THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 28 สามวันก่อนการแข่งขัน เควิน & เอกอน (ตอนจบ)


            “ช่วยบอกผมทีว่านี่มันแปลงผักหรือทุ่งหญ้ารกชัฏกันแน่ ทำไมมันช่างเขียวครึ้มสิ้นดี”

            เทลเลอร์บ่นกระปอดกระแปดเมื่อสายตาของตัวเองกำลังมองดูพงหญ้าและต้นหญ้าน้อยใหญ่ที่ขึ้นไล่เรียงกันไปจนสุดลูกหูลูกตาแลดูแล้วให้ความรู้สึกว่าเป็นทุ่งหญ้าสะวันน่ามากกว่าจะเป็นพื้นที่การเกษตร

            “ต้องขอโทษด้วยค่ะก็อย่างที่บอกไปแล้วเพราะมันถูกแมมมอธมารุกรานบ่อย ๆ ชาวบ้านเลยไม่ค่อยจะได้ทำนาทำสวนกัน สภาพก็เลยออกมาอย่างที่เห็น” จีน่าเดินเข้ามายืนข้าง ๆเทลเลอร์แล้วชี้แจงให้ฟัง

            “แล้วทำไมพวกทหารถึงไม่มาจัดการล่ะครับ”เทลเลอร์หันมามองเธอแล้วถาม

            “ถ้าพวกเราทำมันก็ไม่ใช่ภารกิจสิคะ”พูดจบเทลเลอร์ถึงกับเอามือตบหน้าผากตัวเองทันที ให้ตายเถอะเขาลืมนึกไปว่านี่มันเกม

            “แมมมอธที่ว่ามีประมาณกี่ตัวล่ะครับ”เอกอนถามแทรกขึ้นมาบ้าง เขายืนอยู่เยื้องไปข้างหน้าของเทลเลอร์หน่อย ๆ

            “10 กว่าตัวค่ะส่วนใหญ่พวกมันจะออกมาตอนเที่ยง นี่ก็ใกล้เวลาแล้ว”เธอเงยหน้ามองดวงตะวันที่เคลื่อนคล้อยเกือบจะอยู่เหนือศีรษะแล้วตอบ

            “แล้วคุณจีน่าจะช่วยเรามั๊ยครับ”

            “ไม่หรอกค่ะเดี๋ยวข้าต้องไปเปลี่ยนเวรกับมอนเต้แล้วหากภารกิจเสร็จสิ้น ก็ให้ไปรอที่กระโจมผู้นำเผ่าพันธุ์เลยค่ะเดี๋ยวคุณพ่อจะเป็นคนมอบรางวัลให้เอง” เอกอนพยักหน้าเมื่อได้ยินคำตอบ

            “ถ้างั้นขอให้โชคดีนะคะ”จีน่ากล่าวอวยพรทิ้งท้าย ก่อนจะเดินหายกลับไปในหมู่บ้านอีกครั้งทิ้งให้เอกอนกับเทลเลอร์ต้องคอยฝูงแมมมอธตามลำพัง

            “พี่เอกอนคิดจะกำจัดแมมมอธยังไง”เทลเลอร์ถามขึ้น เมื่อมองเห็นว่าจีน่าได้พ้นประตูทางเข้าหมู่บ้านไปแล้ว

            “ก่อนอื่นแมมมอสที่จีน่าพูดถึงน่าจะอยู่ระดับไม่เกิน12 แน่นอน อย่างดีสุดก็13 ซัดซักตูมสองตูมก็คงเสร็จดูแล้วภารกิจค่อนข้างง่ายไม่ยุ่งยากดี”

            เทลเลอร์อ้าปากหวอเมื่อได้ยินคำตอบนี่พวกอดีตอันดับ 1ถึง 5 ทั้งหลายเป็นประเภทนี้กันหมดรึไงอะไรมันจะมั่นใจในพลังตัวเองปานนั้น ขนาดตัวเขาเองที่ฝ่าฟันจนได้อันดับ 5 มาก็รากเลือดแล้ว ยังต้องคิดหนักเลยว่าจะกำจัดแมมมอธระดับไม่เกิน 12ยังไง เผลอ ๆ ตูมสองตูมนี่คงไม่ตายง่าย ๆ หรอกแล้วดูคุณพี่เอกอนตอบสินั่นเขาเรียกว่าแผนเหรอ...แถวบ้านเขาเรียกว่าล้างบางแล้ว

            “ทำหน้าแบบนั้นไม่เชื่อพี่เหรอ”

            “เออ...”เทลเลอร์ถึงกับติดอ่าง “ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับเพียงแต่ว่า มันจะง่ายขนาดนั้นเหรอแมมมอธระดับมันก็ตั้ง 10 อัปขึ้นแล้วต่อเก่งแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาหน่อยไม่ใช้เหรอครับ”

            “กองทัพมอนเตอร์ยังตึงมือมากกว่านี้นะถ้าแค่นี้ยังซัดมันตูมสองตูมแล้วไม่ตายเรื่องอเล็กซ์คงต้องเผากงเต๊กให้ตัวเองแล้วล่ะ” เทลเลอร์ทำท่าคอตกดูท่าเขาจะหลงเข้ามาในกลุ่มคนที่ไม่น่าจะตีซี้ด้วยซะแล้ว หวังว่าคนอื่น ๆคงไม่เป็นแบบนี้กันหมดนะโดยเฉพาะพี่วรรณภา เธอคงจะปกติที่สุดแล้วล่ะ

            “งั้นเอาแบบนี้ดูพี่จัดการก็พอโอเคนะ”

            ครืน!!!

            สิ้นเสียงของเอกอนพื้นแผ่นดินก็สั่นสะเทือนน้อย ๆ จากการวิ่งตะบึงของมอนเตอร์ตัวใหญ่ฝูงหนึ่งแต่เอกอนกับเทลเลอร์ก็ยังไม่เห็นตัวของผู้กระทำเพราะพงหญ้าที่สูงจนบดบังทัศนียภาพในการมองเห็นกระนั้นงวงยาวโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชูพ้นขอบของใบหญ้าขึ้นก็พอจะเดาได้ว่าตัวที่กำลังวิ่งมาแต่ไกล ๆ และเห็นหลังอยู่ลิบ ๆคงไม่พ้นแมมมอธแน่นอน

            เอกอนมองฝูงแมมมอธอย่างแน่นิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นเปิดหน้าต่างเก็บไอเทมขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะคว้าเอาไม้เท้าระดับแรร์ไอเทมขึ้นมาถือในมืออย่างรีบ ๆและแน่นอนว่าเทลเลอร์ก็กำลังจ้องไม้เท้านั่นตาเป็นมัน

            “นี่มัน...”เทลเลอร์พูดค้างไว้แค่นั้น และแม้ไม่ต้องบอกเอกอนก็พอรู้ว่าจะพูดอะไรแต่เขาก็แค่ยิ้มมุมปากให้ก่อนจะหยิบการ์ดปีกเทวดาขึ้นมาจากหน้าต่างเก็บไอเทมอีกใบแล้วคลายผนึกทันที

            “จงขานรับเสียงของข้าคลายผนึก การ์ดปีกเทวดา”

            สิ้นคำพูดของเอกอนการ์ดในมือก็ส่องแสงสีขาวสว่างแล้วสลายกลายเป็นละอองระยิบระยับก่อนจะบังเกิดปีกสีขาวสะอาดตาคู่หนึ่งงอกขึ้นกลางหลังของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นถึงอันดับ 3 เมื่อ 12 ปีก่อน และพริบตานั่นเองเอกอนก็โผบินออกจากจุดที่ยืนอยู่ขึ้นสู่บนฟากฟ้าทิ้งให้เทลเลอร์มองตามอย่างทึ่ง ๆ

            “ที่แท้ก็มีแรร์ไอเทมนี่เองมิน่าถึงได้มั่นใจนัก”

            คำพูดของเทลเลอร์เหมือนจะเป็นการบอกไล่หลังแต่ดูเหมือนเอกอนคงจะไม่ได้ยินเพราะตอนนี้เขากำลังลอยด้วยปีกสีขาวอยู่เหนือพวกแมมมอสไปหลายเมตรและมองดูมอนเตอร์ที่มีลักษณะขนยาวสลวยลากเฟิ้มถึงพื้น กับทั้งมีงวงที่ยาวโง้งใหญ่ที่มองดูทีไรก็รู้สึกหนักหน้าตัวเองนับสิบกว่าตัวกำลังห้อตะบึงตัดพงหญ้าน้อยใหญ่ให้ราบเป็นทางยาว

            “เอาล่ะถือว่าพวกแกโชคร้ายก็แล้วกัน”พูดจบเจ้าของฉายาจอมเวทดวงดาวก็วนไม้เท้าในมือหนึ่งรอบ แล้วเริ่มร่ายบทอาคมสำหรับใช้เวท

            “อธิษฐานต่อดวงดาวบนฟากฟ้าเหล่าดาราจงตอบรับในคำขอ จงร่วงหล่นมาพื้นโลกอย่าได้รอ เพื่อเกิดก่อฤทธาชำระมาร”

            ทักษะมหาเวทดูดดาวฝนดาวหาง

            ท้องฟ้าเกิดแปรปรวนเมื่อสิ้นการร่ายเวท หมู่เมฆเริ่มเคลื่อนตัวลงต่ำจนบดบังแสงอาทิตย์ไปชั่วขณะ เอกอนมองภาพนั่นอย่างชั่วครู่แล้วหลับตานิ่งๆ ก่อนจะบีบไม้เท้าดวงจิตมังกรด้วยมือทั้งสองไว้แน่นพลันบังเกิดวงแหวนเวทขนาดใหญ่ขึ้นเหนือเหล่าฝูงพวกแมมมอธ ที่ตอนนี้มันเริ่มจะเคลื่อนไหวช้าลงจากเร็วกลายเป็นช้าและหยุดเคลื่อนไหวในที่สุดเนื่องจากสัญชาตญาณที่กำลังบอกพวกมันว่าหายนะกำลังมาถึงแล้วและพริบตานั้นเองวงแหวนเวทก็เปล่งแสงเรืองรอง

            ตูม! ตูม! ตูม!

            ดาวหางนับร้อยลูกพุ่งออกจากวงแหวนเวทอย่างรุนแรงและต่อเนื่องปะทะเหล่าแมมมอธที่ยืนค้างอยู่ข้างล่างอย่างเต็มพลังจนเกิดระเบิดกระจายไปทั่วทั้งทุ่งหญ้าที่ชาวบ้านนกฟินิกซ์เรียกมันว่าแปลงผัก

            “ถือว่าพรวนดินก่อนปลูกผักไปในตัวก็แล้วกัน”

            เอกอนเปรยออกมาเมื่อมองเห็นว่าผลงานของตัวเองนั้นกินอาเขตกว้างใช่เล่นเพราะตอนที่ใช้ทักษะนี้สังหารกิลด์พยัคฆ์คำรามเขาไม่ได้ร่ายเวทเลยทำให้มันแสดงอานุภาพได้ไม่เต็มที่แต่ถ้าพูดถึงพลังทำลายของทักษะนี้นั้น มันก็ประมาณนี้แหละ

            “ยังไม่ตายเหรอ”

            เอกอนหลุดปากออกมาเมื่อเขาพบว่ายังไม่มีเสียงระบบแจ้งเตือนค่าประสบการณ์หรืออะไรก็ตามที่เป็นการบอกว่าเสร็จภารกิจแล้ว และพอหมู่เมฆบนฟ้าเริ่มเปิดทางให้แสงแดดส่องมาอีกครั้งเขาก็พบเหล่าตัวแมมมอธกำลังนอนหายใจพะงาบ ๆ อยู่หลายตัวบางตัวก็ยังฝืนลุกขึ้นมาเพื่อจะพยายามหาต้นตอของผู้ทำร้ายตนแต่อนิจจาดูเหมือนสังขารตอนนี้ของพวกมันคงจะไม่เอื้ออำนวยมากสักเท่าไหร่

            “อึดเหมือนกันนะเนี้ย”เขาพูดกับตัวเองอย่างช่วยไม่ได้พร้อมกับวาดไม้เท้าดวงจิตมังกรในมือออกไปข้างตัวแล้วเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง

            “เอกภพผู้ครอบงำดาราจักรชี้ทางมรรคสร้างทางอยู่มิรู้หาย ก่อกำเนิดรวมพลังเพื่อรอคลายแบ่งขยายห้วงดาราจักรวาล”

            ทักษะมหาเวทดูดดาวบิ๊กแบง

            วูบ!

            ฟ้าว!

            แผ่นดินบริเวณทุ่งหญ้ารกชัฏเกิดสั่นสะเทือนครั้งใหญ่พลันปรากฏก้อนพลังสีดำทมิฬที่ประกายไฟฟ้าดังเปรี๊ยะ ๆ ก่อนมันจะเริ่มแสดงอำนาจโดยการปล่อยแรงดึงดูดมหาศาลดูดเอาร่างของแมมมอธที่อ่อนแรงให้ลอยพุ่งเข้ามารวมกันเป็นกลุ่มก้อนจนได้แมมมอธนับสิบตัวที่ถูกบีบอัดให้อยู่ในรูปทรงกลมท่ามกลางเสียงโหยหวนของความเจ็บปวดและ...

            บึ้ม!!!!

            เกิดระเบิดขยายกว้างจากแกนกลางของทรงกลมแมมมอธ และแรงระเบิดนั้นก็ได้ฉีกกระจายร่างของพวกมันให้เป็นชิ้น ๆพร้อมกับเสียงระบบที่ดังขึ้นให้หัวของเอกอน เพื่อบ่งบอกที่สิ่งที่เขาต้องการ

            ‘ผู้เล่นเอกอนสังหารมอนเตอร์เผ่าพันธุ์แมมมอธระดับ11 เป็นจำนวน 14 ตัว ได้รับค่าประสบการณ์....’

            เทลเลอร์ยืนมองเหตุการณ์ไกล ๆอย่างตื่นตะลึง เขาไม่ได้ยินเสียงของระบบที่กำลังบอกค่าประสบการณ์กับเอกอนหรอกเพราะไม่ได้ตั้งปาร์ตี้ แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นถึงอันดับ 5 ในปัจจุบันมันกำลังตอกย้ำถึงความห่างชั้นของเขากับพี่เอกอนแค่ลำพังความรู้สึกที่ด้อยกว่าอดีตอันดับ 2 นั้นเขายังพอทนได้แต่นี่...

            หมับ!

            เทลเลอร์กำมืออย่างไม่รู้ตัวแล้วขบกรามแน่นเขากำลังน้อยใจตัวเองที่ไม่สามารถหาทักษะที่แข็งแกร่งในเกมส์มาเป็นของตัวเองได้เลยต้องตัดสินใจขอให้ผู้เล่นที่เก่งกว่าตัวเองช่วย เหมือนการที่เขาขอเป็นลูกศิษย์ของจอมดาบสยบศาสตราแต่ทำไมดูเหมือนมันกลับเป็นการซ้ำเติมตัวเองล่ะ...

            ตุบ! ตุบ! ตุบ!

            ช่วงเวลาที่เทลเลอร์จมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองนั้นก็มีอะไรบางอย่างกำลังวิ่งมาทางเขา และเมื่อสังเกตดี ๆก็พบว่ามันคือแมมมอธร่างยักษ์ตัวหนึ่งที่ห้อตะบึงมาด้วยความเร็ว

            แกร็ก!

            เร็วเท่าความคิดเขาเปิดหน้าต่างเก็บไอเทมอย่างรีบๆ และคว้าดาบนรกานต์มาไว้ในมืออย่างไม่ต้องคิดพร้อม ๆ กับกระโจนเข้าหาแมมมอธตัวนั้นทันที

            “ผมก็แข็งแกร่งเหมือนกันนะ”

            ราวกับเป็นการตะโกนเพื่อบอกตัวเองและมันกันก็เป็นดั่งแรงผลักที่ทำให้เจ้าของฉายานักดาบมังกรคลั่งถึงกับตัดสินใจเปิดใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ทักษะที่เขาแทบไม่ได้ใช้เลยตั้งแต่วันที่ได้รับตำแหน่งอันดับที่ 5 มา

            ทักษะเผ่าพันธุ์มังกรปฐพีคำราม

            บังเกิดหัวของมังกรตะวันตก ที่มีผิวหนังเป็นแผ่นดินขึ้นครอบร่างของเทลเลอร์จางๆ ก่อนมันจะอ้าปากกว้างและคำรามส่งเสียงดังกึกก้องเป็นทางยาวส่งผลให้แมมมอธตัวนั้นถึงกับชะงักเท้าวิ่งอีกทั้งผิวหนังของมันก็เริ่มปริแตกออกพร้อม ๆกับเลือดสีแดงที่ไหลเยิ้มออกมาทั่วตัว

            “โฮก!!!”

            มันร้องด้วยความเจ็บปวดและทรมานแต่ไม่นานร่างของมันก็ค่อย ๆ เปล่งแสงสีขาวช้า ๆ และค่อย ๆ เลือนหายไปในที่สุดซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่เสียงระบบดังขึ้นในหัวของเทลเลอร์

            ‘ผู้เล่นเทลเลอร์สังหารมอนเตอร์เผ่าพันธุ์แมมมอธระดับ12 เป็นจำนวน 1 ตัวได้รับค่าประสบการณ์....’

            “มิน่าว่าทำไมภารกิจยังไม่จบที่แท้ก็รอดมาหนึ่งตัวนี่เอง”เป็นเสียงของเอกอนที่ดังมาพร้อมกับร่างของเขาที่ลอยลงสู่พื้นช้าก่อนจะเดินมาหาเทลเลอร์ที่ดูเหมือนจะทำสีหน้าลำบากใจอะไรบางอย่าง

            “ทักษะเผ่าพันธุ์รุนแรงดีทำไมไม่ใช้ตั้งแต่ต้นล่ะ”เทลเลอร์ไม่ตอบในทันทีเขาเปิดหน้าต่างสถานะตัวเองขึ้นมาแล้วจ้องมองมันอย่างกังวลโดยเฉพาะเปอร์เซ็นต์ความโชคดี

            “เพราะมันมีข้อเสียที่ไม่น่าใช้นะสิครับ”เขาตอบพร้อมกับปิดหน้าต่างระบบในที่สุดแล้วหันหน้าไปหาเอกอน

            “ทักษะเผ่าพันธุ์มีข้อเสียด้วยเหรอ”

            “ก็เฉพาะเผ่าพันธุ์มังกรทุกธาตุแค่นั้นแหละครับทักษะของเผ่าพันธุ์นี้น่ะถือว่ารุนแรงในอันดับต้น ๆ ก็จริงแต่มันก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน”

            “แล้วข้อเสียของเผ่าพันธุ์ที่ว่ามันคืออะไรล่ะ”

            “มังกรธาตุอื่นผมไม่รู้แต่เผ่าพันธุ์มังกรธาตุดินของผม มีข้อเสียคือโชคจะลดลง 2% ทุกครั้งที่ใช้ทักษะเผ่าพันธุ์”

            “แค่โชคลดไม่เห็นเป็นไรนี่นะ”

            “ซะที่ไหนล่ะครับ ถ้ามันเหลือ0 ละก็ซวยแน่ ๆ ”

            “เหลือ 0 แล้วจะเจอกับอะไรล่ะ” เทลเลอร์มองเอกอนอย่างไม่เชื่อสายตา ว่าอดีตอันดับ 3เมื่อ 12 ปีก่อนจะไม่รู้ว่าโชคมีความสำคัญยังไง

            “เราก็จะกลายเป็นจุดศูนย์กลางให้มอนเตอร์พุ่งเข้าหาในรัศมี500 เมตรทันที” เอกอนเอ๋อขึ้นหน้าเมื่อได้ยินคำตอบและเขาก็มองดูเทลเลอร์เดินดุ่ม ๆ เข้าหมู่บ้านนกฟินิกซ์ไป

            “เควินนายโชคดีมาก...ที่มีเครื่องรางความซวยเดินได้อย่างเทลเลอร์”

    ++++++++++++++++++++

            “ต้องแบบนี้สิถึงจะเป็นผู้เล่นที่ข้าไว้ใจ”

            เสียงทุ้มต่ำและมีอำนาจแบบนี้แม้ยังไม่เปิดกระโจมเข้าไปแต่เอกอนก็พอเดาได้ว่าเป็นเสียงของผู้นำเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์อย่างแน่นอน นั่นก็หมายความว่าเควินเสร็จสิ้นการรับทักษะลับเผ่าพันธุ์แล้ว

            “อ้าว! ภารกิจเสร็จแล้วสินะ”ผู้นำเผ่าร้องทักเมื่อเห็นเอกอนเดินเข้ามาในกระโจมพร้อมกับเทลเลอร์“จะรับรางวัลอะไรดีล่ะระหว่างทักษะพิเศษกับไอเทม”

            “ทักษะพิเศษ”เทลเลอร์ร้องอุทานอย่างตกใจเมื่อได้ยินของรางวัลแค่ฆ่าแมมมอธเนี้ยนะได้ทักษะพิเศษเลยเหรอ

            “ถูกต้องเอาล่ะ...ว่ามาได้”

            “ทักษะพิเศษครับ” เป็นเอกอนที่ชิงตอบก่อนซึ่งผมที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายชราที่มียศเป็นผู้นำ ได้แต่มองอย่างลุ้นว่าทักษะที่เอกอนจะได้เป็นอะไร

            “เจ้าเป็นนักเวทย์สินะงั้นข้าให้ทักษะนี้ละกัน”

            ‘ผู้เล่นเอกอนทำภารกิจเสร็จสิ้นได้รับทักษะผู้พิทักษ์แห่งแสง’

            “ได้ทักษะอะไรล่ะ”ผมถามแทรกขึ้น เพราะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเสียงระบบที่บอกเอกอนนั้นว่าเช่นไร

            “ผู้พิทักษ์แห่งแสง”

            เอกอนตอบซึ่งผมก็ได้แต่มองอย่างสงสัยแต่ก็เดาได้ว่าคนที่ได้ทักษะไปอย่างเอกอนก็สงสัยไม่แพ้กัน เพราะผมเห็นเขาเปิดหน้าต่างทักษะขึ้นมาอ่านรายละเอียดทันทีหากผมก็มีมารยาทพอที่จะไม่ถามซอกแซกเพราะผู้เล่นบางคนเขาถือกันว่าทักษะพิเศษนั้นเป็นความลับ

            “แล้วเจ้าล่ะจะเอาอะไร”เทลเลอร์มองผู้นำอย่างงง ๆเขากำลังสงสัยอยู่ว่าตัวเองก็มีสิทธิ์จะได้รับรางวัลกับเขาด้วยเหรอเพราะดูจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเหมือนเอกอนจะเป็นผู้ฆ่าซะส่วนใหญ่

            “ผมก็ได้เหรอ”ในที่สุดเจ้าลูกศิษย์จอมทึ่มก็ถามออกไป

            “เอาน่า...ข้าเต็มใจจะให้แต่ถ้าเจ้าไม่สบายใจจะกลับไปสังหารแมมมอธใหม่ก็ได้นะ” เทลเลอร์ส่ายหัวดิกทันทีเรื่องอะไรเขาจะกลับไปวิ่งเข้าหาอ้อมกอดแมมมอธล่ะ...คนโง่เท่านั้นแหละที่คิดแบบนั้น

            “ทักษะพิเศษครับ”

            “เจ้าเป็นนักดาบงั้นก็ทักษะนี้ก็แล้วกัน”

            ‘ผู้เล่นเทลเลอร์ทำภารกิจเสร็จสิ้นได้รับทักษะวิญญาณดาบสุริยัน’

            “ทักษะวิญญาณดาบสุริยัน”เทลเลอร์หันมาทางผมแล้วตอบ ราวกับจะรู้ว่าผมจะถามอะไร ซึ่งผมก็ได้แค่พยักหน้ารับรู้ก็แค่นั้น

            “เอาล่ะ...หมดธุระของข้าแล้วถ้าไม่มีอะไรแล้วละก็เชิญเดินพักผ่อนในหมู่บ้านของเราได้ หรือถ้าอยากทำภารกิจก็ลองไปถามกับชาวบ้านเอานะของรางวัลก็พอใช้ได้อยู่แหละ”

            “ได้ครับ”ผมเป็นคนตอบแล้วค่อย ๆ เดินไปทางประตูกระโจมอย่างหดหู่ ท่ามกลางสายตาสงสัยของเอกอนและเทลเลอร์

            “เป็นอะไรเควิน”

            “เป็นแม่ทัพของเหล่าทหารเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์”

     


     

    คล้ายกับเรื่องTHE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1) ที่คุณอ่าน