เรื่องราวมหาศึกที่เมืองศักดิ์สิทธิ์แพร่งพรายไปในหมู่ผู้คนอย่างรวดเร็ว
ผู้สืบทอดหานเหรินแห่งทะเลไร้สิ้นสุดก็คือคนในตระกูลมู่!
มู่เสินฉวนผู้นำตระกูลเข้ามาช่วยเขาด้วยตนเอง เปิดเผยร่างไร้เทียมทานนอกเหนือจากกายาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็มีกายาโกลาหล!
จากนั้นเขาก็ถูกผู้แข็งแกร่งระดับเทพสวรรค์รุมล้อมทั้งยังใช้อาวุธจักรพรรดิขั้นสุดถึงห้าชิ้น!
ศึกนี้ดำเนินไปตลอดทั้งวันคืนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น แคว้นใต้แตกดับ ผู้ฝึกตนล้มตายนับไม่ถ้วน!
เมื่อรวมกับข่าวที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ราชวงศ์โบราณใหญ่ รวมถึงเผ่าอสูรในขุนเขาหนานหลิง
ทุกคนก็คาดเดาผลลัพธ์ของศึกครั้งนั้นได้
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักหลิงเซียวพญาหงส์สวรรค์ จักรพรรดิจิ่วหลี จักรพรรดิต้าเซี่ย ผู้นำตระกูลเจียงล้วนสิ้นชีพด้วยน้ำมือมู่เสินฉวน!
เหลือเพียงผู้นำตระกูลจีที่หนีรอดมาด้วยวิชาลับเข้าสู่ห้วงมิติ แต่รอดจริงหรือไม่ก็มิอาจทราบ!
ในชั่วพริบตา นามของผู้นำตระกูลมู่มู่เสินฉวนก็เลื่องลือไปทั่วหล้า!
กายาโกลาหล อาวุธจักรพรรดิรวมถึงวิชาโบราณไร้เทียมทานที่ประเดประดังเข้ามาไม่หยุด ทำให้เขาได้รับขนานนามว่า‘ผู้แข็งแกร่งที่สุดใต้ระดับเซียน’!
ขณะเดียวกันผู้ฝึกตนมากมายเดินทางไกลนับหมื่นลี้มายังทะเลไร้สิ้นสุด
เพียงเพื่อยลโฉมอาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุดแห่งตระกูลมู่
ณ เวลานี้ บรรดาดินแดนถ้ำสวรรค์รวมถึงเกาะนับร้อยของตระกูลมู่ ล้วนเนืองแน่นไปด้วยผู้ฝึกตน
สายตาของพวกเขาทั้งหมดจับจ้องไปยังเกาะเทพหลักที่ลอยฟ้าตรงหน้าด้วยแววตาตะลึงงัน
นี่หรือ… อาวุธจักรพรรดิแห่งตระกูลมู่?
เสานั้นตรึงชั้นฟ้าและทะเลราวกับเสากระโดงเรือพลังอำนาจน่ากลัวแผ่ออกมาเกินจะบรรยาย!
…
เกาะเทพหลัก ห้องโถงผู้นำตระกูล
[ติ๊ง!โฮสต์ทำภารกิจรางวัลและลงโทษของตระกูลสำเร็จ]
[กำลังส่งมอบรางวัล…]
[รางวัลคัมภีร์ลับเต๋า 1 ชุด]
[รางวัลโอสถมังกรอมตะ 1 ขวด]
[รางวัลเรือรบผลึกทองม่วง 3 ลำ]
[รางวัลโชคตระกูล: 100,000 แต้ม]
[รางวัลตราประจำตระกูล 5 ชิ้น]
[ความเร็วในการฝึกตนของสมาชิกตระกูลทั้งหมดเพิ่มขึ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์]
ภายในห้องโถง มู่เสินฉวนนั่งขัดสมาธิอยู่จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้นมา แววตาฉายประกายแปลกประหลาด
รางวัลของภารกิจหนนี้มากมายเหลือเกิน
คัมภีร์ลับเต๋าโบราณและโอสถมังกรอมตะล้วนเป็นของวิเศษระดับสุดยอดในห้าแคว้น
แม้ตระกูลมู่จะมีคัมภีร์กายาทองคำอมตะหนึ่งชุดและคัมภีร์ไร้กำเนิดหนึ่งชุด แต่ทั้งสองชุดก็มีข้อจำกัดด้านกายภาพของผู้ฝึกฝนสิ่งนี้คงมีประโยชน์ไม่มากนัก
แต่คัมภีร์ลับเต๋าที่ปรากฏขึ้นในตอนนี้จะช่วยเพิ่มพลังให้แก่บุคคลระดับสูงในตระกูลได้อย่างมาก!
ยังมีโอสถอมตะอีกหนึ่ง
โอสถศักดิ์สิทธิ์ชนิดนี้ดูดซับพลังแห่งฟ้าดินและบ่มเพาะมานานนับว่าหายากยิ่ง พืชแต่ละต้นล้วนเป็นเอกลักษณ์ มีพลังยาอันแข็งแกร่งเกินหยั่งคาดเพียงได้สัมผัสเล็กน้อย ก็อาจชุบชีวิตคน ให้เนื้อ และกระดูกกลับคืนมาได้
เล่ากันว่าโอสถอมตะนี้จะปรากฏอยู่ในเขตหวงห้ามที่มีสุดยอดผู้ฝึกตนโบราณซุ่มซ่อนตัวอยู่เท่านั้น
แม้แต่จักรพรรดิก็อาจใช้โอสถอมตะฟื้นคืนชีพกลับคืนสู่ร่างเดิมได้!
เพียงเท่านี้ก็เห็นได้ชัดว่าโอสถศักดิ์สิทธิ์นี้ล้ำค่าเพียงใด!
“เฮ้อ…” มู่เสินฉวนถอนหายใจเฮือกใหญ่สีผิวที่เคยซีดเซียวเมื่อหลายวันก่อนค่อยๆ กลับมาเปล่งปลั่ง
หลังจากปรับสภาพมาหลายวันในที่สุดเขาก็ใช้เคล็ดวิชาคืนชีพหงส์สวรรค์ ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจนหายดีกลับคืนสู่ช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุด
“หืม?” มู่เสินฉวนใช้จิตสัมผัสตรวจตรากวาดสายตามองก็ต้องแปลกใจ
นอกห้องโถงมีเงาร่างของชายหนุ่มกำลังคุกเข่าอยู่กับพื้นไม่ขยับเขยื้อนไปไหนและไม่รู้ว่าคุกเข่าอยู่นานเท่าไรแล้ว
“อู๋ซวง เข้ามาเถอะ” เสียงทุ้มแผ่วดังออกมาจากภายในห้องโถง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มู่อู๋ซวงก็เงยหน้าขึ้นดวงตาฉายความยินดีอย่างเหลือล้น เขารีบลุกขึ้นยืน เดินโซเซเข้าไปในห้องโถง
สภาพของเขาตอนนี้ไม่สู้ดีนักแม้แต่ระยะทางเพียงนิด ก็ยังเดินได้อย่างยากลำบาก
แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับนั้นสาหัสเกินไปสองแขนขาถูกพญาหงส์สวรรค์ตรึงไว้กับแท่นหยกด้วยทวน ทั้งยังถูกตัดนิ้วทั้งสิบเลือดแทบจะไหลจนหมดตัว
ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับเอกะก็คงยากที่จะทนอยู่ได้โดยไม่หมดสติ
แต่ถึงกระนั้นมู่อู๋ซวงยังคงใช้ความอุตสาหะที่น่าทึ่งคุกเข่ามาตั้งแต่วันที่ผู้นำตระกูลกลับมาจนถึงตอนนี้
“ทำไมไม่ไปรักษาตัวกลับมาคุกเข่าอยู่หน้าห้อง”
มู่เสินฉวนจ้องมองร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลแล้วขมวดคิ้วถาม
“ผู้นำตระกูลมู่อู๋ซวงทำให้ตระกูลต้องเข้าไปพัวพันกับวิชามารกลืนสวรรค์”
“ข้าผิดไปแล้ว ขอให้ท่านลงโทษด้วย”
มู่อู๋ซวงสีหน้าหมองลงคุกเข่าลงกับพื้นแล้วกล่าว
“เล่าเรื่องของเจ้าในช่วงปีนี้ให้ข้าฟังหน่อย”
มู่เสิ่นฉวนยกมือขึ้นปล่อยพลังอ่อนโยนออกพยุงร่างของเขาขึ้นไปนั่งบนที่นั่ง
“ขอรับ ผู้นำตระกูล”
มู่อู๋ซวงพยักหน้าอย่างหนักแน่นจากนั้นก็เริ่มเล่าทุกอย่างละเอียดตั้งแต่การประลองร้อยแคว้น
กระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามเสียงในท้องห้องโถงจึงค่อยๆ เงียบลง
“บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงก็เป็นผู้สืบทอดหานเหรินเช่นกัน?”
ดวงตาของมู่เสินฉวนฉายประกายประหลาดใจเล็กน้อย
ตอนที่เขาพิชิตประมุขดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงหลังจากหวนกลับไปคิดทบทวน เขาก็รู้สึกว่าหนุ่มคนนั้นไม่ธรรมดาก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นผู้สืบทอดอีกคนหนึ่งของหานเหริน
“ขอรับ ข้าบ่มเพาะครรภ์เทพและเขาบ่มเพาะครรภ์มาร”
“หลังจากฝึกสำเร็จพวกเราจะต้องกลืนกินกันและกัน แล้วเทพจะรวมเข้ากับมารกลายสภาพเป็นกายาโกลาหลเช่นท่าน”
“ศึกที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ก็เป็นการกระทำที่เขาใช้ไหมารกลืนสวรรค์สังหารอสูรทักษิณ” มู่อู๋ซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมื่อมู่เสิ่นฉวนได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดเขาก็อดที่จะถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้
เด็กคนนี้ลำบากมามากจริงๆ
“เจ้าไม่ต้องแบกรับอะไรอีกแล้ว”
“ตระกูลมู่ของพวกเราเติบโตจากจุดเล็กๆจนถึงตอนนี้ที่มองไปทั่วหล้า ก็ไร้ผู้ใดอาจหาญเทียบเคียง!”
“วิชามารกลืนสวรรค์ที่เจ้าฝึกฝนก็เป็นเพียงการกลืนกินแหล่งพลังของผู้ฝึกตนที่พ่ายแพ้เจ้าเท่านั้นไม่นับว่าเป็นอะไร!”
“ยุคทองกำลังจะเปิดฉากขึ้นเหล่าทวยเทพต่างแย่งชิงเส้นทางมหาจักรพรรดิ”
“คนที่พ่ายแพ้ก็มีแต่ต้องตาย!”
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าไม่ต้องซ่อนเร้นตัวตน เดินหน้าอย่างองอาจบนใต้หล้านี้”
มู่เสิ่นฉวนยืนตระหง่านอยู่ในห้องโถงร่างสูงโปร่งแผ่ซ่านพลังอำนาจไร้คู่เปรียบ สะท้านสะเทือนไปทั่วสารทิศ
“…”
ดวงตาของมู่อู๋ซวงพลันแดงก่ำขึ้นเขาได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “ผู้นำตระกูลหลังจากที่ข้าพักฟื้นอาการบาดเจ็บจนหายดีแล้ว จะออกจากทะเลไร้สิ้นสุดทันทีเพื่อตามหาร่องรอยของเงาศิษย์หานเหรินอีกคน”
“เมื่อรวมครรภ์เทพเข้ากับครรภ์มารแล้วข้าจะมีพลังมากพอที่จะช่วยเหลือตระกูลในยุคทองอีกหนึ่งปีให้หลัง”
มู่เสิ่นฉวนมองลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่ายก่อนจะส่ายหน้า
“เคล็ดวิชานั้นเป็นเคล็ดที่สืบทอดกันมาในสายเลือดหลักของหานเหรินการที่เจ้าได้รับพลังสืบทอดนั้น ย่อมต้องแกร่งกว่าข้า!”
“พักผ่อนอย่างสงบก็พออีกไม่นานข้าจะแต่งตั้งตำแหน่งในตระกูล แล้วถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้แก่พวกเจ้า!”