ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 164 ภารกิจคืนกำไร โอสถมังกรอมตะ!

            เรื่องราวมหาศึกที่เมืองศักดิ์สิทธิ์แพร่งพรายไปในหมู่ผู้คนอย่างรวดเร็ว

            ผู้สืบทอดหานเหรินแห่งทะเลไร้สิ้นสุดก็คือคนในตระกูลมู่!

            มู่เสินฉวนผู้นำตระกูลเข้ามาช่วยเขาด้วยตนเอง เปิดเผยร่างไร้เทียมทานนอกเหนือจากกายาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็มีกายาโกลาหล!

            จากนั้นเขาก็ถูกผู้แข็งแกร่งระดับเทพสวรรค์รุมล้อมทั้งยังใช้อาวุธจักรพรรดิขั้นสุดถึงห้าชิ้น!

            ศึกนี้ดำเนินไปตลอดทั้งวันคืนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น แคว้นใต้แตกดับ ผู้ฝึกตนล้มตายนับไม่ถ้วน!

            เมื่อรวมกับข่าวที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ราชวงศ์โบราณใหญ่ รวมถึงเผ่าอสูรในขุนเขาหนานหลิง

            ทุกคนก็คาดเดาผลลัพธ์ของศึกครั้งนั้นได้

            ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักหลิงเซียวพญาหงส์สวรรค์ จักรพรรดิจิ่วหลี จักรพรรดิต้าเซี่ย ผู้นำตระกูลเจียงล้วนสิ้นชีพด้วยน้ำมือมู่เสินฉวน!

            เหลือเพียงผู้นำตระกูลจีที่หนีรอดมาด้วยวิชาลับเข้าสู่ห้วงมิติ แต่รอดจริงหรือไม่ก็มิอาจทราบ!

            ในชั่วพริบตา นามของผู้นำตระกูลมู่มู่เสินฉวนก็เลื่องลือไปทั่วหล้า!

            กายาโกลาหล อาวุธจักรพรรดิรวมถึงวิชาโบราณไร้เทียมทานที่ประเดประดังเข้ามาไม่หยุด ทำให้เขาได้รับขนานนามว่า‘ผู้แข็งแกร่งที่สุดใต้ระดับเซียน’!

            ขณะเดียวกันผู้ฝึกตนมากมายเดินทางไกลนับหมื่นลี้มายังทะเลไร้สิ้นสุด

            เพียงเพื่อยลโฉมอาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุดแห่งตระกูลมู่

            ณ เวลานี้ บรรดาดินแดนถ้ำสวรรค์รวมถึงเกาะนับร้อยของตระกูลมู่ ล้วนเนืองแน่นไปด้วยผู้ฝึกตน

            สายตาของพวกเขาทั้งหมดจับจ้องไปยังเกาะเทพหลักที่ลอยฟ้าตรงหน้าด้วยแววตาตะลึงงัน

            นี่หรือ… อาวุธจักรพรรดิแห่งตระกูลมู่?

            เสานั้นตรึงชั้นฟ้าและทะเลราวกับเสากระโดงเรือพลังอำนาจน่ากลัวแผ่ออกมาเกินจะบรรยาย!

            …

            เกาะเทพหลัก ห้องโถงผู้นำตระกูล

            [ติ๊ง!โฮสต์ทำภารกิจรางวัลและลงโทษของตระกูลสำเร็จ]

            [กำลังส่งมอบรางวัล…]

            [รางวัลคัมภีร์ลับเต๋า 1 ชุด]

            [รางวัลโอสถมังกรอมตะ 1 ขวด]

            [รางวัลเรือรบผลึกทองม่วง 3 ลำ]

            [รางวัลโชคตระกูล: 100,000 แต้ม]

            [รางวัลตราประจำตระกูล 5 ชิ้น]

            [ความเร็วในการฝึกตนของสมาชิกตระกูลทั้งหมดเพิ่มขึ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์]

            ภายในห้องโถง มู่เสินฉวนนั่งขัดสมาธิอยู่จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้นมา แววตาฉายประกายแปลกประหลาด

            รางวัลของภารกิจหนนี้มากมายเหลือเกิน

            คัมภีร์ลับเต๋าโบราณและโอสถมังกรอมตะล้วนเป็นของวิเศษระดับสุดยอดในห้าแคว้น

            แม้ตระกูลมู่จะมีคัมภีร์กายาทองคำอมตะหนึ่งชุดและคัมภีร์ไร้กำเนิดหนึ่งชุด แต่ทั้งสองชุดก็มีข้อจำกัดด้านกายภาพของผู้ฝึกฝนสิ่งนี้คงมีประโยชน์ไม่มากนัก

            แต่คัมภีร์ลับเต๋าที่ปรากฏขึ้นในตอนนี้จะช่วยเพิ่มพลังให้แก่บุคคลระดับสูงในตระกูลได้อย่างมาก!

            ยังมีโอสถอมตะอีกหนึ่ง

            โอสถศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้ดูดซับพลังแห่งฟ้าดินและบ่มเพาะมานานนับว่าหายากยิ่ง พืชแต่ละต้นล้วนเป็นเอกลักษณ์ มีพลังยาอันแข็งแกร่งเกินหยั่งคาดเพียงได้สัมผัสเล็กน้อย ก็อาจชุบชีวิตคน ให้เนื้อ และกระดูกกลับคืนมาได้

            เล่ากันว่าโอสถอมตะนี้จะปรากฏอยู่ในเขตหวงห้ามที่มีสุดยอดผู้ฝึกตนโบราณซุ่มซ่อนตัวอยู่เท่านั้น

            แม้แต่จักรพรรดิก็อาจใช้โอสถอมตะฟื้นคืนชีพกลับคืนสู่ร่างเดิมได้!

            เพียงเท่านี้ก็เห็นได้ชัดว่าโอสถศักดิ์สิทธิ์นี้ล้ำค่าเพียงใด!

            “เฮ้อ…” มู่เสินฉวนถอนหายใจเฮือกใหญ่สีผิวที่เคยซีดเซียวเมื่อหลายวันก่อนค่อยๆ กลับมาเปล่งปลั่ง

            หลังจากปรับสภาพมาหลายวันในที่สุดเขาก็ใช้เคล็ดวิชาคืนชีพหงส์สวรรค์ ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจนหายดีกลับคืนสู่ช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุด

            “หืม?” มู่เสินฉวนใช้จิตสัมผัสตรวจตรากวาดสายตามองก็ต้องแปลกใจ

            นอกห้องโถงมีเงาร่างของชายหนุ่มกำลังคุกเข่าอยู่กับพื้นไม่ขยับเขยื้อนไปไหนและไม่รู้ว่าคุกเข่าอยู่นานเท่าไรแล้ว

            “อู๋ซวง เข้ามาเถอะ” เสียงทุ้มแผ่วดังออกมาจากภายในห้องโถง

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น มู่อู๋ซวงก็เงยหน้าขึ้นดวงตาฉายความยินดีอย่างเหลือล้น เขารีบลุกขึ้นยืน เดินโซเซเข้าไปในห้องโถง

            สภาพของเขาตอนนี้ไม่สู้ดีนักแม้แต่ระยะทางเพียงนิด ก็ยังเดินได้อย่างยากลำบาก

            แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับนั้นสาหัสเกินไปสองแขนขาถูกพญาหงส์สวรรค์ตรึงไว้กับแท่นหยกด้วยทวน ทั้งยังถูกตัดนิ้วทั้งสิบเลือดแทบจะไหลจนหมดตัว

            ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับเอกะก็คงยากที่จะทนอยู่ได้โดยไม่หมดสติ

            แต่ถึงกระนั้นมู่อู๋ซวงยังคงใช้ความอุตสาหะที่น่าทึ่งคุกเข่ามาตั้งแต่วันที่ผู้นำตระกูลกลับมาจนถึงตอนนี้

            “ทำไมไม่ไปรักษาตัวกลับมาคุกเข่าอยู่หน้าห้อง”

            มู่เสินฉวนจ้องมองร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลแล้วขมวดคิ้วถาม

            “ผู้นำตระกูลมู่อู๋ซวงทำให้ตระกูลต้องเข้าไปพัวพันกับวิชามารกลืนสวรรค์”

            “ข้าผิดไปแล้ว ขอให้ท่านลงโทษด้วย”

            มู่อู๋ซวงสีหน้าหมองลงคุกเข่าลงกับพื้นแล้วกล่าว

            “เล่าเรื่องของเจ้าในช่วงปีนี้ให้ข้าฟังหน่อย”

            มู่เสิ่นฉวนยกมือขึ้นปล่อยพลังอ่อนโยนออกพยุงร่างของเขาขึ้นไปนั่งบนที่นั่ง

            “ขอรับ ผู้นำตระกูล”

            มู่อู๋ซวงพยักหน้าอย่างหนักแน่นจากนั้นก็เริ่มเล่าทุกอย่างละเอียดตั้งแต่การประลองร้อยแคว้น

            กระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามเสียงในท้องห้องโถงจึงค่อยๆ เงียบลง

            “บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงก็เป็นผู้สืบทอดหานเหรินเช่นกัน?”

            ดวงตาของมู่เสินฉวนฉายประกายประหลาดใจเล็กน้อย

            ตอนที่เขาพิชิตประมุขดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงหลังจากหวนกลับไปคิดทบทวน เขาก็รู้สึกว่าหนุ่มคนนั้นไม่ธรรมดาก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นผู้สืบทอดอีกคนหนึ่งของหานเหริน

            “ขอรับ ข้าบ่มเพาะครรภ์เทพและเขาบ่มเพาะครรภ์มาร”

            “หลังจากฝึกสำเร็จพวกเราจะต้องกลืนกินกันและกัน แล้วเทพจะรวมเข้ากับมารกลายสภาพเป็นกายาโกลาหลเช่นท่าน”

            “ศึกที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ก็เป็นการกระทำที่เขาใช้ไหมารกลืนสวรรค์สังหารอสูรทักษิณ” มู่อู๋ซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            เมื่อมู่เสิ่นฉวนได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดเขาก็อดที่จะถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้

            เด็กคนนี้ลำบากมามากจริงๆ

            “เจ้าไม่ต้องแบกรับอะไรอีกแล้ว”

            “ตระกูลมู่ของพวกเราเติบโตจากจุดเล็กๆจนถึงตอนนี้ที่มองไปทั่วหล้า ก็ไร้ผู้ใดอาจหาญเทียบเคียง!”

            “วิชามารกลืนสวรรค์ที่เจ้าฝึกฝนก็เป็นเพียงการกลืนกินแหล่งพลังของผู้ฝึกตนที่พ่ายแพ้เจ้าเท่านั้นไม่นับว่าเป็นอะไร!”

            “ยุคทองกำลังจะเปิดฉากขึ้นเหล่าทวยเทพต่างแย่งชิงเส้นทางมหาจักรพรรดิ”

            “คนที่พ่ายแพ้ก็มีแต่ต้องตาย!”

            “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าไม่ต้องซ่อนเร้นตัวตน เดินหน้าอย่างองอาจบนใต้หล้านี้”

            มู่เสิ่นฉวนยืนตระหง่านอยู่ในห้องโถงร่างสูงโปร่งแผ่ซ่านพลังอำนาจไร้คู่เปรียบ สะท้านสะเทือนไปทั่วสารทิศ

            “…”

            ดวงตาของมู่อู๋ซวงพลันแดงก่ำขึ้นเขาได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “ผู้นำตระกูลหลังจากที่ข้าพักฟื้นอาการบาดเจ็บจนหายดีแล้ว จะออกจากทะเลไร้สิ้นสุดทันทีเพื่อตามหาร่องรอยของเงาศิษย์หานเหรินอีกคน”

            “เมื่อรวมครรภ์เทพเข้ากับครรภ์มารแล้วข้าจะมีพลังมากพอที่จะช่วยเหลือตระกูลในยุคทองอีกหนึ่งปีให้หลัง”

            มู่เสิ่นฉวนมองลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่ายก่อนจะส่ายหน้า

            “เคล็ดวิชานั้นเป็นเคล็ดที่สืบทอดกันมาในสายเลือดหลักของหานเหรินการที่เจ้าได้รับพลังสืบทอดนั้น ย่อมต้องแกร่งกว่าข้า!”

            “พักผ่อนอย่างสงบก็พออีกไม่นานข้าจะแต่งตั้งตำแหน่งในตระกูล แล้วถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้แก่พวกเจ้า!”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน