เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 104 จิตวิญญาณทางสายเลือด

            หลินเฟิงจ้องมองเมิ่งฉิงอย่างประหลาดใจ ไม่คิดเลยว่านางจะเปิดปากพูดออกมา

            ลุงหวังมีสีหน้ามึนงงจากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยวว่า “เดิมทีเจ้ากับเขาก็เป็นพวกเดียวกันทำไมต้องใส่ร้ายป้ายสี ความแข็งแกร่งของพวกเจ้าจะสามารถสังหารใครตอนไหนก็ได้ทำไมต้องหาเหตุผลมากมายขนาดนี้ด้วยเล่า”

            “เจ้าอยากตายขนาดนั้นเลยหรือ?” หลินเฟิงกล่าวเสียงเย็น แต่กลับยังคงถูกตาเฒ่าเจ้าเล่ห์กล่าวหา

            “หึตาเฒ่าเช่นข้าจะทำอะไรได้อีกล่ะ นอกจากร้องขอความตายจากเด็กหนุ่มที่กำลังดูถูกคนชราเช่นเจ้า?”ลุงหวังกล่าวอย่างเย็นชา

            “อย่าห่วงพวกข้ามีเหตุผลเพียงพอสำหรับการตายของเจ้า”

            เมิ่งฉิงเริ่มพูดและกล่าวว่า“หลินเฟิง ค้นตัวและตรวจสอบเขา บนตัวของเขาจะต้องมีอะไรแน่ๆมันมีกลิ่นอายแปลกๆ และปลดปล่อยกลิ่นอายได้อย่างทรงพลัง ถ้าเป็นคนที่ช่างสังเกตสักหน่อยแม้จะอยู่ห่างไกลก็สามารถรู้สึกได้”

            “หืม?”แววตาของหลินเฟิงดูประหลาดขณะมองไปที่เมิ่งฉิงจากนั้นสายตาก็มองไปที่ลุงหวังทันที ถ้าที่เมิ่งฉิงพูดมาเป็นความจริงนั่นก็เห็นได้ชัดเลยว่าลุงหวังใช้วิธีนี้เพื่อส่งข่าวออกไป

            ทันใดนั้นสีหน้าของลุงหวังได้เปลี่ยนไป

            “ฮ่าๆงั้นข้าต้องตรวจสอบเขาจริงๆ ซะแล้ว” หลินเฟิงจ้องไปที่ลุงหวังขณะกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

            “ไร้สาระอยากฆ่าก็ฆ่าเลยสิ ทำไมต้องทำให้ข้าอับอายเช่นนี้ ข้าก็แค่ตาเฒ่าที่อ่อนแอ ในเมื่อจะตายแล้วยังต้องได้รับความอัปยศอดสูเช่นนี้อีก”ลุงหวังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

            “เจ้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้หรอกเพราะมันยิ่งทำให้คนรังเกียจมากขึ้น ถ้าหลินเฟิงไม่พบอะไร ข้าก็ยินดีที่จะตาย”เมิ่งฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งแต่ความสงบนั่นเต็มไปด้วยความมั่นใจที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

            หลินเฟิงมองเมิ่งฉิงและกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า“ถ้าไม่พบอะไร ก็ใช้ชีวิตของข้าก็เกินพอแล้ว”

            เมื่อพูดจบร่างกายของหลินเฟิงตอนนั้นดูสั่นเล็กน้อย จากนั้นเดินไปหาลุงหวังและเริ่มค้นตัวทันที โดยไม่ให้ลุงหวังได้เตรียมตัวเลยสักนิด

            มือของหลินเฟิงเริ่มค้นไปที่ตัวของลุงหวังสักพักมือของหลินเฟิงได้สัมผัสกับกระเป๋าสีดำเล็กๆ ใบหนึ่งเมื่อหลินเฟิงเปิดดูจึงพบขวดเล็กๆ ที่ปิดสนิท

            “เจ้ามีอะไรจะพูดอีกไหม?”

            หลินเฟิงกล่าวเยาะเย้ยขณะมองไปที่ลุงหวังที่กำลังตัวสั่นอยู่

            ต้วนเฟิงและจิ้งหยุนกำลังมองไปที่ลุงหวังด้วยสายตาแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ตอนนี้พวกเขาต้องการคำอธิบายจากลุงหวังเป็นอย่างมาก

            “นายน้อยข้าได้รับใช้และติดตามเจ้านายมาตลอดตั้งแต่ข้ายังเป็นรุ่นเยาว์ต่อมาก็ได้รับใช้และติดตามท่านพ่อของนายน้อย จนถึงตอนนี้ได้ติดตามท่านมาตั้งแต่ท่านยังเล็ก ช่วงเวลาแห่งความรักและห่วงใยเช่นนี้นายน้อยยังจำได้อยู่หรือไม่?”

            ลุงหวังมองไปที่ต้วนเฟิงขณะกล่าวด้วยความรักและซาบซึ้งใจ

            “แน่นอนว่าข้าจำได้แต่… เพราะเหตุใดกัน?”

            ตอนนี้ร่างกายของต้วนเฟิงกำลังสั่นเทาเขาหวังว่าลุงหวังจะปฏิเสธและหาเหตุผลที่สามารถอธิบายได้แต่น่าเสียดายที่ลุงหวังกลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้

            “ในเมื่อนายน้อยจำได้ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก นายน้อย… ท่านต้องการให้ข้ามีชีวิตอยู่ข้าก็จะอยู่ต่อ แต่ถ้าอยากให้ข้าตาย ข้าก็จะตาย”

            เมื่อต้วนเฟิงได้ยินที่ลุงหวังพูดหัวใจของเขาก็สั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง

            แต่อุณหภูมิในร่างกายของหลินเฟิงในตอนนี้เริ่มเย็นลงเรื่อยๆทำไมตาเฒ่าคนนี้ถึงได้ไร้ยางอายขนาดนี้ถึงกับทำให้บรรยากาศในเวลานี้ต้องอึมครึมเช่นนี้

            “ข้าและเมิ่งฉิงได้ใช้ชีวิตเดิมพันกับการค้นหาตัวเจ้าแต่เจ้าพยายามสรรหาคำพูดมาบรรยาย คิดว่าเพียงไม่กี่ประโยคจะสามารถลบล้างความผิดได้งั้นหรือ?”คำพูดของหลินเฟิงเยือกเย็น จนทำให้ลุงหวังถึงกับสั่นสะท้าน

            “หลินเฟิงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ทำไมเจ้าต้องทำเช่นนี้ด้วย” ลุงหวังกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            “ไม่เกี่ยว?”หลินเฟิงกล่าวขณะดึงดาบยาวออกมา ทำให้ลุงหวังสั่นเทาไปด้วยความกลัว

            “ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่นี้เจ้าปรารถนาที่จะตายหรอกหรือ?ตอนนี้ก็มีหลักฐานที่ชัดเจนขนาดนี้แล้ว ทำไมเจ้ากลับไม่พูดคำว่า ‘ตาย’ ออกมาเลยล่ะ เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? แล้วคิดว่าจะมีคนมาหลงกลเจ้าหรือไง?”

            ลุงหวังรู้สึกได้ถึงจิตสังหารของหลินเฟิงจึงทำให้ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว

            “นายน้อย”ลุงหวังหวังว่าต้วนเฟิงจะสามารถช่วยเขาได้

            “ไม่จำเป็นต้องอ้อนวอนเขาแม้ว่าต้วนเฟิงจะปล่อยเจ้าไป แต่ข้าก็จะฆ่าเจ้าหากปล่อยเจ้าไปชีวิตขององครักษ์เหล่านั้นที่เจ้าพรากไปก็จะสูญเปล่าแล้วชีวิตของพวกเขาล่ะใครจะเป็นคนจ่าย?”

            เมื่อหลินเฟิงพูดจบเขาก็ตวัดดาบฟันทันที จากนั้นเลือดของลุงหวังก็ได้สาดกระเซ็นไปในอากาศ คนใจดำอำมหิตและปลิ้นปล้อนเช่นนี้จะปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างไร?

            “เฮ้อ...”

            ต้วนเฟิงถอนหายใจขณะมีแววตาที่เจ็บปวดและหันไปกล่าวกับหลินเฟิงว่า “พี่หลินเฟิง ข้าขอโทษ”

            “ไม่เป็นไรเจ้าเองก็ถูกเขาหลอก” หลินเฟิงไม่ได้ตำหนิหรือโทษต้วนเฟิงเขายังเป็นแค่เด็กอายุ 14 - 15 ปีเท่านั้น และลุงหวังก็เป็นคนที่ใกล้ชิดเขาที่สุด เพราะฉะนั้นการที่ต้วนเฟิงเชื่อใจเขาก็ถือเป็นเรื่องปกติ

            “ขอบคุณท่านพี่หลินเฟิงหวังว่าคราวนี้พี่จะไม่ปฏิเสธที่จะร่วมเดินทางไปกับพวกเรา”

            ต้วนเฟิงยิ้มให้หลินเฟิงแต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเขาอาจจะยังไม่ลืมไปเพราะรอยยิ้มของเขายังคงมีร่องรอยของความโศกเศร้าให้เห็นอยู่

            จากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางไปยังเมืองหลวงเพียงแค่ชั่วพริบตาก็เหลือแค่หลินเฟิง จิ้งหยุน ต้วนเฟิงและเมิ่งฉิงนี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับรู้ว่าโลกภายนอกนั้นมันโหดร้ายเป็นอย่างมาก

            สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาโศกเศร้านั่นก็คือผู้คนเหล่านั้นที่พยายามสังหารเขา เป็นถึงกองกำลังของอาณาจักรเสวี่ยเยว่

            “อืม...”หลินเฟิงพยักหน้า จากนั้นกล่าวกับต้วนเฟิงว่า “ตอนนี้เจ้ายังต้องการจะก้าวไปข้างหน้าต่อ?”

            “ในเมื่อพวกเราได้ออกมาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องหนี” นัยน์ตาของต้วนเฟิงฉายแววความขมขื่นออกมาเล็กน้อยและจู่ๆ แววตาก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออกจึงกล่าวว่า “พี่หลินเฟิง ท่านไม่จำเป็นต้องเดินทางไปกับพวกเราก็ได้”

            “เส้นทางสู่เมืองหลวงควรจะมีมากกว่าหนึ่งเส้นทาง พวกเราก็จะได้เปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นทำไมต้องเอาใจใส่มากขนาดนี้กันล่ะ”

            หลินเฟิงรู้ว่าสิ่งที่ต้วนเฟิงกำลังคิดคืออะไรเขาจึงส่ายหน้า

            “หืมข้าเคยเห็นแผนที่ และรู้อีกว่ายังมีอีกหลายเส้นทางที่สามารถไปยังเมืองหลวงได้ข้าจะคุมรถม้าไปเอง” จิ้งหยุนกล่าว

             ต้วนเฟิงครุ่นคิดสักครู่จากนั้นเขาก็พยักหน้า “งั้นต้องรบกวนพี่จิ้งหยุนแล้ว”

            ทั้งสี่คนเดินตรงไปที่รถม้าโดยมีจิ้งหยุนเป็นคนคุมม้า และอีกสามคนก็นั่งในรถม้า

            “ต้วนเฟิงข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากจะถามเจ้า” หลินเฟิงมีข้อสงสัยจึงได้กล่าวถามต้วนเฟิง

            “พี่หลินเฟิงโปรดถามมาได้เลย”

            “ลุงหวังตอนที่เขาใส่ร้ายข้า และได้เอ่ยถึงองค์ชายเทียนหลางและองค์ชายเทียนหลางได้ส่งคนมาเพื่อสังหารเจ้า แล้วเจ้าเกี่ยวข้องกับองค์ชายเทียนหลางอย่างไรและทำไมถึงต้องทำเช่นนี้?”

            เมื่อต้วนเฟิงได้ยินคำถามของหลินเฟิงทำให้เขายิ้มอย่างขมขื่นอีกครั้ง ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ตัวเขาเองก็ไม่กล้าที่จะเชื่อว่าเขาและองค์ชายเทียนหลางมีสถานะที่เชื่อมโยงกัน

            “ถ้าไม่สะดวกที่จะพูดก็ช่างมันเถอะ” หลินเฟิงกล่าว

            “เป็นเพราะพี่หลินเฟิงช่วยไว้ข้าถึงได้มีชีวิตอยู่อย่าได้เกรงใจข้าเลย” ต้วนเฟิงกล่าวขณะส่ายหัวจากนั้นก็กล่าวว่า “เพียงแต่เรื่องนี้มันซับซ้อนนิดหน่อยถ้าต้องพูดเรื่องตระกูลของข้า”

            “สกุลข้าคือต้วนพี่หลินเฟิงก็รู้ อย่างไรก็ตามพี่อาจไม่จะรู้ยังชัดเจนดีตระกูลต้วนของข้าเป็นตระกูลเชื้อพระวงศ์ จึงกล่าวได้ว่าข้าเป็นคนของราชวงศ์นั่นเอง”

            “แต่เพราะบรรพบุรุษได้ทำเรื่องผิดพลาดจึงถูกเนรเทศไปยังเมืองหยุนหยางและก็ไม่แตกต่างอะไรจากคนธรรมดา”

            ต้วนเฟิงเริ่มพูดอย่างช้าๆขณะที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับเขา หลินเฟิงก็ได้ฟังอย่างเงียบๆ หลินเฟิงไม่คิดว่าต้วนเฟิงจะมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเชื้อพระวงศ์

            “พี่หลินเฟิงท่านน่าจะรู้ว่าตระกูลต้วนทำไมถึงกลายเป็นตระกูลเชื้อพระวงศ์ที่ยอดเยี่ยมแห่งอาณาจักรเสวี่ยเยว่”

            “เพราะความแข็งแกร่งอันทรงพลังถึงได้กลายเป็นตระกูลที่สุดยอดแห่งอาณาจักรเสวี่ยเยว่” หลินเฟิงตอบ

            “แต่ว่าอาณาจักรเสวี่ยเยว่ไม่รู้ว่าทำไมตระกูลต้วนถึงสามารถรุ่งเรืองมาได้นานขนาดนี้?”

            หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจเพราะคำถามที่เขาถามไปไม่ได้คิดว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้หลินเฟิงนั้นถูกตระกูลและนิกายปฏิเสธมาตลอด อย่างไรก็ตามตระกูลต้วนกลับได้ปกครองอาณาจักรหรือกล่าวได้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นทรงพลังที่สุดในอาณาจักรเสวี่ยเยว่และไม่เคยมีใครกล้าต่อกรกับพวกเขา

            “จิตวิญญาณ!”จู่ๆ หลินเฟิงก็พึมพำออกมา จิตวิญญาณน่าจะสืบทอดมาจากสายเลือดถ้าบรรพบุรุษมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง พวกเขาอาจจะได้รับสืบทอดมา

            “ใช่แล้วมันเป็นจิตวิญญาณ หรือพูดง่ายๆ ก็คือจิตวิญญาณทางสายเลือด” ต้วนเฟิงตอบกลับขณะพยักหน้า

            “จิตวิญญาณทางสายเลือด?ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” หลินเฟิงกล่าวอย่างประหลาดใจเขาไม่เคยได้ยินเรื่องจิตวิญญาณทางสายเลือดมาก่อนเลยจริงๆ

            “พี่หลินเฟิงจิตวิญญาณทางสายเลือดนั้นหายากมาก แม้แต่อาณาจักรเทียนหลงและอาณาจักรเสวี่ยเยว่ก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากท่านไม่เคยได้ยินซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ” ต้วนเฟิงอธิบายอาณาจักรเทียนหลงนั้นกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นอาณาจักรมหาอำนาจนอกจากนี้อาณาจักรเสวี่ยเยว่ก็เป็นหนึ่งในอาณาจักรของอาณาจักรเทียนหลง

            แต่ที่ต้วนเฟิงกล่าวมาคือผู้ครอบครองจิตวิญญาณทางสายเลือดแม้แต่ในอาณาจักรเทียนหลงก็เป็นสิ่งที่หาได้ยาก

            “ว่ากันว่าหากผู้ฝึกยุทธ์บรรลุขอบเขตพลังในระดับสูง เลือดจะสร้างสายเลือดขึ้นมาและกลายเป็นพลังทางสายเลือด จิตวิญญาณกับพรสวรรค์ของเขาจะถูกส่งผ่านทางพลังสายเลือดไปให้กับคนรุ่นหลังและไม่ว่าจะผ่านไปกี่รุ่น คนรุ่นหลังก็จะสามารถได้รับมรดกเป็นจิตวิญญาณกับพรสวรรค์ของบรรพบุรุษเพียงแต่ว่าบางคนสืบทอดพลังทางสายเลือดมาอย่างเบาบาง ทำให้พรสวรรค์อ่อนแอแต่บางคนที่สืบทอดพลังทางสายเลือดมาอย่างเข้มข้น พรสวรรค์ของเขาจะน่ากลัวมากนอกจากนี้การสืบทอดพลังทางสายเลือดก็มีกฎเกณฑ์ไม่น้อยบางทีคนเป็นบุตรจะได้รับพลังทางสายเลือดไม่มากแต่รุ่นหลานถัดจากบรรพบุรุษเป็นร้อยๆ ปี กลับได้รับพลังทางสายเลือดที่เข้มข้น”

            “ผู้สืบทอดจิตวิญญาณทางสายเลือดพวกเขาจะมีความแข็งแกร่งที่น่าเกรงกลัวขนาดไหนกัน” หลินเฟิงบ่นพึมพำ

            “มันเป็นความจริงที่น่าหวาดกลัวอย่างมากเส้นทางแห่งการบ่มเพาะมันกว้างเกินไปข้าก็ไม่รู้ว่าผู้ที่ครอบครองจิตวิญญาณทางสายเลือดจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์แบบไหนกัน”

            ต้วนเฟิงกล่าวขณะยิ้มอย่างขมขื่นเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น ความแข็งแกร่งของเขามันอ่อนแอเกินไป

            “พี่หลินเฟิงข้าพูดไปเยอะขนาดนี้ท่านคงจะเดาออกได้แล้วแหละตระกูลเชื้อพระวงศ์ของอาณาจักรเสวี่ยเยว่และบรรพบุรุษของตระกูลต้วนก็ไม่เคยมีใครบ่มเพาะจิตวิญญาณทางสายเลือดได้ถึงแม้จะมีพรสวรรค์และจิตวิญญาณของตระกูลต้วนก็ตาม”

    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988