เมื่อมาถึงบ้านหลังเล็ก หานลี่เร่งจัดการทำความสะอาดบ้านอย่างรวดเร็ว
" คงอยู่มิได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มนั่งเล่นที่สวนหลังบ้าน เขารินชาใส่ถ้วย พลางยกขึ้นดม หัวคิ้วของชายหนุ่มพลันขมวดเป็นปม
" กลิ่นชาในเวลานี้เหตุใดจึงมิเหมือนเก่าก่อน " หานลี่พึมพำ
" ก่อนนี้มีเพียงกลิ่นที่หอมกรุ่น แต่เวลานี้กลิ่นที่หอมกรุ่นยังคงเดิม แต่มีอีกหลายกลิ่นเพิ่มเติม " ชายหนุ่มพึมพำ
" จริงสิ วันนั้นอวี้ซวงดื่มชานี่ ใบหน้าของอวี้ซวงในวันนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ทั้งยังถามข้าอีกว่านี่คือชาอะไร " หานลี่พึมพำ
" อึก " หานลี่ดื่มชาลงไปครึ่งถ้วย
" วิ้ง " ดวงตาของเขาพลันเปล่งประกายสว่างวาบ ทั่วร่างของเขาพลันแข็งทื่อ ปากอ้าค้าง
เสียงมหามรรคาวิถีสวดส่งดังอื้ออึงในโสต ภาพมายาแห่งเต๋าล่องลอยปรากฎในหัวสมอง
หลังจากตั้งสติได้ " เต๋าคืออะไร " หานลี่พึมพำ
" วู๊มม " พลันมวลอากาศรายรอบกายกระเพื่อมไหว ระลอกคลื่นมวลอากาศพริ้วไหวล่องลอยไกล
เขาครุ่นคิดอยู่นาน แต่ก็มิอาจหาคำตอบได้ ชายหนุ่มเร่งขุดค้นความทรงจำของตนอย่างเร็วไว
" ในตำราที่เคยอ่านนั้น กลับมิเคยได้อ่านตำราที่เกี่ยวกับเต๋าเลยสักครา " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" รุ่งเช้าคงได้ไปดูที่ร้านตำราแล้ว " หานลี่พึมพำ
หลังจากที่ครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่พักใหญ่ ชายหนุ่มเร่งก่อไฟแลนำเนื้อของหมีขาวออกมาย่าง
" สุราหมักเองจวนหมดแล้ว เห็นทีต้องเร่งไปหาวัตถุดิบ " หานลี่พึมพำ
" อึก " สุราหมักเองร้อนแรงแผดผลาญทั่วร่างในทันใด
" อือ " ทั่วร่างของชายหนุ่มพลันสะท้าน เมื่อฤทธิ์สุราอันร้อนแรงพลุ่งพล่านทั่วร่างอย่างบ้าคลั่ง
" ตูมม " ตันเถียนของชายหนุ่มพลันระเบิดออกในทันใด ปราณพลังบ้าคลั่งทะลวงผ่านกายา
" ครืนน " ปราณพลังบ้าคลั่งพุ่งทะยานออกจากร่าง บีบอัดมวลอากาศล่องลอยไปไกล
" ทะลวงขั้นย่อยได้เช่นใด " ชายหนุ่มพึมพำ เขามองยังถ้วยชา แลจอกสุรา
" น่าจะเป็นสองอย่างนี้ที่ส่งผลให้ปราณพลังในร่างถีบทะยานขึ้นสูง แลทะลวงข้ามกำแพงระดับหนึ่งได้ " หานลี่พึมพำ
หลังจากที่ชายหนุ่มปรับสมดุลร่างกายแล้วเสร็จ เขาเรียกพิณออกมาแลบรรเลงเพลงพิณในทันใด
เวลาผ่านไปจนกลางดึก อารมณ์ครึ้มยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ ชายหนุ่มนำกะดาษออกมาแลปลดผนึกกายา
" รัตติกาลมืดดำให้หวาดหวั่น กอดไหสุราแนบอกเพ้อพร่ำ "
" ผืนฟ้าห่มกายผืนดินหนุนนอน ใยจึงร้อนรนต่อทุกข์ภัย "
" ตี้ซานสูงใหญ่ตระหง่าน เทียนเหอเชี่ยวกรากโหมกระหน่ำ 1 "
" เหาะเหินโจนทะยานเพียงพริบตา ใยจึงพลาดคลาดคลาสิ่งสำคัญ "
เมื่อเขียนบทกวีแล้วเสร็จชายหนุ่มตบยังอกของตนอย่างรวดเร็ว พลันสองหูได้ยินเสียงดังสนั่นลั่นเมือง
ทุกบ้านเรือนต่างปรากฎแสงสว่างจากเปลวเทียนแลตะเกียง ทั้งเสียงพึมพำลอดออก
" หึ หึ " ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ พลางยกจอกสุราขึ้นดื่ม
" ช่างเป็นรัตติกาลที่งดงามยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
หลังจากที่ดื่มสุราหมดไปหลายจอก ชายหนุ่มพลันฟุบสลบไสล
รุ่งเช้าอีกวัน ชายหนุ่มยังคงนอนอยู่ที่โต๊ะหลังบ้าน
" อืม " หานลี่ลืมตาตื่น พลางบิดขี้เกียจ
สองตามองจ้องยังบทกวีที่ตนเขียนไว้เมื่อคืน " วิ้ง " เขาพลันเข้าสู่การหยั่งรู้ในทันใด
" ครืนน " พลันปรากฎปรากฎการณ์นภา ล่องลอยเหนือเมืองหลวงของแคว้นฟู่
ผู้คนมากมายพลันแตกตื่นเมื่อพบเห็น สองตาของพวกเขาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง ทั้งมือไม้ยังสั่นเทา
ภาพตระตารตาของขุนเขาใหญ่ตี้ล่องลอยอยู่เหนือเมืองหลวง
เงาของขุนเขาใหญ่ทอดกายปกคลุมทั่วดินแดน แดดร้อนแรงมิอาจกรายกล้ำสรรพสิ่งใต้ขุนเขายักษ์
แม่น้ำเทียนซัดสาดโหมกระหน่ำ มวลน้ำมากมายซัดเซาะริมฝั่ง คลื่นลูกใหญ่น้อยถาโถมบ้าคลั่ง ดุจดั่งมรสุมใหญ่ยากข้ามผ่าน
" นี่มันอะไรกัน "
" มันเกิดสิ่งใดขึ้น "
" รึว่าท่านผู้นั้นจะอยู่ที่เมืองหลวงแคว้นฟู่ "
" เร็วเข้า เร่งออกค้นหา "
หมู่ชนมากมายต่างทะยานร่างออกค้นหาท่านผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาทั่วเมืองหลวงปั่นป่วน
ท่ามกลางความปั่นป่วนนั้น ปรากฎมีหญิงสาวนางหนึ่งก้าวเดินอย่างเชื่องช้า สองตาหงส์ของนางหรี่ลงเป็นรูปรอยจันทร์เสี้ยว
แม่นางผู้งดงามเดินไปตามถนนอย่างเชื่องช้า ทั้งในมือยังถือสุราแลอาหาร มุ่งหน้าไปยังตรอกเล็กที่ห่างไกล
ราวสามชั่วยาม
" อืม " ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้น
" เอ๋ " หัวคิ้วของเขาพลันขมวดในทันใด เมื่อพบพานแม่นางผู้งดงามในชุดสีขาวบริสุทธิ์ นั่งอยู่บนเก้าอี้อยู่ต่อหน้าของตน
" อวี้ซวง " หานลี่พึมพำ พลางยกยิ้ม
" พี่หาน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
" เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด " หานลี่เอ่ยถาม
" ข้ามาได้สามชั่วยามแล้ว ข้าเห็นท่านนั่งหยั่งรู้ภาพอักษรนี่อยู่ ข้าจึงมิรบกวนท่าน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" เจ้าชอบภาพอักษรนี้รึไม่ " หานลี่เอ่ยถาม
" อึ้ม " สวีอวี้ซวงพยักหน้าช้าๆ
" เช่นนั้นแล้ว " หานลี่เอ่ยออกมา พลางม้วนภาพอักษรพู่กันอย่างเบามือ แลส่งให้กับนาง
" ขอบคุณพี่หาน " สวีอวี้ซวงใช้สองมือรับเอาภาพอักษรพู่กัน แลส่งเข้าในแหวนมิติอย่างระมัดระวัง
" ข้านำสุราแลอาหารมาด้วย " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
สาวงามเร่งแกะอาหารออก แลนำจอกสุราออกมา สาวงามรินสุราลงจอกแลส่งให้ชายหนุ่ม
" เจ้าเป็นเช่นใดบ้างช่วงนี้ " หานลี่เอ่ยถาม
สวีอวี้ซวงเล่าเรื่องราวของตนให้ชายหนุ่มฟังอย่างมิมีปิดบัง
" ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องราวของนาง
" เจ้าทนกับเรื่องราวเช่นนี้ได้เยี่ยงไร ถูกกดดันจากรายรอบ ทั้งองค์ชายแปดแห่งเมืองหลวงเทียนตี้ ทั้งซื่อจื่อแห่งแคว้นฟู่ ไหนจะเหล่าคุณชายทั้งหลายอีก " หานลี่เอ่ยออกมา
" ทั้งสำนักต่างๆที่ต้องการรับเจ้าเข้าเป็นศิษย์อีก " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" แต่ก็ยังดีอยู่อย่าง ที่เวลานี้ขั้นพลังของเจ้าสูงขึ้นมาก เจ้าจึงสามารถกำหนดชะตาของเจ้าเองได้ " หานลี่เอ่ยออกมา
สองมือของหานลี่ยื่นออกไป กอบกุมมือนุ่มของนางไว้
ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าในจิตใจเบื้องลึกของนาง สองตาหงส์มองจ้องยังชายหนุ่ม นางยกยิ้มออกมา
แต่ทีท่าเอียงอายกลับมิมีปรากฎ ราวกับว่านางแลชายหนุ่มรักใคร่ชิดชอบพอกันมาเนิ่นนาน
แต่หากย้อนกลับไปยังวันวาน วันที่นางได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก วันนั้นเป็นที่ชายหนุ่มได้เปลื้องผ้าของนางออกแลทำแผลให้แก่นาง
ทุกสัดส่วนของนางตกอยู่ในสายตาของชายหนุ่ม เมื่อเป็นเช่นนั้นความเอียงที่ควรมีก็หาได้มีไม่
" พี่หาน เวลานี้ท่านจะทำสิ่งใดต่อ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" ข้าไหว้วานให้เถียนจ้าน เขียนหนังสือรับรองตัวข้า เพื่อที่จะสมัครสอบที่สำนักบัณฑิต " หานลี่เอ่ยออกมา
" หลังจากที่ข้าฝึกฝนไปจนถึงขั้นหลอมรวมฟ้าดิน ข้าก็จะออกค้นหาตัวตนของข้า " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
" ตัวตน หมายความว่าเช่นใด " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมาอย่างงุนงง
" ข้ามิอาจจดจำเรื่องราวของข้าได้ ข้าจดจำเรื่องราวของข้าได้เพียงสิบปีย้อนหลัง " หานลี่เอ่ยออกมา
" ท่านมิอาจจดจำเรื่องราวของท่านได้เช่นนั้นรึ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้า พลางยกจอกสุราขึ้นดื่ม
" เช่นนั้นแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ท่านออกค้นหาตัวตนของท่าน ข้าจะเดินทางไปพร้อมกับท่าน " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" เจ้าคิดดีแล้วรึ " หานลี่เอ่ยออกมา
" การที่อยู่ได้อยู่ข้างกายของท่าน ข้ามีความสุขยิ่งนัก " นางเอ่ยออกมา
หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางยกยิ้มออกมา
" แต่มิรู้ว่าเมื่อใดจึงจะไปถึงวันนั้น " หานลี่เอ่ย
" นานเพียงใดข้าก็จะรอ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" ช่วงที่ผ่านมาท่านไปอยู่ที่ใด " สวีอวี้ซวงเอ่ยถาม
หานลี่เล่าเรื่องราวของตนให้กับนางฟัง
" อืม " สวีอวี้ซวงพยักหน้าช้าๆ สองตาหงส์ของนางเปล่งประกายวาววับ
1 ตี้ซานในที่นี้คือขุนเขาใหญ่ที่เมืองหลวงเทียนตี้ เทียนเหอคือแม่น้ำสายใหญ่ที่หล่อเลี้ยงสรรพสิ่งแห่งเมืองหลวงเทียนตี้