ความโอ่อ่าของคฤหาสน์ใต้ดินทำให้เอลาร่ารู้สึกราวกับหลุดเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง มันช่างแตกต่างจากป่าอันตรายที่เธอเพิ่งจากมาโดยสิ้นเชิง ทุกย่างก้าวสะท้อนความเงียบ ทุกมุมห้องบอกเล่าเื่ราวของกาลเวลาที่หยุดนิ่ง แต่ถึงแม้จะปลอดภัยแล้ว ความกังวลในใจของเธอก็ยังไม่จางหายไป
"เรา...เราควรจะย้ายท่านลุงเข้ามาข้างในนะคะ" เอลาร่าพูดขึ้น ทำลายความเงียบ "ปล่อยท่านนอนอยู่ตรงบันไดหินเย็นๆ แบบนั้น...เดี๋ยวจะไม่สบายเอา"
อิซาเบลล่าที่กำลังพิจารณาภาพวาดเก่าแก่ภาพหนึ่งอยู่ หันมาเลิกคิ้วใส่ "ไม่สบาย? ยัยหนู...นั่นแวมไพร์นะ ไม่ใช่มนุษย์เปราะบาง" แต่เมื่อเธอเห็นแววตาที่จริงจังและเต็มไปด้วยความห่วงใยของเอลาร่า เธอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ "ก็ได้ๆ ...ตามใจเ้าเลย คุณหลานสาวผู้แสนดี"
ทั้งสองสาวช่วยกันพยุงร่างที่หนักอึ้งของคาอินกลับเข้ามาในห้องโถง มันเป็งานที่หนักหนาสาหัสเอาการ โดยเฉพาะสำหรับอิซาเบลล่าที่ยังาเ็อยู่ แต่ในที่สุด พวกเธอก็สามารถพาร่างของเขามาวางลงบนเตียงขนาดใหญ่ในห้องนอนหลักได้สำเร็จ
เอลาร่ามองร่างสูงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงอย่างสงบนิ่ง าแทั่วร่างกายของเขาเริ่มสมานตัวดีขึ้นแล้ว แต่รอยเืที่แห้งกรังอยู่บนผิวและเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นก็ยังคงดูน่ากลัวอยู่ดี
"ควรจะ...เช็ดตัวให้ท่านหน่อย" เธอพึมพำกับตัวเอง
"โอ้โฮ...ชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ" อิซาเบลล่าที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ แซวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มยียวน "แน่ใจนะว่าแค่อยากจะ 'เช็ดตัว' น่ะ?"
เอลาร่าหน้าแดงก่ำทันที "กะ...ก็มันสกปรกนี่คะ! ปล่อยไว้แบบนี้อาจจะติดเชื้อได้!" เธอเถียงกลับไปอย่างไม่เต็มเสียงนัก
"ติดเชื้อ? นี่เ้ายังไม่เลิกคิดว่าเขาเป็มนุษย์อีกรึไง" อิซาเบลล่าหัวเราะในลำคอ "แต่เอาเถอะ...ตามสบายเลย ข้าจะไปหาอะไรดื่มและสำรวจ 'รัง' นี่ต่ออีกหน่อย...เผื่อจะเจอของดีๆ ซ่อนไว้" พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้เอลาร่าอยู่กับคาอินตามลำพังสองต่อสอง
บรรยากาศในห้องพลันเงียบลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของคาอินเท่านั้น เอลาร่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายความเป็ห่วงก็เอาชนะความเขินอาย เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ติดกันและพบว่ามันหรูหราไม่แพ้ส่วนอื่น มีอ่างอาบน้ำหินอ่อนขนาดใหญ่และมีน้ำสะอาดไหลออกมาจากก๊อกน้ำรูปปั้นการ์กอยล์ เธอหาอ่างใบเล็กและผ้าสะอาด ก่อนจะกลับออกมาที่เตียง
เธอนั่งลงบนขอบเตียงอย่างแ่เบา หัวใจเต้นแรงจนน่ารำคาญ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้อยู่ใกล้เขาในระยะประชิดขนาดนี้โดยไม่มีสถานการณ์ความเป็ความตายมาบีบคั้น
"ขออนุญาตนะคะ...ท่านลุง" เธอกระซิบเสียงแ่ราวกับกลัวว่าเขาจะได้ยิน
มือเล็กๆ ที่สั่นเทาเล็กน้อยค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ขาดวิ่นของเขาออก เผยให้เห็นแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบและรอยแผลเป็จางๆ ที่พาดผ่านอยู่หลายแห่ง มันคือเครื่องยืนยันถึงการต่อสู้มากมายที่เขาเคยผ่านมา ผิวของเขาเย็นเฉียบตามแบบฉบับของแวมไพร์ แต่เธอกลับไม่รู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย
เธอใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นค่อยๆ บรรจงเช็ดคราบเืและสิ่งสกปรกออกจากร่างกายของเขาอย่างนุ่มนวลที่สุด ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเธอััโดนผิวของเขาโดยบังเอิญ ก็ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสายเล็กๆ แล่นผ่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นปราดขึ้นมาที่ใบหน้าจนเธอต้องก้มหน้างุดเพื่อซ่อนมันไว้
เธอเช็ดทำความสะอาดั้แ่แผงอก ไล่ลงมาที่หน้าท้องที่แข็งแกร่ง และแขนทั้งสองข้างที่เต็มไปด้วยเส้นเืเด่นชัด เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ ในที่สุดร่างกายท่อนบนของเขาก็สะอาดหมดจด
เธอกำลังจะหยุดแค่นั้น แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรอยแผลเป็ขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กับหัวใจของเขา มันเป็รอยแผลเก่าที่ดูแตกต่างจากแผลอื่นๆ ราวกับเป็เครื่องหมายที่ไม่มีวันลบเลือน
เธอเผลอใช้นิ้วลูบไล้ไปตามรอยแผลเป็นั้นอย่างแ่เบาโดยไม่รู้ตัว...
"มันเป็แผล...ที่ได้มาจากการปกป้องคนที่รัก"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นข้างหูทำให้เอลาร่าสะดุ้งสุดตัว! เธอรีบชักมือกลับและหันไปมองทันที
คาอินลืมตาขึ้นมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เขานอนนิ่งๆ ปล่อยให้เธอเช็ดตัวให้มาตลอดโดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีแดงก่ำของเขาในยามนี้ไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนตอนต่อสู้ แต่มันกลับดูลุ่มลึกและอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด
"ทะ...ท่านลุง! ตื่นั้แ่เมื่อไหร่คะ! ขะ...ขอโทษค่ะ! หนูไม่ได้ตั้งใจจะ..." เธอรีบลุกขึ้นยืนและพูดจาติดๆ ขัดๆ ทำอะไรไม่ถูก
คาอินค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง พิงกับหัวเตียง เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ข้าควรจะขอบคุณเ้ามากกว่า...ที่ดูแลข้าอย่างดี"
"มะ...ไม่เป็ไรค่ะ เป็หน้าที่ของหนูอยู่แล้ว"
"หน้าที่?" เขาทวนคำพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "หน้าที่ของหลานสาว...ไม่ได้รวมถึงการถอดเสื้อผ้าให้ลุงตอนหลับหรอกนะ"
คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำให้เอลาร่าอยากจะมุดดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด ใบหน้าของเธอตอนนี้คงแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงสุกเสียอีก
คาอินมองท่าทางนั้นแล้วก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว มันเป็รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก แต่สำหรับเอลาร่าแล้ว มันกลับเหมือนกับพระอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาในห้องที่มืดมิด เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นเขายิ้ม...และมันก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปอย่างรุนแรง
"ข้าแค่ล้อเล่น" เขากล่าวเสียงนุ่มลง "ขอบคุณ...เอลาร่า"
การที่เขาเรียกชื่อเธอตรงๆ แทนที่จะเรียกว่า "เ้า" หรือ "เด็กน้อย" ทำให้เอลาร่ารู้สึกอบอุ่นในใจอย่างประหลาด
"ท่าน...รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ" เธอเปลี่ยนเื่เพื่อแก้เขิน
"อืม...เืของอิซาเบลล่าช่วยได้มาก" เขาตอบ แต่เมื่อพูดถึงชื่อนั้น แววตาของเขาก็หม่นลงเล็กน้อย "นางอยู่ที่ไหน?"
"คุณอิซาเบลล่าไปเดินสำรวจรอบๆ น่ะค่ะ...เอ่อ...ท่านลุงคะ" เอลาร่าตัดสินใจถามในสิ่งที่เธอสงสัย "ท่าน...รู้จักกับคุณอิซาเบลล่ามาก่อนเหรอคะ? ตอนที่ท่านดื่มเืของเธอ...ดูเหมือน..."
คาอินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังชั่งใจ "มันเป็เื่ในอดีตที่ข้าไม่อยากพูดถึง" เขาตัดบท แต่สายตาที่มองออกไปในความว่างเปล่านั้นกลับเต็มไปด้วยความสับสนและเ็ปที่ปิดไม่มิด
เอลาร่ารู้สึกได้ว่าเธอไม่ควรถามต่อ เธอจึงเปลี่ยนเื่อีกครั้ง "ที่นี่...คือบ้านของท่านเหรอคะ สวยมากเลย"
"มันเป็แค่ที่พักชั่วคราว" เขาตอบ "ข้าสร้างมันไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อน...เผื่อไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน"
"ท่านคง...ผ่านอะไรมาเยอะเลยสินะคะ" เธอกล่าวอย่างเห็นใจ
"การมีชีวิตที่ยืนยาว...ก็เหมือนกับการต้องเฝ้ามองทุกสิ่งรอบตัวพังทลายลงครั้งแล้วครั้งเล่า" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้า "มันไม่ใช่พร...แต่มันคือคำสาป"
เอลาร่ารู้สึกเจ็บแปลบในใจกับคำพูดนั้น เธอเดินกลับไปนั่งที่ขอบเตียงอีกครั้งอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะยื่นมือของเธอออกไป...และวางมันลงบนมือของเขาที่วางอยู่บนผ้าห่มอย่างแ่เบา
"แต่ตอนนี้...ท่านไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะคะ" เธอกล่าวอย่างนุ่มนวล "ท่านยังมีหนูอยู่...ถึงหนูอาจจะช่วยอะไรมากไม่ได้...แต่หนูจะอยู่ข้างๆ ท่าน...จะไม่ทิ้งท่านไปไหน"
คาอินชะงักไป เขาก้มลงมองมือเล็กๆ ที่วางอยู่บนมือของเขา...ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามานั้นช่างแตกต่างจากความเ็าที่เขาคุ้นเคยมาตลอดหลายศตวรรษ มันเป็ความรู้สึกที่เขาโหยหามาตลอด...แต่ก็เป็ความรู้สึกที่เขาหวาดกลัวที่สุดเช่นกัน
เขามองสบเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอมเขียวที่จริงจังและเปี่ยมไปด้วยความหมายคู่นั้น...และในความเงียบงันของห้องนอนใต้ดินแห่งนี้...เขาก็รู้ตัวดีว่ากำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องหัวใจของตัวเองมานานหลายร้อยปี...กำลังจะเริ่มมีรอยร้าวเสียแล้ว