อี้เฉินถอนหายใจออกมายาว เขาเองก็ได้แต่หวังว่า ข้อความที่เขาทิ้งไว้ให้หลินเฟย มันจะส่งไปถึงตัวนาง บัดนี้สิ่งที่ค้างคาใจ สำหรับอี้เฉินไม่มีอีกต่อไป เขาจึงจากไป จากเมืองหลวงทวีปเหมันต์ตงเหลิ่ง
อี้เฉินเขาใช้เวลาข้ามผ่านไปยังเขตด่านผาแต้มโลหิต ข้ามผ่านแดนนรกสีขาว ไปเกือบ4วันเต็ม กว่าจะไปถึงแท่นบูชายัญ ทว่าอี้เฉินกลับรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง ของสภาพอากาศน้อยๆ ประหนึ่งว่ายามนี้ แก่นโลกภายในดินแดนเทพ เริ่มที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปช้าๆ ไม่ช้าดินแดนเทพเองก็จะเข้าสู่ช่วง การฝึกฝนที่ยากลำบาก อย่างไม่ต้องสงสัย
ก่อนอี้เฉินจะสูดลมหายใจ เข้าไปลึกจนเต็มปวด เอ่ยพูดเสียงเนิบช้าพร้อมรอยยิ้มบางขึ้นมา “ในที่สุดข้าจะได้กลับบ้านแล้วสินะ”
ครั้นเมื่อนึกถึงดินแดนเบื้องล่างสถานที่ ที่เขาจากมาเรียกว่าบ้านของเขา บัดนี้เขากำลัง จะกลับลงไปยังดินแดนเบื้องล่างอีกครา พร้อมกับความคาดหวัง ที่จะพบเจอ มรดก ตกทอดของ ยุคสมัยจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น อี้เฉินสืบฝีเท้ากลับไปยังดินแดน ร้อยแคว้นด้วยสองบ่าที่หนักอึ้ง แบกความคาดหวังว่าจะเจอสิ่งล้ำค่า ที่จะช่วยพวกเขาจากศัตรูต่างดินแดนได้
ร่างอี้เฉินที่ปรากฏบริเวณใต้สระน้ำ ภายในสำนักเซียน เขาพุ่งปราดขึ้นมาทันที ก่อนเปลี่ยนอาภรณ์ ของเขาให้เป็นคนธรรมดา ไม่คิดใช้ สวมใส่อาภรณ์จักรพรรดิอีกต่อไป ภาพเหล่าศิษย์ที่เห็นชายแปลกหน้า จู่ๆ ก็ปรากฏกาย หลายคนต่างก็จ้องสายตามองอี้เฉินด้วยสายตาลึกล้ำ
อี้เฉินที่จับสัมผัสถึงปราณพลังดินแดนร้อยแคว้น ค่อยๆ ฟื้นฟู ช้าๆ ทว่า เมื่อเทียบกับดินแดนเทพ ถือว่ายังห่างชั้นกันอยู่มากโข “หืม!! เหมือนว่าสำนักเซียน จะเปลี่ยนไปหรือเปล่า” ครั้นอี้เฉินเอ่ยพูดพึมพำ ขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ร่างที่วูบไหวของเขาก็หายจากไป จากกลุ่มคน สืบฝีเท้าขึ้นไปด้านบนสำนักเซียนในทันใด
หญิงสาวภายในกลุ่ม ไต่ถามด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาน้อยๆ จากความหล่อเหลา ของชายหนุ่มผมสีขาวโพลน “พวกเจ้า! ตะกี้ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า เหมือนข้าจะเห็นบุรุษผู้หนึ่ง ช่างหล่อเหลา น่าดึงดูดสายตายิ่งนัก”
“อืมๆ ข้าก็เห็นเหมือนกัน” หญิงสาวอีกคนภายในกลุ่ม กล่าวพูดขึ้นมาเช่นกัน
ด้านอี้เฉินที่ส่งคำพูดออกไป พูดคุยกับหญิงชรา บัดนี้ก็ผ่านไปร่วม7ปีแล้วสินะ ที่พวกเขาจากลากันในยามก่อน “เจ้าสำนักเหลียนซูฉี เหมือนว่าสำนักเซียน จะเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยเลย ราวกับว่ายามนี้ มันกลับมาอยู่ในจุดรุ่งโรจน์ สำนักเซียนในยามอดีตอีกครา”
ด้านหญิงชราโบกฝ่ามือ ให้เหล่าผู้อาวุโสใหญ่ ภายในสำนักเซียน มีท่าทีกังวล ให้พวกเขาถอยห่าง ออกจากอี้เฉินอย่างเร็วจี๋ เมื่อรับรู้ว่าผู้ใดมาเยือน ก่อนน้ำเสียงที่แก่ชรา จะเอ่ยน้ำเสียงที่เป็นปีติออกมา “เป็นเพราะชื่อของเจ้าอี้เฉิน หากไม่ได้เจ้า มีหรือหญิงชราแก่ใกล้เข้าโลงเยี่ยงข้า จะสามารถฟื้นฟูสำนักเซียนได้”
อี้เฉินส่ายหัวประสานมือคำนับออกไปให้หญิงชรา อย่างนอบน้อม “ข้ามิกล้ารับ แม่เฒ่า เจ้าสำนักเซียน เหลียนซูฉี ข้าเห็นท่านสบายดี เช่นนั้นข้าคงต้อง ขอตัวก่อนแล้วกัน” ก่อนร่างอี้เฉินจะหายวับออกไป ราวกับภูตพราย
ทว่าด้วยน้ำเสียงที่พวกเขา พูดคุยกันออกมาดังก้อง ไปทั่วยอดเขา ส่งให้เหล่าศิษย์น้อยใหญ่ ภายในสำนักเซียน ต่างก็ไต่ถามเหล่าผู้อาวุโส ภายในสำนักเซียน ออกมาไม่ขาด จนเสียงดังระเบ็งเซ็งแซ่ออกไปทั่วยอดเขา มีเพียงผู้อาวุโสใหญ่ กับศิษย์ภายในสำนัก ไม่กี่หยิบมือ ที่รับรู้ตัวตนอี้เฉินเป็นผู้ใด
ทิศทางสนามซ้อม น้ำเสียงใสกังวาน ตงเม่ย นางกล่าวพูดออกมา พร้อมกับริมฝีปากแดงน้อย ที่เม้มเข้าหากันจนแน่น “ศิษย์พี่อี้เฉิน มาไม่คิดจะทักทาย ข้าเลยเช่นนั้นหรือ?”
“ศิษย์พี่หญิง ที่ท่านกล่าวพูดหมายความว่าอย่างไร” ชายหนุ่มไต่ถาม พี่หญิงของนางด้วยความสงสัย
ตงเม่ย นางยกฝ่ามือเขกหัว ชายหนุ่มที่วิ่ง โล่เข้ามาถามทันที “เจ้าฝึกดาบต่อไปเถอะ อยากจะรู้เรื่องของคนอื่นไปทำอะไร”
ชายหนุ่มที่ถูกเขกหัวใบหน้างอ คอตกลงอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนส่งดาบในมือร่ายรำ ส่งกระบวนท่าโจมตี ไปทั่วสนามฝึกซ้อม
ตงเม่ย ที่มองศิษย์น้องฝึกซ้อมอย่างหนัก มันก็ทำให้นางนึกถึงยามก่อน ยามที่สำนักเซียน ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร แต่บัดนี้แม้แต่ ผู้ที่คิดจะเข้ามาหาเรื่อง พวกเขายามนี้ยังไม่มีใครกล้า
...ด้านอี้เฉินที่เดินทางสืบฝีเท้าไปร่วมวัน ไม่นานเขาก็เห็นเขตชายแดนดินแดน5อาณาจักร เขาไม่รอช้า สืบฝีเท้าตรงไปยังทิศทาง หมู่บ้านลมหวนของเขาในทันใด
ครั้นนึกถึงบ้านที่เขาไม่ได้กลับมานาน สองบ่าที่ราวกับแบกรับความหนักอึ้งไว้ ก็ราวกับถูกอี้เฉิน วางเอาไว้เบื้องหลัง ผ่านมากี่ปี หมู่บ้านลมหวนก็ไม่เคยแปรเปลี่ยน ไปจากกรอบสายตาอี้เฉินแม้แต่น้อย
ทว่าเมื่ออี้เฉินส่งปราณจิต ออกไปตรวจสอบผู้คนภายในหมู่บ้าน เขากลับต้องแปลกใจ พร้อมกับสีหน้าแววตาที่หวาดกลัวขึ้นมา เมื่อไม่พบชายชรา ที่อี้เฉินตามหา ประกายตาที่ไหววูบ รีบส่งปราณจิตออกไปสำรวจ ตรวจจับกว้างไกลในทันใด “ท่านปู่ท่านไม่อยู่ เช่นนั้นหรือ?”
ทว่าทันใดอี้เฉินก็ต้องถอนหายใจออกมายาว เมื่อรับรู้บนยอดเขา ท้ายหมู่บ้านมีชายชราผู้หนึ่ง อยู่บริเวณสุสานของหมู่บ้าน อี้เฉินสืบฝีเท้าไปหาชายชรา ในกรอบสายตาของเขาทันที “ท่านปู่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านสบายดีหรือไม่”
ชายชราเสี่ยวปู้เตียน ที่รดสุราบนหลุมฝังศพ ให้เหล่ามิตรสหายที่ค่อยๆ ตายตก จากอายุขัย ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย เขาหันขวับกลับมามองอี้เฉินในทันใด แม้แต่ไหสุรา ภายในฝ่ามือของเขายังตกลงกับพื้นเบื้องล่าง รีบมาดึงหัวไหล่อี้เฉินขึ้นมา “อี้เฉินหลานรัก ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้วสินะ”
อี้เฉินพยักหน้า คลี่ยิ้มทอประกาย มาให้ชายชรา ก่อนพาชายชรา มานั่งพูดคุยที่โขดหิน บริเวณสุสาน ของคนภายในหมู่บ้านลมหวน “ท่านปู่ ท่านมาทำอะไรภายในสถานที่แห่งนี้ เช่นนั้นหรือ?”
ชายชราส่ายหัว ครั้นเห็นในกรอบสายตาอี้เฉิน มีความกังวลขึ้นมาในกรอบสายตา ชายชรากล่าวพูดออกมาตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม สักวันเขาเองก็ต้อง จากไปเฉกเช่น เพื่อนๆ ของเขาเช่นกัน “ข้ามาส่งมิตรสหายภายในหมู่บ้าน ไม่ช้าข้าเองก็ต้องมาอยู่ภายใน สุสาน ของคนภายในหมู่บ้านลมหวน เช่นกัน”
“ท่านปู่อย่าพูดเช่นนั้น หากท่านเลื่อนขั้นพลังไปได้ อายุขัยของท่านก็จะยืนยาวขึ้น ไปได้อีกหลายปี”
ชายชราเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ข้ารู้ตัวของข้าดีอี้เฉิน ความเป็นไปได้ ที่ข้าจะทะลวงขั้นนั้นมีน้อยเกินไป แต่เจ้าไม่ต้องเสียใจ เป็นกังวลกับข้าไป” ก่อนชายชราจะลูบหัวอี้เฉินอย่างอ่อนโยน
ทว่าแววตาอี้เฉินมีความดึงดันดื้อรั้น ก่อนส่งใบชาหยั่งรู้ ที่เขามีเหลืออยู่ให้ชายชรา ทว่าชายชรากับบอกปัดอี้เฉินด้วยน้ำเสียงจริงจัง เมื่อเห็นของล้ำค่าภายในฝ่ามือของอี้เฉิน ล้ำค่ามากเกินไป ส่งพลังออกมาไม่ขาด “ข้ายังไม่ได้ยอมแพ้ เสียหน่อยอี้เฉิน เจ้าเก็บมันไว้เถอะหลานรัก”
ในทันใดที่พวกเขาจ้องตากัน เสียงหัวเราะ ของพวกเขาก็ดังออกมาก้อง นานมากที่พวกเขา ไม่ได้พูดคุยหัวเราะกันเช่นนี้ ก่อนชายชราเสี่ยวปู้เตียน จะไต่ถามจางเหมย กับ เจ้าเปาเปา เด็กภายในหมู่บ้านลมหวน ที่ขึ้นไปพร้อมกับอี้เฉิน “บัดนี้พวกเขาเป็นอย่างไรแล้วบ้าง”
อี้เฉินใบหน้าเขากระอักกระอ่วน ที่จะตอบชายชราทันที ครั้นเมื่อนึกถึงเรื่องของเจ้าอ้วนเปาเปา ถูกศัตรูต่างดินแดนจับตัวไป
ชายชราเสี่ยวปู้เตียน ทำหน้าเข้าใจอี้เฉินขึ้นมา เอ่ยพูดพลางปลอบใจอี้เฉิน “เส้นทางข้างหน้า เป็นเส้นทางที่พวกเขาเลือกเอง เจ้าอย่านึกเสียใจ เป็นความผิดของเจ้าไปเลยอี้เฉิน”
อี้เฉินได้ยินเขาพยักหน้ารับคำ ชายชราเสี่ยวปู้เตียน ก่อนชายแก่จะไต่ถามอี้เฉินออกมา “เจ้ามีธุระอะไร ภายในดินแดนเบื้องล่าง เช่นนั้นหรือ?”
อี้เฉินกล่าวพูดอย่างไม่อ้อมค้อม “ท่านปู่พอจะเคยได้ยิน สิ่งล้ำค่าภายในดินแดนร้อยแคว้น บ้างหรือไม่ ที่พอจะมีชื่อเสียงในยามอดีต หรือมิติ ลับ อะไรพวกนี้”
ชายแก่มีสีหน้าครุ่นคิดไม่ตก ก่อนจะนึกถึงช่วงเวลาวัยหนุ่ม ที่เคยไปพิชิตเจดีย์9ชั้น ของอาณาจักรสายฟ้า ก่อนบอกกล่าวให้อี้เฉินรับฟัง ครั้นอี้เฉินได้ยิน เขาก็คิดเฉกเช่นเดียวกับชายชรา ว่าเจดีย์9ชั้นหลังนั้น มีความวิเศษบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่