎกติกาสังคม"
กวินพยักหน้ารับด้วยความซาบซึ้งใจ ทุกบทเรียนที่ได้รับจากกรณ์เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางชีวิตที่ช่วยให้เขาเติบโตขึ้นอย่างก้าวะโ "ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะให้ทีมวิเคราะห์การเงินตรวจสอบเส้นทางฟอกเงินของกลุ่มทุนนั้นอย่างละเอียด เพื่อหาจุดอ่อนทางกฎหมายมาเล่นงานพวกมัน"
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องบัญชาการลับของสมาคมเงาพิทักษ์กลุ่มใหม่ที่พยายามฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากซากปรักหักพังหลังจากการล่มสลายของภาคิน ชายผู้สวมหน้ากากปริศนาและเป็ผู้นำคนใหม่กำลังนั่งกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงกราฟความล้มเหลวในการเข้าซื้อกิจการที่ถูกขัดขวางโดยทีมงานของกรณ์
"ไอ้กรณ์... มันสกัดกั้นเราทุกทางจริงๆ!" ชายสวมหน้ากากกระแทกเสียงลอดไรฟันด้วยความเกลียดชัง "ไม่ว่าเราจะขยับตัวไปทางไหน มูลนิธิของมันก็ก้าวตัดหน้าเราไปก่อนหนึ่งก้าวเสมอ"
"ท่านครับ หรือเราจะเปลี่ยนเป้าหมายจากการลงทุนทางธุรกิจ ไปเป็การโจมตีชื่อเสียงและสร้างข่าวลือทำลายความน่าเชื่อถือของมูลนิธิแทน?" ลูกน้องคนสนิทเสนอความคิดเห็น
ผู้นำสมาคมเงาพิทักษ์หรี่ตาลงอย่างเ้าเล่ห์ "ดี... ในเมื่อมันใช้ความโปร่งใสและธรรมาภิบาลสร้างฐานอำนาจ เราก็จะสร้างข่าวฉาวและข้อหาทุจริตปลอมๆ ขึ้นมาะเืความศรัทธาของประชาชน เตรียมแผนการปล่อยข้อมูลเท็จผ่านสื่อโซเชียลมีเดียในสัปดาห์หน้า ให้มันรู้สำนึกว่าการต่อกรกับเรามันไม่ง่ายอย่างที่คิด!"
กลับมาที่สำนักงานใหญ่ของกรณ์ ในคืนเดียวกันนั้น ระบบแจ้งเตือนภัยอัจฉริยะที่พิมพ์ชนกดูแลอยู่ก็เริ่มส่งสัญญาณกระพริบเตือนสีเหลืองอ่อนบนหน้าจอหลัก
พิมพ์ชนกขมวดคิ้วแน่น รัวนิ้วพิมพ์ชุดคำสั่งตรวจสอบที่มาของสัญญาณทันที ก่อนจะหันไปรายงานกรณ์และกวินที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ "ท่านประธานคะ มีความเคลื่อนไหวผิดปกติบนโลกออนไลน์ค่ะ มีกลุ่มบัญชีออร์แกนิกจำนวนมากกำลังพยายามปล่อยข่าวลือเท็จโจมตีโครงการบ้านพักพิงเยาวชนของเรา ว่ามีการยักยอกเงินบริจาคและแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อน เป้าหมายคือ้าทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของมูลนิธิในวงกว้าง"
กวินก้าวเข้ามาดูหน้าจอ วิเคราะห์รูปแบบการกระจายข่าวอย่างรวดเร็ว "รูปแบบการปล่อยข่าวแบบนี้เป็ขบวนการจัดตั้งชัดเจนครับ มีการใช้เครือข่ายบอตและสื่อใต้ดินช่วยกันโหมกระแสเพื่อให้เป็ไวรัลภายในสัปดาห์นี้ หากเราปล่อยไว้ไม่ชี้แจง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและกระทบต่อโครงการระดมทุนช่วยเหลือเด็กๆ ได้"
กรณ์มองหน้าจอคอมพิวเตอร์นิ่งสนิท แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าเมื่อกวาดล้างอำนาจมืดในระดับบนลงไปได้ ศัตรูที่เหลืออยู่ย่อมต้องใช้าจิตวิทยาและาข้อมูลข่าวกรองเข้ามาโจมตีแทน
"ความจริงคือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด..." กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "อย่าไปเสียเวลาวิ่งตามแก้ข่าวลือทีละจุด การแก้ตัวมีแต่จะทำให้คนยิ่งสงสัย สิ่งที่เราต้องทำคือ 'เปิดหน้าต่างรับแสงแดด' ให้กว้างขึ้น"
"เปิดหน้าต่างรับแสงแดดหมายความว่าอย่างไรครับท่าน?" กวินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"พรุ่งนี้เช้า ให้จัดงานแถลงข่าวเปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนทุกสำนักเข้าเยี่ยมชมการทำงานของมูลนิธิแบบเรียลไทม์ เปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายทุกบาททุกสตางค์ให้ตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส และที่สำคัญที่สุด... ให้เชิญเด็กๆ และเยาวชนที่เราให้การช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็ชินดนัย พิมพ์ชนก นาวิน และตัวเธอเองกวิน ออกมาบอกเล่าเื่ราวชีวิตจริงที่ถูกพลิกผันจากความมืดให้กลายเป็อนาคตที่สดใส ให้สังคมได้เห็นด้วยตาตัวเองว่ามูลนิธิของเราสร้างอะไรขึ้นมาบ้าง"
คำสั่งของกรณ์ชัดเจนและเฉียบคมราวกับคมมีด พิมพ์ชนกและกวินยิ้มออกมาด้วยความเข้าใจในทันที วิธีนี้ไม่เพียงแต่สยบข่าวลือปลอมๆ ได้อย่างราบคาบ แต่ยังเป็การตอกหน้ากลุ่มผู้ไม่หวังดีด้วยความจริงที่ทรงพลังที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น ห้องประชุมใหญ่ของมูลนิธิแน่นขนัดไปด้วยผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวชั้นนำและผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์จำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับข่าวฉาวที่โหมกระหน่ำเมื่อคืนที่ผ่านมา
กรณ์ก้าวขึ้นสู่เวทีด้วยท่าทีสง่างามและสุขุม เขากวาดสายตามองสื่อมวลชนทั่วห้องก่อนจะเริ่มต้นกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
"ผมทราบดีว่าใน่ข้ามคืนที่ผ่านมา มีกระแสข่าวลือโจมตีการทำงานของมูลนิธิเราอย่างหนาแน่น... แต่วันนี้ ผมไม่ได้มาเพื่อปฏิเสธข่าวลือด้วยคำพูดปากเปล่า แต่ผมพา 'หลักฐานที่มีชีวิต' มาให้ทุกท่านได้ประจักษ์ด้วยตาของตัวเอง"
สิ้นเสียงของกรณ์ ประตูห้องประชุมก็เปิดออก พร้อมกับการก้าวเข้ามาของชินดนัย พิมพ์ชนก นาวิน และกวิน รวมถึงตัวแทนเยาวชนอีกหลายสิบคนที่ได้รับการช่วยเหลือ ทุกคนยืนหยัดด้วยความมั่นใจและภาคภูมิใจในเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน
เื่ราวชีวิตจริง การถูกฉุดดึงขึ้นมาจากความมืด และโอกาสในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีงามถูกถ่ายทอดผ่านปากคำของเยาวชนเ่าั้อย่างซาบซึ้งและจริงใจ บรรดาสนักข่าวต่างรัวชัตเตอร์ภาพและบันทึกเสียงด้วยความทึ่ง กระแสสังคมที่เคยเคลือบแคลงสงสัยพลิกกลับกลายเป็ความชื่นชมและศรัทธาอย่างล้นหลามภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ในห้องบัญชาการลับของสมาคมเงาพิทักษ์ ผู้นำสมาคมหน้ากากปริศนากำหมัดทุบโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นภาพการแถลงข่าวถ่ายทอดสดผ่านหน้าจอโทรทัศน์ แผนการทำลายล้างชื่อเสียงของถูกทำลายย่อยยับด้วยหมัดเด็ดความโปร่งใสของกรณ์
"ไอ้กรณ์... แกมันร้ายกาจจริงๆ!" เสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นก้องไปทั่วห้อง
ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิ กรณ์ยืนมองภาพความสำเร็จผ่านหน้าจอด้วยรอยยิ้มจางๆ เกมกระดานพลิกโลกก้าวผ่านอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญไปได้อย่างงดงาม และไม่ว่าความมืดจะพยายามเข้ามาท้าทายอีกกี่ครั้ง เขาก็พร้อมเสมอที่จะเดินหมากทุกตาเพื่อปกป้องอนาคตและความสุขของมวลมนุษยชาติให้ยั่งยืนตลอดไป