กาลเวลาในจวนต้าโจวผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาก็ผ่านไปแล้วครึ่งเดือน
ภายในครึ่งเดือนนี้โจวหยวนค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตการฝึกซ้อมในสำนักเจี่ย แต่สิ่งที่เขาต้องเสียดายก็คือหลังจากเปิดลมปราณที่สามได้แล้วผลของน้ำตกอวี้หลิงก็ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเช่นวันแรกอีก แต่อาศัยการสนับสนุนของพลังหยกอมตะทลายลมปราณเส้นที่สี่ได้เล็กน้อย...
การเปิดอย่างสมบูรณ์เป็นปัญหาแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
ในวันหนึ่ง
โจวหยวนกินอาหารเช้าเสร็จออกจากท้องพระโรงไปได้ชั่วครู่ก็เห็นเงาร่างงดงามอยู่ในสวนไม่ไกลออกไป จิตใจพลันเต้นแรงทันที
วันนี้น้ำตกในจวนต้าโจวจะเปิดอีกครั้ง แต่ขณะนี้ผลลัพธ์ของน้ำตกอวี้หลิงมีผลต่อโจวหยวนน้อยลง คิดว่าร่างกายคงค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับพลังหยกอมตะได้แล้ว
ด้วยเหตุนี้โจวหยวนจึงคิดหาวิธีอื่นเพื่อยกระดับผลลัพธ์
“ทุกวันพอเข้าไปในน้ำตกอวี้หลิงจะสลักวาดอักขระหยวนก่อตัว นี่คืออักขระหยวนระดับหนึ่ง พี่เยาเยาสำเร็จวิชาอักขระหยวนระดับสูงย่อมเหนือกว่าอาจารย์สอนอักขระในจวนต้าโจว ไม่รู้ว่านางครอบครองอักขระหยวนก่อตัวระดับหนึ่งที่ได้ผลดีกว่านี้หรือไม่ หากมีละก็ จะทำให้ผลการดูดรับพลังหยกอมตะยกขึ้นอีกหนึ่งระดับ” พอนึกถึงจุดนี้ดวงตาของโจวหยวนก็เปล่งประกายขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก้าวเท้าเดินอย่างรวดเร็วเข้าไปในศาลาหินภายในสวน
ในศาลาหิน เยาเยาลำตัวยืดตรงสง่างาม มือนางกุมพู่กันอักระหยวน กำลังขยับปลายพู่กันจรดภาพวาดที่อยู่บนโต๊ะหิน ใบหน้าขาวนวลที่งดงามในยามนี้จดจ่ออย่างมีสมาธิ ตอนที่นางจริงจังก็ยิ่งมีเสน่ห์ไปอีกแบบหนึ่ง
โจวหยวนค่อยๆ เข้ามาข้างกายเยาเยา สายตาจับจ้องภาพวาด แลเห็นภาพวาดคล้ายกับรูปของขุนเขาและสายน้ำภาพหนึ่ง ในภาพวาดมีแนวเขาคดเคี้ยวไปมา ธารน้ำไหลยาวกระจ่างใสกระเพื่อมไหวเป็นประกาย
โจวหยวนจ้องมองภาพวาดอันงดงามนี้ ใบหน้ากลับค่อยๆ จริงจัง แววตาประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตา เพราะเขาพบว่าในภาพนี้ซุกซ่อนด้วยรอยเส้นหยวนหลายเส้น
ทั้งภาพนี้ซ่อนเร้นอักขระหยวนล้ำลึกไว้อย่างน่าประทับใจ!
ระดับของอักขระหยวนชุดนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน อย่างน้อยในขณะที่โจวหยวนจ้องมองอักขระหยวนชุดนั้นก็รู้สึกหนาวเย็นทั่วร่าง คล้ายเผชิญหน้ากับสิ่งสยองขวัญอะไรบางอย่าง ความน่าพิศวงส่งออกมาจากภาพวาดอย่างช้าๆ
“อักขระหยวนชุดนี้ เกรงว่าจะถึงระดับสาม!” โจวหยวนกล่าวอย่างประหลาดใจภายในใจ
อักขระหยวนระดับสาม ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในสภาวะเส้นทางสวรรค์ก็ไม่กล้าดูแคลน
อีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่โจวหยวนตกใจที่สุดก็คือเยาเยาสามารถประสานอักขระหยวนลงในภาพภูเขาและแม่น้ำได้ เห็นได้ว่าความสำเร็จทางอักขระหยวนล้ำเลิศเพียงใด
ขณะที่โจวหยวนกำลังหมกมุ่นอยู่กับภาพขุนเขาและสายน้ำที่วาดด้วยอักขระหยวนนี้เรียวแขนขาวเนียนข้างหนึ่งก็ยื่นมาปิดบังเบื้องหน้าจนเขาดึงสติกลับมา
“ความสำเร็จทางอักขระหยวนของเจ้าตอนนี้ยังไม่ถึงระดับนี้ ศึกษาลึกซึ้งเกินไปจะสร้างความเสียหายแก่จิตวิญญาณได้” เสียงสดใสของเยาเยาดังเข้าโสตประสาท
พอโจวหยวนได้ยินก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย รีบดึงสายตาออกห่างแล้วร้องอุทานขึ้น “ความสำเร็จด้านอักขระหยวนของพี่เยาเยาร้ายกาจยิ่งนัก”
เขามองไปยังเยาเยาด้วยแววตาประหลาดใจ “ไม่ทราบว่าพี่เยาเยาตอนนี้วาดอักขระหยวนสูงสุดได้ระดับไหนหรือ?”
โดยทั่วไป อักขระหยวนระดับสามก็เทียบได้กับผู้แข็งแกร่งในสภาวะเส้นทางสวรรค์แล้ว หากเป็นระดับสี่ เกรงว่าต่อให้เป็นโจวฉิงเสด็จพ่อของโจวหยวนก็ยังต้องหวาดเกรงไม่น้อย
ทว่าสิ่งที่น่าเสียดายคือผู้สำเร็จด้านอักขระหยวนสูงสุดจากทั่วทั้งต้าโจวที่โจวหยวนรู้จักล้วนวาดอักขระหยวนระดับสี่ไม่ได้
เยาเยาม้วนภาพที่อยู่เบื้องหน้าอย่างช้าๆ พูดลอยๆ ว่า “ช่วงนี้วาดได้แค่อักขระหยวนระดับสาม แต่หากเตรียมพร้อมเต็มที่แล้วจะลองวาดระดับสี่ดู”
โจวหยวนอดเม้มปากไม่ได้ อักขระหยวนระดับสาม อานุภาพพอเทียบเคียงกับผู้แข็งแกร่งสภาวะเส้นทางสวรรค์ หมายความว่าอย่ามองแค่เยาเยาใช้พลังจิตไม่ได้จนดูเหมือนอ่อนแอ หากนางลงมือเอาจริง อาศัยเพียงพลังอักขระหยวน ต่อให้เป็นถึงผู้ที่อยู่ในสภาวะเส้นทางสวรรค์ก็ยังต้องยอมจำนนต่อนาง
“อาจารย์ยังให้ข้าปกป้องนาง แท้จริงใครปกป้องใครกันแน่?” โจวหยวนยิ้มขื่นขมในใจอย่างอดไม่ได้
ราวกับรับรู้ความคิดในใจของโจวหยวน เยาเยาเหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “ปู่เฮยไม่ได้หวังในตัวเจ้าตอนนี้ เขาหมายถึงเจ้าในอนาคต”
โจวหยวนใจเต้นแรง นึกถึงวันที่ชางยวนส่งเขาและเยาเยาออกมา ชางยวนในเวลานั้นมีท่าทีเร่งรีบ ความรู้สึกนั้นเหมือนมีหายนะที่คาดเดาไม่ได้กำลังมาเยือน
“พี่เยาเยา ท่านทราบที่มาของท่านอาจารย์หรือไม่?” โจวหยวนถามความเห็น
พลังของชางยวนนับว่าล้ำลึก หายนะที่กระทั่งเขาก็ยังไม่ทราบแน่ชัดคงน่าสยดสยองอย่างแน่นอน ดังนั้นโจวหยวนยิ่งคิดก็ยิ่งอยากรู้ จะได้เตรียมตัวให้พร้อมด้วย
พอเยาเยาได้ยินแววตาว่างเปล่าก็ปรากฏร่องรอยการสูญเสียออกมา นางล้วงหยิบหยกโบราณชิ้นหนึ่งออกมาจากหน้าอกเสื้อ บนหยกสลักเป็นดอกบัวเพลิงเจ็ดสีที่ราวกับมีชีวิต
นางลูบคลำหยก ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ พูดเสียงแผ่วว่า “ปู่เฮยไม่เคยบอกข้าเลย”
โจวหยวนยิ้มเจื่อน บนตัวชางยวนกับเยาเยาเต็มไปด้วยความลับอย่างไม่ต้องสงสัยจนเขาไม่อาจค้นหาได้
เห็นเยาเยาหดหู่ลงเล็กน้อยโจวหยวนก็ไม่กล้าถามมาก จึงรีบเปลี่ยนประเด็นทันที “พี่เยาเยา ท่านสอนอักขระหยวนก่อตัวให้ข้าได้หรือไม่?”
“อักขระหยวนก่อตัวเป็นอักขระหยวนระดับหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป ทำไมจะทำไม่ได้” เยาเยาพูดด้วยเสียงเนิบนาบ
“แล้วมีอักขระหยวนก่อตัวที่มีประสิทธิภาพดีในขอบเขตที่ข้ารับไหวหรือไม่” โจวหยวนจ้องมองเยาเยาด้วยแววตาลุกโชน
สิ่งที่เรียกว่าอักขระหยวนไม่ใช่วาดออกมาได้ตามใจชอบ เช่นเดียวกับสภาพร่างกายของโจวหยวน หากบนร่างกายของเขาวาดอักขระหยวนระดับสามหนึ่งชุด ต่อให้ใช้ได้ก็จะทำร้ายร่างกายได้เช่นกัน
เยาเยาได้ยินก็นิ่งเงียบลงครุ่นคิดชั่วครู่ จากนั้นยื่นมือลากเส้นอักขระหยวนในอากาศที่อยู่เบื้องหน้า กล่าวว่า “นี่เป็นอักขระหยวนก่อตัวที่เจ้าใช้ก่อนหน้านี้หรือ?”
โจวหยวนพยักหน้า เยาเยาวาดเส้นอักขระหยวนชุดนี้ออกมา เป็นอักขระหยวนก่อตัวสุดธรรมดาที่อาจารย์สอนในจวนต้าโจววาดบนตัวของพวกเขา
เยาเยาจับพู่กันอักขระหยวนสีเขียว ปลายพู่กันแตะที่คางเบาๆ ครุ่นคิดแล้วพูดว่า “อักขระหยวนก่อตัวมีหลายแบบ แบบที่ได้ผลดีกว่านี้ข้าย่อมรู้จักดี”
โจวหยวนตื่นเต้นทันที จ้องมองเยาเยาอย่างคาดหวัง “ช่วยวาดให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?”
เห็นแววตาของโจวหยวน เยาเยากำหมัดเล็กๆ กดใต้คางด้วยท่าทีครุ่นคิด
พอโจวหยวนเห็นเช่นนี้ เขาก็นำขวดเหล้าหยกออกมาจากแขนเสื้อทันทีอย่างรู้ซึ้งดี กล่าวว่า “เหล้าร้อยบุปผา สิ่งนี้ข้าต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้มาเชียว”
เยาเยารับขวดเหล้าไปสูดดมเบาๆ แล้วยกยิ้มพอใจ ยื่นมือหมุนพู่กันอักขระหยวนก่อนจะพูดว่า “ถอดเสื้อตัวบนออกซิ”
โจวหยวนถอดเสื้อตัวบนออกอย่างไม่ลังเล ผ่านการฝึกฝนมานาน ร่างกายของเขาก็แข็งแรงขึ้นมาก ค่อนข้างมีเค้าโครงกล้ามเนื้อขึ้นมาแล้ว
“อักขระหยวนชุดนี้มีชื่อว่าอักขระหยวนก่อตัวเพลิงน้ำแข็ง เป็นหนึ่งในอักขระหยวนก่อตัวระดับหนึ่งชั้นยอด แต่จะทุกข์ทรมานไม่น้อย” เยาเยาพูดอย่างเย็นชา
“ไม่เป็นไร ลงมือเถอะ” โจวหยวนตอบอย่างไม่ลังเล
เยาเยาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วไม่ลังเลอีก ปลายพู่กันอักขระหยวนเปล่งประกายเลือนราง จากนั้นจิ้มลงบนแผ่นหลังของโจวหยวนตามด้วยขยับปลายพู่กันลากเป็นเส้นหยวนแต่ละชุดออกมา
เมื่อเส้นหยวนปรากฏอย่างต่อเนื่องบนแผ่นหลังโจวหยวนก็ค่อยๆ มีความรู้สึกแปลกประหลาดผุดขึ้นมา ราวกับเกิดความหนาวเหน็บและร้อนไหม้ ดังนั้นร่างของเขาจึงร้อนสลับหนาวไปมา ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
โจวหยวนสูดหายใจเข้า ความรู้สึกของน้ำแข็งและเปลวเพลิงสองอย่างนี้ทรมานไม่น้อย
“เสร็จแล้ว”
ผ่านไปไม่กี่นาทีเยาเยาก็ดึงมือยกปลายพู่กันขึ้น แลเห็นบนแผ่นหลังของโจวหยวน ภายใต้การลากเส้นรอยหยวนหลายชุดรวมกันเป็นอักขระหยวนซับซ้อนชุดหนึ่ง บนอักขระหยวนชุดนั้นคล้ายกับมีน้ำแข็งและเปลวเพลิงไหลเวียนอย่างแปลกประหลาด
พอกลายเป็นอักขระหยวนโจวหยวนก็รู้สึกได้ถึงพลังหยวนจากฟ้าดินรอบข้างเริ่มก่อตัวเข้ามาหาเขา ผลลัพธ์เช่นนี้เหนือกว่าอักขระหยวนก่อตัวระดับธรรมดาเป็นอย่างมาก
“ช่างร้ายกาจเสียจริง!”
โจวหยวนแววตาตกใจ ผลลัพธ์จากอักขระหยวนก่อตัวเพลิงน้ำแข็งชุดนี้แข็งแกร่งกว่าอักขระหยวนก่อตัวธรรมดามากกว่าสองเท่า
“มีอักขระหยวนก่อตัวเพลิงน้ำแข็งชุดนี้แล้ว ไปน้ำตกอวี้หลิงครานี้ข้าจะดูดรับพลังหยกอมตะและแข็งแกร่งขึ้นไปอีก!” โจวหยวนตื่นเต้น สำนักเจี่ยมีเวลาใช้น้ำตกอวี้หลิงแค่สามชั่วยาม ตอนนี้เขายังไม่ได้วางแผนเรื่องเวลา เขาคิดเพียงแค่ให้ตัวเองสามารถดูดรับพลังหยกอมตะให้ได้มากที่สุดภายในเวลาสามชั่วยาม
“น่าเสียดาย ยามชั่วยามนั้นสั้นเกินไป หากนานได้อีกนิดช่วงเวลาที่ข้าเปิดลมปราณเส้นที่สี่ก็จะสั้นลง” โจวหยวนพูดด้วยความน่าสงสารเล็กน้อย
“อักขระหยวนก่อตัวเพลิงน้ำแข็งนี้นับว่าไม่เลว หากให้ซูโย่วเวยได้ไปนางคงเปิดลมปราณเส้นที่ห้าได้เร็วขึ้น” พอนึกถึงจุดนี้โจวหยวนก็ใจเต้นแรง พรสวรรค์ในการฝึกฝนของซูโย่วเวยสูงมาก เขาย่อมไม่อยากให้นางล่าช้า
“พี่เยาเยา...” โจวหยวนมองใบหน้าของเยาเยา แล้วถามว่า “อักขระหยวนก่อตัวเพลิงน้ำแข็งนี้ ช่วยวาดให้เพื่อนคนหนึ่งของข้าจะได้หรือไม่?”
เยาเยาได้ยินคิ้วก็เลิกสูงขึ้นทันที ตอบอย่างไม่ลังเล “อย่าแม้แต่จะคิด”
นางมีนิสัยรักสะอาด หากไม่ใช่ว่าโจวหยวนสนิทกับนางมานาน นางก็คงไม่ช่วยวาดอักขระหยวนลงบนตัวเขาให้หรอก
โจวหยวนรีบพูด “นางเป็นเด็กผู้หญิง”
ได้ยินว่าเป็นเด็กผู้หญิง เยาเยาก็มีสีหน้าผ่อนคลายลง
“พี่เยาเยาอยู่แต่ในวังทั้งวันคงน่าเบื่อ ออกไปเดินเล่นกับข้าที่จวนต้าโจวให้สบายใจหน่อยดีหรือไม่” โจวหยวนถือโอกาสรีบตีเหล็กตอนที่ยังร้อน
เยาเยาลังเลใจเล็กน้อย นางอยู่ในวังมาตลอดหลายเดือน ย่อมน่าเบื่ออย่างแน่นอน
“ก็ได้ ข้าจะไปกับเจ้า แต่ข้าจะช่วยแค่คนเดียวเท่านั้นนะ” เยาเยาผงกหัวเล็กน้อย แต่ยังกล่าวเตือนล่วงหน้า หากถึงตอนนั้นแล้วโจวหยวนหาผู้หญิงแปดคนสิบคนมานางจะสะบัดตัวเดินหนีทันที
โจวหยวนรีบพยักหน้า ถอนหายใจเฮือกใหญ่ในใจ คนเดียวก็พอแล้ว เขาต้องการช่วยแค่ซูโย่วเวย ส่วนคนอื่นรอหลังจากเขาเรียนอักขระหยวนก่อตัวเพลิงน้ำแข็งนี้ได้ หากมีความสัมพันธ์ที่ดีถึงตอนนั้นค่อยพิจารณาอีกที