บทที่ 01
“ทั้งหมดสองร้อยห้าสิบเก้าบาทครับ”
พนักงานหนุ่มในร้านสะดวกซื้อบอกจำนวนเงินที่ต้องชำระแก่ลูกค้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์
“พี่เอ้”เขาหันไปเรียกผู้ชายอีกคนที่เดินเลือกขนมอยู่ตรงชั้นวางของภายในร้านสะดวกซื้อเดียวกัน
“ว่าไงเบียร์?” เอ้หันไปตามเสียงเรียก
“จ่ายเงินด้วยพี่” เบียร์บอก
เอ้พยักหน้า แล้วเดินถือขนมมาวางรวมกับของที่เบียร์ซื้อไว้จากนั้นพนักงานหนุ่มก็คิดเงินใหม่ทั้งหมด
“ทั้งหมดสามร้อยสี่สิบครับ”พนักงานหนุ่มบอก
เอ้หยิบกระเป๋าสตางค์ที่ใส่ไว้กระเป๋ากางเกงด้านหลังหยิบแบงก์พันออกมาหนึ่งใบ ส่งให้กับพนักงาน
พอได้มองหน้าพนักงานหนุ่มเอ้ก็นิ่งเหมือนถูกความหล่อของอีกฝ่ายสะกด เอ้นั้นรู้สึกคับคล้ายคับคลาว่าเคยเห็นหน้าพนักงานหนุ่มที่ไหน
ที่แน่ๆ ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อที่นี่แน่นอนเพราะว่าที่นี่เป็ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดที่เอ้อยู่ และเอ้ก็มาที่นี่เกือบทุกวันเพิ่งจะเคยเห็นพนักงานหนุ่มคนนี้เป็ครั้งแรก
สายตาของเอ้เหลือบมองป้ายที่ติดหน้าอกของอีกฝ่ายเห็นว่าเป็ป้ายของ ‘พนักงานใหม่’
“เอ่อ...”
พนักงานหนุ่มอึกอักเขาไม่รู้จะพูดอย่างไรเมื่อลูกค้ายืนจ้องหน้า ซ้ำไม่ยอมปล่อยธนบัตรในมืออีก
“อุ๊ย! ขอโทษที มัวแต่มองหน้า” เอ้ฉีกยิ้มก่อนจะปล่อยธนบัตรในมือให้กับพนักงานหนุ่ม
“รับมาหนึ่งพันนะครับ”
“ครับ” เอ้ขานรับจ้องพนักงานหนุ่มตาเป็มัน ในความคิดของเขานั้นกำลังพูดว่า ผู้ชายคนนี้หล่อเกินกว่าที่จะเป็พนักงานในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้
เบียร์ปรายตามองหนุ่มรุ่นพี่อย่างรู้ทันทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเอ้น่ะ เห็นผู้ชายหน้าตาดีไม่ได้หรอก ต้องมีมองต้องมีอ่อยเหมือนที่เขาเคยโดนเมื่อตอนที่รู้จักกับอีกฝ่ายตอนไปทำงานเป็เด็กเสิร์ฟที่ร้านเหล้า
“ยิ้มเรี่ยราดอีกแล้วนะพี่”เบียร์แกล้งแซ็ว
“อะไร ก็ยิ้มปกติ!” เอ้เถียง แต่สายตาของเขายังไม่ยอมละไปจากใบหน้าหล่อๆ พนักงานหนุ่มของพนักงานหนุ่มเลย
“เงินทอนหกร้อยสี่สิบครับ”พนักงานหนุ่มยื่นเงินถอนพร้อมกับใบเสร็จให้กับอีกฝ่าย
เอ้ยื่นมือไปรับ มือเรียวก็ัักับมือของอีกฝ่ายโดยที่เอ้ไม่ได้ตั้งใจรู้สึกเหมือนจะสปาร์ค
“เพิ่งมาทำงานเหรอ?”เอ้ถาม
“ครับ”พนักงานหนุ่มตอบ
“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?”เอ้ถามอีก
“ผมมาทำงานที่นี่เป็วันแรกครับ”พนักงานหนุ่มตอบ
เอ้ส่ายหน้า “ไม่สิๆ หมายถึงว่าเราเคยเจอกันที่อื่นมาก่อนหรือเปล่า คุ้นหน้าเธอมากเลย”
“พี่เอ้ มุกเก่ามากพี่เคยใช้กับผมแล้ว” เบียร์แทรกขึ้น
“เงียบไปเลยเบียร์พี่คุยกับน้องเค้าอยู่นะ” เอ้หันไปตำหนิหนุ่มรุ่นน้องแต่น้ำเสียงงุ้งงิ้งของเอ้กลับไม่ทำให้ดูน่ากลัวเลย
“อ่อย” เบียร์แซะอย่างรู้ทันแต่มันไม่ได้เกิดจากอาการหึงหวง สถานะของเขากับเอ้ไม่สามารถมีความรู้สึกแบบนั้นต่อกันได้
เอ้มองค้อนเบียร์เล็กน้อยยักไหล่อย่างไม่แคร์ เบียร์เป็เด็กที่เอ้เลี้ยงดูแล้วเอ้ก็ไม่ได้เลี้ยงเด็กหนุ่มไว้แค่คนเดียวด้วย ถ้าเขาจะเลี้ยงอีกสักคนก็ไม่เป็ไรเอ้มีเงินมากพอที่จะจ่ายให้ทุกคนอย่างทั่วถึงอยู่แล้ว
“ถ้าพี่จะคุยงั้นผมไปรอที่ห้องนะ” เบียร์ว่า
“เออ ๆไปเดี๋ยวนี้แหละ”
เอ้ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนจะเดินตัวปลิวออกไป สายตาของพนักงานหนุ่มมองตามเ้าของก้นงอนที่เดินออกไปแล้ว
เบียร์มองตามสายตาของพนักงานหนุ่มก่อนจะหอบหิ้วของตรงเคาน์เตอร์ขึ้นมา พร้อมมองหน้าพนักงานหนุ่ม
“หล่อดีนะ” เบียร์ว่า
พนักงานหนุ่มยักคิ้วให้“รู้”
“พี่เอ้อาบน้ำด้วยกันเลยมั้ยพี่” เบียร์เอ่ยชวน
“พี่ว่าพี่นึกออกแล้วเคยเห็นหน้าพนักงานคนนั้นที่ไหน”
เอ้บอกกับเบียร์ ดูเหมือนจะไม่สนใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดก่อนหน้าเพราะปกติแล้ว ถ้าเบียร์หรือใครชวนแบบนี้คนอย่างเอ้จะต้องระริกระรี้เปลื้องผ้าไปเรียบร้อยแล้ว
เบียร์ยิ้ม“ที่ไหนเหรอพี่?”
“ที่โรงเรียนเก่าถ้าจำไม่ผิด ต้องเป็น้องมอสามคนนั้นแน่ ๆ ตอนนั้นพี่จำได้ว่าพี่อยู่มอหก”
เอ้นึกถึงอดีตเมื่อตอนวัยเด็กตอนที่เขาเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนปลายปีที่หกตอนนั้นอีกฝ่ายน่าจะเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนต้นปีที่สาม
“โหวววพี่! นานมาก” เบียร์นับเลขในใจ
เท่าที่เบียร์รู้ตอนนี้เอ้จบมหาวิทยาลัยมาสองปีแล้ว ย้อนกลับไปตอนนั้นก็น่าจะหกปีได้
“พี่ไม่ได้แก่ขนาดนั้นนะ”เอ้ว่า
เบียร์หัวเราะเบา ๆก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่านั่นแหละ เอ้ไม่ได้ดูแก่เลย อีกทั้งยังดูเด็กด้วย ก็ตามประสาคนมีเงินที่มีทั้งเงินและเวลาในการดูแลตัวเองนั่นแหละ
“เธออาบไปก่อนแล้วพี่ว่าพี่ลืมซื้อของ” เอ้บอกกับอีกฝ่าย
เบียร์เลิกคิ้วเหมือนเขาจะรู้ทันเจตนาของอีกฝ่าย
“ลืมอะไรเหรอพี่?”เบียร์แกล้งถาม
“ก็ถึงบอกว่าลืมไง”
“ครับๆๆๆ” เบียร์รับคำรัว ๆ แล้วบอกอีก “งั้นผมอาบน้ำก่อนละกัน”
เอ้ยิ้ม เดินไปหาเบียร์ที่ถอดเสื้อออกเผยให้เห็นแผงอกสวย ๆ ของอีกฝ่าย อดใจไม่ไหวต้องจนต้องเอามือไปลูบไล้
“เดี๋ยวพี่รีบมานะ”เอ้ไม่พูดเปล่า แต่ยังยื่นมือไปสะกิดหัวนมของอีกฝ่ายเบา ๆ
เบียร์ยิ้มโน้มหน้าลงไปหอมแก้มอีกฝ่ายอย่างอดใจไม่ไหว ก็ต้องยอมรับว่าเอ้มีคนที่มีเสน่ห์น่าดึงดูดทางเพศนอกจากจะเป็คนรูปร่างหน้าตาดีแล้ว อีกเื่สำคัญที่สุดก็คงไม่พ้นเื่เงินเพราะเอ้เป็คนกระเป๋าหนัก ที่ทำให้เบียร์ติดแจอยู่กับเขา เื่นี้ก็เป็ส่วนสำคัญที่สุดอย่างปฏิเสธไม่ได้
ปิ๊ง! ป่อง!
พนักงานหนุ่มปรายตาเห็นลูกค้าคนเดิมที่เดินกลับเข้ามาฝ่ายนั้นทำทีเดินไปเลือกของ ในขณะที่ลอบมองพนักงานหนุ่มเป็ระยะ เขารอจนลูกค้าที่กำลังยืนหน้าเคาน์เตอร์ชำระเงินออกไปจากร้านจากนั้นมือบางก็คว้าเอาอมยิ้มใกล้มือ แล้วเดินไปชำระเงิน
“เจอกันอีกแล้วนะครับ”พนักงานหนุ่มเอ่ยทัก
เอ้ยิ้มรู้สึกถึงความมั่นใจในตัวเองที่เพิ่มขึ้น ริมฝีปากบางแย้มยิ้ม ตากลมหวานก็มองคนตรงหน้าด้วยสายตามีความหมายเชิญชวนซึ่งคิดว่าอีกฝ่ายก็น่าจะไม่ต้องแปลความหมายของมันให้ยุ่งยาก
“ใช่เธอเรียนจบจากที่...หรือเปล่า”
เอ้เอ่ยชื่อโรงเรียนมัธยมชายล้วนแห่งหนึ่งไปแล้วพนักงานหนุ่มก็ตอบว่า
“ครับพี่เรียนจบจากที่นั่นเหรอ?”
เอ้ยิ้มดีใจ นั่นหมายความว่าเขาจำไม่ผิดว่าน้องนักเรียนมอสามคนนั้นน่าจะเป็คนเดียวกับที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้
ตอนนั้นเอ้คิดว่าเขาหล่อแล้วพอโตขึ้นมาขนาดนี้ยิ่งหล่อกว่าเดิมเข้าไปอีก
ในตอนนั้นเอ้เห็นว่าอีกฝ่ายยังเด็กแม้จะหล่อมากกว่าตาม แต่ก็ปล่อยไปก่อน อีกทั้งเอ้ก็ชอบหลายคน จนวันเวลาผ่านไปหลายคนก็ผ่านเข้ามา คนที่เขาเคยชอบก็มีภาพของคนอื่นซ้อนทับ จนเขาเกือบลืมไปแล้ว
ถ้าคนตรงหน้าไม่หล่อจนสะดุดตาเอ้ก็คงไม่พยายามนึกหรอกว่าอีกฝ่ายเคยเป็รุ่นน้องโรงเรียนเดียวกันที่เขาเคยชอบมากก่อนและเอ้ก็ตั้งใจแล้วว่า งานนี้จะปล่อยให้อีกฝ่ายพลาดไปเหมือนตอนนั้นไม่ได้แล้ว
“ใช่ หลายปีแล้ว”เอ้ตอบ
พนักงานหนุ่มยิ้มเหมือนดีใจอย่างไรอย่างนั้น
“แต่พี่ก็จำผมได้”
“แน่นอนสิ”เอ้บอกด้วยความภาคภูมิใจ
“ดีใจจังเลยครับไม่คิดว่าจะได้เจอศิษย์เก่าจากโรงเรียนเดียวกัน”
“ใช่มะ! ว่าแต่เธอเลิกงานกี่โมงล่ะ?” เอ้ถาม
พนักงานหนุ่มดูนาฬิกาที่ข้อมือยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน แต่ก็อีกไม่นานเท่าไหร่
“เที่ยงคืนครับ”
“เอาไว้ไปนั่งคุยกันบนห้องพี่มั้ยล่ะ”เอ้เอ่ยชวน ไม่อยากรีรอให้เสียเวลาอีกต่อไป
“แต่ว่าเพื่อนพี่คนเมื่อกี้...”
“ไม่ต้องห่วง พี่จัดการได้”เอ้ขยิบตาให้
ั์ตาคู่สวยมีแววซุกซนยามที่มองซิน มันมีประกายบางอย่างซึ่งทำให้คนถูกมองถึงกลับลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง
“เธอชื่ออะไร?”เอ้ถาม
พนักงานหนุ่มเลิกคิ้วทำหน้าเหมือนงง
“เอ๊า! ก็จำหน้าได้ แต่จำชื่อไม่ได้ไง” เอ้บอก
จะพูดอย่างไรดีเพราะ่เวลาตอนที่เรียนอยู่มัธยมฯ มันก็ผ่านมานานพอสมควรอีกทั้งเอ้ก็รู้จักคนตั้งมากมาย ไม่แปลกที่เขาจะจำชื่ออีกฝ่ายไม่ได้
“ซินครับ”
“ซินเหรอ?แปลว่าอะไรอะ”
เ้าของชื่อส่ายหน้าแต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่เคยสนใจที่จะหาความหมายของชื่อตัวเองอยู่แล้ว
“ไม่รู้สิครับซินเดอเรลล่ามั้ง”
ซินก็พูดไปอย่างนั้นแต่ดูเหมือนเอ้จะชอบใจไม่น้อย
“ซินเดอเรลล่าเหรอน่ารักจัง!”