ยามหัวค่ำ่เวลาที่หลายต่อหลายคนเริ่มพักผ่อนจากการทำงานที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน บ้างก็กลับบ้านไปหาครอบครัว บ้างก็ผ่อนคลายตามอัธยาศัยหรือบางคนก็ยังคงทำงานต่อไม่ได้ขยับไปไหน แต่สำหรับบางคนมันถือเป็เวลาเริ่มงานอย่างหนึ่ง
บนถนนมีผู้คนเดินกันขวักไขว่แต่ไม่ถึงขั้นแออัดอาจเพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกงานจริงๆ แต่ด้วยความที่เป็ถนนสายหลักจำนวนคนที่ดินอยู่จึงไม่มีการขาดสาย หนึ่งในนั้นคือเด็กคนหนึ่งที่กำลังเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์
ร่างที่อยู่ในชุดเก่าแทบจะเรียกได้ว่าซอมซ่อขนาดตัวเล็กมองภายนอกคงไม่ถึงร้อยห้าสิบเซน เสื้อที่สวมใหญ่กว่าตัวจนหลวมโพรกชวนให้รู้สึกแปลกตาไม่รวมกับหมวกใบโตที่แทบจะปิดบังใบหน้า การแต่งตัวที่บ่งบอกสถานะของเ้าตัวอยู่กลายๆ
ร่างเล็กกำลังเดินไปตามฟุตบาตรอย่างเรียบเรื่อยไม่เร่งร้อนแต่ก็ไม่เชื่องช้า สายตากวาดผ่านผู้คนโดยรอบก่อนก็พบเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังโยนกระเป๋าสตางค์ลงไปในกระเป๋าถือใบหรู ไม่คิดอะไรให้มากความเ้าตัวก้าวเท้าตามก่อนวกไปทางด้านหลังของร่างนั้นอย่างเงียบงัน
“ เอาน่าแม่กำลังจะไปรับ ทำตัวดีๆอย่าดื้อกับคุณครูเขามากนักล่ะ ” เสียงเจื้อยแจ้วดังลอดปลายสายจากคำพูดเหมือนเธอกำลังคุยกับลูก ความสนใจถูกดึงไปยังโทรศัพท์มือถือจนทำให้การรับรู้รอบตัวลดต่ำ
ไม่อะไรให้มากความเ้าตัวเดินไปบริเวณด้านหลังของหญิงสาวก่อนเดินออก ่เวลาสั้นๆจนเหมือนเป็การเดินผ่านปราศจากความสะดุดตา หากไม่ใช่คนตาไวจะมองไม่ทันด้วยซ้ำว่ามีใครเดินผ่านไม่ต้องพูดถึงเื่การจะจับความผิดปกติ
หลังจากเดินตัดผ่านก็เดินเข้ามาในตรอกซอยลัดเลาะไปอีกเล็กน้อยให้แน่ใจว่าทางนั้นจะตามไม่ถูก เมื่อคิดว่าห่างออกมาได้พักหนึ่งมือก็หยิบสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ในเสื้อออกมา
มันเป็กระเป๋าขนาดเล็กที่ทำจากหนังดูมีราคาพอเปิดด้านในก็พบเงินสดและบัตรอยู่จำนวนหนึ่ง อย่างหลังไม่ได้อยู่ในความสนใจมากเท่าอย่างแรกธนบัตรที่อัดแน่นอยู่ด้านใน พอเห็นจำนวนของมันก็ทำให้ใบหน้าน่ารักยิ้มกว้าง
“ ต้องแบบนี้สิ ไม่เหมือนเ้าคนแรกสุดเห็นแต่งตัวแบบนั้นนึกว่าจะรวย ที่ไหนได้มีแต่เศษเหรียญซะงั้น ” พูดไปแล้วก็รู้สึกหัวเสียขึ้นมานิดหน่อยกับเหยื่อรายก่อนหน้าที่ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นัก
ท่าทางก็เป็นักเลงโตแถมยังมีทรงผมตลกๆตอนแรกนึกว่าพวกกุ๊ยข้างถนน แต่พอเห็นยี่ห้อเสื้อผ้าที่สวมจึงตัดสินใจจะลองล้วงกระเป๋าดูสักที แถมประสารทััยังไวเอาเื่แค่เข้าใกล้ปุ๊บก็เหมือนจะรู้ตัวเล่นเอาตอนล้วงเกร็งไปหมด
พอได้มาแทนที่จะมีเงินให้สมค่าเหนื่อยกลับแทบจะว่างเปล่า นอกจากเศษเงินไม่กี่ตังค์กับบัตรประชาชนและใบขับขี่แล้วก็แทบจะไม่มีอะไร เล่นเอารู้โมโหเสียจนขว้างมันทิ้งลงถังขยะไปเป็ที่เรียบร้อย
จำนวนเงินน่าพอใจชวนให้อารมณ์ดีหากพอนึกถึงสถานที่ๆจะต้องไปความลิงโลดก็เลือนหาย กระเป๋าที่ล้วงมาได้ถูกเก็บเข้าไปในเสื้อก่อนออกเดินฝีเท้าแ่เบาหากรวดเร็ว พริบตาก็หายลับเข้าไปในตรอกแคบๆอย่างว่องไว
พื้นที่ส่วนนี้คนทั่วไปจะไม่ค่อยได้เข้ามาบางรายก็ไม่รู้ถึงการมีอยู่ ไม่ใช่เื่แปลกบรรดาคนในเมืองเหมือนตั้งใจจะหลงลืม พื้นที่ซึ่งเป็ชุมชนแออัดของบรรดาคนจรจัดและเด็กผู้ไร้ที่ไปในทางตรงข้ามมันกลายเป็แหล่งที่เปี่ยมไปด้วยอันตรายเช่นกัน
อาชญากรบางส่วนก็หนีตำรวจเข้ามากบดานแถมยังมีพวกที่ตั้งตัวเป็ผู้มีอิทธิพล การเอารัดเอาเปรียบข่มเหงรังแกกันสารพัดอย่าง รู้ตัวอีกทีมันก็กลายเป็สถานที่ซ่องซุมของแก๊งค์ต่างๆที่เข้ามามีอิทธิพล กระทั่งตำรวจยังไม่กล้าหรือหลีกเลี่ยงที่จะเข้ามาในพื้นที่นี้
อยากจะบ่นหรืออะไรอยู่เหมือนกันน่าเสียดายที่ทำไม่ได้ เพราะนี่เป็หนึ่งในไม่กี่แห่งในเมืองที่ยังพอจะให้เด็กอย่างเธอมาอยู่ ถึงจะไม่ได้มาจากความประสงค์ดีเสียเท่าไหร่ก็ตาม
สถานที่ๆเธอมาอยู่เป็บ้านร้างหลังหนึ่งเห็นว่าเคยมีคนตายภายในบ้านหลังนี้ก็หลายคน แต่สำหรับเด็กกำพร้าิญญาที่ว่าทั้งหลายน่ากลัวไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของคนเป็ด้วยซ้ำ
“ กลับมาแล้วครับ ”
“ มัวชักช้าอะไรอยู่!! ” ที่มาต้อนรับอย่างแรกคือเสียงตวาดอย่างที่สองคืออุ้งมือที่กระชากคอเสื้อ พละกำลังที่กระชากร่างเล็กเข้าไปด้านในก่อนยกขึ้นทันควัน
“ ขะ ขอโทษด้วยครับพอดีเกิดปัญหานิดหน่อย คราวหน้าจะระวังไม่ให้เกิดขึ้นอีก ” ปากว่าเหมือนเกรงใจเช่นเดียวกับการหลบสายตาเหมือนหวาดกลัว ในความจริงร่างเล็กกลับรู้สึกเบื่อหน่ายละครปาหี่แบบนี้สิ้นดี
คนที่อยู่นี่มีชายฉกรรจ์ประมาณสี่ห้าคนที่กำลังจับจ้องมาทางนี้ หนึ่งในนั้นกำลังกระชากคอเสื้อตนที่เหลือก็เฝ้ามองเหมือนเป็เื่ปกติ ที่เหลือก็มีเด็กวัยไล่เลี่ยหรือเด็กกว่ารวมประมาณสิบกว่าชีวิตครึ่งหนึ่งคล้ายกำลังหวาดกลัวอีกครึ่งกลับเรียบเฉยไม่แสดงท่าที
มันเป็เื่ที่เกิดขึ้นจนแทบจะเป็ประจำกับคนที่เดินเข้ามาในบ้านหลังนี้ หากหนึ่งในพวกมันอารมณ์ไม่ดีก็จะมีการระบายอารมณ์ใส่บางครั้งถึงขั้นชกต่อยแต่ก็ถือเป็เื่ปกติที่เด็กข้างถนนอย่างพวกเขาต้องเผชิญ
แน่นอนของแบบนี้มันมีเทคนิคขอแค่ทำตัวเหมือนหวาดกลัวให้ทางนั้นพอใจได้ก็จะจบไว แม้จะค้นพบวิธีที่เลี่ยงการเ็ปนี้มาได้แต่พอต้องมาใช้บ่อยๆมันก็ชวนให้รู้สึกรำคาญอยู่เหมือนกัน
“ พอแล้วน่าทำแบบนั้นมันเสียเวลา รีบๆทำให้มันจบไปดีกว่า ” เหมือนทุกทีหนึ่งในพวกที่นั่งมองออกปากเตือนแล้วมันก็จะซัดฝ่ามือใส่ใบหน้าเบาะๆ ก่อนร่างเล็กจะเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆขณะที่มือยังคงกุมใบหน้าไปด้วย
“ เอ้า เอารายได้ของวันนี้ออกมาได้แล้ว ” มือตบลงไปบนโต๊ะที่อยู่ตรงกลางในขณะที่ทุกคนต่างก็นำข้าวของไปวางไว้บนโต๊ะ บ้างก็เป็เงินสด บ้างก็เป็กระเป๋าสตางค์รูปแบบต่างๆถ้าจะให้พูดก็คือของที่ถูกขโมยมาทั้งหมดถูกมาวางกองไว้ที่โต๊ะ
สิ่งนี้จะเรียกว่าส่วยก็ไม่ผิดเด็กที่อยู่แถบนี้ล้วนแล้วแต่ถูกรีดไถ คนที่ไม่ยอมจ่ายก็จะถูกซ้อมก่อนถูกพาไปที่ไหนสักแห่งที่จนวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็สถานที่แบบไหน รู้เพียงไม่เคยมีใครได้กลับมาและเขาก็ไม่อยากจะไปเยือนเสียเท่าไหร่ด้วย
“ ทำได้ไม่เลวเลยนี่โช ยังทำเงินได้มากกว่าคนอื่นเหมือนเดิม ”
“ ขอบคุณครับ ” คำชมที่ไม่ได้ชวนให้คนฟังรู้สึกยินดีเสียเท่าไหร่โดยเฉพาะอาการเจ็บที่แก้ม หากตนก็ไม่อาจทำอะไรมากไปกว่าการก้มหน้ายอมรับอย่างไรสังคมมันก็เป็แบบนี้อยู่แล้ว
เอาเข้าจริงเด็กน้อยก็ไม่ได้เข้าใจว่าการทำแบบนี้ไปแล้วมันจะได้อะไร รายได้ในการล้วงกระเป๋ามันไม่ได้มากมายขนาดนั้นจึงไม่อาจคาดเดาว่าพวกนี้คิดอะไรอยู่ อย่างเดียวที่รู้คือพวกมันเข้ามาจัดระเบียบและรีดไถพวกตนเท่านั้น
“ เดี๋ยว อะไรของแกวะกิล นี่วันนี้ได้มาแค่นี้เองงั้นเรอะ ” เ้าของชื่อสะดุ้งโหยงนั่นเป็ร่างของเด็กที่น่าจะอยู่ใน่อายุเพียงเจ็ดหรือแปดขวบ ร่างกายผอมแห้งเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องกำลังตัวสั่นด้วยความกลัว
“ คะ คือวันนี้โชคไม่ดีไปเจอตำรวจเข้าก็เลย... ”
“ จะบอกว่าไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือมาเลยนอกจากเศษเงินแค่นี้น่ะเรอะ ” คนฟังสั่นระริกราวกับลูกนกในขณะที่คนอื่นๆเองก็ได้แต่นิ่งเงียบไม่เอื้อนเอ่ยอะไร “ แบบนี้เอาไปตัดแขนแล้วทำเป็ขอทานซะดีกว่ามั้ง ”
“ มะๆๆ ไม่นะ ไม่เอา ผมขอโทษผมจะ อ่อก ” ไม่ทันจะได้พูดอะไรมากกว่านั้นฝ่าเท้าก็ซัดเข้าใส่ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ดีเด่หากทุกคนกลับนิ่งเงียบบางรายเบือนหน้าแต่กลับไม่มีใครพูดอะไร
“ บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าได้เงินไม่ถึงเป้าจะเจออะไร ” สองคนเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่กำลังกุมท้องด้วยความทรมาน ใบหน้าของเ้าตัวขาวซีดตามมาด้วยฝ่าเท้าที่เริ่มกระหน่ำเข้าใส่ภาพที่ทุกคนได้แต่มองอย่างเงียบงันโดยไม่มีใครทำอะไร
แน่ล่ะจะทำอะไรได้อย่างไรพวกตนก็เป็แค่เด็กธรรมดาที่ไม่มีกำลังอะไร ขืนไปแข็งข้อกับพวกนั้นตนจะมีสภาพเหมือนคนที่นอนอยู่เสียเปล่า มันเป็เื่ช่วยไม่ได้อย่างไรกิลก็ทำเงินได้ไม่ถึงเป้าตามที่บอก
อยากจะพูดแบบนั้นอยู่เหมือนกันแต่ไม่รู้ทำไมตนถึงได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้ก็ไม่ทราบ
“ มีอะไรโช อยากจะพูดอะไรหรือไง ” สายตาของคนสั่งการจ้องมองมาทางตนแววตาคมกริบชวนให้รู้สึกหวาดหวั่น หมอนี่ต่างจากเ้าหัวขี้เลื่อยที่ดีแต่ใช้กำลังสองคนนั่นอย่างน้อยก็มีหัวคิดมากกว่า
“ คือเงินส่วนที่ขาดไปมันก็แค่นิดเดียวไม่เห็นต้องทำเป็เื่ใหญ่ แล้วกิลก็ไม่สบายอยู่ด้วยถ้ายังไงช่วยปล่อยไปสักครั้งได้ไหมครับ? ” ความทิ่มแทงทางสายตาเพิ่มขึ้นทุกขณะชวนให้รู้สึกหวาดหวั่น ถึงแบบนั้นเด็กน้อยก็ยังคงฝืนทำตัวปกติเอาไว้
“ ถ้าไม่ไหวจริงๆแบ่งส่วนของผมไปโปะกับของกิลก็ได้ครับ ยกโทษให้หมอนั่นสักครั้งเถอะ ” รอยยิ้มบนใบหน้าคล้ายเป็เพียงการใจดีสู้เสือ ถึงไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมาก็พอจะเดาได้ว่าทางนั้นไม่น่าชอบใจในสิ่งที่ตนพูด
ฝ่าเท้าที่กระหน่ำใส่ร่างผอมแห้งหยุดลงทุกสายตาจ้องมองมาทางตน คนวัยเดียวกันมองด้วยสายตาทึ่งระคนสมเพศคล้ายพึ่งเห็นคนทำในสิ่งที่โง่เขลา แตกต่างจากบรรดาผู้ใหญ่ที่เหมือนจะไม่พอใจเสียเท่าไหร่นัก
“ หมายความว่าแกจะมาร้องขอชีวิตแทนเ้ากิลมันสินะ โช ” มือคว้าจับศีรษะไม่น่ากลัวเท่ากับแรงบีบความเหนือชั้นทางพละกำลังที่ชวนให้รู้สึกหวาดหวั่น
กำปั้นพุ่งกระแทกเข้าใส่ใบหน้าแรงหมัดทำให้ร่างเล็กล้มลงไปกับพื้น แรงอัดที่ทำให้ร่างเล็กมึนงงเืไหลโกรกออกมาจากจมูกหากไม่ได้ความว่าจะจบสิ้น เท้ากระแทกซ้ำจนหน้าสะบัดไปอีกทิศทาง
“ คิดว่าแกเป็ใครกันหือไอ้หนู แค่มีฝีมือในการล้วงกระเป๋านิดๆหน่อยๆกล้ามาต่อรองสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยแล้วมั้ง ” ลูกเตะกระหน่ำเข้าใส่ทุกครั้งเล่นเอาเ้าตัวแทบกระอัก ไม่อาจทำใดอื่นนอกจากปัดป้องแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของทางนั้นได้
รู้อยู่แล้วว่าต้องจบแบบนี้การเอาตัวเข้าไปยุ่งกับเื่ชาวบ้านทั้งที่ทำอะไรเป็การหาเหาใส่หัว รู้ดีว่าถึงออกปากหรือช่วยไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นทั้งแบบนั้นก็ยังพูดออกไป ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมแค่รู้สึกว่าปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้
‘ เรานี่มัน โง่ชะมัด ’ ความคิดผุดขึ้นมาในหัวพร้อมหยดน้ำที่ไหลอาบแก้ม แรงปะทะมากขึ้นทุกขณะจนเริ่มหายใจลำบากหากตนก็ไม่อาจทำอะไรนอกจากภาวนาให้มันจบลงโดยเร็ว
และเหมือนจะมีคนได้ยินคำภาวนานั้นเพราะวินาทีต่อมาลูกเตะที่เคยโหมกระหน่ำก็หยุดลง
สิ่งแรกที่ผุดขึ้นคือความแปลกใจดวงตาที่เริ่มปูดบวมเหลือบไปยังคนที่กระทืบตน ร่างนั้นหยุดนิ่งไม่ได้เกิดจากความสงสารหรือสาแก่ใจเป็เพียงการค้างไปกลางอากาศ ก่อนเ้าตัวจะร่วงลงไปกองกับพื้น
ภาพที่ชวนให้คนมองต่างรู้สึกตระหนกและไม่เข้าใจหากพอสังเกตดีๆจึงรู้ได้ บริเวณด้านข้างมีหินก้อนหนึ่งที่เปื้อนเืคงเป็เ้านี่ที่ทำให้ชายคนนี้หมดสติ ที่ไม่เข้าใจคือเ้านี่บินมาจากทิศทางใดหรือตอนไหน
“ เฮ้ย อะไรวะ มันเกิดอะไรขึ้น ” คนที่อยู่รายล้อมเริ่มโวยวายเมื่อสังเกตในสิ่งที่เขาเห็นแต่ก็อยู่ในสถานะเดียวกันคือไม่เข้าใจ
วินาทีนั้นเองประตูที่สมควรจะปิดสนิทพลันมีร่างของใครบางคนอยู่
ภายนอกเป็ชายหนุ่มหน้าตาออกไปทางตะวันออก แจ็คเก็ตหนังลวดลายหัวกะโหลกเข้าคู่กับกางเกงขายาวสีดำชวนให้เกิดความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีชวนให้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย หนึ่งเดียวที่ดูขัดตาคือทรงผมบนหัวที่เป็ทรงรีเจ้นท์และเข็มขัดหนังสีดำที่แลดูขัดกับภาพรวม
“ แกเป็ใครวะไอ้ผมทรงเสล่อ มาหาเื่พวกเราแบบนี้อยากตายหรือไง ”
“ ไม่ได้เสล่อโว้ย!! ทำไมหลังๆมีพวกมายุ่งกับหัวตูจังวะ ทั้งที่หัวก็หัวตูไม่ได้ไปหนักกบาลญาติฝ่ายพ่อของใครสักหน่อย!! ” การตอกกลับด้วยความเดือดดาลเหมือนเื่ทรงผมค่อนข้างเป็ประเด็นอ่อนไหวสำหรับเ้าตัวพอดู
“ แค่เื่ที่มาวิจารณ์ทรงผมสุดเท่นี่ก็น่าจะกระทืบให้ไส้ไหลแล้ว นี่ยังจะ... ” สายตากวาดมองพื้นที่โดยรอบราวกับเป็การเก็บรายละเอียด หลังเห็นรูปการก็เหมือนจะเดาถึงสิ่งที่เกิดทั้งหมดได้อย่างว่องไว
ประกายในดวงตาจากที่เคยไม่พอใจแปรเปลี่ยนการแข็งกร้าว เท้าก้าวเดินเข้ามาภายในเหมือนไม่สนใจกำลังคนอีกห้ารายที่ยืนหัวโด่อยู่ในบ้านแต่อย่างใด
“ ไม่รู้หรอกว่าเป็ใครแต่อย่ามาซ่าส์ที่นี่นะโว้ย ” ร่างวิ่งตะบึงก่อนเหวี่ยงหมัดกลับไม่ได้อยู่ในสายตา เท้าขยับเคลื่อนออกจากตำแหน่งหลบกำปั้นที่พุ่งเข้ามาก่อนแทงนิ้วเข้าใส่ลำคอของศัตรู
ลมหายใจสะดุดมือเอื้อมไปกุมลำคออย่างทรมานกลับเป็เพียงจุดเริ่มต้น เท้าเตะเข้าใส่ข้อพับส่งให้สมดุลของร่างนั้นเสียตามด้วยหมัดที่กระแทกเข้าใส่่บน ปิดท้ายด้วยเท้าที่กระแทกซ้ำเข้าไปที่คอหอยของร่างที่ล้มลงกระชากสติไปในพริบตา
กระบวนการทั้งหมดกินเวลาไม่ถึงห้าวินาทีหากทำให้บรรดาคนมองทั้งหลายต่างใบ้กิน
“ ขอบอกไว้ก่อนเลยนะไอ้พวกเวรตอนนี้ฉันเริ่มจะไม่สบอารมณ์ขึ้นมาแล้ว ” กระดูกมือถูกดัดก่อนเหลือบไปยังร่างที่รายล้อมอยู่ในบ้าน “ ถ้าพวกแกอยากตายก็เข้ามา ”
ตั้งสติครู่ใหญ่หนึ่งในเ้าพวกที่ล้อมกรอบก็รู้สึกตัวพวกมันสองคนกระโจนเข้าใส่ เมื่อเห็นการลงมือของเขาครั้งหนึ่งจึงไม่ประมาทมีดพับถูกดึงออกมาใช้งาน การจ้วงแทงหมายจะสังหารเขาให้ได้ในครั้งเดียว
เล่มหนึ่งเล็งเข้าใส่ลำตัวอีกเล่มก็เป็ลำคอความตั้งใจในการสังหารล้นปรี่ พริบตาเท้าก็ถอยร่นไปครึ่งก้าวอาศัยตำแหน่งการแทงที่คลาดเคลื่อนคว้าจับ หยุดมีดที่จะแทงเข้าใส่ก่อนมือจะคว้าเข้าที่ใบหน้าและกระแทกทั้งสองร่างให้ไปกองกับพื้น
แรงกระแทกส่วนหัวมากพอจะทำให้มึนงงตามด้วยหมัดที่กระแทกเข้าใส่เต็มหน้า หยุดยั้งความคิดจะลุกขึ้นทั้งมวลของร่างที่ล้มลงอย่างปัจจุบันทันด่วน
“ ทีนี้ก็เหลือไอ้ระยำอยู่ตัวเดียวแล้ว ” สายตาเหลือบไปยังร่างที่ทำร้ายเด็กอยู่เมื่อครู่ทำให้มันสะดุ้งโหยง สายตาเต็มไปด้วยความแตกตื่นที่เหลือเพียงแค่ตนที่ยังยืนหยัด
“ กะ แกเป็ใครทำไมถึงได้... หรือว่าแกคือปีศาจที่ถล่มแก๊งค์ยากูซ่านับร้อยด้วยตัวคนเดียว ริกเรส เกรย์ฮาร์ทคนนั้น!! ”
“ คิดว่าเท่และเทพได้ขนาดนี้จะมีคนอื่นอีกเรอะ ” การยืนยันที่ชวนให้คนฟังหนาวเหน็บเพราะคิดว่าเป็เพียงตัวตนที่ใกล้เคียงกับเื่เล่าขานเสียมากกว่า
การลงมือในวินาทีเมื่อครู่นอกจากจะยืนยันถึงความสามารถของทางนั้นแล้วมันยังทำให้รู้ตัวอีกอย่าง นั่นคืออายุของอีกฝ่ายที่น่าจะไม่เกินยี่สิบหมายความว่าตอนสร้างตำนานคือในยามที่เด็กกว่านี้เสียอีก
“ ยะ อย่าเข้ามานะโว้ย อย่าเข้ามา!! ”
“ เฮ่ยๆ ไม่เอาน่าแกกระทืบเด็กพวกนั้นซะยับเยินแต่พอถึงคราวแกเสือกจะหนี มันน่าสมเพศเกินไปหน่อยมั้ง ” ปราศจากความเร่งรีบหรือร้อนใจเท้าก้าวไปอย่างเรียบเรื่อย ไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วเหมือนจะค่อยๆกดดันศัตรูไปทีละนิด
“ บัดซบ!! ” มือเอื้อมไปยังวัตถุที่เหน็บอยู่ที่เอวแตกต่างจากเ้าสองตัวที่งัดมีดพับดูก็รู้ว่ามันกำลังจะทำอะไร แน่นอนเขาไม่บ้าพอที่จะปล่อยให้ทางนั้นทำในสิ่งที่้าได้อย่างใจ
“ boost ” เสียงสั่งการตามมาด้วยการเอื้อมไปจับเข็มขัดการกระทำที่เหมือนจะไร้ความหมาย พริบตาร่างในชุดหนังหายไปจากครรลองสายตา
ก่อนจะทันได้ชักปืนคนที่เคยอยู่ห่างก็เข้าประชิดปืนที่ถูกดึงขึ้นถูกหยุดก่อนจะทันได้เล็ง ภาพที่ชวนให้คนมองรู้สึกตระหนกมันกลับเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่กำลังจะเกิด ปืนในมือถูกบิดหมุนจนปากกระบอกเล็งมาทางตน
ความกลัวแล่นวาบจนร่างนั้นแข็งทื่อความพยายามในการฝืนต้านทั้งปวงช่างไร้ความหมาย เรี่ยวแรงมหาศาลตรึงปืนเอาไว้ตรงนั้นทั้งยังกดลงไปบนนิ้วชี้ที่ค้างอยู่บนไกจนมันต้องฝืนสุดฤทธิ์ เพื่อไม่ให้สิ่งนี้กลายเป็อาวุธที่ย้อนกลับมาสังหารตนเอง
“ ไม่ๆๆ แบบนี้ไม่ใช่ แบบนี้มัน... ”
“ อะไรว้าสีหน้าแบบนั้นนี่ไม่ได้เตรียมใจจะโดนยิงเลยหรือไง จะมีด จะปืนหรือจะอะไรก็ช่างถ้าจะเริ่มใช้มันใส่ใครอย่างแรกที่ควรทำไม่ใช่ฝึกมันให้เชี่ยวชาญแต่เป็การเตรียมใจจะโดนเอาคืนต่างหาก ”
“ อย่างว่าแหละนะไอ้พวกที่พอมีพลังเข้านิดหน่อยก็เหลิงคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ซะเต็มประดา คนอย่างพวกแกอยู่ไปก็รกโลก ” แรงกดมากขึ้นคล้ายเป็การบังคับให้นิ้วชี้ที่ค้างอยู่ลั่นไก ราวกับปฏิเสธความพยายามในการเอาชีวิตรอดของทางนี้โดยสิ้นเชิง
วินาทีต่อมาหมัดกลับพุ่งเข้ากระแทกใส่่กรามแรงอัดที่ซัดร่างให้ปลิวไถลไปเป็เมตร แสดงถึงความมหาศาลของเรี่ยวแรงได้เป็อย่างดี
“ ก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่อ่ะนะ แต่บังเอิญมีเื่ที่ต้องถามแกอยู่ เป็กระบุงเลย ” สายตาเหลือบไปหาร่างเล็กที่ยืนทื่อรวมไปถึงสองรายที่โดนทำร้าย มือก็ถอดชิ้นส่วนของปืนเพื่อไม่ให้หน้าไหนกลับไปใช้งานมันได้อีก
มือที่ยื่นเข้ามาสำรวจอาการคือภาพสุดท้ายที่อยู่ในการรับรู้ของร่างเล็ก