“ ท่านรู้จัก?” ราเชนรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง หากว่ารู้จักคงต้องมีหนจัดการกับเจ้าหนอนคุณไสยได้แน่ๆ
“ ข้าเคยเดินทางไปที่ดินแดนเผ่าเหมียวนั่นมาแล้ว พวกเขามีวิธีเลี้ยงหนอนคุณไสยนี้เอาไว้เพื่อควบคุมและสังหารคนที่คิดร้ายต่อพวกเขา แต่ว่าดินแดนเผ่าเหมียวอยู่ที่ชายแดนอาณาจักรอุดรกับ อาณาจักรปัจจิม ห่างไกลจากที่นี่มากท่านมีเรื่องโกรธแค้นกับพวกเขาด้วย?”
“ คนที่ปล่อยหนอนคุณไสยกับข้า หาใช่คนเผ่าเหมียว อะไรนั่นไม่ แต่เป็นศัตรูของข้าคนหนึ่ง ต้องขออภัยข้าไม่อาจเปิดเผยได้ เกรงว่าพวกท่านจะไม่ปลอดภัย”
“ ขอบคุณราชบุตรเขยที่เป็นห่วง ข้าอยากบอกว่า การเลี้ยงหนอนคุณไสยนี้ ไม่ธรรมดา มันมีวิธีการเลี้ยงที่โหดเหี้ยมมาก พวกมันจะเอาตัวหนอนคุณไสยนี้มาอยู่รวมกันนับร้อยตัว แล้วไม่ให้อาหารพวกมัน ทำให้พวกมันหิว แล้วกลืนกินพวกเดียวกันเอง จากร้อยสิบตัว เพื่อเหลือหนอนที่แข็งแกร่งเพียงตัวเดียว ซึ่งหลังจากนั้นมันจะดื่มกินเลือดของเจ้าของมันเป็นอาหารตลอดเวลา เจ้าหนอนคุณไสยที่เหลืออยู่มันจะมีความอดทนเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะถูกไฟ น้ำ หรือยาพิษ ก็ไม่อาจฆ่ามันให้ตายได้ อาวุธของมีคมทั่วไป ก็หาได้ระคายผิวของมันไม่ หากมันเข้าไปในร่างกายของใครแล้ว ไม่มีใครเรียกมันออกมาได้ นอกจากคนเลี้ยงมันเท่านั้น”
ราเชนถึงกับถอนหายใจออกมา เขาเองก็อ่านคัมภีร์ปีศาจ มาบ้างแล้ว แม้นจะรู้มาบ้างว่า มันไม่สามารถนำมันออกมาได้ หากต้องผ่าตัดแบบโลกที่เขาจากมา สามารถแอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ตรวจหา เจ้าหนอนไหมฟ้า แล้วใช้กล้องผ่าตัด เข้าไปนำมันออกมาก็ได้แล้ว แต่นี้มันไม่มีอุปกรณ์แบบนั้น ขืนใช้มีดเจาะเข้าไป กระเพาะทะลุ เลือดไหลไม่หยุด มีแต่ตายสถานเดียว
“ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีวิธี หากท่านไปพบกับ เทพโอสถเทียนซาน ท่านต้องมีวิธีรักษาท่านได้แน่ๆ”
“ เทพโอสถเทียนซาน? ข้าจะพบเขาได้ที่ไหน?”
“ ท่านพำนักอยู่ที่อาณาจักรมัจฉิมา หากท่านเดินทางในตอนนี้ด้วย เรือเหาะมังกรแดงของร้านเรา ก็จะถึงอาณาจักรมัจฉิมาภายในห้าวัน”
“ ห้าวัน ข้าคงท้องแตกตายเสียก่อน” ราเชนเอ่ยด้วยความเสียดาย
“ ท่านพ่อหากให้ท่านหมอหลู ช่วยผ่าเอาเจ้าหนอนคุณไสยออกมาจะได้ไหม?”
“ แต่ว่า เจ้าหนอนคุณไสย มันสามารถเคลื่อนไหวไปมาอยู่ในร่างกายของราชบุตรเขย พวกเราไม่รู้ว่า มันแอบซ่อนตัวอยู่ที่ใด แล้วจะผ่าตัดตรงไหน หากผิดพลาดขึ้นมา ท่านราชบุตรเขยเสียชีวิตทันทีแน่”
เรื่องนี้ราเชนก็เห็นด้วย แต่ว่าเขากลับเอ่ยออกมาว่า
“ พวกท่านมียารักษาอวัยวะภายในหรือไม่ ข้ามีแต่ยารักษาสมานสิบทิศเท่านั้น เกรงว่ามันจะไม่สามารถรักแผลภายในได้”
“ โอ้ ยาสมานสิบทิศ นี่ต้องเป็นยาของ ท่านเทพโอสถเทียนซานใช่หรือไม่”
ราเชนได้แต่พยักหน้า แต่แล้วไท่เยียนชิ่ง ก็เอ่ยต่อว่า
“ น่าเสียดาย ยานี้รักษาแต่ภายนอก หากเป็นบาดแผลภายใน ต้องเป็นยาเม็ดเก้าน้ำค้าง ของวัดฝู่อิน ”
“ ยาเม็ดเก้าน้ำค้าง ?”
“ ใช่ ยาเม็ดเก้าน้ำค้างนี้ เกิดจากน้ำค้างของต้นสมุนไพรวิเศษ 9 ชนิด สามารถรักษาบาดแผลอวัยะภายในได้ราวปฏิหารย์ น่าเสียดายที่วัดฝู่อินได้ถูกยอดฝีมือสร้างค่ายกลล้อมเอาไว้ ทำให้ไม่มีใครเข้าไปในวัดได้มาสิบปีแล้ว”
“ ค่ายกล?”
“ ใช่ มันคือค่ายกลวิญญาณกระบี่อาฆาต ของราชันกระบี่ได้สร้างเอาไว้”
“ มันเกิดอะไรขึ้น?”
ราเชนสงสัยทำไมถึงมาสร้างค่ายกลวิญญาณกระบี่อาฆาตเอาไว้เช่นนี้
“ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน คนรักของราชันกระบี่ได้รับบาดเจ็บอวัยวะภายใน จึงมาขอยาเม็ดเก้าน้ำค้างที่วัดฝู่อิน แต่ว่าเจ้าอาวาสไม่ยอมให้ ทำให้ราชันเทพกระบี่คิดบุกเข้าไปแย่งชิง แต่ไม่อาจสู้เจ้าอาวาสได้ จึงได้แต่ล่าถอยกลับไป
พอกลับถึงบ้าน ก็พบว่า คนรักของเขาเสียชีวิตไปแล้ว จึงแค้นใจเจ้าอาวาสวันฝู่อินยิ่งนัก จึงกลับมาแก้แค้น โดยสร้างค่ายกลวิญญาณกระบี่อาฆาต ล้อมวัดเอาไว้ไม่ให้ใครเข้าออก โดยค่ายกลนี้ใช้ชีวิตของเขาสร้างมันขึ้นมา นับตั้งแต่บัดนั้น ไม่มีใครได้ออกจากวัดฝู่อิน หรือ เข้าไปในวัดได้อีกเลย เคยมีคนคิดจะเข้าไป แต่ก็หามีใครผ่านค่ายกลวิญญาณกระบี่อาฆาต ได้แม้แต่คนเดียว”
“ แค่ยาเม็ดเดียว ทำไมไม่ให้เขาไป เป็นผู้ทรงศีล แต่ทำไมถึงไม่ช่วยเหลือผู้คน” ราเชนสงสัย
“ ว่ากันว่า ยาเม็ดเก้าน้ำค้างนั้น 20 ปี จะถือกำเนิดได้แค่เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น และพวกเขาต้องการเก็บเอาไว้ให้กับคนสำคัญคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าอาวาสก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร”
“ หลายสิบปีมาแล้ว ป่านนี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
“ ยากที่จะตอบได้ ไม่เคยมีใครเข้าออกวัดฝู่อินมานานแล้ว จนชาวเมืองหลวงต่างก็เรียกวัดฝู่อินว่า วัดผีสิงไปแล้ว” ไท่เหยียนซิ่งเอ่ยออกมา
“ ข้าคงต้องไปดูก่อน ช่วยบอกเส้นทางข้าด้วย”
“ อยู่ที่ประตูเมืองทางทิศใต้ ไปถึงก็จะเห็นวัดฝู่อินเอง แต่ว่าท่านจะนำเจ้าหนอนคุณไสยออกมาได้ยังไง ท่านต้องใช้หมอที่เชี่ยวชาญช่วยนะ”
คุณหนูใหญ่ไท่เหลียน รีบเอ่ยเตือน
“ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ข้าพอมีวิธี ข้าขอฝากขันทีน้อยสองคนนี่ด้วย พวกเขาจะหลับไปอีกสองชั่วยาม"
ราเชนเอ่ยจบ ก็รีบไปที่วัดฝู่อินทันที คุณหนูใหญ่ไท่เหลียน กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ว่าไม่ทันแล้ว ราเชนใช้ท่าเท้าเหินเวหา อุ้มเจ้าโมโม่หายวับไปแล้ว
“ ยอดฝีมือในเมืองหลวงมากมาย ไม่เคยมีผู้ใดผ่านค่ายกลวิญญาณกระบี่อาฆาต ของราชันกระบี่ได้เลยแม้แต่คนเดียว แล้วเขาไร้ซึ่งปราณยุทธ์ จะเข้าไปได้อย่างไร” คุณหนูไท่เหลียนเอ่ยอย่างสงสัย
“ กองทัพนับล้าน ยังถูกเขาจัดการได้ตัวเพียงคนเดียว พ่อเชื่อว่า บางทีเขาอาจจะเป็นคนแรกในรอบ 20 ปีนี้ก็ได้ ที่สามารถเข้าไปในวัดฝู่อินแห่งนี้”
ราเชนกับโมโม่ เดินทางมาถึงที่ประตูเมืองทิศใต้ แล้วก็พบวัดร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งรอบๆ มีแต่ต้นไม้ปกคลุมอยู่ทั่วไป รอบๆ กำแพงวัดก็มีพลังงานบางอย่างกระจายตัวอยู่รอบๆ ราเชนเอามือไปแตะกำแพงวัด พลันมีกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งมาทางเขา ราเชนต้องผงะถอยหลังออกมา แล้วก็มีเสียงชายชราผู้หนึ่งที่ขายสมุนไพร อยู่ไม่ไกล ตะโกนออกมาว่า
“ พ่อหนุ่ม อย่าไปแตะกำแพงวัดผีสิงนั่น ถ้าไม่อยากตาย”
ราเชนยิ้มให้ชายชรา เขาพยักหน้าแล้วเดินไปทางด้านหน้าของวัด ซึ่งมีประตูไม้โบราณสีดำ มียันต์แปะอยู่เต็มไปหมด พร้อมกับมีไม้ตีประตูปิดเอาไว้อีกชั้น มีป้ายของทางการประกาศเตือนว่า สถานที่อันตรายห้ามเข้า
ราเชนใช้มีดฟันไม้ที่ปิดจนขาดสองท่อน แล้วฉีกยันต์ที่แปะเอาไว้ ชายชราและผู้คนที่อยู่อีกฝั่ง ร้องตะโกนห้ามกันเสียงหลง
“ เฮ้ย นี่เจ้าอ่านป้ายไม่ออกหรือไง ว่าทางการห้ามเข้า อยากตายใช่ไหม”
ชายชราเอ่ยออกมาเสียงดังขึ้น ชาวบ้านต่างหันมามองดูราเชนด้วยความสนใจ ทหารที่อยู่หน้าประตูเมืองทิศใต้ก็กรูกันเข้ามาหา
“ เฮ้..ที่นี่เขามีป้ายห้ามเข้า มันอันตราย รีบกลับไปเสียดีกว่า” ทหารสี่ห้าคนเข้ามาเตือนด้วยความหวังดี
“ ไม่ต้องห่วง ข้าจะลองเข้าไปดู” ราเชนเอ่ยด้วยไม่หันหลังกลับไป
“ บังอาจ นี่คือป้ายห้ามเข้า อ่านไม่ออกหรือไง ลากมันออกไป” หัวหน้าทหารเดินเข้ามาส่งเสียงร้องโวยวายออกมา แต่ราเชนนำป้ายราชบุตรเขยออกมาให้หัวหน้าทหารดู ทุกๆ คนพอเห็นป้ายประจำตัว ก็รีบคุกเข่าทันที
“ คารวะ ท่านราชบุตรเขย”
“ พวกเจ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะเข้าไปไม่นาน” ราเชนเอ่ยจบ ก็เปิดประตูวัดเข้าไป พร้อมกับเจ้าโมโม่ แล้วไอเย็นระเยือกพัดออกมา อุณหภูมิรอบๆ ถึงกับลดลงอย่างกระทันหัน ทุกๆ คนรีบถอยห่างจากประตู ราเชนไม่สนใจเดินเข้าไป แล้วทันใดนั้นประตูวัดบานใหญ่ก็ปิดเองทันที
ปัง !!
เสียงประตูปิด ภายในวัดนั้นหาได้มีใครปรากฏตัวไม่ มีแต่กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน แล้วทันใดนั้นเอง กลุ่มควันก็จางหายไป ราเชนมองไปที่พื้นศิลา เห็นโครงกระดูกอยู่ในท่าคุกเข่ากับพื้น สองมือกำกระบี่ปักลงที่พื้นดิน หันหลังให้กับประตูทางเข้า รอบๆ มีการเขียนอักขระยันต์รูปดาวหกแฉก มีวงกลมล้อมอยู่ ราวกับกำลังบูชาเทพซาตานในโลกของเขา
“ นี่มันยันต์แห่งความตายนี่ คนประเภทไหนกันกล้าทำยันต์โดยใช้ชีวิตของตนบูชายันต์เทพซาตานแบบนี้ หรือว่าจะเป็น ราชันกระบี่อะไรนั่นจริงๆ”
แล้วเจ้าโมโม่ ก็เริ่มคำรามเห่าด้วยความหวาดระแวง ราเชนลูบหัวของมัน แล้วก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่า โครงกระดูกนั้นค่อยๆ ขยับตัว และลุกขึ้นยืน ดึงกระบี่จากพื้น และร่างโครงกระดูกก็ค่อยๆมีเส้นประสาทปรากฏขึ้นที่ละเส้นไปทั่วร่าง จนรวมเป็นเลือดเนื้อ และกลายเป็นร่างของชายหนุ่มวัย สามสิบปี ยืนแก้ผ้าถือกระบี่ชี้มาที่ราเชน
“ หนทางมีชีวิต เจ้าไม่ไป กลับก้าวเดินมาหนทางตาย ข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้”
ปราณกระบี่พุ่งขึ้นมาทางซ้ายและขวา หน้าและหลัง และบนท้องฟ้า เจ้าโมโม่ กลายร่างเป็นสัตว์อสูรไฟตัวใหญ่ เข้าขัดขวางปราณกระบี่ แต่ว่าไม่อาจต้านทานได้ ถูกปราณกระบี่ แทงเข้าทั่วร่างกาย จนร่างของมันแทบจะกลายเป็นแม่น ไม่อาจขยับตัวได้ ราเชนเองก็ไม่ได้หลบ ปราณกระบี่พุ่งเข้าแทงร่างของเขาจากทั่วสารทิศ แต่ว่าหาได้ระคายผิวของเขาไม่แม้แต่น้อย
ราเชนนำยันต์ออกมาจากอกเสื้อ แล้ว เหวี่ยงออกไปเพื่อตอบโต้
“ ยันต์เทพพิชิตมาร” ราเชนไม่เคยใช้ยันต์เพื่อปราบปีศาจที่มีพลังยุทธ์สูงล้ำเช่นนี้มาก่อน ดังนั้น เขาจึงต้องใช้ยันต์เทพพิชิตมาร ที่มีอานุภาพที่กล้าแข็งที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ ยันต์เทพพิชิตมารพอถูกเหวี่ยงออกไป ยันต์ก็รวมตัวกับราวกับคลื่นยักษ์ เป็นรูปเทพแปดกร เข้าซัดกระบี่มากมายที่ถาโถมเข้ามาจนปราณถูกทำลายไปจนหมด เจ้าปีศาจราชันกระบี่เห็นดังนั้น ก็โมโหยิ่งนัก ทิ่มแทงกระบี่เข้ากลางลำตัวของ เทพแปดกร จนทะลุ แล้วก็จะเข้ามาแทงราเชนต่อ แต่ว่าถูกราเชนใช้มีอจับกระบี่เอาไว้ได้ แล้วหุ่นยันต์เทพแปดกร ก็หันมาแล้วจับแขนของปีศาจราชันกระบี่เอาไว้ ราเชนจึงยันต์สะกดวิญญาณแปะเข้าไปที่ร่างอันเปลือยเปล่า ของราชันกระบี่
อ๊ากกกกก !!! เสียงของราชันกระบี่ร้องออกมาอย่างโหยหวน ร่างที่มีเลือดเนื้อก็ค่อยๆ หายไป กลายเป็นโครงกระดูก คุกเข่าถือกระบี่กับพื้นเหมือนเดิม
เจ้าโมโม่ ที่พอจะขยับตัวได้ ก็เลยอ้าปากพ่นไฟ เผาผลาญร่างของ ราชันกระบี่จนกระดูกกลายเป็นเถ้าถ่านไม่เหลือซากอีกเลย
ราเชนมองไปบนท้องฟ้า พบว่าไอหมอกควันที่ปกคลุมยังคงอยู่ไม่หายไปไหน สัญชาตญาณของเขายังคงรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่
“ น่าแปลก ทำไมค่ายกลวิญญาณกระบี่อาฆาตไม่สลายไป?”
ราเชนไม่มีเวลามากนัก จึงได้รีบเดินเข้าไปในโบสถ์ เพื่อค้นหาหลวงจีนที่ยังมีชีวิต
แต่พอเข้าไปในโบสถ์ กลับพบแต่ซากศพ ของหลวงจีนมากมาย ในท่าสวดมนตร์ไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เป็นพระประธานในโบสถ์ ทันใดนั้นเอง ซากศพหลวงจีนที่นั่งเป็นผู้นำอยู่ด้านหน้า ก็หันหน้ากลับมา ใบหน้าของท่านมีเลือดเนื้อเหมือนคนปกติ ใบหูยาวมาปิดดวงตาทั้งสองข้าง แล้วก็ค่อยๆเปิดออก พบว่าเป็นหลวงจีนชราที่มีใบหน้าแจ่มใส ค่อยมีเลือดฝาดขึ้นที่ใบหน้าและศรีษะ แล้วเอ่ยกับราเชนว่า
“ ในที่สุดวันที่อาตมารอคอยก็มาถึง ท่านอาจารย์”
หลวงจีนชราเรียกราเชน ว่าอาจารย์ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่???......