เกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

    บทที่ 138 พี่น้องร่วมสาบาน

            บทที่138

            พี่น้องร่วมสาบาน

            ในตอนนี้ภายในเมืองหลวงชื่อเสียงของหมอเทวดาได้กระจายเลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองมีผู้คนมากมายยังไม่รู้จักเกี่ยวกับชื่อของหมอผู้นี้ว่าเขานั้นเป็นผู้ที่วิเศษมาจากที่ใดจึงสามารถรักษาอาการป่วยที่ไม่มีผู้คนรักษาได้

            ผลกระทบในส่วนนี้เองมันก็ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องที่ดีสำหรับลู่หยางเพราะว่าการที่เขานั้นมีชื่อเสียงมากขึ้นมันเองก็เป็นทิศทางที่ดีสำหรับเขาเช่นเดียวกันผู้คนมากมายรู้จักยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาในฐานะหมอมันก็จะยิ่งมากขึ้นทำให้ผู้คนนั้นยิ่งเชื่อถือเขามากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

            อย่างไรเสียการทำอาชีพเช่นนี้มันเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อเสียงของตนเองและก็ความเชื่อมั่นของผู้คนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ 

            เพราะแบบนั้นเลยบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นผลดีกับเขามากกว่าผลเสีย

            เมืองตี้หนาน 

            ในยามนี้ภายในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนดูเหมือนว่าในช่วงสองถึงสามวันที่ผ่านมาจะมองเห็นว่าผู้คนอาศัยอยู่ที่ภายในเมืองแห่งนี้เพิ่มขึ้นอาจจะเป็นข่าวเกี่ยวกับที่ตระกูลสวีจะสนับสนุนตระกูลเว่ยให้ทำการค้าส่วนกลาง

            ตอนนี้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนั้นถูกปล่อยออกมาเรียบร้อยแล้วข่าวเกี่ยวกับเรื่องนั้นก็กระจายไปรวดเร็วมากพอสมควรจนทำให้ได้ยินมาถึงเมืองแห่งนี้

            มันเลยทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มคิดอยากจะมาตั้งรกรากอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มากขึ้นเพราะเห็นว่าอีกไม่นานสถานที่แห่งนี้คงจะเป็นเมืองจุดศูนย์กลางทางด้านการค้าขายอีกแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน

            ภายในตระกูลเว่ย 

            ภายในห้องโถงขนาดใหญ่บริเวณตำแหน่งที่นั่งประธานที่ด้านหลังมีภาพวาดอันงดงามและวิจิตรแขวนประดับอยู่บนที่นั่งตำแหน่งประธานภายในห้องโถงมีร่างของคุณชายเว่ยกำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่ภายในตำแหน่งนั้นเพื่อรอแขกของตนเองเดินทางมาถึง

            ไม่นานนะแขกที่ตัวของเขากำลังเฝ้ารออยู่ก็ได้เดินทางมาถึงคนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นลู่หยาง 

            เขาเดินทางเข้ามาภายในนี้อย่างรวดเร็วแล้วก็เดินมาหยุดอยู่บริเวณด้านหน้าของคุณชายเว่ยเขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันคารวะผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างนอบน้อม “คารวะคุณชายเว่ย ”

            “ ฮ่าๆๆไม่ต้องมากพิธีไม่ต้องมาพิธีอย่างไรเสียตอนนี้พวกเราก็เหมือนกับเป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว”เว่ยเจ๋อจงออกมาอย่างเป็นกันเองแล้วก็เชิญเข้านั่งลงบริเวณเก้าอี้ตำแหน่งแขกที่อยู่ข้างๆ

            ลู่หยางหย่อนกายของตนเองนั่งลงตรงบริเวณเก้าอี้ตำแหน่งแขกที่อยู่บริเวณข้างๆด้วยท่าทางสบายๆ 

            เขาทำการนั่งลงตรงบริเวณเก้าอี้ตำแหน่งนั้นก็หันไปกล่าวกับคุณชายที่อยู่ข้างกายอย่างรวดเร็ว“อย่างไรเสียก็ต้องยินดีกับคุณชายเว่ยด้วยนะขอรับข่าวเกี่ยวกับเรื่องนั้นประกาศออกมาแล้วดูเหมือนว่าท่านคงจะได้ทำการตั้งการค้าขายที่พื้นที่ส่วนกลางสักที”

            “ ไม่ขนาดนั้นหรอกเรื่องนี้ที่สำเร็จได้ก็เป็นเพราะว่าตัวของท่านด้วยถ้าไม่ได้ท่านในครั้งนี้ตัวของข้าเองก็คงจะไม่สามารถเรียกร้องให้เถ้าแก่สวีช่วยให้ตัวของตระกูลค่าเข้าไปตั้งรกรากภายในพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างแน่นอน”

            เว่ยเจ๋อจงขณะที่กำลังพูดเขาเองก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาคารวะขอบคุณเขาอย่างรวดเร็ว

            แต่ว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เป็นความจริงเกี่ยวกับความจริงในเรื่องนี้ตรงที่ว่าถ้าไม่ได้ตัวของเขานั้นคงจะไม่สามารถทำการไปตั้งรกรากภายในเมืองหลวงได้อย่างแน่นอน

            “ ไม่ขนาดนั้นหรอกขอรับเรื่องนี้มันก็เป็นเพราะว่าคุณชายเองที่เชื่อมั่นในตัวข้าตอนแรกเดินทางไปยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าข้าจะสามารถรักษาได้หรือไม่บางทีถ้ารักษาพลาดมันอาจจะกลายเป็นการบาดหมางขนาดใหญ่ที่ทำให้ท่านกับเถ้าแก่สวีมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้”

            “ ฮ่าๆๆอย่าไปคิดเรื่องนั้นเลยตอนนี้อย่างไรเสียพวกเรานั้นก็ผ่านจุดนั้นมาได้แล้วเป็นการดียิ่งนัก”

            “ ว่าแต่มันก็ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวของข้าเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์ตัวของท่านเองก็ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีผู้คนมากมายภายในเมืองหลวงต่างพูดถึงขั้น ”

            “ ถือว่าเป็นการดีนะขอรับที่ท่านนั้นมีผู้คนพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆมันจะทำให้ฐานะของท่านและก็ความเชื่อมั่นในฐานะท่านหมอมันมากขึ้นด้วย” เว่ยเจ๋อจงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ

            ในครั้งนี้ผู้คนพูดเกี่ยวกับเรื่องหมอเทวดาภายในเมืองหลวงเป็นจำนวนมากเรียกได้ว่าถ้าลองนับถือจำนวนผู้คนที่พูดเกี่ยวกับเรื่องหมอเทวดาแล้วมีมากมายจนนับไม่หมดข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้คงกระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงไปแล้ว 

            แต่เมื่อพูดถึงเรื่องนั้นลู่หยางเขาได้แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดถึงกับยกมือขึ้นมาจับกุมขมับของตนเองราวกับว่าตัวของเขานั้นไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง

            คุณชายเว่ยมองเห็นท่าทางของเขาเป็นเช่นนั้นคนผู้นั้นก็รู้สึกประหลาดใจภายในใจนั้นรู้สึกสงสัยการได้ชื่อเสียงเพิ่มถือว่าเป็นสิ่งดีเหตุใดจึงแสดงท่าทางเช่นนั้น 

            เขารู้สึกสงสัยจึงทำการถามออกมา“ เหตุใดถึงทำใบหน้าเช่นนั้นขอรับหรือว่าไม่ดีใจกับเรื่องนี้อย่างนั้นหรือขอรับ?”

            ลู่หยางใบหน้าไปมองอย่างรวดเร็วเขาแสยะยิ้มเล็กน้อยราวกับไม่ยินดีก่อนที่จะพูดออกมา“ เกี่ยวกับเรื่องนี้จะว่าอย่างไรดีล่ะขอรับมันก็ดีอยู่หรอกที่ตัวของข้ามีคนรู้จักเพิ่มมากขึ้นแต่ว่ามันมีเรื่องสำคัญหนึ่งอย่างที่ข้าไม่อยากให้ผู้คนนั้นรู้เกี่ยวกับตัวตนของข้า…”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นคุณชายที่นั่งอยู่ข้างกายทำใบหน้าฉงนจ้องมองเขาด้วยตาใสๆราวกับอยากจะรู้

            ก็ดูเหมือนว่าเขานั้นจะเรียนรู้มารยาทมาพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องนี้เห็นมองว่าไม่ควรจะทำการถามเลยไม่ทำการถามออกไปเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

            ลู่หยางกำลังนั่งอยู่เขาทำการยกมือของตนเองขึ้นมาลูบปลายคางพูดกับตนเองในใจ‘ ข้าผู้คนรู้จักข้ามากขึ้นมันเองอาจจะทำให้การสืบคดีเกี่ยวกับเรื่องเจ้าของปริศนานั่นยุ่งยากมากขึ้นก็ได้’ 

            นี่แหละคือสิ่งที่ตัวของเขานั้นกำลังกังวลอยู่ถ้าตัวของเขานั้นเป็นที่รู้จักมากขึ้นบางทีเจ้าคนพวกนั้นที่ไม่หวังดีกับเขาและบุตรสาวของเขามันอาจจะจำเขาได้แล้วก็ได้มาเล่นงานพวกเขาก็ได้

            เรื่องนี้เป็นผลดีกับหน้าที่การงานแต่ไม่เป็นผลดีกับการใช้ชีวิตเพราะแบบนั้นเขาเองก็บังเกิดความสับสนในใจว่าในสถานการณ์เช่นนี้ควรดีใจหรือไม่

            คุณชายเว่ยที่กำลังนั่งอยู่เอ่ยออกมาอย่างรวดเร็วเปลี่ยนเรื่องสนทนาในทันที“ว่าแต่การที่ท่านเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้มีเรื่องอันใดอยากจะสนทนาอย่างนั้นหรือขอรับ?”

            ก่อนหน้านี้ในตอนเช้าได้ยินว่าท่านหมอลู่เดินทางมาเพื่อที่จะขอพบและสนทนาเกี่ยวกับบางอย่างเลยทำการให้เข้าพบอย่างรวดเร็ว

            พอเดินทางมาถึงก็เอาแต่สนทนาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยไม่ได้เข้าเกี่ยวกับประเด็นเรื่องนี้จริงๆสักที 

            ลู่หยางได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนั้นก็นึกขึ้นมาได้เขาฉีกยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะทำการกล่าวขึ้น“ จริงสิขอรับเกี่ยวกับเรื่องสำคัญที่จะมาสนทนาข้าอยากจะมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าจะขยับขยายโรงหมอเพิ่มเพราะมองเห็นว่าตอนนี้ภายในโรงหมอมีพวกคนป่วยที่เดินทางมาเป็นจำนวนมากพื้นที่ด้านในแออัดนั้นยิ่งนัก”

            คุณชายเว่ยไม่ได้ตลอดใจเกี่ยวกับเรื่องนั้นเขาแสดงใบหน้าสุขุมก่อนที่จะกล่าวขึ้นมา“ อันที่จริงข้าเองก็คิดเอาไว้แล้วว่ามันน่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ”

            “ เพราะว่าชื่อเสียงของท่านยิ่งเพิ่มมากขึ้นตอนนี้ไม่ได้เพียงแค่ชายแดนแถบบูรพาเท่านั้นมีผู้คนมากมายที่รู้จักกันในวงกว้างอีกทั้งภายในเมืองแห่งนี้ก็มีโรงหมอเพียงแห่งเดียวเลยทำให้ผู้คนมากมายมาแออัดอยู่ที่ท่าน”

            “ ไม่แปลกเลยว่าลงหมอตอนแรกที่สร้างขึ้นมันจะไม่พอแล้ว ”

            “ แต่ว่าการที่จะขยับขยายและเปลี่ยนแปลงสถานที่แห่งนั้นมันคงจะไม่สามารถทำได้ในทันทีโดยทำได้อย่างรวดเร็ว”

            “ อย่างน้อยการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนมันเองก็คงจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็สามเดือนในช่วงเวลานี้ถ้าเอ็งก็คิดเอาไว้แล้วถ้าผู้ป่วยมีมากเกินไปใช้โกดังของตระกูลเว่ยที่อยู่บริเวณแถบชานเมืองได้ขอรับมันอยู่ไกลจากโรงหมอไม่มากนักถ้าเอ็งก็ไม่ได้ใช้งานสามารถนำมาใช้เป็นลงหมอชั่วคราวได้”

            ลู่หยางได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนั้นเขาแสดงรอยยิ้มออกมาในทันทีพยักหน้าตอบรับกลับไปไม่แน่ใจนะรู้สึกไม่ผิดหวังเลยจริงๆที่มาขอคำปรึกษากับคุณชายผู้นี้

            เขาทำการคิดทุกอย่างเอาไว้อย่างเสร็จสรรพคิดขณะที่ตัวของเขานั้นแทบจะไม่ต้องคิดอะไรเลย

            อีกอย่างมันก็อาจจะเป็นเพราะว่าเขานั้นมีหลายๆอย่างที่เพียบพร้อมอยู่แล้วอย่างเช่นโกดังนั้นเพราะว่ามีโกดังที่ไม่ได้ใช้แล้วและสามารถนำมาปรับเปลี่ยนได้ในทันที

            มันคงจะเป็นความพร้อมทุกอย่างนั่นแหละตระกูลแห่งนี้เป็นตระกูลใหญ่โตที่สุดภายในเมืองเพราะแบบนั้นถ้ามองถึงทรัพย์สินก็มีมากมาย

            เลยสามารถยื่นมือช่วยเขาได้อย่างง่ายดาย 

            “ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ขอบคุณคุณชายเว่ยมากขอรับที่ช่วยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ”

            เว่ยเจ๋อจงแสดงรอยยิ้มออกมาอย่างจริงใจแล้วก็ทำการกล่าวกลับไป“ พวกเราผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งมากมายทั้งโรคระบาดทั้งยื่นมือช่วยกันในเรื่องต่างๆตอนนี้พวกเราเปรียบเสมือนกับพี่น้องกันแล้วไม่ต้องเกรงใจ ”

            “ เอาเป็นว่าต่อจากนี้ตัวของเจ้าเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ก็แล้วกัน ”เว่ยเจ๋อจงเปล่าออกมาพร้อมกับยื่นอกใช้มือทุกหน้าอกของตนเองอย่างสะใจ

            อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาทั้งสองนั้นเข้ากันได้ด้วยนิสัยต่างๆหลังจากนั้นทั้งสองและสาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน

            ลู่หยางเองมองเห็นว่านิสัยคนผู้นี้ไม่เลวก็สาบานเป็นพี่น้องร่วมสาบานก็ไม่ได้มีอันใดที่ย่ำแย่

            เริ่มทำการปรับเปลี่ยนโรงหมอของเขา 

            จบบท

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405