ไลก้าและคนอื่นๆฟังแผนที่ไลท์อธิบายก็เข้าใจได้ทันที
เนื่องจากองค์กรพิษสังหารมีจำนวนคนที่มากกว่าทำให้พวกเขาต้องตัดกำลังของพวกมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ด้วยแบบนี้ทำให้พวกเขามีโอกาสชนะมากกว่าและพวกเขาก็จะปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย
“ ส่วนเรื่องเวลาโจมตีก็คือพรุ่งนี้เช้า พวกเราต้องยิ่งลงมือไวก็ยิ่งดีเพราะพวกมันคงไม่คิดว่าจะมีใครกล้าโจมตีพวกมันแน่ๆ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เดซี่แล้วร่างอวตารบุปผาเป็นอย่างไรบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ตอนนี้มันอยู่ในจิตวิถีปฐพีแล้วค่ะอาจารย์ ” เดซี่พูดขึ้น
ไลท์พยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ ดูเหมือนว่าจบศึกนี้เธอก็น่าจะมีร่างอวตารบุปผาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัวแล้วสินะ ”
คนอื่นๆก็พากันมองไปที่เดซี่พร้อมกับหัวเราะออกมา
“ นั้นก็นับว่ายอดเยี่ยมมากเลยอาจารย์ ” เดซี่ยิ้มออกมา ยิ่งเธอมีร่างอวตารบุปผามากเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งของเธอก็มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ร่างอวตารบุปผาสามารถแปลงกลายเป็นดอกไม้ขนาดเล็กเพื่อที่จะติดตามเธอไปได้ทุกที่อีกด้วย ซึ่งนับว่ามีประโยชน์อย่างมากในการพาไปยังสถานที่ต่างๆ
ข้อเสียอย่างเดียวในการใช้ทักษะร่างอวตารบุปผาก็คือต้องมีทรัพยากรจำนวนมากในการฝึกฝนร่างอวตารบุปผา
นอกจากนี้ร่างอวตารบุปผาจะสามารถดูดซัพละอองมานาได้แต่มันก็ยังช้าเกินไป แต่ถ้าหากเธอนำสมบัติที่มีพลังเวทย์อยู่ให้มันดูดซัพล่ะก็ มันก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งได้รวดเร็วกว่าบ่มเพาะเองหลายเท่า ด้วยเหตุนี้ยิ่งเดซี่มีร่างอวตารบุปผามากเท่าไหร่เธอก็ต้องมีทรัพยากรจำนวนมากเพื่อให้มันบ่มเพาะพลังไปด้วย
“ เอาล่ะทุกคนไปพักผ่อนก่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้ได้ลุยงานหนักแน่ๆ ” ไลท์พูดขึ้น
หลังจากนั้นทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
ไลท์หยิบเอกสารที่คุณเฟลิกซ์ให้มาอ่านดู เขาต้องการรู้ข้อมูลของตัวตนระดับSSขององค์กรพิษสังหาร
ผู้นำขององค์กรพิษสังหารมีชื่อว่า เคาน์ตี้ เธอเป็นหญิงสาวที่ใช้พิษในการต่อสู้ นอกจากนี้เธอยังมีร่างกายที่เป็นพิษ แม้กระทั้งลมหายใจของเธอก็ยังเป็นพิษที่ร้ายแรงจนแม้แต่ตัวตนระดับSSก็อาจจะตายได้
ร่างกายพิษคือร่างกายที่สามารถทนทานพิษทุกชนิดบนโลกได้ และพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างกายของเธอนั้นรุนแรงจนแม้แต่ตัวตนระดับSSSก็ยังได้รับอาการข้างเคียงไปด้วย ด้วยเหตุนี้เคาน์ตี้จึงนับว่าเป็นตัวตนระดับSSที่แข็งแกร่งมากๆ ส่วนมหาเวทย์ของเธอก็เกี่ยวกับพิษอีกด้วย
ต่อมาก็คือรองผู้นำองค์กรสองคน
คนแรกคือเควิน เขาเป็นจอมเวทย์ลวงตาที่แข็งแกร่งมากๆ ภาพลวงตาของเขาทำให้คนที่โดนราวกับถูกดึงไปยังโลกอีกใบ ด้วยเวทย์ลวงตานี้ทำให้ตัวตนระดับSSหลายคนต้องตายมาแล้ว แม้กระทั้งผู้พิทักษ์จอมเวทย์คนหนึ่งก็เคยเสียท่าถูกเควินสังหารมาแล้ว
คนที่สองคือกาบี้ เขาเป็นจอมเวทย์เสริมร่างกายและผสานร่างกับกระทิงอัคคี เวทย์ของกาบี้นั้นทำให้ร่างกายของกาบี้ทรงพลังอย่างมากๆ ว่ากันว่าเพียงแค่หมัดเดียวของมันทำลายภูเขาลูกใหญ่ได้ทั้งลูก อย่าเห็นว่ามันเป็นคนตัวใหญ่แล้วจะเคลื่อนไหวช้า ความจริงแล้วกาบี้นั้นรวดเร็วอย่างมาก เนื่องมาจากเวทย์เสริมร่างกายของเขานั้นเอง และเมื่อยิ่งผสานร่างกับกระทิงอัคคีแล้วก็ทำให้มันแข็งแกร่งอย่างมาก
สามคนนี้คือกำลังที่แท้จริงขององค์กรพิษสังหาร ส่วนตัวตนระดับSSอีกห้าคนนั้นไม่ได้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับสามคนนี้ ทำให้ไลท์ไม่ได้ให้ความสนใจกับพวกเขา แต่ไลท์ก็คงอ่านข้อมูลของทั้งห้าคนเพื่อจะได้หาทางรับมือได้ถูกถ้าหากต้องเจอกันในการต่อสู้
ผ่านไปหลายชั่วโมงก็เป็นเวลาหัวค่ำแล้ว ไลท์จึงพาเบเรียลออกไปกินอาหารเย็น
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะออกจากโรงแรม จู่ๆก็มีกลุ่มคนหลายสิบคนเดินเข้ามาหาไลท์
คนที่อยู่รอบๆพากันสงสัยแต่เมื่อเห็นคนที่เดินนำก็พากันตกใจและรีบถอยห่างทันที เพราะคนที่เดินนำคือผู้นำตระกูลเคย์ นอกจากนี้ยังมีผู้นำอีกสองตระกูลและผู้นำกิลด์จอมเวทย์อีกสองกิลด์ ได้แก่ผู้นำตระกูลคิลแลนน์ ผู้นำตระกูลบาร์เดี้ยน ผู้นำกิลด์ไมม์ช็อต และสุดท้ายคือผู้นำกิลด์ฟอเรสสวีท
ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็สงสัยว่าผู้นำตระกูลเคย์และตระกูลอื่นๆที่สูงส่งยกขบวนมาทำอะไรที่หน้าโรงแรมแห่งนี้กัน และดูเหมือนว่าพวกเขาจะเดินไปหาคู่ชายหญิงคู่หนึ่งด้วย
จากนั้นก็มีคนของห้ากองกำลังนี้พากันไล่ชาวบ้านออกไปทันที
ไลท์หรี่ตาลงก่อนที่จะพบว่าภายในกลุ่มคนเหล่านั้นมีพวกลองกินัสอยู่ด้วย
เวลานี้พวกลองกินัสรู้ตัวจริงของไลท์และเบเรียลแล้ว ในตอนที่พวกเขารู้ความจริงนั้นก็เกือบทำให้พวกเขาหัวใจวายตาย เพราะพวกเขาดันไปแย่งคู่รักของท่านไลท์ ถ้าหากพวกเขาถูกท่านไลท์ฆ่าพวกเขาก็ได้แต่โทษตัวเองเท่านั้นที่ไปหาเรื่องท่านไลท์แบบนั้น
แม้กระทั้งผู้นำกองกำลังทั้งห้านี้ก็รู้สึกโชคดีที่ท่านไลท์ลงโทษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเขารู้ดีว่าถ้าหากท่านไลท์ลงมือสังหารลูกๆของพวกเขา พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ก็คงได้แต่โทษตัวเองที่สั่งสอนลูกไม่ดีเอง
ไลท์และเบเรียลจึงเข้าใจได้ทันทีว่าคนเหล่านี้จะมาทำอะไร จากนั้นรอยยิ้มของไลท์ก็ปรากฏขึ้น
“ ถ้าหากใครกล้าไล่ชาวบ้านไปแม้แต่คนเดียวฉันจะหักขามันซะ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทันใดนั้นคนของห้ากองกำลังก็พากันหยุดชะงักก่อนที่จะมองไปที่ผู้นำของตัวเอง
ผู้นำทั้งห้าคนมองหน้ากันก่อนที่จะยิ้มแห้งๆ พวกเขารู้แล้วว่าท่านไลท์จะต้องรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นท่านไลท์จึงห้ามไม่ให้คนของพวกเขาไล่ชาวบ้านไปแบบนี้
แน่นอนว่าเมื่อเป็นคำสั่งของท่านไลท์พวกเขาย่อมทำตามแต่โดยดี
พวกเขาสั่งให้คนของเขากลับมายืนที่เดิม
ชาวบ้านทั้งหลายพากันงุนงงและไม่เข้าใจว่าไมชายหนุ่มคนนั้นถึงได้สั่งการคนของห้าตระกูลได้ แน่นอนว่าเมื่อไม่มีใครมาไล่แล้ว ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็ยืนดูด้วยความสนใจขึ้นมา พวกเขาอยากจะรู้ว่าผู้นำกองกำลังระดับสูงทั้งห้ากองกำลังมาที่นี้เพราะเหตุใด
หลังจากที่ผู้นำกองกำลังทั้งห้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้ว ก็เป็นลูกิอัส พ่อของลองกินัสที่เดินออกมาด้านหน้าพร้อมกับโค้งคำนับให้กับไลท์และเบเรียล
จากนั้นผู้นำกองกำลังอีกสี่คนก็ก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมกับโค้งคำนับให้กับไลท์และเบเรียลเช่นกัน นอกจากผู้นำกองกำลังทั้งห้าแล้ว พวกลองกินัสเองก็เดินออกมาด้านหน้าพร้อมกับโค้งคำนับให้กับไลท์ด้วยเหมือนกัน
ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์นี้ก็พากันอ้าปากค้าง พวกเขารู้ดีว่าผู้นำกองกำลังทั้งห้านี้ต่างก็เป็นถึงตัวตนระดับSที่แข็งแกร่งและหยิ่งผยอง แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งห้าต่างก็โค้งคำนับให้กับชายหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น นี้มันเป็นภาพที่เหลือเชื่อเอามากๆ
“ ท่านไลท์ ผมเป็นตัวแทนของห้ากองกำลังกล่าวขอโทษท่านไลท์และท่านเบเรียลด้วยนะครับที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น ” ลูกิอัสพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวและสั่นเทา เขารู้ดีว่าถ้าหากท่านไลท์ไม่ให้อภัยพวกเขาได้แต่โทษความโชคร้ายของตัวเองเท่านั้น
“ อื้ม ฉันได้ลงโทษพวกเขาไปแล้ว แต่ถ้าหากพวกนั้นยังทำตัวแบบเดิมอยู่ล่ะก็ฉันจะส่งพวกนั้นไปที่คุกของสภาจอมเวทย์ทันที และฉันจะส่งคนมาจับตาดูอย่างใกล้ชิดเลยล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์แล้วก็ขอขอบพระคุณมากครับที่ไม่ได้ลงโทษหนักเกินไป ” ลูกิอัสพูดถึงบาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นแขนขาขาดหรือไม่ก็เสียชีวิต
“ งั้นก็ไปได้แล้ว มาเยอะขนาดนี้มันรบกวนคนอื่นเขา แล้วก็ พวกนายก็หัดทำตัวดีๆด้วยล่ะไม่งั้นได้ไปนอนในคุกนะ ” ไลท์ยิ้มขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์ หลังจากนี้ผมจะเปลื่ยนนิสัยของตัวเองให้ดีและไม่เหยียดหยามคนอื่นอีกเด็ดขาด ” ลองกินัสพูดขึ้น คนอื่นๆเองก็เห็นด้วยกับลองกินัส ใครจะไปคิดล่ะว่าตัวตนอย่างท่านไลท์จะแต่งตัวธรรมดาแบบนี้
หลังจากที่พวกลูกิอัสจากไปแล้ว เรื่องที่ลูกิอัสและผู้นำกองกำลังระดับสูงของเมืองได้โค้งคำนับให้กับชายหญิงคู่หนึ่งก็กลายเป็นที่พูดคุยกันทันที ซึ่งชาวบ้านหลายคนก็พากันสงสัยถึงตัวตนของชายหญิงคู่นั้น
เช้าวันต่อมา
หลังจากที่กินข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกไลท์ก็มารวมตัวกันที่ด้านนอกเมืองทางทิศเหนือ
ภายในป่าไม่ไกลจากเมืองสักเท่าไหร่
พวกเฟลิกซ์ก็ยืนรอพวกไลท์
หลังจากที่พวกไลท์มาถึงก็เป็นเวลาออกเดินทาง
พวกเขาจะต้องเดินทางกันประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่า เพราะฐานที่ตั้งขององค์กรพิษสังหารอยู่ห่างจากเมืองวาร์บาเลียนประมาณสามร้อยกิโลเมตรและมันก็ตั้งอยู่ในหุบเขาเรเดียส
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงพวกเขาก็มาถึงหุบเขาเรเดียสแล้ว
ไลท์สั่งให้ทุกคนนั่งรอกันอยู่ที่นี้ก่อน และเขากับเฟลิกซ์และเฮลเฟลชจะไปล่อพวกองค์กรพิษสังหารมาให้
เนื่องจากทั้งสามคือตัวตนที่แข็งแกร่ง พวกเขาจึงเป็นเหยื่อล่อได้ดีกว่าคนอื่นๆ เพราะถ้าหากเกิดเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นทั้งสามก็สามารถเอาตัวรอดได้ดีกว่าคนอื่นๆ
“ แล้วเธอไม่เอาอัสซูไปด้วยหรอแล้วเธอจะเห็นที่ซ่อนของพวกมันได้งั้นหรอ? ” แมคโวลัคถามด้วยความสงสัย
“ เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ ” ไลท์ส่ายหน้าก่อนที่จะใช้เนตรเทวะที่ทำให้ดวงตาของไลท์กลายเป็นสีทอง
“ เพราะผมเองก็สามารถมองเห็นพื้นที่ลวงตาได้เหมือนกัน ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เมื่อคนอื่นได้ยินที่ไลท์พูดก็มองไปที่ไลท์ดเวยแววตาไม่อยากเชื่อ
“ เธอมันสัตว์ประหลาดชัดๆ ” แมคโวลัคพึมพำออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนที่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้หลากหลายชนิดขนาดนี้อยู่บนโลก
“ นั้นสิ เธอมันเป็นสัตว์ประหลาดอย่างที่แมคโวลัคบอกจริงๆ ” เอลเรนพึมพำ
ส่วนทางด้านเดธปาร์ตี้ พวกเขารู้ว่าไลท์น่าจะมีความลับมากกว่าที่เห็นเสียอีก ไหนจะเคยไปที่โลกผู้ฝึกตนมาแล้ว ซึ่งโลกผู้ฝึกตนเป็นอะไรที่เหลือเชื่อเอามากๆ เพราะทักษะต่างๆที่พวกเขาฝึกฝนอยู่ก็มาจากที่นั้นทั้งสิ้น นอกจากนี้อายุขัยของพวกเขาก็มากกว่าจอมเวทย์อีกด้วย
“ เอาล่ะไปกันเถอะเดี๋ยวจะเสียเวลา ” เฟลิกซ์พูดขึ้น
จากนั้นพวกไลท์ก็วิ่งไปยังฐานที่ตั้งขององค์กรพิษสังหาร
ระหว่างทางก็มีกับดักมากมายที่อยู่บนพื้นหรือบนต้นไม้
ไลท์ใช้จิตสัมผัสทำให้กับดักเหล่านั้นใช้งานไม่ได้
ผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาที ในที่สุดไลท์ก็มองเห็นเวทย์ลวงตาที่ครอบคลุมพื้นที่ขององค์กรพิษสังหาร
“ ถึงแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
เฟลิกซ์และเฮลเฟลชมองไปยังป่าด้านหน้าด้วยแววตาจริงจัง
“ เธอจะทำลายเลยไหมหรือจะให้พวกเราร่วมโจมตีด้วย? ” เฟลิกซ์ถาม
“ เดี๋ยวผมจัดการเองดีกว่าครับ คุณรอจัดการกับเหยื่อของพวกเราได้เลย ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะเดินไปด้านหน้า จากนั้นเขาก็หยิบดาบสวรรค์คืนพิภพออกมาละใช้ท่าตัดโลกาทันที
คลื่นดาบที่ทรงพลังปะทะกับม่านลวงตาอย่างรุนแรงจนทำให้ม่านลวงตาเกิดรอยร้าวเป็นใยแมงมุมขึ้น
ไลท์ใช้ดาบตัดโลกาอีกหลายครั้งจนทำให้ม่านลวงตาแตกกระจายเป็นชิ้นๆ
จากนั้นฐานที่ตั้งขององค์กรพิษสังหารก็ปรากฏสู่สายตาของไลท์
เสียงสัญญาณดังขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นตัวตนระดับสูงขององค์กรพิษสังหารก็วิ่งออกมาด้วยความโกรธ เพราะมีคนมาบุกโจมตีฐานทัพของพวกมัน
เมื่อคนขององค์กรพิษสังหารเห็นไลท์ พวกมันก็หยิบอาวุธและวิ่งเข้าใส่ไลท์อย่างบ้างคลั่ง ส่วนคนที่สามารถโจมตีระยะไกลได้ก็พากันโจมตีใส่ไลท์ทันที
ไลท์มองดูเวทย์มนต์จำนวนมากที่พุ่งเข้ามาก่อนที่จะหัวเราะขึ้น
ไลท์ใช้ดาบตัดโลกาโจมตีทุกๆคนที่อยู่ด้านหน้า
คลื่นดาบของไลท์สังหารลูกสมุนไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความแรงของดาบตัดโลกาทำให้คลื่นดาบของไลท์ทำลายอาคารหลายอาคารเลยทีเดียว
เมื่ออาคารถูกทำลายตัวตนระดับSขึ้นไปก็โผล่ออกมาหลายสิบคน รวมไปถึงระดับSSถึงสองคน
ไลท์ที่เห็นว่าเหยื่อมาแล้วก็หัวเราะก่อนที่เขาจะวิ่งหนีไปทันที
“ ตามมันไป ” ตัวตนระดับSSคนหนึ่งตะโกนสั่งการทันที ชื่อของเขาคือโดมิโน่
ตัวตนระดับSสิบกว่าคนก็บินตามไลท์ไป
“ พวกเราตามไปดูด้วยไหม? ” ตัวตนระดับSSอีกคนถามออกมาด้วยความหงุดหงิดเพราะมีไอบ้าคนหนึ่งบุกมาโจมตีฐานทัพของพวกเขา ชื่อของเขาคือฮิปเตอร์
“ แล้วเจ้าบ้านั้นรู้ที่อยู่ฐานทัพของพวกเราได้อย่างไรกัน ” โดมิโน่สงสัย
ทันใดนั้นทั้งสองก็เห็นว่าตัวตนระดับSถูกคลื่นดาบของไอสารเลวนั้นสังหารไปสามคนแล้ว
“ บัดซบเอ้ยไอเจ้าสารเลวนั้นจะต้องเป็นตัวตนระดับSSแน่ ไปฆ่ามันกันฮิปเตอร์ ” โดมิโน่ตะโกนด้วยความโกรธก่อนที่จะพุ่งตัวไปหาไลท์ด้วยความเร็ว
เพียงแต่ก่อนที่ทั้งสองจะไปถึง ตัวตนระดับSทั้งหมดก็ถูกสังหารอย่างรวดเร็วและไร้ปราณี
“ ไอสารเลวเอ้ยยย ” โดมิโม่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ฮิปเตอร์ที่อยู่ด้านข้างก็แสดงสีหน้าเย็นชาด้วยเหมือนกัน
ตัวตนระดับSคือรากฐานสำคัญขององค์กรมืด เพราะตัวตนระดับSSจะเคลื่อนไหวน้อยมากเพราะพวกเขามักจะถูกสภาจอมเวทย์จับตาดูอยู่ ด้วยเหตุนี้เวลามีปัญหาอะไรหรือเวลาที่จะโจมตีเมืองต่างๆก็มักจะเป็นตัวตนระดับSที่เป็นคนนำ และตัวตนระดับS ก็ไม่ได้มีเยอะมากเพียงแค่สามสิบกว่าคนเท่านั้นทำให้พวกเขาคือกำลังหลักขององค์กรอย่างแท้จริง
แต่เวลานี้ระดับSของพวกเขากลับถูกสังหารไปกว่าครึ่ง แล้วแบบนี้จะไม่ทำให้ทั้งสองโกรธได้อย่างไร