ตอนที่ 36 ค้างคืน ณ บ้านแจ็กสัน
พอคุยอะไรกันจบก็นั่งอาหารเย็นมื้ออร่อยแบบมากสำหรับโพรทาเลียได้กลับมาทานอาหารรฝีมือแม่ก็มีความสุขมากๆ แล้วล่ะถึงแม้คนในครอบครัวบางคนยังไม่รู้ว่าเธอเป็นโพรทาเลียแต่เธอก็ดีใจที่มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ เหล่าพี่น้องทั้ง 5 ต่างมองโพรทาเลียที่กินอย่างมีความสุขมากๆทำให้ยิ้มเลยทีเดียว ส่วนบางคนก็สังเกตพี่น้องของตนที่เอาแต่จ้องคีย์กันทำให้เขาสงสัยมากขึ้นโพรทาเลียไม่ได้รู้ตัวเลยว่าหนึ่งในพี่น้องกำลังจับตามองเธออย่างสงสัยตัวเธอหันไปหาลูกสาวของเธอที่กำลังกินอย่างอร่อย
“อาหารอร่อยสินะคาเร็นน่า”
“อร่อยมากๆค่ะ ถ้าได้กินแบบนี้ทุกวันหนูมีความสุขมากๆ แน่ค่ะ!” คาเร็นน่าหันไปคุยกับแม่อย่างชอบใจ
แอนนาเบ็ธได้ยินก็ปลื้มใจอีกเป็นครั้งที่2 “ดีใจนะจ๊ะที่ชอบนะจ๊ะ ทานอีกเยอะๆ เลยนะ คาเร็นน่า”
“ค่ะ!”
โพรทาเลียยิ้มอย่างมีความสุขที่เห็นแม่คุยกับลูกสาวของเธอ แต่ถ้าแม่รู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นหลาน เธอคงแย่แน่ๆเพอร์ซีย์มองเด็กๆ ก่อนจะหันไปถามอีกสองคนที่ยังไม่ได้ถาม
“แล้วคีย์กับลิซ่าล่ะชอบอาหารที่ภรรยาฉันทำไมล่ะ” เพอร์ซีย์กำลังรินไวน์อยู่ก็ถามเด็กๆ เรื่องอาหารที่ภรรยาของเขาทำ
“ค่ะอร่อยมากๆ เลยนะคะ” ลิซ่าหันไปตอบอีกฝ่ายที่ถามพวกเธอทันที“เนอะ คีย์”
“ครับอร่อยจนผมนึกถึงอาหารฝีมือท่านแม่เลยล่ะ”
“แม้ๆ” แอนนาเบ็ธถึงกับหน้าแดงอย่างปลื้มใจมากๆ
“ดีแล้วล่ะที่อาหารอร่อย...แต่ที่เธอพาฉันกลับบ้านมาก็ทำให้ฉันสามารถพูดคุยกับเธอได้ง่ายๆ นะ คีย์”
“เอ๋?” โพรทาเลียสงสัยหันไปหาพ่อของตนทันที ” คุณเพอร์ซีย์อยากคุยอะไรกับผมเหรอ?”
“เฮ้อ...ฉันรู้แล้วนะว่าเธอเป็นใคร!”
“!!!”
ทุกคนต่างอึ้งไปทันทียิ่งพวกลูกๆ ต่างตาค้างแล้วหันไปมองโพรทาเลียกันทันที โพรทาเลียนั้นหน้าซีดไปแล้วเธอหายใจเข้าออกช้าๆ ก่อนจะพูดออกไป
“คือ...ที่พูดนั้นรู้ตัวจริงนี้มันหมายความว่าไงเหรอครับ?”
มือของโพรทาเลียจับช้อนจนสั่นไปหมดโฟกัสที่นั่งข้างๆ จับมือพี่สาวทันที เพอร์ซีย์มองเด็กอย่างสงสัย เขาเลยถามออกมา
“หือก็ตัวจริงของเธอไงล่ะ? ว่าเธอเป็นใครนะ”
“เอ่อ...คุณคงเข้าใจผิดหรือเปล่าครับที่ผมเป็นใครนะผมก็คือคีย์ วันเดอร์เลอร์ไงล่ะครับ”
“หือ? ฉันรู้เธอคือใครคีย์แต่สายเลือดของเธอต่างหากล่ะที่ทำให้ฉันรู้แล้วว่าเธอคือใครนะ!”
“เอ๋?” สีหน้าของโพรทาเลียนั้นนิ่งไปทันที
พวกเด็กๆก็ต่างนิ่งไปทันที ทุกคนต่างสงสัยว่าพ่อของเขารู้เรื่องอะไรมั้งโอราอุสตั้งสติก่อนจะถามผู้เป็นพ่อ
“พ่อ...ที่พ่อพูดนั้นหมายถึงพ่อรู้แล้วว่าคีย์มีสายเลือดอะไรแล้วนะเหรอครับ?”
“ใช่เพราะว่าพ่อของคีย์มาบอกนะ”
“พ่อของผม?” โพรทาเลียงงเลยว่าพ่อคนไหนของเธอกันจนเธอนึกถึงคนหนึ่งขึ้นมาได้ทันที“เอ่อ...คงไม่ได้หมายถึง...เทพโครนอสใช่ไหมครับ?”
“ถูกต้อง!!”
โพรทาเลียหันหน้าไปทางอีกเธอเก็บอารมณ์โกรธไว้ แต่ในใจกับด่าทอเทพองค์นั้นในใจ
‘โครนอสสสสสสสสสสสสสสสสสท่านทำบ้าอะไรเนี่ย!!!’
“นายเธอคงกลัวพวกเราไล่ออกจากค่ายสินะเพราะสมัยก่อนโครนอสเป็นเทพที่โหดร้ายสินะ” เพอร์ซีย์พูดแล้วจ้องมองคีย์
“อ๊ะ...ก็...นิดหน่อยนะครับ...”
“แต่พ่อพวกเธอก็แสบนะไปบอกตอนที่เรามีประชุมกันที่เขาโอลิมปัสป่าวประกาศว่าตนกับเรอามีบุตรธิดาที่หายตัวไปนานถึงพันปี ทำเอาเทพองค์ต่างๆอึ้งไปเลยน่านะ”
โพรทาเลียได้ยินคิ้วของเธอกระตุกหลายรอบที่ได้ยินที่เทพองค์นั้นทำอะไร
“งั้นที่ต่อสู้กันเมื่อกลางวันคุณเพอร์ซีย์แค่อยากทดสอบผมเพื่อดูว่าผมมีพลังเยอะแค่ไหนเหรอครับ?”
โพรทาเลียถามเรื่องที่เธอต่อสู้กับพ่อเมื่อเช้านั้น
“ใช่ฉันถึงเลยตัดสินใครรับเธอเป็นลูกศิษย์ฉันก็หมายถึงฉันจะเป็นผู้ดูแลเธอและพี่สาวเธอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
“ตายๆแบบนี้ทุกคนจะไม่มองพวกเราว่าใช้สิทธิ์สายเลือดเทพเหรอคะเนี่ย?” ลิซ่าพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ไม่หรอกๆไม่มีใครกล้าหรอกนะ”
“แต่ไม่นึกเลยนะว่าพวกนายเป็นสายเลือดของโครนอสนะ”เบเดอร์พูดขึ้น
โพรทาเลียสะดุ้งขึ้นมาเมื่อพี่ชายพูด“ทำไงได้ล่ะถ้าพวกเราพูดมันก็ลำบากสิ” โพรทาเลียเริ่มแผนโกหกไปต่อทันที“แต่พวกเราอยากใช้ชีวิตปกตินะครับ คุณเพอร์ซีย์ ขอล่ะอย่าบอกใครที่เราเป็นสายเลือดของโครนอสได้ไหมครับ”
“หือ...อืม...ฉันก็ลำบากน่านะ”เพอร์ซีย์นั่งคิดหนักอยู่อลิซ่าเบ็ธมองสามีตัวเองคิดเยอะเกิน เธอเลยพูดออกมาทันที
“ได้จ้ะ!”
“แอนนี่!!”เพอร์ซีย์หันไปหาภรรยาที่ตอนไปอย่างไม่ปรึกษาเขาเลย
“เพอร์ซีย์!”แอนนาเบ็ธมองสามีของตนด้วยสายตานิ่งๆทำให้เพอร์ซีย์นิ่งเงียบทันที พอเห็นสามีเงียบเธอก็หันไปหาพวกคีย์ “พวกเราจะเก็บเงียบให้สักพักนะแต่วันใดที่ต้องประกาศว่าพวกเธอมีสายเลือดของโครนอส วันนั้นคงต้องออกจากบ้านเฮอร์มีสไปอยู่เขตแดนของโครนอสนะจ๊ะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ต้องไปอยู่เขตนั้นเหรออับชื้นสุดๆ เลยนะนั้น” โพรทาเลียพูดขึ้นเธอนึกถึงสถานที่ที่โครนอสอยู่
“โครนอสเขาชอบที่สบายๆนะจ๊ะ”
“งั้นเหรอครับ...”
โพรทาเลียนั่งไปกินอาหารไปแต่เธอรู้สึกเหมือนมีคนจ้องเธอ เธอหันไปมองพี่ชายคนที่สองเบเดอร์ที่จ้องเธอแบบสุดๆ ทำเอาเธอต้องก้มหน้าทานอาหารไปเรื่อยๆเธอสงสัยเลยว่าทำไมพี่ถึงจ้องเธอแบบนั้นกัน หรือว่าเขากำลังสงสัยในตัวเธอระหว่างที่พวกเธอทานอาหารอยู่เพอร์ซีย์ที่กำลังคุยกับภรรยาเรื่องที่เมื่อกี้ที่ไปตอบเด็กง่ายๆเขาก็นึกถึงจดหมายบางอย่างที่เขาได้รับมา
"จริงสิคีย์ ลิซ่า ฉันมีจดหมายจากเทพองค์หนึ่งส่งมาให้พวกเธอนะ"
“เทพองค์หนึ่ง?” ทั้งสองมองหน้ากันอย่างสงสัย ว่าเทพองค์ไหน
เพอร์ซีย์ลุกขึ้นออกจากโต๊ะเพราะเขาทานเสร็จแล้วเลยลุกออกไปได้ เขาเดินไปห้องทำงานของเขา แล้วหยิบจดหมายฉบับหนึ่งมาเขาเดินกลับมาพร้อมกับยื่นให้คีย์ อีกฝ่ายรับมาแล้วมาจดหมายอย่างสงสัยลิซ่ายื่นมือไปรับต่อจากน้องชาย เพราะเธอทานเสร็จแล้วคีย์เลยส่งมอบให้พี่สาวอ่านต่อ ลิซ่าหยิบมาแล้วเปิดอ่านจดหมายข้างใน
‘สวัสดีเหล่าพี่น้องคนใหม่ของข้า พวกเจ้าคงสงสัยในจดหมายนี้
ว่าทำไมข้าส่งมาให้พวกเจ้า หลังจากพวกเราเหล่าเทพได้ล่วงรู้
ว่าพ่อของเจ้าได้มาประกาศถึงตัวตนของพวกเจ้าทำเอาเขาโอลิมปัส
สั่นสะเทือนเลยล่ะสายเลือดของโครนอสถึงกับงงว่าบิดาของตนมีลูกอีกเหรอ
เป็นข้าก็คงงงนั้นล่ะ แต่ข้าจำชื่อเจ้าสองคนได้ เลยไปค้นหาในกองจดหมาย
จนเจอว่าพวกเจ้าอาสาจะมาทำงานประจำเดือนของบ้านเฮอร์มีส
ข้าเลยสนใจให้พวกเจ้ามากันถ้าพวกเจ้าอยากมาจงบอกกับเพอร์ซีย์
แล้วข้าจะอนุมัติในทันที ข้าละอยากเจอหน้าพวกเจ้าจริงๆ
จากเทพผู้หล่อเหลากว่าอะพอลโล
เฮอร์มีส’
ลิซ่าอ่านจบก็มองทุกคนเบเดอร์ถึงกับอยากอ้วกขึ้นมาเลยจริงๆ
“คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไงนะเทพองค์นั้น อิ่มล่ะ” เบเดอร์ลุกขึ้นออกจากเก้าอีกแล้วเดินตรงไปที่อ่างล้างจาน
“ทำไงได้ล่ะเบเดอร์เทพพวกนั้นก็หล่อจนสาวๆ หนุ่มๆ ชาวมนุษย์สนใจได้นี่น่า” แอนนาเบ็ธพูดขึ้นมา ทำเอาเพอร์ซีย์หันมองทันที
โอราอุสได้ฟังเนื้อหาในจดหมายทำให้เขาคิดเลยว่าตอนนี้เทพเริ่มเข้าหาน้องสาวเขากับหญิงสาวที่เขารักแน่ๆ
“แบบนี้พวกเธอเหมือนกำลังเจ้าหาทั้งสองคนใช่ไหมครับ?”
“น่าจะใช่นะเพราะว่าสองคนนี้อยู่ใกล้โครนอส ถ้าโครนอสรักมากๆ ด้วยยิ่งเป็นจุดที่ทำให้พวกเทพอยากจะเข้าหาโครนอสง่ายขึ้นให้เขาไว้ใจ”
เพอร์ซีย์อธิบายเขารู้สึกเลยว่ากำลังมีความวุ่นวายมาเยี่ยงเขาในค่ายซะแล้วโพรทาเลียถึงกับเซ็งเลยเพราะการไม่ปรึกษาก่อนของเทพองค์นั้นทำให้เธอกับพี่สาวตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเขาแล้วทำให้เธอนึกถึงอดีตของแองเจิลที่โดนพ่อโยนงานให้จนต้องลำบากเขา
“เข้าใจหัวอกเจ้าเลยแฮะแองเจิล...” โพรทาเลียพึมพำออกมาเบาๆ
เพอร์ซีย์หันไปมองเด็กชายเหมือนได้ยินบางอย่างที่เด็กพูด
“เมื่อกี้เธอพูดอะไรเปล่าคีย์”
โพรทาเลียสะดุ้งขึ้นมาทันทีแล้วหันไปมองพ่อ “เปล่าครับไม่มีอะไรครับ”
“งั้นเหรอ”เพอร์ซีย์ยกไวน์ขึ้นดื่มอีกก่อนจะพูดแนะนำบางอย่างกับเด็กชาย "ข้อเตือนไว้อย่างนะว่าอย่าไว้ใจเทพเจ้ามา เพราะถ้าโดนหลอกใช้ ตัวเราจะรู้สึกเจ็บมากๆ เลยล่ะนะ"
“โดนหลอกใช้...”เมื่อได้ยินประโยคนั้นทำให้เธอนึกถึงตอนอยู่ที่ปราสาทขึ้นมาเลยจริงๆ “ครับ ผมจะจำสิ่งที่คุณเพอร์ซีย์เตือนครับ”
“เธอไม่สนใจเหรอว่าฉันหมายถึงอะไรนะ?”
“ไม่ครับผมเคยเจอมาแล้ว...คนที่หลอกใช้เราจนทำให้เราจมสู่ความมืดมิดได้ เพียงแค่ปลายนิ้ว” โพรทาเลียยกนิ้วชี้ของตัวเองเข้าขึ้นมามอง
ลิซ่ามองโพรทาเลียเธอลูบหัวโพรทาเลียเบาๆ คำหลอกลวงมันอยู่ในใจเสมอสิ่งที่แซเทิร์นทำกับพวกเธอทั้งสองคนมาตลอดนั้นคือสิ่งที่ทรมานจิตใจมานานเพอร์ซีย์มองทั้งสองคน เขารู้สึกว่าตัวเองพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกมาสินะเขามองภรรยาที่ใช้สายตาจิกเขาเข้าให้ ทำเอาเขาต้องคิดหาอะไรมาแก้สถานการณ์
“เอาล่ะๆกินอาหารกันอิ่มแล้วก็ถึงเวลาของหวานกันล่ะ!!”
“ของหวาน!”
พวกเด็กๆต่างตาลุกวาวกัน เพอร์ซีย์ลุกขึ้นไปหยิบของในตู้เย็นที่เขาเตรียมไว้ให้เด็กๆโพรทาเลียที่กำลังนั่งมองทุกคนแอนนาเบ็ธก็เดินเข้ามาหาอีกฝ่ายพร้อมกับลูบหัวเด็กน้อยเบาๆโพรทาเลียรู้สึกถึงมืออันอบอุ่นที่กำลังลูบหัวเธอ เธอเงยหน้ามองว่าผู้ใดจนเห็นใบหน้าอันอ่อนโยนของแม่
“คุณแอนนาเบ็ธ...”
“ขอโทษแทนสามีฉันด้วยนะเขาไม่ค่อยรู้ว่าอะไรควรพูดหรือไม่นะ”
“ผมไม่ถือสาหรอกครับ!!”โพรทาเลียรีบโบกมือปฏิเสธทันที “เขาก็แค่เตือนให้พวกผมระวังเองนี่น่าแต่ว่า...”
“มันนึกถึงบางอย่างสินะ...”
“ก็...นะครับ...”
แอนนาเบ็ธทำหน้าเศร้าเธอดึงตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดทันที โพรทาเลียตกใจทันที
“คุณ...แอนนาเบ็ธ!!”
เพอร์ซีย์ได้ยินเสียงคีย์ถึงกับหันไปมองก็เห็นภรรยาของตนกอดเด็กชายแต่ทุกครั้งเขาน่าจะหึงที่ภรรยาทำตัวสนิทกับพวกผู้ชายแต่ครั้งนี้เขากับไม่รู้สึกอะไร แต่ดูแล้วอบอุ่นแทน
“ถือว่าเป็นกอดจากแม่นะจ๊ะคีย์”
“กอด...จากแม่...”เมื่อแม่พูดแบบนั้นทำเอาน้ำตาไหลออกมาจากใบหน้าของโพรทาเลีย
แอนนาเบ็ธเห็นก็ตกใจทันที“ตายล่ะ คีย์ฉันไม่ได้ตั้งใจนะจ๊ะ”
“ผมไม่เป็นไรครับแค่...นึกถึงแม่เท่านั้นเอง...ขอบคุณสำหรับกอดนะครับ คุณแอนนาเบ็ธ” โพรทาเลียเช็ดน้ำตาแล้วยิ้มให้อีกฝ่าย แต่ที่เธอพูดก็จริงเธอนึกถึงแม่ของเธอ แม่ที่อยู่ตรงหน้าของเธอ
“งั้นเหรอจ๊ะแม่ของพวกเธอ สักวันก็ได้เจอนะ คีย์”
“เอ่อ...ครับ...”โพรทาเลียไม่กล้าบอกเลยว่าเคยเจอเทพีเรอาแล้ว
เพอร์ซีย์แจกจ่ายขนมจนครบทุกคนโพรทาเลียจ้องมองของหวานที่ได้รับ ทำเอาเธอคิดถึงสมัยเด็กๆ เค้กไอศกรีมสีฟ้าแต่ไม่รู้ทำไมตัวเค้กต้องเป็นสีฟ้า นั้นเป็นคำถามตั้งแต่เด็กๆ ของเธอแต่เธอก็ชอบมัน เธอกินคำแรกสัมผัสได้ถึงความหวาน เย็น และละลายไหลลงคอไปเป็นสัมผัสที่ไม่ได้ทานมานาน
“ขนมนี้อร่อยจังเลยนะคะ”ลิซ่าพูดชมความอร่อยของเค้กนี้ทันที
“เย็นและอร่อยมากๆเลย” คาเร็นน่าก็ชมเค้กอันนี้เหมือนกัน
“คิกๆเป็นเค้กที่คุณย่าเคยทำให้นะ แต่ทุกทีจะเป็นเค้กธรรมดานะแต่เดียวนี้เปลี่ยนเป็นเค้กไอศกรีมนะ” เรน่าอธิบายให้ที่มาของเค้กให้คาเร็นน่าฟัง
“ใช่แล้วล่ะครั้งหน้าพวกเราจะทำเค้กสีฟ้าดู คาเร็นน่าอยากมาลองชิมไหมล่ะจ๊ะ?” คาเร็นน่าหันไปถามหลานสาวของพวกเธอทันที
“ชิมค่ะ!!ชิมค่ะ!!”
“งั้นวันไหนพวกเราทำจะไปเรียกหนูมาช่วยนะ”
“ค่ะม๊ะม๊าหนูไปช่วยพี่ๆ เขาได้นะ”
“ตามใจเลยจ้า”โพรทาเลียลูบหัวลูกสาวเบาๆ
“เย้!!”
คาเร็นน่าดีใจมากๆจนเกือบตกเก้าอี้ ดีที่โพรทาเลียจับตัวไว้ทันไม่งั้นได้เจ็บหัวแน่ๆพอพวกเขาทานขนมอย่างมีความสุขจนมันหมด ทุกคนก็เก็บจานชามเพื่อมาล้างกันพวกคารีเซลรีบกันไปล้างจาน เพราะเป็นเวรของพวกเธอที่ต้องทำกันโพรทาเลียกำลังคิดว่าถึงเวลาที่พวกเธอต้องกลับ เธอเดินไปอุ้มลูกสาวที่ทำท่าเริ่มขยี้ด้วยตาเพราะกินอิ่มแล้วหนังตาเริ่มตกพอเธออุ้มลูกสาวขึ้นเด็กน้อยก็ซบไหล่แม่จนหลับไปทันที
” ผมว่าพวกเราขอกลับบ้านพักก่อนนะครับ”
“เดียวจ๊ะ!”แอนนาเบ็ธรีบมาหาคีย์ทันที
“เอ๋?” ทั้งสองคนหันไปมองแอนนาเบ็ธที่กำลังเดินมา
“นี่ดึกแล้วนอนพักที่นี้ก็ได้นะจ๊ะ”
“เอ๋? จะดีเหรอครับ?” โพรทาเลียหันไปมองลิซ่าอย่างสงสัย
“ภรรยาฉันอุตส่าห์อนุญาตก็นอนเถอะ”เพอร์ซีย์เข้ามายืนข้างภรรยาของตนเองทันที
“ว้าวพี่เป็นคนแรกเลยนะที่ได้นอนที่บ้านพวกเรานะ!” มาร์โคโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้
“งั้นนอนที่ห้องนั่งเล่นละกันนะ”แอนนาเบ็ธเสนอสถานที่นอนทันที “เดียวพวกเราเอาของออกให้นะ”
“งั้นพวกเรานอนด้วยได้ไหมคะ?” เรน่าถามขึ้นมาทันที
“เอ๋? เรน่าลูกจะนอนกับพวกคีย์เหรอ?”
“ไม่ใช่แค่เรน่านะหนูนะนอนด้วย!” คารีเซลก็เข้ามาพูดเหมือนกัน
“นี้ๆพวกเธอหาโอกาสแบบนี้เลยเหรอ?” โฟกัสรีบเข้ามาพูดกับน้องๆทันที
สองแฝดต่างยิ้มพร้อมกันทันทีแอนนาเบ็ธมองลูกๆ ที่สนใจจะนอนกับพวกคีย์เธอมองไปที่ห้องนั่งเล่นก่อนจะคิดบางอย่างขึ้นมา
“งั้นใครอยากนอนกับพวกคีย์ก็ช่วยกันย้ายเฟอร์นิเจอร์ไปที่ห้องที่ว่างๆอยู่นะ”
“ครับ/ค่ะ!”
ทุกคนได้ยินก็ต่างพากันไปช่วยทันทีเหลือแค่เบเดอร์คนเดียวที่ยืนเฉยๆ เขาไม่สบอารมณ์เลยแค่พวกกลุ่มเดียวมาทำให้ครอบครัวเขาคึกคักแบบนี้โพรทาเลียมองพี่ชายที่ดูอารมณ์ไม่ดี พอเขาหันมามองเธอตัวเธอเลยยิ้มให้อีกฝ่ายอ่อนๆ
"ขอโทษที่ผมทำให้คนในครอบครัวนายวุ่นวายกันนะเบเดอร์"
เบเดอร์ได้ยินแบบนั้นเขารู้สึกแปลกๆ จริงทีไรนั่นล่ะเพราะเขาไม่เคยชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับครอบครัวเขา แต่พอเขามองเด็กข้างๆ นี้เขากับเริ่มรู้สึกความคุ้นเคยที่เคยรู้สึก เขายกมือขึ้นมาก่อนจะแตะที่ศีรษะอีกฝ่าย2 ครั้ง ก่อนจะเดินออกไป
“อย่ามาขอโทษฉันสิเด็กบ้า!”
“เอ๋?”
โพรทาเลียมองอีกฝ่ายที่เดินออกไปเธอจับศีรษะเบาๆ เธอสงสัยเลยว่าทำไมโดนเรียกว่าเด็กบ้าแต่เธอพึ่งคิดได้ว่าพี่ชอบเรียกเธอว่าเด็กบ้า ทำเอาเธอขมวดคิ้วเลยว่าพี่ชายรู้เหรอแต่เธอส่ายหน้าเบาๆ
“คงไม่หรอกมั้ง”โพรทาเลียพูดเบาๆ อย่างสงสัย เธออุ้มลูกสาวให้ไม่ให้ตก
พอทุกคนช่วยกันยกเฟอร์นิเจอร์ออกไปไว้ในห้องว่างกันหมดแล้วทุกคนก็ขึ้นชั้น 2 ไปเอาที่นอนของตัวเองกันส่วนโอราอุสพาน้องชายฝาแฝดออกข้างนอก เพื่อพาไปบ้านของเขาแล้วนำเอาที่นอนมาเสริมกัน โพรทาเลียอยากช่วยน่านะ แต่เธออุ้มลูกสาวที่หลับอยู่เธอเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น ก็เดินมาห้องอาหารก็เห็นพ่อกับแม่นั่งคุยบางอย่างอยู่โพรทาเลียเลยเข้าไปขอคุยกับพ่อสักหน่อย
“เอ่อ...คุณเพอร์ซีย์...”
“หือ? มีอะไรเหรอ?” เพอร์ซีย์หันไปหาเด็กชายที่เข้ามาหาเขา
“ผมขอถามอะไรหน่อยนะครับ?”
“เอาสิ” เพอร์ซีย์เชิญเด็กน้อยให้ถามเขาได้
โพรทาเลียอุ้มลูกสาวแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ทันที “คือผมอยากถามอะไรหลายอย่างน่านะแต่ก็ขอถามเรื่องจดหมายเมื่อกี้หน่อยนะครับ”
“จดหมายจากเฮอร์มีสสินะ”
“ครับเขาไม่ได้แอบแฝงอะไรใช่ไหมครับ?”
“อืมฉันว่าไม่น่านะ เทพอย่างเฮอร์มีส ก็แค่เทพส่งสารให้แก่เทพเท่านั้นล่ะ”
โพรทาเลียนั่งทบทวนบางอย่างสักพักเธอก็คิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา “แล้วเรื่องที่ผมเคยขอไปเรื่องที่ไปทำงานของเฮอร์มีส เขาจะอนุมัติให้เลยเหรอครับ?”
“ก็เธอว่างวันไหนเดียวฉันส่งข้อความให้ เดียวเขาก็อนุมัติล่ะ”
โพรทาเลียนั่งคิดอย่างถี่ถ้วนลิซ่ากำลังมองทุกคนจัดที่น้องเธอก็หันไปเห็นว่าโพรทาเลียกำลังนั่งคุยบางอย่างกับพ่อของเธออยู่เธอเลยลองเข้าไปว่าคุยอะไรกันอยู่ เพอร์ซีย์มองเห็นพี่สาวอีกฝ่ายเขาเลยลองถามทั้งสองดู
“พวกเธอคิดจะไปวันไหนก็บอกนะ”
“เอ๋?” โพรทาเลียหันไปข้างหลังก็เห็นพี่สาวมาด้วย “พี่...”
“คิกๆ” ลิซ่ายิ้มก่อนจะมานั่งข้างๆ “ถ้าคีย์จะไปวันไหนข้าก็จะไปค่ะ”
“พี่เนี่ยนะผมต้องตัดสินใจตลอดเลยนะ...” โพรทาเลียคิดอีกครั้งก่อนจะตอบไป "งั้นพรุ่งนี้หรือวันมะรืนได้ไหมครับ?"
“ได้สิเดียวฉันส่งจดหมายให้เทพเฮอร์มีสให้”
“ขอบคุณครับแล้ว...มันต้องออกไปข้างนอกใช่ไหมครับ?”
“ใช่แล้วล่ะ”
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นเธอก็เลยคิดเยอะจริงๆ เพอร์ซีย์มองเด็กชายที่ทำสีหน้าดูซีเรียล เขาเลยถามเด็กชาย
“ถ้าออกไปข้างนอกแล้วพวกเธอกลัวอะไรหรือเปล่านะ?”
“อ๊ะ...คือ...ผมกลัวพวกที่...เคยตามล่าพวกเรานะผมยังไม่เคยบอกคุณเพอร์ซีย์ใช่ไหมครับ?”
“ใช่แต่นิโคเคยบอกฉันว่าครั้งแรกที่เจอพวกเธอ พวกเธอระวังตัวกันมากๆฉันเลยคิดว่าพวกเธอคงเคยเจออะไรร้ายๆ มาสินะ”
โพรทาเลียขมวดคิ้วหน่อยๆเธอไม่นึกว่าจะมีคนสังเกตอย่างชายคนแรกที่พวกเธอเจอครั้งแรกคาเร็นน่าสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ก่อนจะร้องไห้ออกมา
“แงงงงงงงงงงงงง๊!!”
ทุกคนตรงนั้นต่างตกใจกับเสียงร้องของเด็กน้อยที่อยู่ๆตื่นมาก็ร้องไห้ออกมา โพรทาเลียรีบโอ๋ลูกสาวของตนเองทันที
“โอ้ๆร้องทำไมนะ? คาเร็นน่าโอ้ๆ”
“แงงงงง๊หนู...ฝันถึง...ฮึก...พวกปีศาจพวกนั้น...ฮึก...”
“โอ้ๆ มันแค่ฝันร้ายนะพวกเราจะไม่ออกไปข้างนอกนั้น ไปเจอพวกมันแล้วนะ...”
คาเร็นน่ากอดแม่ตัวไว้แน่นที่สุดเพอร์ซีย์เห็นแบบนั้นเขาก็รู้เลยว่าเหตุผลที่เด็กกลัวคืออะไรกันแอนนาเบ็ธก็มองแล้วนึกถึงตัวเองตอนเป็นเด็กที่กลัวและแค้นพวกยักษ์ไซคลอปส์แค่ไหนกันคาเร็นน่ากอดแม่แล้วนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา
“งือออออ หนูคิดถึงพี่ชาย...คิดถึงพี่เดวิค…”
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นคิ้วของเธอก็ตกลงดวงตาเศร้าหมอง เธอลูบหลังลูกสาวอย่างเบามือ
“ไม่ใช่คาเร็นน่าคนเดียวที่คิดถึงเดวิคพี่ก็คิดถึงเหมือนกัน”
เพอร์ซีย์กับแอนนาเบ็ธได้ยินแบบนั้นพวกเขาสงสัยว่าคนที่ชื่อเดวิคเป็นใคร
“เด็กที่ชื่อเดวิคเป็นใครหรือ? คีย์”
“อ๊ะ...” โพรทาเลียมองพ่อแม่ เธอไม่กล้าบอกเลยว่าเด็กคนนั้นเป็นใครแต่ลูกสาวเธอพูดไปแล้วก็ต้องบอกนั้นล่ะ “คือว่าเด็กคนนั้นเป็นพี่ชายฝาแฝดของคาเร็นน่านะครับ”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนั้นเหรอจ๊ะ?” แอนนาเบ็ธถามด้วยความสงสัย
“คือว่า...เคยเกิดเหตุที่ต้องหนีตายกันแล้วผมให้เด็กคนนั้นหนีไปก่อน แต่พวกผมทั้ง 3 คนก็ยังโดนจับ แต่เด็กคนนั้นรอดไปได้ มันผ่านมา 3 ปีแล้วที่พวกเรายังหาเขาไม่เจอนะครับ...”
“3ปี!”
สองสามีภรรยามองหน้ากันพวกเขาซุบซิบบางอย่างกัน จนโพรทาเลียกับลิซ่ามองหน้ากันลิซ่ายื่นมือช่วยอุ้มคาเร็นน่าให้ โพรทาเลียส่งลูกสาวให้ลิซ่าช่วยดูแลต่อคาเร็นน่านอนหลับไปต่อทันที
“น่าว่าใช่ไหมคะ?”
“ก็ไม่แน่น่านะลองถามรายละเอียดดูก่อนละกัน” เพอร์ซีย์คุยกับภรรยาจบเขาก็หันมาหาคีย์ทันที
“ภรรยากับฉันคุยกันแล้วพวกเราจะช่วยตามหาเด็กคนนั้นให้”
“ทำไม...ทำไมถึงอยากช่วยตามหาให้กันครับ?”
“ไม่มีเหตุผลหรอกนะพวกเรามีหน่วยที่ตามหาเด็กให้อยู่แล้ว แล้วเธอก็เหมือนคนในครอบครัวเราพวกเราจะช่วยตามหาเด็กคนนั้นให้ ช่วยบอกรายละเอียดรูปลักษณ์เด็กคนนั้นมาก็พอ”
โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นเธอถึงกับน้ำตาไหลออกมาทันที เธอรีบเช็ดน้ำตาของตัวเองทันที
“ขอบคุณ...ขอบคุณมากๆเลยครับ” โพรทาเลียรู้สึกตื้นตันใจสุดๆที่พ่อแม่จะช่วยหาลูกชายของเธอ
ลิซ่าที่ดูสถานการณ์เฉยๆเธอก็ดีใจกับโพรทาเลียที่จะได้เจอลูกอีกครั้ง ตัวเธอเองก็คิดถึงเด็กน้อยตัวแสบเช่นกันเพอร์ซีย์กับแอนนาเบ็ธมองเด็กชายที่กำลังร้องไห้ออกมาพวกเขาเข้าใจเลยว่าถ้าคนที่เป็นเสมือนลูกของตนหายไปจะรู้สึกกังวลใจและห่วงแค่ไหนพวกเขานึกถึงตอนที่เด็กๆ ชอบเล่นซ่อนแอบแล้วหายตัวไปนานมากๆจนทำให้พวกเขากังวลและห่วงมากๆ
“งั้นมาบอกรายละเอียดกันนะคีย์” แอนนาเบ็ธพูดขึ้น
“คะ...ครับ!!”
โพรทาเลียเริ่มอธิบายให้ทั้งสองฟังว่าเด็กคนนั้นมีลักษณะยังไงตั้งแต่อายุแค่ 5 ขวบครึ่งผมสีดำไม่รู้ว่ายาวหรือสั้นตอนนี้ ดวงตาสีฟ้า มีนิสัยเกินเด็กหน่อยๆแอนนาเบ็ธเขียนรายละเอียดตามที่เด็กชายบอกเธอมองที่ตัวเองเขียนเธอก็พูดบางอย่างออกมาเบาๆ
“อืมๆเหมือนกันจริงๆ” แอนนาเบ็ธพึมพำออกมา
โพรทาเลียเหมือนได้ยินที่แม่พูดอะไรบางอย่าง“เอ๋ อะไรเหรอครับ?”
“อ่ะ ปะเปล่าจ๊ะ! ไม่มีอะไรจ๊ะ!” แอนนาเบ็ธรีบปฏิเสธทันที
โพรทาเลียสงสัยเลยว่าทำไมแม่ถึงรีบปฏิเสธแบบนั้นแต่เธอไม่สนใจต่อเธอกับยิ้มอย่างมีความสุขอีกไม่ช้าเธอจะได้มีโอกาสได้เจอลูกชายของเธอ
‘อยากเจอจริงๆ...แม่อยากเจอลูกเหลือเกิน เดวิค!’
ก่อนหน้านั้นเวลา 17:00 น.สถานที่ค่ายจูปิเตอร์ ภายในค่ายนั้นเป็นสถานที่กว้างมากกว่าค่ายจูปิเตอร์มีทั้งสถานที่ฝึก พักผ่อน และรวมตัว แต่ก็มีสถานที่หนึ่งในค่ายที่เป็นสถานที่สะดวกสบายมากๆสำหรับเหล่าผู้ที่เกษียณแล้ว พวกมีครอบครัว และก็เหล่าเด็กๆ ที่เกิดในค่ายจะมีสถานที่สำหรับให้พวกเขาเหล่าเรียนที่นั่นก็คือ โรงเรียน ณเวลานั้นก็มีเด็กชายกำลังรอผู้ปกครองมารับเขาอยู่หน้าโรงเรียน เวลาผ่านไปถึง 10นาทีก็มีชายผมทองกำลังวิ่งมาทางโรงเรียนอย่างเร็วพอเขามาถึงก็หอบอย่างหนัก
เด็กชายเห็นผู้เป็นพ่อก็ตกใจหน่อยๆเขาเดินไปหาพ่อทันที “พ่อ!ทำไมหอบมาแบบนั้นนะครับ”
“เด...เดวิค...พ่อขอโทษนะที่มารับช้านะ!” ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาขอโทษผู้เป็นลูกทันที
“ค่ายอุตส่าห์อยู่ใกล้ๆกันแต่ก็มาช้าน่านะ แต่ว่านะครับ…”
“อะไรเหรอ?” คนเป็นพ่อมองลูกชายอย่างสงสัย
“พ่อบินได้แล้วทำไมไม่บินมาล่ะครับ!?”
ชายหนุ่มถึงกับนิ่งไปกับคำถามของลูกชายเขาลืมไปว่าตนเองนั้นบินได้
“ฮ่าๆพ่อลืมนะ!”
“โธ่พ่อก็!”
เด็กน้อยเอามือกุมขมับก่อนจะมองคนเป็นพ่อทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาจนเสียงดังทำให้หญิงสาวคนหนึ่งได้ยินเสียงหัวเราะนั้นจนออกมาดูพอเธอเห็นเด็กชายที่อยู่กับผู้เป็นพ่อเธอก็ยิ้มออกมาแล้วเดินไปหาทั้งสองคนทันที พอมาถึงเธอก็ทักทายทันที
“ไงจ๊ะเดวิค คุณพ่อมารับแล้วเหรอจ๊ะ!?”
เดวิคได้ยินเสียงอันคุ้นเคยเขาหันไปมองก่อนจะยิ้มให้แก่หญิงตรงหน้า “ครับอาจารย์เลดี้ งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ!”
“จ๊ะงั้นกลับดีๆ นะคะ แล้วก็...” หญิงสาวหันไปมองผู้เป็นพ่อของเด็กชายก่อนจะยิ้มออกมา แล้วเอามือกอดตัวเองไว้ “คุณด้วยนะคะฟีนีอุส รักษาสุขภาพดีๆ ด้วยนะคะ และก็...คิดถึงฉันยามนอนด้วยนะคะ!”
พอเธอหันมาก็ไม่เจอสองพ่อลูกแล้วเธอยืนหน้าแดงด้วยความอับอายทันที
“กรี๊ด!!ไปตอนไหนเนี่ย ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ!!”
ห่างออกไปฟีนีอุสอุ้มลูกชายอยู่บนแขนของเขาเขาออกมาตอนนี้อาจารย์สาวกำลังกล่าวลาแถมยังพูดไม่จบ เขาก็โดนลูกชายลากออกมาซะก่อนเดวิคกอดคอพ่อด้วยสีหน้าเซ็งๆ เขาเหมือนไม่พอใจบางอย่างฟีนีอุสเห็นก็เลยถามลูกชายของเขาที่อารมณ์ไม่ดี
“ลูกเป็นอะไรนะเดวิค”
“แค่เซ็งนะครับที่พ่อมาโรงเรียนทีไรก็จะมีแต่ผู้หญิงเข้าหา โดยที่...โดยที่มีแม่อยู่แล้ว...” เดวิคกอดพ่อแน่นๆ
“น่าๆพ่อไม่หลงรักหญิงอื่นนอกจากแม่ของลูกหรอกนะ” ฟีนีอุสมองลูกชายอย่างเอ็นดู
“เหรอ? พ่อยังตกหลุมรักนูอัสที่ปลอมเป็นแม่เลยนี่น่า”เดวิคมองพูดเป็นพ่อด้วยสายตากวนๆ
“แหะๆเรื่องนั้นนานแล้วนะ พ่อได้สติแล้วนะ ถ้าไม่เจอลูกพ่อคงยังหลงรักเธอต่อไปน่านะ”
“เฮ้อ...แต่ผมก็ไม่ชอบให้ใครมาเต๊าะพ่อนี่น่า”
“รู้สึกลูกพูดคำยากๆเยอะจังนะ ไปจำมาจากไหนนะ?” ฟีนีอุสสงสัยคำพูดของลูกชายที่พูดออกมา
“อ๊ะ...ก็...ดูหนังกับคุณปู่…”เดวิคถึงกับตะกุกตะกักขึ้นมาทันที
พอได้ยินว่าพ่อของตนเองนั้นทำให้ลูกชายเขาเป็นแบบนี้ทำเอาฟีนีอุสเคืองขึ้นมาทันที “ปู่หลานคู่นี้!กลับไปจะดุให้หูชาเลยนี่!!”
“ห้ามดุคุณปู่นะ!!”เดวิคกอดคอพ่อแบบแน่นๆ
“เด...เดวิค...นะ...แน่นไปแล้ว!!”
“ขอโทษครับ!”เดวิคคลายมือออกมาทันที เดวิคยังซบไหล่ของพ่อ ก่อนจะคิดว่าทำไมวันนี้พ่อมาช้า“จริงสิทำไมวันนี้มาช้าจังครับ?”
“อ๋อ...เกิดเรื่องในค่ายนะ...”
“เรื่อง? เกิดอะไรขึ้นกันครับ?”
“ก็...แม่ของลูกอาละวาดใส่คุณตานะ”
“เอ๋?” เดวิคถึงกับงงเลยว่าแม่ของตน สร้างเรื่องอะไรขึ้นอีก
จบตอนที่ 36โปรดติดตามตอนที่ 37 ต่อไป